|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๘๘ "จากเด็กหญิงมิโกะ...ถึงเด็กชายลูกบอล โดย
ศรีสุภางค์ สุขโข
ว่ายังไงฮึ...มามี้โปโกะ/กูลิโกะ
เด็กชายวัยหกขวบหยอกล้อมารดาเสียงดังอย่างมีความสุข
สีหน้าฉายแววสนุกสนาน
เจ้าเล่ห์และท้าทาย
เดี๋ยวเถอะแม่จะตีให้ก้นลายเชียว...ล้อเล่นดีนัก
ว่าแล้วผู้เป็นแม่ก็ตรงเข้าไปหยิกพวงแก้มใสสีขาวอมชมพูนั้นอย่างรักใคร่เอ็นดู
ยื่นจมูกเป็นสันโด่งงามของเธอเข้าไปเกลือกกลิ้งอยู่บนหน้าผากโหนกนูนของลูกชายตัวน้อยอย่างมีความสุข
คิดยังไงถึงล้อแม่เล่นแบบนี้
ไอ้กูลิโกะเนี่ยแม่รู้ว่ามันเป็นขนมหวานเคลือบช็อกโกเลต
สตรอว์เบอรี่ของโปรดของหนู
แต่ไอ้มามี้โปโกะมันคืออะไรมาจากไหน
แม่ฟังแล้วไม่เห็นรู้เรื่องเลย
ผู้เป็นแม่ยิงคำถาม
ก็ชื่อของผ้าอ้อมสำเร็จรูปเอาไว้ให้เด็กใส่แทนกางเกงในกันฉี่กันอึราดไงแม่
เหมือนพวกแพมเพอร์สนะแหละ
แหม! แม่เชยจังเลย ลูกชายตอบตรงไปตรงมาอย่างไร้เดียงสา
แววตาขี้เล่น
อ้อเหรอ!
รู้สึกไอ้ที่หนูล้อแม่เล่นทีไร
ส่วนมากมักไม่พ้นของกินไปได้เลยนะ
มิน่าละตัวถึงได้อ้วนกลมเหมือนลูกหมูอย่างนี้
แล้วตอนนี้หิวหรือยังล่ะ?
หิวแล้วคร้าบบบบบบบบ
คุณแม่หมู ลูกชายล้อเสียงยาว
หูตาแวบวาบ
แล้วมื้อนี้อยากกินอะไร
ข้าวผัดอเมริกัน
ใส่ไส้กรอกเยอะๆ
ใส่ซอสมะเขือเทศ
ใส่ไก่ทอด ใส่ไข่ดาวกรอบๆ
เอาข้าวเยอะๆ
เพราะบอลกำลังเจริญเติบโต
คุณครูบอกว่าต้องกินเยอะๆ
จะได้เติบโตแข็งแรงและมีพลังเหมือนซุปเปอร์แมนและก็ยอดมนุษย์อุลตร้าแมน
พูดเสร็จก็ทำท่าทางประกอบไปด้วย
เอาผักไหม
ถามอย่างขึงขัง
ไม่เอา...เอาก็ได้
แต่เอานิดเดียว
ครูบอกว่าต้องกินเนื้อสัตว์มากๆ
เพราะเนื้อสัตว์มีโปรตีนทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและฉลาด
แม่โกะไม่กินเนื้อสัตว์ไม่ดีเลย
เดี๋ยวก็ไม่ฉลาดหรอก
เอาอย่างบอลสิ
ก็แม่ไม่โตแล้วนี่นา
เก็บเอาไว้ให้ลูกบอลกินดีกว่า
ลูกบอลยังต้องโตอีกตั้งเยอะ
สองคนแม่ลูกยังวิวาทะกันต่อไปเรื่อยๆ
ลูกยังคงพูดจาเจื้อยแจ้วสนุกสนานไม่หยุด
ส่วนแม่คุยต่อในบางจังหวะ
สองคนเดินเข้าครัวไปพร้อมๆ
กันอย่างมีความสุขและไม่ยี่หระต่อสิ่งใดราวกับมีเพียงกันสองคนบนโลกนี้
ดูไปเหมือนกับเป็นเพื่อนตายของกันและกัน...
วัยที่ห่างกันถึงยี่สิบห้าปีไม่เป็นอุปสรรคแม้เพียงเล็กน้อยในการพูดคุยของคนทั้งสอง
ที่ช่างหาเรื่องมาเจรจาหยอกล้อกันได้ตลอดเวลาอย่างสนุกสนานเต็มไปด้วยความสุข
ส่วนใหญ่ผู้เป็นแม่จะเป็นฝ่ายที่นิ่งฟังผู้เป็นลูกพูดขึ้นก่อนเสมอ
แล้วเธอจึงสานต่อ
ลูกมักมีเรื่องเล่าแปลกๆ
ชวนหัวตามประสาเด็กมาเล่าให้ฟังเสมอ
บางทีก็เป็นเรื่องเล่าจากโรงเรียน
บางคราวก็เป็นเรื่องเล่าจากบ้านของคุณยาย
บางทีก็เป็นเรื่องเล่าจากโทรทัศน์
หรือก็เป็นเรื่องเล่าจากจินตนาการของเด็กน้อย
ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนทำให้โลกของเธอเปิดกว้างและเต็มไปด้วยอารมณ์อันสดชื่นเป็นส่วนใหญ่และเธอก็แสดงความกระตือรือร้นยินดีที่จะฟังเรื่องเล่าของลูกทุกเรื่องเหมือนกับเกรงว่าถ้าพลาดแม้แต่เพียงเรื่องเดียวจะทำให้สูญเสียโอกาสที่ดีอย่างมหาศาล
เรื่องเล่าของลูกทุกเรื่องจึงมีค่าสำหรับเธอ
ประหนึ่ง ความคิดทองคำ
ที่จะชักนำให้เธอได้รู้จักติดตามความเป็นไปและพัฒนาการของลูกในแต่ละขั้นตอนได้อย่างเข้าใจ
แม่ครับ
คุณครูพิมบอกว่า
ถ้ากินไส้กรอกมากๆ
จะทำให้เป็นมะเร็ง
ต่อไปนี้บอลจะไม่กินสไส้กรอกแล้วนะ
เด็กชายรายงานแม่เสียงแจ๋ว
แต่อีกไม่นานก็กลับมากินไส้กรอกของโปรดเหมือนเดิม
ลืมเรื่องที่พูดกับแม่ไปเสียสนิท
แม่ครับ
ยายให้ตังค์บอลไปโรงเรียนยี่สิบห้สบาท
บอลไม่พอกินเลย บางทีก็เอาเรื่องมาฟ้อง
แล้วบอลเอาไปใช้อะไรหมดละ
มื้อเช้าก็กินข้าวที่บ้านยายไปแล้ว
เหลือมื้อกลางวันกับพักเล็กตอนบ่ายก็น่าจะพอนะลูก
เพราะยายบอกแม่เองว่าข้าวจานละแค่ห้าบาท
อย่างมากบอลก็กินไม่เกินสองจานก็แค่สิบบาท
เหลืออีกตั้งสิบห้าบาท
ตีเสียห้าบาทเป็นค่าขนมตอนกลางวัน
เหลือไว้กินตอนเย็นอีกสิบบาท
ก็น่าจะพอนะ
เพราะค่าน้ำก็ไม่ต้องเสีย
บอลกดน้ำดื่มกินไม่ใช่เหรอ
ใช่ครับ
ภายหลังจึงให้ยายสืบสวนดู
ก็ปรากฏว่าที่ไม่พอนั้นเพราะเอาไปซื้อขนามกินเล่นในตอนเช้าเสียเกือบหมด
แม่ครับบอลอยากเป็นยอดมนุษย์อุลตร้าแมน
เพราะมันเก่ง มันช่วยคนดี
กำจัดคนชั่ว
แล้วมันก็เหาะได้ด้วย
อย่างงี้ไง เห็นไหม ทำท่าทางและให้เสียงประกอบมากมาย
แต่หนูจะเหาะแบบอุลตร้าแมนไม่ได้นะลูก
เพราะอุลตร้าแมนเป็นยอดมนุษย์ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างพวกเรา
และก็เป็นหนังการ์ตูนที่เขาสร้างให้เด็กดู
บอลจะเหาะตามอย่างในหนังไม่ได้นะ
อย่างตอนที่กระโดดตึกอะไรพวกนี้
เพราะถ้าบอลทำตามบอลก็จะตายแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าแม่อีกเข้าใจไหม
เข้าใจครับ
ผู้เป็นแม่ต้องอธิบายและชี้แจงเหตุผลให้เข้าใจ
ว่าทำไมถึงทำตามไม่ได้
เพราะเด็กสมัยนี้ฉลาดมีเหตุผล
ถ้าผู้ใหญ่ไม่ถูกเขาจะเถียงขึ้นมาทันที
และก็ไม่ยอมเชื่อด้วย
แม่ครับ
เดี๋ยวนี้บอลกับไหมไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วนะ
บอลกับไหมเป็นเพื่อนกัน
แต่ตอนนี้บอลไม่เล่นกับไหมแล้วแหละ
เพราะบอลเบื่อไหม
ไม่เขาเป็นผู้หญิงชอบเล่นแบบผู้หญิง
บอลไม่ชอบเล่นด้วย
ไม่สนุก
เล่นกับเพื่อนผู้ชายสนุกกว่า
เหรอ
แต่หนูก็เล่นกับเขาบ้างนะ
เขาจะได้ไม่น้อยใจ
ก็เมื่อก่อนบอลยังสนิทกับเขาเลย
ไม่เป็นไรหรอกแม่
ไหมเขาไม่ว่าบอลหรอก
เดี๋ยวนี้ไหมเขามีเพื่อนใหม่แล้ว
วันก่อนก็เอารูปที่วาดเขียนระบายสีสวยงามส่งครูพิมมาให้ดู
พร้อมบรรยายให้ฟังยืดยาวว่า
แม่เห็นไหม
เนี่ยเป็นรูปรถไฟฟ้าบีทีเอสที่แม่พาบอลไปขึ้นตอนที่ปิดเทอมที่แล้ว
ข้างๆ เป็นตึกสูงนะแม่
เดี๋ยวพอปิดเทอมหน้าแม่พาบอลไปเที่ยวกรุงเทพฯและไปขึ้นรถไฟฟ้าอีกนะ
บอลช้อบชอบ
ลูกบอลกลมๆ
สุดที่รักใบนี้จึงทำให้เธอมีความสุขได้เสมอ
แม้บางครั้งก็อดที่จะกังวลและห่วงใยตามประสาแม่ลูกไม่ได้
เธอหยิบจดหมายที่แอบเขียนนเอาไว้มาอ่านตามลำพัง
ในจดหมายนั้นมีใจความว่า
๒๘ มีนาคม ๒๕๔๐
ถึงลูกบอลใบน้อยสุดที่รักของแม่...
ในวันนั้นที่แม่ได้ตัดสินใจมอบหนูให้อยู่ในความดูแลเลี้ยงดูของคุณยายนั้น
หัวใจแม่แทบขาด
มันร้าวรานเหลือทน
แต่แม่ก็บอกตนเองว่าต้องอดทนต้องอดทนให้ได้
ถึงวันนี้เราจะต้องจากกัน
แต่ก็เป็นการจากชั่วคราว
แม่ยังมีโอกาสที่จะไปหาหนูได้
แต่ถ้าแม่ยอมยกหนูให้กับพ่อของหนู
เราก็อาจไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลย
หรือหนูอาจถูกอบรมสั่งสอนไปในอีกแบบหนึ่งอย่างที่แม่เล็งเห็นแล้วว่า
เป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง
ไม่ดีงามสำหรับลูกของแม่
ที่ต้องมีพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมที่ดีเพียงพอสะสมไว้ใช้สำหรับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า
ถ้าลูกไปอยู่กับพ่อๆ
ของเขาอาจกีดกันแม่ในการที่จะพบลูกแต่ละครั้ง
โดยเฉพาะญาติๆ
ของเขานั้นต้องกีดกันแม่อย่างที่สุดเป็นแน่...แม่จึงคิดว่าในบรรดาความผิดพลาดของแม่ที่ได้กระทำมาและส่งผลกรรมนั้นมาถึงหนูโดยที่หนูไม่ได้มีความผิดอันใดเลยนั้น
อย่างน้อยที่สุดคราวนี้ก็จะเป็นการกระทำและตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของแม่แล้ว
ลูกบอลของแม่คงไม่รู้หรอกว่าแม่รู้สึกผิดต่อหนูเหลือเกิน
ผิดที่แม่ไม่อาจสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก-ความอบอุ่น-ความเข้าใจและความสุข
อย่างที่เด็กอย่างหนูทุกคนต้องการให้เป็นได้
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน
สมัยที่อยู่กันพร้อมหน้าพ่อ-แม่-ลูก
แม่ยังจำได้ว่าลูกบอลใบนี้ของแม่มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มาก
แม่คิดว่าคงเป็นเพราะหนูได้เห็นภาพที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันเกือบทุกวัน
แรกๆ ก็แบบเบาๆ หลังๆ
ก็เพิ่มความรุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนลูกบอลของแม่เกิดอาการหวาดผวา
มีแววตาที่หวาดระแวง
เหมือนกับคอยมองว่าพ่อกับแม่จะทะเลาะกันเมื่อไหร่
พอเห็นเค้าของความไม่พอใจระหว่างพ่อแม่ผุดขึ้นมา
และพ่อแม่เริ่มพูดจาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวใส่กันเท่านั้นแหละ
ลูกบอลของแม่ก็จะเริ่มร้องไห้ขึ้นมา
และจะวิ่งหาใครสักคนเป็นที่ยึดเหนี่ยว
ลูกของแม่น่าสงสารมากในตอนนั้น
ลูกไม่รู้หรอกว่าภาพที่ไม่โสภาและบ่อนทำลายจิตใจของลูกนั้น
มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
และทำไม? มันเริ่มต้นมาจากการที่พื้นฐานของพ่อแม่เป็นเด็กมีปัญหามาก่อน
และมาจากครอบครัวที่แตกแยก
มาได้เสียกันและอยู่ด้วยกัน
และก็มีหนูขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
นี่ก็เป็นระเบิดเวลาอันหนึ่งที่ตั้งเอาไว้และได้ย้อนมาทำลายครอบครัวของเรา
วันหลังจากที่ยายรับหนูไปแล้ว
ยายได้เล่าให้แม่ฟังว่า
ยายเองก็อดสะเทือนใจไม่ได้จนถึงกับน้ำตาไหล
หนูยอมเดินตามยายไปอย่างว่าง่าย
ซึ่งผิดวิสัยของหนูในยามปกติ
หน้าตาหนูแดงน้ำตาซึม
พูดพร่ำเพ้อไปตลอดทางว่า แม่ไม่รักบอลแล้วเหรอๆ
ถึงส่งบอลไปอยู่กับยาย
ไม่มีใครรักบอลแล้วเหรอ
ฮือๆ พอไปถึงสายใต้
ยายพาหนูขึ้นรถในช่วงที่รถทัวร์เลี้ยวโค้งขึ้นสะพาน
หนูหันหน้ากลับมามองกรุงเทพฯอีกครั้งด้วยน้ำตาอาบแก้มแล้วพูดว่า
ลาก่อนนะแม่
แล้วค่อยเจอกันใหม่ แม่ฟังยายเล่าก็ร้องไห้ตามยายไปด้วย
มันเป็นเรื่องที่สะเทือนใจทุกคน
ทั้งพ่อหนู ทั้งแม่
ทั้งหนูและทั้งยาย จริงๆ
เพราะยายเองก็อยากให้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว
ซึ่งก็ไม่ต่างกับแม่และหนู
แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย
ไม่ว่าหนทางใดก็ตาม
ไม่ใช่ว่าแม่พูดพล่อยๆ
ง่ายๆ
แต่แม่ได้ใช้ความพยายามทุกวิถีทางจนถึงที่สุดแล้ว
ทางออกที่สวยงามที่สุดจึงออกมาในรูปนี้
คือแยกทางกัน พ่อไปทาง
แม่ไปทาง หนูไปทาง
แต่ยังไงหนูก็ต้องมีอนาคตที่ดีแน่นอน
เพราะทางพ่อก็ช่วยส่งค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าเทอมให้กับหนู
ส่วนแม่เมื่อทำงานเป็นหลักกว่านี้ก็จะขอรับภาระนี้เสียเอง
ส่วนยายก็เป็นเสมือนตัวแทนของแม่คอยอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนหนูให้เป็นคนดี
รู้ถูกรู้ผิด
แม่เห็นว่าอย่างไรความโชคร้ายของหนูในการที่ต้องพรัดพรากจากพ่อและแม่ก็ยังมีความโชคดีแฝงอยู่
สักวันข้างหน้าหนูจะเป็นเด็กที่แข็งแกร่งเข้มแข็งทั้งร่างกายจิตใจสมชายชาตรี
สามารถอยู่และเอาตัวรอดในสังคมได้เป็นอย่างดี
เพราะผลงานของยายในการเลี้ยงดูหนูจะเป็นตัวบอกแม่
จากเวลาที่ผ่านมามาพอสมควรในการที่ยายได้เอาหนูไปเลี้ยงแทนแม่นั้น
ทุกครั้งที่แม่ไปเยี่ยมหนู
แม่ได้แลเห็นสิ่งดีๆ
ในตัวหนูมากมายที่เกิดจากการอบรมสั่งสอนอย่างถูกต้องและไม่เคยเป็นมาก่อนในตัวของหนูสมัยที่หนูเคยอยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่
แม่เห็นหนูเป็นเด็กที่ไม่เอาแต่ใจตัวเองเหมือนเมื่อก่อน
มีความอดทนมากขึ้น
รู้จักที่จะรอคอยสิ่งต่างๆ
ได้
หนูมีระเบียบวินัยในการทำการบ้านหรือทำงานต่างๆ
รู้จักช่วยยายทำงานบ้านเล็กๆ
น้อยๆ
ที่เด็กหกขวบสามารถทำได้
หนูรู้จักช่วยเหลือตัวเอง
ทั้งอาบน้ำ
ใส่เสื้อผ้าและทานข้าวเอง
ซึ่งเมื่อก่อนโน้นต้องอ้อนให้แม่ทำให้ตลอด
เวลายายไม่สบายหนูก็คอยดูแลยายตามที่แม่สั่งไว้
โดยหายาดมมาให้ยายในเวลาที่ยายเป็นลมและหาน้ำมาให้ยายกินยา
แม่สบายใจขึ้นมากที่เห็นหนูกับยายเข้ากันได้ดี
ซึ่งเมื่อก่อนยายมักสร้างช่องว่างขึ้นมาระหว่างหนูกับตัวยายเสมอ
เพราะยายมัวแต่คิดไม่พอใจกับอดีตว่าหนูเป็นลูกของไอ้ผู้ชายที่ยายไม่เคยต้องการอยากได้เป็นลูกเขยแม้แต่น้อย
ส่วนแม่เองอยู่ทางนี้ก็ไม่ได้สบายไปกว่าหนูเลย
แม่กับพ่อแยกทางกันเป็นการถาวร
ต่างคนต่างอยู่กันคนละที่
ต่างมีชีวิตส่วนตัวเป็นของตนเอง
ต่างก็มีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน
และเป็นไปอย่างแน่นอนจากปากและจากจิตใจของพ่อและแม่ว่าไม่มีวันและไม่มีทางที่เราจะกลับมาร่วมชีวิตผัวเมียกันอีก
แต่เราทั้งสองก็ไม่โกรธเคืองกันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกับคู่ผัวเมียไทยคู่อื่นๆ
เรามีความคิดค่อนข้างเป็นฝรั่งในเรื่องแบบนี้
และสามารถแยกส่วนแยกเรื่องได้
ก็เป็นแค่เพื่อนร่วมโลกหรือคนเคยรู้จักกันมาก่อน
หรือเป็นเพียงอดีตผัวเมียกันเท่านั้น
ตอนนี้พ่อเขาก็ใช้ชีวิตของเขาอย่างเสรี
อยากกิน อยากเที่ยว
อยากดื่ม
หรืออยากอะไรเขาก็ทำตามใจของเขาอย่างเสรี
ไม่มีแม่เป็นเสี้ยนหนามชีวิตเขาอีกต่อไป
เท่าที่ดูท่าทีแล้วเขาคงจะมีครอบครัวใหม่ในไม่ช้า
แต่คงมีเป็นตัวเป็นตนไม่สุกเอาเผากินหรือลักลอบเหมือนตอนที่อยู่กับแม่
ซึ่งแม่เองก็ขอภาวนาเอาใจช่วยให้เขาจงเลิกความประพฤติเหลวแหลกไร้ระเบียบและมักง่ายที่ผ่านมาในอดีตเสีย
แล้วไปตั้งต้นใหม่กับผู้หญิงดีๆ
ที่คู่ควรกับเขาสักคน
เพราะแม่ไม่มีความรู้สึกใดๆ
หลงเหลืออยู่กับพ่อของลูกเลย
ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์รัก
อารมณ์เกลียด อารมณ์โกรธ
อารมณ์น้อยใจ หรือทุกๆ
อารมณ์ที่แม่เคยมีกับเขามันสูญหายไปอย่างหมดสิ้นในวันที่แม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะแยกทางกับเขา
หลังจากที่แม่ได้พยายามแก้ไขปรับปรุงติดตามประเมินผลพฤติกรรมของเขาและแม่มานานพอสมควร
แล้วตาชั่งของแม่มันก็ออกมาที่
แยกทาง เป็นคำตอบสุดท้าย
หนูอย่าได้ห่วงว่าแม่จะทุกข์โศกในเรื่องแบบนี้เลย
แม่พ้นทุกข์แล้วนะลูก
นอกจากนี้แม่ก็ดำเนินชีวิตไปตามวิถีทางที่แม่ได้เลือก
แม่มีอิสระ
แม่ศึกษาเพิ่มเติม
แม่ทำงานมีรายได้
ถึงแม้จะไม่มากและไม่มั่นคงนก
แต่เร็วๆ
นี้จะมั่นคงและรับผิดชอบส่งเสียให้การศึกษาเพื่ออนาคตของลูกได้
แม่พบผู้ชายคนใหม่ที่แม่เห็นว่าเขาสามารถเป็นสามีที่ดี
และเป็นหลักให้กับครอบครัวได้
และมีทัศนคติที่กว้างไกล
พบผู้ชายคนใหม่ที่แม่เห็นว่าเขาสามารถเป็นสามีที่ดี
และเป็นหลักให้กับครอบครัวได้
และมีทัศนคติที่กว้างไกล
ตลอดจนมีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอในการใช้ชีวิตคู่
ที่สำคัญเขาสามารถรับสภาพความจริงของแม่และสามารถรับลูกได้
แต่แม่ก็จะไม่ผลีผลามปล่อยตัวปล่อยใจให้อารมณ์พาไปเหมือนอย่างที่ผิดพลาดมาในคราวที่ได้กับพ่อของลูก
ลูกไม่ต้องห่วงแม่
แม่จะดูจะพิจารณาให้ดีที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจร่วมชีวิตกับใครอีกสักครั้ง
และแม่ขอรับประกันว่าถึงแม้พ่อกับแม่ของลูกต่างก็แยกทางกัน
และต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่ด้วยกันทั้งคู่แล้วลูกจะสูญเสียทั้งพ่อและแม่หรือสูญเสียความรักจากพ่อและแม่ไปนั้น
สำหรับแม่เป็นไปไม่ได้เลย
ความรักและสายใยระหว่างความเป็นแม่ลูกของเราไม่มีอะไรมาสลายได้
แม่จะไม่กีดกันในการที่ลูกจะไปเยี่ยมไปเที่ยวหาพ่อของหนูเด็ดขาด
หนูยังไปมาได้เสมอ
ระหว่างครอบครัวของแม่และครอบครัวของพ่อ
และแม่ก็ยังรักหนูเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ท้ายนี้ขอบอกลูกว่าแม่จะรีบศึกษาให้จบ
ทำงานเป็นหลัก
และสร้างฐานะเพื่อให้เราได้อยู่ร่วมกันตามประสาแม่ลูกอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งถ้าหนูไม่สะดวกใจจะอยู่กับยายเป็นการถาวร
แม่ก็ไม่ขอขัดใจ
เพราะยายเองก็ต้องการอย่างนั้น
และลูกจะเทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านแม่บ้างบ้านพ่อบ้างก็ไม่เป็นไร รักลูกบอลที่สุด
|
