|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๘๗ "มืออาชีพ" โดย
เข็มพลอย
ธวัชชัย
มองผู้หญิงตรงหน้า
ผู้หญิงที่ทั้งเก่ง
สวยและทันสมัย
ด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เสียดายนั้นแน่นอนอยู่แล้ว
แต่ความสงสัยดูจะมีมากกว่าอื่นใด
สงสัยอย่างที่คนทั่วๆ
ไปสงสัยว่า เทียนทิพย์
ไปแต่งงานกับเจ๊กขายขวดคนนั้นได้อย่างไร
หลายเดือนทีเดียวที่ไม่ได้พบเธอ
จนวันนี้ในงานเลี้ยงรับรอง
เขาจึงรี่เข้าไปหาด้วยใจร้อนรุ่ม
ธวัชชัยเคยพูดเล่นกับเทียนทิพย์เสมอว่า
ถ้าไม่มีคุณธนัย
เทียนต้องกลับมาหาผมนะ
แต่เมื่อไม่มีสามีจริงๆ
เทียนทิพย์กลับไปหาคนอื่น
คนที่เขามองว่าไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย
ถ้าจะว่าถึงรูปโฉม
ชายคนนั้นคือเจ้าเงาะตัวจริงเลยทีเดียวแหละ
ยิ่งความรู้ยิ่งไม่มีทางเทียบกันได้เลย
ปริญญาเอกทางการเงินจากต่างประเทศและมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ
ในสหรัฐอเมริกา
คือสิ่งสูงสุดแล้วในโลกของการศึกษา
เพราะมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนคือตักศิลาทางเศรษฐศาสตร์ทีเดียว
และถ้าจะว่ากันถึงความมั่งคั่ง
ธวัชชัยก็ไม่ด้อยไปกว่า เดชา
คนขายขวดคนนั้น
มันจะมีห้าสิบล้าน
ร้อยล้านหรือหลายร้อยล้าน
เขาไม่รู้
แต่เขาเองก็มีในระดับที่พอจะเรียกตัวเองว่าเศรษฐีแล้วกัน
แล้วอะไรล่ะที่เขาไม่มีเทียนทิพย์ไง!
ผู้หญิงไม่ธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ในใจเขาเสมอมา
แม้เธอจะมีสามีแล้วก็ตาม
ไม่นึกนะว่าทิพย์จะแต่งงานใหม่กับคุณเดชา
เขาถามขึ้นเมื่อมีโอกาสเดินเข้าไปใกล้ผู้หญิงที่อยู่ริมหัวใจเขาเสมอ
แต่ไม่รู้ด้วยเหตุอันใดเธอจึงห่างไกลเกินเอื้อมสำหรับเขาตลอดมา
กับคำถามนั้นเทียนทิพย์หัวเราะเหมือนขำเสียเหลือหลายแล้ว
ร่างสวยได้สัดส่วนสำหรับผู้หญิงอายุสี่สิบขึ้นไป
ไม่ใช่ผอมโปร่งแบบสาวๆ
แต่ก็สวยด้วยวัยและมาด
หัวใจของธวัชชัยเหมือนถูกกรีดเบาๆ
ที่เนื้ออ่อนของมัน
เสียวปลาบแต่ก็ยังยิ้มให้เธอ
ยิ้มที่เก็บไว้ให้เทียนทิพย์คนเดียว
ไม่น่าเชื่อว่าวัชจะถามอะไรแบบนี้
รู้ไหมคะ
นี่เป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้งทีมีความถามทิพย์แบบนี้
แต่ไม่นึกว่าวัชก็จะถามกะเข้าเหมือนกัน
คำตอบนั้นทำให้คนฟังหน้าชา
ฟังดูราวกับว่าจะถูต่อว่าหรือคล้ายจะตัดพ้อว่า
คุณก็เหมือนกันทั่วๆ
ไปนั่นแหละ
ซึ่งธวัชชัยไม่ชอบเลย
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองคือคนธรรมดาในสายตาของใครๆ
และโดยเฉพาะเทียนทิพย์
ก็ทิพย์ทำอะไรที่ไม่ธรรมดา
ผมก็ต้องถามน่ะสิ
อีกฝ่ายยิ้มทั้งหน้าและดวงตาก่อนจะตอบว่า
ไม่เอาน่า
วัชจ๋า
คำว่า วัชจ๋า
เปิดแผลใจของเขาให้กว้างขึ้นอีกไปอีก
แทบเมาไวน์ไปในบัดดล
เสียงเทียนทิพย์พูดต่อว่า
คุณเองก็รู้เรื่องการบริหารเยอะแยะไม่น้อยไปกว่าทิพย์
ทิพย์คิดว่าการดำเนินชีวิตของเราทุกวันนี้ก็เหมือนการบริหารความเสี่ยงนั่นแหละจ้ะ
ใครๆ
ก็ต้องบริหารชีวิตตัวเองให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
ร่างสูงตรงยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเข้มกางเกงขายาวจนกรอมถึงส้นรองเท้า
มีป้ายแบรนด์เนมบอกเครื่องหมายการค้าของอาภรณ์และบ่งว่าเป็นของดีมีราคาติดไว้ที่ปลายแขนเสื้อตัวนอก
ผ้าวูลนั้นส่งความร่ำรวยของผู้สวมใส่อย่างไม่เกรงสายตาใคร
ไทสีพื้นเข้มเข้ากับเสื้อสีเข้มตามความนิยม
บอกชัดว่าผู้สวมใส่เป็นคนสำรวยกับการแต่งกาย
หน้าเข้มหล่อรับกับริมฝีปากหยักที่หญิงเพ้อหา
หญิงหลายคนในงานเลี้ยงยังอดเหลียวมองไม่ได้เมื่อก้าวผ่านมาใกล้
ปลายผมเล็มอย่างพิถีพิถันไม่มีริ้วรอยสีเทาของวัยให้เห็นเลย
ดวงตาคมกล้าที่ชอบมองคู่สนทนาอย่างค้นหาและจับผิดอยู่หลังกรอบแว่นตาสีเงินวาววับทันสมัย
แต่ใบหน้าตึงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจ
ไม่พอใจเมื่อพบว่า
คนที่คิดว่าเป็นของตายอย่างเทียนทิพย์
กลับไม่เลือกเขาหลังจากเป็นอิสระทางการและใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อสามีเสียชีวิต
นั่นก็เจ็บพอแล้วแต่คำพูดวันนี้เหมือนการประหารกันอย่างเลือดเย็น
ใช่สิ เขา รู้
ไม่น้อยไปกว่าเทียนทิพย์หรอก
แม้ว่าครั้งหนึ่งเขาจะเป็นตัวรองบ่อนของเธอตลอดเวลา
ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายมาแล้ว
เด็กผู้หญิงหน้าหวานแต่เม้มปากอยู่เสมอคือผู้ที่ได้คะแนนชนะเขาก้าวหนึ่งอยู่เสมอ
ธวัชชัยจบมาด้วยคะแนนที่แพ้เทียนทิพย์ไปอย่างเฉียดฉิว
เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเธอก็ยังได้ที่หนึ่งของคณะจากนักเรียนทั่วประเทศ
ในขณะที่เขาได้เพียงที่สองและไม่มีใครพูดถึงเขาเลย
ทั้งๆ
ที่คะแนนห่างกันเพียงคะแนนเดียวจริงๆ
และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึง
อำนาจ ของผู้ชนะ
การเรียนของธวัชชัยคือการแข่งขัน
เขาเรียนอย่างบ้าเลือดเพื่อได้ชื่อว่าผู้ชนะ
ในขณะที่เทียนทิพย์เรียนอย่างสบายๆ
และเป็นผู้ชนะ
ความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายคือ
เธอได้รับทุนเล่าเรียนสำคัญสูงสุดระดับประเทศ
ในขณะที่เขาต้องพกพาหัวใจพ่ายแพ้ไปหาทุนอื่นที่ด้อยกว่า
แม้ในสายตาของเพื่อนๆ
จะเห็นชัดว่าธวัชชัยกับเทียนทิพย์คือคู่แข่ง
แต่หัวใจของเขากลับเห็นว่าเธอคือผู้หญิงหนึ่งเดียวในหัวใจของเขา
หนึ่งเดียวเสมอมาจริงๆ
ทว่า
ถ้าจะมีอะไรที่นิยามคำว่ารักสำหรับคนสองคนได้
คำนั้นคือ แปลก
เพราะธวัชชัยรักเทียนทิพย์แต่โชคชะตากลับบันดาลให้ไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น...พอๆ
กับที่ผู้หญิงในหัวใจเขาเลือกที่จะแต่งงานกับธนัย
แทนที่จะเป็นเขา
ไงคะ
วัชจ๋า
ไหนบอกซิว่าทิพย์ทำอะไรที่ไม่ธรรมดาในสายตาคุณ
อย่าไปพูดถึงสาวตาคนอื่นเลยนะ
เพราะคนอื่นเขาก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามใจเขานั่นแหละ
ทิพย์อยากรู้ความคิดวัชมากกว่า
เพราะทิพย์เชื่อว่าวัชน่าจะมีวิชั่นที่ต่างไปจากคนอื่น
ไม่งั้นจะบริหารกองทุนระดับชาติได้หรือจ๊ะ
เสียงนั้นเหมือนหยอกเย้าแต่หางเสียงหนักแน่นเอาจริง
เขาจิบไวน์อึกใหญ่ก่อนตอบช้าๆ
แบบระวังคำพูดว่า
ถ้าคิดอย่างผมเอง
ผมก็ต้องมาทวงสัญญาทิพย์ว่าไหนว่าถ้าไม่มีคุณธนัยแล้วทิพย์จะกลับมาหาผมไง
แต่คุณกลับไปแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่คู่ควรกับคุณเลย
ร่างในชุดสีหวานมองหน้าเขาตรงๆ
เธอแต่งกายห่างไกลจาก เด็กเรียน
อยู่ไกลโข
คงหมดยุคแล้วที่ผู้หญิงคงแก่เรียนจะสวมแว่นหนาเตอะและอยู่ในชุดเชย
เพื่อให้เข้ากับผมทรงบ๊อบเรียบง่าย
แล้ววัชคู่ควรกับทิพย์งั้นซีคะ
วัชจ๋า เราก็ต่างโตๆ
กันแล้ว
เอาเป็นว่าทิพย์อยากบอกว่าคุณเดชาเขาให้ในสิ่งที่วัชให้ทิพย์ไม่ได้หรอกจ้ะ
อีกฝ่ายโพล่งออกมาดังพอได้ยินกันสองคน
เท่าไหร่ละทิพย์
ห้าสิบล้านหรือร้อยล้าน
คนฟังสวนกลับมาเร็วทันกัน
ทะเบียนสมรส!!
ความเงียบเกิดขึ้นพักใหญ่ก่อนที่เทียนทิพย์จะพูดต่อด้วยเสียงเครียดพอกับหน้า
คล้ายกำลังอยู่ในห้องประชุมมากกว่างานเลี้ยง
ทิพย์เชื่อมั่นเสมอมาว่าเราต้องบริหารทุกอย่างรวมทั้งชีวิตของตัวเองให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดคิดดูซีคะ
คุณยังมีคุณพิมพ์ผกาอยู่ทั้งคนและลูกอีกสองคน
แล้ววัชจะเอาทิพย์ไปวางไว้ในซอกไหนของชีวิตคะ
ในคอนโดเงียบๆ
ห่างสายตาคนรู้จัก
หรือโรงแรมม่านรูดเป็นครั้งคราว
อีกฝ่ายเงียบอย่างจำนนและปล่อยให้คนพูด
พูดไปเรื่อยๆ
ทิพย์มีลูกสองคนที่กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ
เราก็ต้องหาระบบมารองรับให้แน่ใจว่าโครงการนี้จะไม่ล้มเลิกกลางคัน
เพราะการศึกษาของลูกคือรากฐานอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา
ลำพังทิพย์คนเดียวมันเสี่ยงไปหน่อยค่ะ
แค่นั้นเหรอที่คุณเป็นห่วง
ทำไมไม่บอกผมล่ะ
ผมก็อยู่ในฐานะที่จะส่งเสียลูกคุณได้
เทียนทิพย์หัวเราะอีกครั้งเบาๆ
ด้วยน้ำเสียงที่อ่านได้ว่า
โธ่เอ๋ย!!
โธ่
วัชจ๋า
วัชไม่รู้จักการพัฒนาแบบยั่งยืนหรือจ๊ะ
เราต่างก็รู้นะว่าอะไรเป็นสิ่งยั่งยืนและอะไรเป็นเพียงภาพลวงตา
ในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของทิพย์
ทิพย์ไม่เคยบริหารอะไรแบบภาพลวงตา
ถ้าทิพย์หวังให้วัชมาส่งเสียลูกก็เท่ากับว่าตัวเองโง่เต็มประดาที่ไปมองเงินกู้ระยะสั้นเพื่อมาสนับสนุนโครงการที่ต้องลงทุนระยะยาว
วันดีคืนดี
เราก็ต้องมาวิ่งหาแหล่งทุนใหม่
บ้าจริง
ธวัชชัยสบถขึ้นมาอย่างเหลืออดกับคำอธิบายนั้น
ชีวิตคุณไม่เคยคิดอะไรนอกจากการบริหารโครงการหรือบริษัทเลยหรือ
นี่มันชีวิตคุณทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องของบริษัท
คุณต้องกินต้องนอนกับคนที่คุณแต่งงานด้วย
คุณอยู่กับมันได้ยังไงกัน
ผู้ชายที่ทั้งโสโครกและไร้สกุลรุนชาติ
ทิพย์ก็รู้ว่าไอ้คุณเดชานั่นมันเป็นใคร
มันเป็นแค่เจ๊กขายขวด
เป็นคนไร้การศึกษาเมื่อเทียบกับคุณหรือผม
คุณจะไปคุยอะไรกับมันรู้เรื่อง
นั่นซีคะ
ทิพย์ต้องการคนคุยด้วยถึงได้เลือกคุณเดชาไงคะ
ถ้าทิพย์มาเลือกวัชแล้ววัชจะอยู่คุยกับทิพย์เหรอคะ
คุณก็มีครอบครัว
มีภรรยาและลูกที่รอคุยด้วยอยู่ทั้งคน
แล้วคุณจะแบ่งภาคตัวเองยังไงคะ
คุณก็รู้นี่นาว่าการไปนั่งเป็นผู้บริหารหลายๆ
บริษัทนี่มันเหนื่อยและทำให้ไม่มีประสิทธิภาพ
ขืนเห็นแก่ได้ทำอย่างนั้นก็รังแต่จะเป็นการฆ่าตัวตายทางวิชาชีพ
แถมยังทำบริษัทที่เราไปนั่งเป็นที่ปรึกษานั้นไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรด้วย
สิ่งที่คุณมองเกี่ยวกับคุณเดชาเป็นแค่เรื่องผิวเผิน
ยังมีเนื้อแท้อีกมากที่คุณพลาดไป
เอาละทิพย์จะไม่ถกกับคุณในเรื่องของคุณเดชา
แต่หากวัชคิดว่าความคิดตัวเองถูกต้องและเหมาะสมที่จะเป็นผู้ดูแลชีวิตส่วนที่เหลือของทิพย์
เรามาสวอปความเสี่ยงกันไหมคะ
คราวนี้ธวัชชัยยอมรับว่าตามความคิดของเธอไม่ทัน
เทียนทิพย์ยิ้มอย่างท้าทายก่อนจะพูดช้าๆ
ชัดถ้อยชัดคำว่า
ยังไม่สายนะคะถ้าวัชจะให้ทิพย์เลิกกับคุณเดชา
เรามาสวอปความเสี่ยงของชีวิตกัน
ทิพย์จะเสี่ยงเชื่อว่าวัชสามารถเลี้ยงดูและรักทิพย์ตลอดไป
ส่วนวัชก็เอาใบหย่ากับคุณพิมพ์ผากมาวางซีคะแล้วเรามาเสี่ยงเท่าๆ
กัน ว่าไงคะ
เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายชายต้องยอมรับว่าเทียนทิพย์คือผู้หญิงเก่ง
เธอเก่งจริงๆ
ทั้งในตำราและชีวิตจริง
เก่งจนเขาเองก็ตามไปทัน
เขาถอนใจยาว
เบือนหน้าไปทางอื่น
มองดูผู้คนในงานเลี้ยงที่กำลังคุยกันสนุกสนาน
นึกสงสัยอยู่ว่าจะมีใครกำลังคุยเรื่องที่บ้าที่สุดเหมือนเขากับเธอหรือไม่
ประโยคต่อมาที่พูดกับผู้หญิงตรงหน้าขาดความมั่นคงไปโข
ทิพย์ก็รู้ว่าผมหย่ากับพิมพ์ไม่ได้
แต่ผมเลี้ยงดูทิพย์ได้โดยไม่ต้องหย่ากับเค้า
ป่วยการค่ะ
โครงการของวัชมีความเสี่ยงสูงเกินไป
และมีความเป็นไปได้น้อยกว่าในระยะยาวแถมยังต้องอาศัยการควบคุมเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด
โครงการแบบนี้สิ้นเปลืองเกินไปถึงได้กำไรก็ไม่คุ้นกับการลงทุน
และเผอิญทิพย์มีโครงการที่ดีกว่าให้บริหารเสียด้วยซีคะ
เธอนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะอธิบายเฉกเช่นการพรีเซนต์งานต่อที่ประชุมว่า
คุณเดชาเป็นหุ้นส่วนชีวิตที่ดี
เค้ามีศักยภาพในการจะพัฒนาตัวเองและที่สำคัญเขาเชื่อในมืออาชีพอย่างเราๆ
เขาจึงเชื่อทิพย์ไงคะ
เชื่อว่าทิพย์จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น
เชื่อว่าการลงทุนให้กับลูกของทิพย์ไม่ใช่การสูญเปล่าเพียงเพราะไม่ใช่ลูกของเขา
และท้ายที่สุดเค้าเชื่อว่าทิพย์มีความจริงใจให้เขา
วัชคงไม่เชื่อว่าแอสเซทหรือทรัพย์สินสำคัญที่คุณเดชาเค้ายกให้ทิพย์คือความจริงใจ
และทิพย์ก็ถือว่านั่นคือสิ่งสูงสุดแล้วของการบริหารชีวิตครอบครัว
บางทีพวกนักบริหารมืออาชีพและที่ปรึกษาอย่างพวกเราๆ
อาจขาดความจริงใจมากเกินไป
ทำให้โครงการดีๆ
หลายโครงการต้องเสียหายไปอย่างน่าเสียดาย
แต่ทิพย์ตั้งใจไว้แล้วว่าจะบริหารชีวิตตัวเองด้วยความจริงใจ
และคุณเดชาคือคู่ค้าที่จริงใจที่สุด
วัชก็รู้นี่นาว่าถ้าเราไม่เริ่มกันที่ความจริงใจ
โครงการอะไรๆ
มันก็ล้มทั้งนั้น
ทิพย์ขอให้คุณเดชาเค้าพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง
เค้าก็ตกลงและเราก็มาศึกษากันถึงความเป็นไปได้ของเขา
เค้าขอให้ทิพย์เลิกทำงานและมาเป็นกำลังใจให้เขาอย่างเดียว
ทิพย์ก็ตกลง เห็นไหมคะ
ทิพย์ดีใจที่คู่ค้าของเรายอมรับความเสี่ยงกับเราไปคนละส่วน
ถึงบอกไงคะว่าวัชไม่กล้ามาสวอปความเสี่ยงกับทิพย์อย่างคุณเดชาหรอก
คนฟังยิ้มอย่างเหยียดๆ
ถามขึ้นว่า
แล้วทิพย์ให้คุณเดชาพัฒนนาอะไรล่ะ
คุณคิดว่าตัวเองเป็นด็อกเต้อร์ฮิกกิ้นส์งั้นซี
ถึงคิดจะปั้นดินให้เป็นดาว
วัชคิดว่าตลกมากใช่ไหมกับการปั้นดินให้เป็นดาว
คิดว่าเป็นไปไม่ได้
คิดว่าเป็นเรื่องฝันเฟื่อง
แต่ทิพย์จะบอกอะไรให้นะคะ
ทิพย์เป็นใคร
เราเป็นคนมีการศึกษาสูงกว่าคนอีกมากมาย
ทิพย์เป็นนักเรียนทุน
เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ
เราเคยจับงานมาแล้วมากมาย
ความรู้และประสบการณ์ของเราที่สั่งสมมา
ถ้าเราไม่สามารถเอามาใช้เพื่อทำให้ชีวิตเรา
ชีวิตลูกเราและคนรอบข้างเราดีขึ้น
ก็เท่ากับว่าเรายังไม่เก่งจริงค่ะ
แล้วทำไมกับชีวิตตัวเองเราไม่คิดจะบริหารมันให้ดีที่สุดล่ะ
คุณเดชาเธอมีเงิน
ทิพย์มีความสามารถที่จะพัฒนาเงินนั้น
ทุกอย่างก็ลงตัวค่ะ
ขอเพียงความจริงใจเท่านั้นเอง
มือเรียวที่จับแก้วเครื่องดื่มต้องแสงไฟเป็นประกาย
ธวัชชัยยิ้มเยาะก่อนจะใช้นิ้วแตะไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของเทียนทิพย์
อดแหย่งรังแตนไม่ได้ว่า
ไหนว่าคุณเดชาของทิพย์มีเงินให้บริหารมากไง
ทำไมถึงซื้อแหวนวงเล็กนิดเดียว
หน้าที่ต้องแสงไฟก้มลงมองดูนิ้วตัวเองแล้วยิ้มให้แหวนวงเล็กนั้น
สำหรับกับทิพย์แล้ว
แหวนแต่งงานมีค่าเป็นเพียงเอ็น
พี แอล ค่ะ
เราต้องลงทุนในราคาสูงเพียงเพื่อได้โอ้อวดความรักของเรา
แต่แล้วเจ้าแหวนนั้นขายก็ไม่ได้ราคา
ที่สำคัญมันขายไม่ได้เลยเพราะตราบที่เรายังใช้ชีวิตคู่กับเราก็จะไม่ขายมัน
แล้วคิดดูซีคะว่ามันมีค่าเท่ากับการลงทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เลย
ถ้าธวัชชัยไม่เมาไวน์ก็ต้องเมาความคิดของเทียนทิพย์
เดชาเดินเข้ามาสสมทบกับภรรยาและนั่นทำให้ธวัชชัยเริ่มสังเกตเห็นว่า
เจ้าเจ๊กขายขวด
นั่นเปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงไร
เดชายิ้มกว้างให้เขาอย่างจริงใจและซื่อๆ
ทักขึ้นก่อนว่า
สวัสดีครับ
คุยอะไรกันอยู่ครับ
เทียนทิพย์ที่ยืนอยู่ด้วยไม่ได้ตอบอะไร
เธอเพียงรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นและในที่สุดธวัชชัยต้องเป็นฝ่ายตอบ
ก็สัพเพเหระของพวกที่ปรึกษา
เขาตอบสั้นๆ
แต่ใช้สายตาสำรวจคู่สนทนาอย่างละเอียดยิบ
เดชาถือแก้วไวน์อย่างถูกต้องตามมารยาทสังคม
บนนิ้วมือไม่มีแหวนหรือเครื่องประดับอย่างที่เศรษฐีใหม่ควรมี
มืออย่างคนทำงานหนักหยาบกร้านแต่เล็กตัดสั้นเรียบร้อย
ข้อมือที่โผล่พ้นปลายแขนเสื้อสีขาวสะอาดออกมาเผยให้เห็นเครื่องบอกเวลาราคาแพง
สีขรึม บางแนบผิวคล้ำแดด
นาฬิกาเรือนนั้นบาง สวย
เฉียบ
แต่หนาด้วยคุณค่าที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยกาลเวลายาวนานว่าเป็นของดีมีค่าเหมาะแต่กับบุคคลที่เลือกสรรแล้วเท่านั้น
แน่นอน
เครื่องประดับบอกเวลาราคาไม่ต่ำกว่าแปดแสนบาทไทย
ย่อมเหมาะกับบุคคลบางคนเท่านั้นคนมีเงินไงล่ะ!!
ผิวกร้านแดดบนใบหน้าแสดงถึงความเข้มจ้นของการใช้ชีวิต
ริ้วรอยแผลเป็นหลายแห่งบนผิวหน้าบอกถึงการเดินทางที่เคี่ยวกรำของชีวิต
และดวงตาแกร่งหลังแว่นสายตาไร้กรอลบอกถึงตำนานการสู้ไม่ถอยของชายผู้นั้น
หากแต่เวลายิ้ม
เขาพบว่ามันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจยิ่ง
ฟันที่เคยเป็นคราบไม่น่าดูและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
กลายเป็นฟันสะอาดแข็งแรงกับริมฝีปากที่นุ่มเนียนขึ้นจากการใช้เครื่องสำอางค์
ผมเผ้าทรงกระเซิงอย่างคนไม่สนใจรูปลักษณ์ของตัวเอง
มาบัดนี้ถูกเล็มเรียบร้อยพอเหมาะพอควรแก่ใบหน้า
และปล่อยสีเงินยวงแซมไว้ตามธรรมชาติดูดีสมวัย
ชายร่างผอม
หน้าเสี้ยมที่ดูไร้สกุลรุนชาติ
มาถึงวันนี้เขาดู ดี
ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
กลิ่นหอมราคาแพงระเหยออกมาจากเนื้อตัวและชัดเจนว่าเป็นกลิ่นทันยุคทันสมัยของน้ำหอมผู้ชายราคาระยับ
เทียนทิพย์สามารถทำให้ผู้ชายรุงรังคนหนึ่งดีได้ถึงขนาดนี้นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
คนทั้งสามยืนคุยกันด้วยเรื่องทั่วไปและข่าวคราวทางหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่เดชาจะขอตัวจากไปทักคนบางคน
ตลอดเวลาเทียนทิพย์ไม่ได้โดดเข้ามาช่วยสามีเลยเมื่อเขาถูกต้อนด้วยคำถามที่จงใจลองเชิงหลายครั้ง
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีแม้จะไม่เฉียบคมสมใจ
ทิพย์คงต้องเหนื่อยอีกนาน
ธวัชชัยทักขึ้นทันทีที่เดชาเดินพ้นไป
เสียงนั้นล้อเลียนอยู่ในทีแต่อีกฝ่ายมีทีท่าสบายใจอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ
เป็นท่วงท่าของผู้ชนะปนกับความภูมิใจในความสำเร็จอะไรสักอย่าง
ทิพย์ไม่คิดจะปกป้องเขาอย่างเด็กๆ
หรอกค่ะ
กิจการที่ถูกปกป้องมากไปจะไม่มีความแข็งแกร่งในเชิงการแข่งขัน
ทิพย์เชื่อว่าความรู้อาจเรียนทันกันหมดเพียงแต่ต้องใช้เวลา
และที่สำคัญ วิชั่นของเจ๊กขายขวดก็ไม่ผิด
มันเป็นอีกด้านของความคิดที่ต่างออกไปเท่านั้นเอง
ถ้าคุณเดชาไม่เก่งเค้าไม่รวยขนาดนี้หรอกค่ะ
อย่าลืมนะคะว่าเราเริ่มจากไหน
พวกเราจากยอดปราสาทที่สูงส่งและได้บริหารหน่วยงานที่แข็งแรงอยู่แล้ว
เรียกว่าแทบไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย
แต่คนอย่างคุณเดชาเขาเริ่มจากศูนย์ค่ะ
ธวัชชัยชูแก้วไวน์ในมือขึ้นสูงแล้วพูดอย่างจริงใจก่อนจะกรอกไวน์เข้าปากจนหมดแก้ว
ขอดื่ม...ให้กับคุณเทียนทิพย์
นักบริหารมืออาชีพ
|
