|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น "งานเลี้ยงรุ่น" โดย
เข็มพลอย ตอนพวกเราคิดจัดงานเลี้ยงรุ่นสำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ เป็นครั้งแรกนั้น
ก็จบจากโรงเรียนกันมานานโขแล้ว
เพราะต่างมีธุระต้องไปเรียนต่อ
ทำมาหากินและมีครอบครัว
มารวมตัวกันติดอีกครั้งด้วยฝีมือ
ไอ้หนิด หรือสนิทนี่แหละ
พวกเราชื่นชมมันมากที่ยังตามมาทำหน้าที่หัวหน้าห้องอีกครั้ง
วันนั้นมากันสี่สิบกว่าชีวิต
ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
ผมเองจำได้ว่าตื่นเต้นเหมือนกัน
เพราะจะได้เห็นหน้าเพื่อนเก่าอีกครั้งอย่างพร้อมเพรียง
แต่ก็อย่างว่า
เพื่อนทั้งรุ่นร้อยยี่สิบคนมาเพียงสี่สิบกว่าเท่านั้นเอง
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสและรู้สึกได้ถึงความคิดคำนึงของมนุษย์
จนถึงทุกวันนี้
ผมรู้เสียแล้วว่าเวลามีงานเลี้ยงรุ่นทีไร
ไม่ว่ากลุ่มไหน หมู่ไหน
รุ่นใหญ่หรือรุ่นเล็ก
คนที่โผล่มามักเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเกือบทั้งนั้น
จนดูเหมือนว่ากลายเป็นความนิยมหรือประเพณีอะไรสักอย่างไปแล้ว
ผมเองเคยคิดเสมอว่ามันจะแปลกอะไรนักหนา
หากเรามางานเลี้ยงรุ่นโดยที่ตัวเองตกงาน
ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
และอาจจะไม่โด่งดังอะไรเลย
งานเลี้ยงรุ่นอันน่าตื่นเต้นวันนั้นทำให้ผมได้
รู้จัก เพื่อนมากขึ้น
พวกผู้หญิงนั้นชัดเจนว่าชีวิตของเธอถูกกำหนดโดยคนที่เธอแต่งงานด้วย
อย่างพรรณีคนสวยประจำรุ่น
เธอสวยมากสำหรับพวกเราเด็กผู้ชาย
จนผมสร้างภาพว่าคงพบเธอสวยเดิ่นเช่นเคย
แต่แล้วเธอก็มาแบบแสนจะธรรมดาและดูเหมือนว่าความสวยจะน้อยลง
อาจเพราะสิ่งที่ปกคลุมร่างกายอยู่นั้นไม่โดดเด่นอลังการก็เป็นได้
เมื่อเทียบกับสุจิตรา
คนที่ดูจืดๆ
ตอนเป็นนักเรียน
แถมยังเปิ่นในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ
แต่วันนั้นเธอเหมือนเพชรที่จรัสแสงอย่างไม่มีใครนึกถึง
จน ไอ้ป๋อมปากหมา
มันพูดขึ้นว่า
ถ้าชั้นรู้ว่าเธอจะสวยแบบนี้
ตอนนั้นชั้นคงจีบเธอไปแล้วละ
สุจิตราเพียงยิ้มเย็นๆ
เธอดูอยู่คนละโลกกับไอ้ป๋อมเอาทีเดียว
หลังจากคุยกันไปแบบไม่ค่อยมีใครฟังใครก็ได้ความว่า
สุจิตราได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทย
แล้วจึงไปต่อปริญญาโทต่างประเทศ
ซึ่งทำให้ได้พบนักกับสามีระดับด็อกเต้อร์
อันเป็นผลทำให้คุณภาพชีวิตปัจจุบันห่างไกลจากเพื่อนม.ศ.๓
หลายคนมากมายนัก โดยเฉพาะ ไอ้สมหัวปะ
ที่มีคนรู้ข่าวมาว่า
มันตายไปแล้ว
ถูกกระทืบตายแถวโรงหนังพาราเมาท์เพราะไปโกงเจ้ามือหวย
แต่ก็ดีกว่าอยู่ว่ะ
เพราะมันติดเฮโรอีนงอมแงม
และนงนุชเพื่อนหญิงอีกคนที่
โน่น
ติดคุกอยู่ยังไม่ออกเลย
โดนจับในบ่อนหลายหน
ล่าสุดก็ไปล้วงกระเป๋าอยู่แถวประตูน้ำ
คนเหล่านี้คือพวกที่มีชีวิตสุดกู่ในทางลบสำหรับเพื่อนร่วมรุ่น
ส่วนพวกสุดกู่ในทางดีก็เช่นเจ้าคนที่มีชื่อว่า
ซอยเอ็ง แต่พวกเราเรียกมันว่า
ไอ้ซอยเอง เพราะมันชอบเอากรรไกรตัดผมตัวเองเล่นบ่อยๆ
จนผมแหว่งดูน่าขัน
แต่ตอนนี้ไอ้คุณซอยเอ็งมันคือคุณสุวัฒน์ผู้มางานเลี้ยงรุ่นด้วยรถราคาแพงและมาด
รวย เต็มขั้น
ทุกคนเชื่อว่ามันคงรวยที่สุดในรุ่นด้วยซ้ำ
คืนนั้น
ไม่มีใครล้อเลียนมันอีกแล้ว
ความสนุกของงานเลี้ยงรุ่นคือไม่เพียงได้มาเจอเพื่อน
แต่สนุกมากที่สุดที่ได้รับรู้ข่าวคราวของเพื่อน
ได้มาเห็นความเปลี่ยนแปลงและชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปของแต่ละคน
เหมือนกับว่าอยู่ๆ
เราก็ได้อ่านนวนิยายหรือเรื่องสั้นพร้อมกันถึงสี่ห้าสิบเรื่อง
อ่านแล้วจะคิดอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์
ภูมิหลังและอัตวิสัยของแต่ละคน
มันเป็นความจริงที่ว่าสมัยเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นนั้น
พวกเราไม่เคยคิดเอาความรวยและฐานะทางสังคมมาเป็นเครื่องขีดคั่นระหว่างเพื่อนเลย
หากแต่เอาระดับความสามารถทางการเรียนมาแบ่งมากกว่า
อย่างไอ้พวกเรียนเก่ง
ครูรักนั่นก็พวกหนึ่ง แบบ ไอ้ตั่วเท้าหัวโต
หรือ ไอ้โอวเตี้ยมหน้าไฝ
นั่นแหละ
มันเรียนเก่งเสียจนเพื่อนไม่ชอบหน้า
เพราะนอกจากเก่งแล้วยังงกการบ้านไม่ให้เพื่อนลอกเสียอีก!!
แต่พอมาเลี้ยงรุ่น
ต่างก็มองไปที่ของนอกกายของกันและกัน
ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย
ความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมปัจจุบัน
คืนนั้น
ก่อนงานเลิก ไอ้หัวหมา
คนเดียวกับหัวหน้าห้องที่ชื่อสนิทได้เสนอว่า
เพื่อที่จะได้มารวมตัวสังสรรค์เฮฮากันอย่างเป็นปึกแผ่น
เราควรตั้งวงแชร์ขึ้นสักวง
พวกผู้ชายไม่มีใครค้าน
แต่ผู้หญิงเขาไม่เอาด้วย
มาไม่ไหวหรอกต้องสอนการบ้านลูก
นานๆ ทีก็พอว่า หรือ
เรื่องเงินทองชั้นไม่ค่อยถนัด
ต้องผัวชั้นถึงจะรู้เรื่อง
ไม่เล่นดีกว่า และอีกเสียงก็ว่า
ไม่เอา
กลัวโดนโกงแชร์
เข็ดแล้วจากที่ทำงาน
สรุปว่าพวกผู้หญิงเขาไม่เล่น
แต่พวกผู้ชายโยนเงินลงมามือแรกคนละสามพันบาท
รวมแล้วได้ถึงยี่สิบสี่มือ
ได้สนิททำหน้าที่เท้าแชร์พอใจกับตัวเลขมาก
ดีว่ะ
ยี่สิบสี่มือก็เท่ากับสองปีพอดี
เราจะได้เจอกันบ่อยๆ งั้นคราวหน้านัดเลยแล้วกันที่สวนอาหารทองไทย
ใครจะเปียก็เตเรียมตัวให้ดี
มีเสียงพูดกันว่า
เปียอะไรวะ
เล่นกันสนุกๆ
จะได้มาเจอหน้ากัน
ใครเปียก็จ่ายค่าอาหารแล้วกัน
ทุกคนทำท่าเหมือนว่าไม่เดือดร้อนเงินทองอะไร
แต่ในที่สุดหลังจากมาเจอกันอีกสองหน
วงแชร์ก็ล่ม!!
ผมเองหมดไปเก้าพันบาท
พร้อมกับรับรู้ว่าไอ้หนิดมันหายจ้อยไปแล้วพร้อมกับเงินแชร์สามงวด
หลังจากนั้นพวกรุ่น ม.ศ.๓
ของเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
จนเกือบสิบปีผ่านไป
เลี้ยงรุ่นคราวใหม่นี้ไอ้ซอยเอ็งหรือคุณสุวัฒน์เป็นคนจัดการเสร็จสรรพไม่มีที่ติ
เพราะมันทำงานระดับบริหารจึงมีลูกน้องให้สั่งการแยะ
วันนี้พอตกเย็น
พวกเราก็ทยอยกันมาที่ร้านอาหารด้วยความตื่นเต้น
หลายคนหัวล้านจนดูภูมิฐานเกินหน้าเพื่อน
บางคนท้วมจนพุงหลามเหมาะกับสมญา
เสี่ย บ้างก็มีมาดแปลกๆ
ดูแล้วอธิบายยาก
ดูไปดูมาแล้วพบว่าพวกผู้หญิงเขารักษาตัวได้ดีกว่าพวกผู้ชาย
หัวข้อสนทนาสำคัญในวันนั้นคือเรื่องไอ้หนิดกับแชร์ที่มันทำป่วนเมื่อสิบปีก่อน
ดูเหมือนว่าตกมาถึงวันนี้
ใครๆ
ก็ทำใจกับเงินพวกนั้นไปแล้ว
นอกจากไอ้สงวนคนเดียว
พวกมึงไม่รู้อะไร
อาทิตย์นั้นกูบวช
พอบวชได้สองวันพ่อกูดันถูกรถชนสาหัส
กูเดือดร้อนต้องเอาเงินมาวางมัดจำโรงพยาบาลเค้า
ร้านกูก็ไม่มีใครดูแล
ขนาดอยู่ในผ้าเหลืองต้องรีบบอกให้เมียวิ่งไปเปียแชร์เดือนนั้น
พวกมึงก็เห็นนี่หว่า
เปียได้นึกว่าสบายแล้วมีเงินพอแก้ขัดไปก่อน
ที่ไหนได้ บาทนึงก็ไม่เห็น
พวกมึงคิดดูแล้วกันว่ากูร้อนผ้าเหลืองขนาดไหนตอนนั้น
ขอให้มันมาเถอะวันนี้
จะด่าให้หนำใจหน่อยวะ
พรรคพวกฟังเรื่องของสงวนแล้ว
แทนที่จะเห็นใจกลับเห็นขำ
ไอ้หวนเอ๊ย
ตอนนี้มึงก็ร่ำรวยเป็นเจ้าของร้านเพชนหลายสาขาแล้ว
มึงจะไปอะไรมันนักหนาวะ
เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ให้อภัยมันเถอะ
ถ้ามันไม่ตาจนจริงๆ
มันคงไม่โกงหรอก
ไอ้ห่ะเอ๊ย
ถ้าขาดเหลืออะไรขอกันดีๆ
ก็ๆ ได้
กูจะได้ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย
ไม่เห็นต้องโกงกันเล้ย
สงวนยังบ่นอย่างแค้นเคือง
เสียงเพื่อนให้สติมันว่า
เสียเงินไม่เสียดายเท่าเสียเพื่อนว่ะ
เงินทองหาเมื่อไหรก็ได้
แต่เพื่อนเห่าหาใหม่ไม่ได้นะโว้ย
วันนี้มีใครตามมันมาหรือเปล่า
มันจะมาเหรอ
มาซี
คนจัดงานยืนยัน กูบอกมันเองว่าเรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว
พวกเราให้อภัยมันหมดแล้ว
มาคุยกันดีกว่า
อายุปูนนี้จะมาคิดอะไรกันอีกวะ
นอกจากไอ้หงวนนี่แหละ
ผมเองดีใจที่เพื่อนๆ
ยังคิดถึงความเป็นเพื่อนมากกว่าเรื่องเงินคนละเก้าพันบาท
และยังคิดต่อไปว่าขณะนี้พวกเราทุกคนก็พอมีฐานะ
การเลี้ยงรุ่นน่าจะเป็นหนทางให้ช่วยเหลือกันและกัน
ใครมีปัญหาอะไรเอามาเล่ามาคุยกันให้เพื่อนช่วยแก้ไข
น่าจะดีกว่าไปทำบุญทำทานที่มันไกลตัว
แต่รอจนค่ำไอ้หนิดก็ไม่ยักกะโผล่มา
จนพวกเราชื่อว่ามันคงไม่มาแล้ว
มันก็คงคิดมากแหละว้าว่ามาแล้วจะโดนเพื่อนถล่ม
อย่างไอ้หงวนไง
นั่งรอด่ามันอยู่แล้ว
เสียงเพื่อนๆ
หัวเราะอาการของสงวน
อย่างว่า...
แต่ไม่ทันขาดคำร่างผอมสูงของสนิทที่คุ้นตาเพื่อนก็โผล่เข้ามา
มันมีทีท่าเก้อเขินอย่างเห็นได้ชัด
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งๆ
ร่างนั้นยังผอมเหมือนเดิม
และดูออกว่า โทรม
และนั่นทำให้ผมประเมินได้ทันทีว่า
ตลอดเวลาที่ผ่านไปไอ้หนิดมันคงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากนัก
มันยิ้มฝืนๆ
แล้วออกตัวขึ้นว่า
หวัดดี
ขอโทษที่มาสายว่ะ
พลันที่มันพูดขึ้น
ความขมึงเกลียวของบรรยากาศก็มลายไปทันที
ไอ้ซอยเอ็งตั้วโผจัดงานรีบลุกขึ้นแล้วเข้าไปตบบ่ามัน
พร้อมกับส่งสัญญาณให้สงวนสงบปากสงบคำไว้
ไอ้ห่ะ
มาเอาป่านนี้
นึกว่าไม่มาแล้ว
คอยมึงตั้งนาน
เสียงขยับเก้าอี้กันโครมคราม
แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม
เสียงคุยเสียงถามสารทุกข์สุกดิบไอ้หนิดดังลั่นจนฟังไม่ได้ศัพท์
มีบ้างที่ต่อว่ามันและมีบ้างที่ถามมันอย่างจริงใจ
ไอ้เวร
มึงหายหัวไปไหนมาวะ
ให้เพื่อนฝูงตามอยู่หลายปี
ทีหลังขาดเหลืออะไรก็บอกกันตรงๆ
ซีวะจะได้ช่วยกัน
เสือกมาหนีแชร์เค้า
มึงรู้ป่าว
ตั้งกะวันนั้นพวกเราไม่ได้เลี้ยงรุ่นอีกเลย
มึงคิดมากไปทำไมวะ
เพื่อนก็คือเพื่อน
คนเรามันมีคราวลำบาก
แต่เราก็ยังเป็นเพื่อน
คบกันไว้จะได้ช่วยกัน ไม่งั้นจะเรียกว่าเพื่อนเหรอวะ
และอีกหลายประโยคทำนองนี้
ซึ่งทำให้ไอ้หนิดมันซาบซึ้งจนสะอื้น
เสียใจจริงๆ
ว่ะที่ทำกะพวกเอ็งคราวนั้น
มันกำลังลำบากมากทั้งพ่อก็อยู่โรงพยาบาล
เมียจะออกลูก
หมุนไม่ทันจริงๆ บ้านกูน่ะ
กูหาคนเดียวแต่ใช้หลายคน
ตอนนี้พ่อก็ตายไปแล้ว
ลูกโตมาหน่อยค่อยยังชั่วเพราะเมียพอจะออกไปทำงานได้
ไม่งั้นกูคงไม่กล้ามาเจอหน้าเพื่อนหรอก
เสียงฮือฮาปลอบใจและแสดงความเข้าใจถึงชะตาที่คับแค้นของมัน
โดยเฉพาะพวกผู้หญิงใจอ่อนถึงกับซับน้ำตา
แล้วลูกเธอเรียนหนังสือที่ไหนล่ะสนิท
นงลักษณ์หัวหน้าห้องผู้หญิงถามขึ้น
ก็ธรรมดาแหละครับที่ผู้หญิงมักจะสนใจเรื่องลูกเรื่องเด็ก
สนิทบอกชื่อโรงเรียนของลูกทำให้พวกเรารู้สึกสงสารมันจับใจ
เพราะตัวมันยังมีวาสนาได้เรียนโรงเรียนฝรั่งดีๆ
แบบโรงเรียนของเรา
แต่ลูกมันอาภัพกว่าต้องไปอยู่โรงเรียนเอกชนถูกๆ
อ้าว
ทำไมไปเรียนที่นั่นล่ะ
ทำไมไม่เอาไปเรียนโรงเรียนเก่าเรา
ความเป็นแม่ทำให้พวกผู้หญิงถามขึ้นทันที
ก็...ใกล้บ้าน
แล้วก็ส่งไม่ไหว
ตอนนี้โรงเรียนเราค่าเทอมแพง
ไหนจะค่าอะไรต่อมิอะไรอีก
ไม่เหมือนสมัยพวกเราแล้ว
แถมอาจารย์ใหญ่ก็คุยยากขึ้น
ไม่ได้
ไม่ได้
ลูกเธอทั้งคนทำไมไม่ส่งเสียให้ดีๆ
สมัยนี้การเรียนสำคัญมาก
เอางี้
ชั้นจะไปติดต่ออาจารย์ใหญ่ให้เอาไหม
ลูกเธออยู่ชั้นอะไร
ผมเห็นความกระตือรือร้นของเพื่อนๆ
ที่ช่วยไอ้หนิดอย่างจริงใจแล้ว
บอกตรงๆ ว่าดีใจเหลือเกิน
ในโลกนี้จะมีอะไรมาสวยงามเกินความจริงใจและความรักระหว่างเพื่อน
หลายเสียงถึงกับออกปากว่าจะช่วยจ่ายค่าเทอมให้ด้วยซ้ำ
แม้แต่สงวนที่ไม่พูดทักทายสนิท
แต่เขาก็ดูจะเข้าใจสภาพอันอาภัพของเพื่อนได้
จนไม่อาจกล่าววาจาซ้ำเติมออกมาดังๆ
แล้วไง
ตอนนี้ทำมาหากินอะไรวะ
ผมถามสนิทด้วยความอยากรู้จริงๆ
เขายกเหล้าขึ้นดื่ม
แล้วพูดเบาว่า
ก็วิ่งค้าพวกเพชรพลอยให้เค้าน่ะ
คำว่า เพชรพลอย
ทำให้พวกผู้หญิงหูผึ่งขึ้นมาทันที
ผมเองก็รู้สึกสนใจขึ้นมาบ้าง
แต่ดูจากสารรูปได้หนิดผมก็คิดว่ามันคงพวกปลายแถวเสียมากกว่า
อาจเป็นเซลล์แมนวิ่งพลอยหรือพวกออกรับงานตามร้านจิวเวลรี่ไปทำเรือนตามสั่งอะไรทำนองนั้น
เราไปทำงานที่โรงงานเจียรพลอยของบริษัทฝรั่งเศสอยู่พักหนึ่ง
เลยพอรู้อะไรมาบ้าง
ตอนนี้ก็วิ่งเอาพลอยนอกมาขายร้านบ้าง
พวกเพชรก็มี
บางทีพวกเลบานอนเอามาขายยกห่อแบบหนีมา
เขารู้จักเรา
เลยมาติดต่อให้ปล่อยตามร้าน...
ผมฟังเรื่องที่มันเล่าก็ออกจะเชื่ออยู่ไม่น้อย
แม้ว่าจะไม่เต็มร้อยก็ตามที
แต่พอรู้ว่าวงการนี้เขามีลูกเล่นหลายอย่าง
สำหรับผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับวงการเพชรพลอยก็ตอนเซ็นเช็คจ่ายเงินให้ภรรยาเท่านั้นแหละ
เพราะเธอบอกว่า
ของพวกนี้เมียใส่แล้วก็เป็นหน้าเป็นตาของสามีนะคะ
ผมก็เชื่ออย่างงนั้น
เพราะของพวกนี้ที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาอย่างที่ว่าได้ชิ้นหนึ่งไม่เคยต่ำกว่าเจ็ดหมื่น
ดีที่งานนี้ภรรยาผมไม่ได้มาด้วย
ไม่อย่างนั้นเธอคงหูผึ่งเหมือนกัน
และเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง
สนิทล้วงลงในกระเป๋ากางเกงหยิบแหวนออกมาวงหนึ่ง
แล้วบรรยายสรรพคุณให้ฟังว่า
บางทีก็มีแหวนแบบนี้ออกมาปล่อยบ้าง
ลูกค้าร้านจิวเวลรี่บางคนเงินขาดมือ
เอาของเก่าๆ มาคืนที่ร้าน
ทางร้านก็ลูกเล่น
ไม่คืนเงินสดให้
เพราะยุคนี้เงินหายาก
เพียงรับปากจะปล่อยให้ตามราคาที่ต้องการบวกอีกนิดหน่อย
ไอ้เรามันวิ่งเข้านอกออกในอยู่ทั้งวัน
เค้าเลยให้ช่วยหาที่ปล่อย
พวกนี้ถือว่าได้ของถูก
เพราะคนขายเขาขายในราคาตอนซื้อมา
บางทีสิบปีแล้ว
มาตอนนี้ใครซื้อไปถือว่ากำไร
เพราะสั่งทำใหม่จะแพงกว่านี้สามเท่า
มีเสียงฮือฮามาจากพวกผู้หญิง
ลงว่าถูกและดีก็เป็นที่แน่นอนว่าน่าสนใจยิ่ง
แหวนวงนั้นถูกส่งให้ดูต่อๆ
กันจนมาถึงมือผม
เป็นแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวขนาดสองกะรัตบนเรือนทองขาว
น้ำไว
สีขาวเล่นไฟวูบวาบสวยงามดีในสายตาผม
แต่ก็สังเกตเห็นว่าเจ้าสงวนมันกำลังทำหน้าไม่พอใจ
เพราะมันเองก็ขายของพวกนี้
แน่นอนที่มันต้องมองว่าต่อไปสนิทจะมาแย่งลูกค้ากัน
เนื่องจากผมรับทราบมาว่ามีเพื่อนผู้หญิงหลายคนเป็นลูกค้าของสงวนอยู่
มีเสียงถกกันถึงคุณค่าของเพชรบนเรือนแหวน
เก๊หรือเปล่า
สนิท
เพื่อนผู้หญิงถามขึ้นตรงๆ
ผมคิดว่าคนอื่นก็คงคิดอยู่เหมือนกัน
เพราะได้หนิดมันดันประวัติเสียจากคราวก่อน
คนถูกถามทำหน้าสลด
ถ้าชั้นคิดจะโกงพวกเธอ
ชั้นคงไม่กล้าโผล่มาอีกหรอก
ที่มาเพราะสุวัฒน์บอกว่าทุกคนให้อภัยชั้นหมดแล้ว
และชั้นเองก็ตั้งใจจะมาขอโทษพวกเราที่เคยเอาเงินไปใช้โดยไม่บอก...
ยังไม่ทันที่สนิทจะพูดจบ
สุวัฒน์ก็แซงขึ้นว่า
เอาเถอะ
ผมก็ไม่เข้าข้างใครนะ
ถ้าพวกเราสนใจจะช่วยซื้อของสนิทก็ให้ไอ้หงวนมันดูซี
มันเซียนอยู่แล้ว
ดังนั้น
หลังจากดูแหวนกันจนครบแล้ว
สายตาทั้งหมดก็จับจ้องมายังสงวน
เหมือนจะถามว่า เชื่อถือได้ไหม
แต่มันทำท่าไม่รู้ไม่ชี้จนมีคนอดรนทนไม่ได้พูดขึ้นว่า
นี่สงวน
เธอช่วยดูหน่อยเถอะว่าของจริงของปลอม
เสียงพวกผู้หญิงคาดคั้นขึ้น
สนิทยิ้มแล้วพูดขึ้นเบาๆ
ว่า
เออ
นั่นซี
ให้สงวนช่วยดูดีกว่านะ
เผื่อพวกเราอยากซื้อจะได้สบายใจ
แต่ผมรับประกันได้ว่าของแท้
เพราะรับมากับมือเจ้าของเองเลย
เป็นเพชรน้ำ ๙๗
เขาโค้ดราคามาที่สามแสนเจ็ด
ถือว่าถูกมาก
เพราะราคาเก่าอย่างที่ว่า
ตอนนี้อย่างน้อยก็ต้องสี่แสนห้าขึ้น
แต่สงวนปฏิเสธด้วยเสียงเรียบๆ
มาดูอะไรกันที่นี่
เพชรลูกแบบนี้ต้องไปดูด้วยกล้องจะได้รู้ว่ามีขนแมว
มีจุดดำหรือแครกหรือเปล่า
พวกเธอซื้อไปจะมาหาว่าชั้นตาถั่ว
เสียชื่อเปล่าๆ
ผมดูออกว่าสงวนไม่ค่อยพอใจที่ทุกคนให้ความสนใจกับสินค้าของสนิทเหลือเกิน
สุวัฒน์ท้วงขึ้นว่า
เอ็งก็เรื่องมากเหลือเกินนะไอ้หงวน
ไอ้ความแค้นเก่านั่นทิ้งไปเถอะว้า
เงินไม่กี่พันไม่มีความหมายกับเอ็งอยู่แล้ว
วันนี้ช่วยไอ้หนิดมันหน่อยแล้วกัน
เพราะตาขนาดเอ็งมองดูก็น่าจะรู้ว่าพอซื้อได้ไหม
คำติงของเพื่อนทำให้สงวนหน้าแดง
มันหยิบแหวนมาดูอย่างเสียไม่ได้
แต่พักเดียวมันก็ทำท่าสนใจขึ้นมา
และเพ่งอย่างพินิจพิเคราะห์
หน้าตาของมันยามทำงานออกมาดเคร่งขรึมและน่าเชื่อถือ
มีความเป็นมืออาชีพมาก
สายตารอบโต๊ะมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว
สนิทนั่งเงียบเชียบราวคนรอคำพิพากษาของศาล
ผมเองอดภาวนาไม่ได้ว่าขอให้สงวนคิดถึงความเป็นเพื่อนสมัยเด็กด้วยเถอะ
ครู่ใหญ่สงวนก็ละสายตาจากแหวนแล้วมองหน้าสนิทเขม็ง
ส่วนสนิทเองก็จ้องตาไอ้หงวนตรงๆ
ตาต่อตาประสานกันแน่วแน่
ในที่สุด
สงวนก็เอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงเรียบแต่ติดไม่พอใจเล็กน้อยว่า
ว่าแต่ใครจะซื้อล่ะ
ราคามันไม่เบานะ
คุณสุวัฒน์หรือซอยเอ็งที่นั่งมองอยู่นาน
โพล่งขึ้นว่า
เอาเถอะ
ไม่มีใครเอากูเอาเอง
เพื่อนจะได้มีรายได้บ้าง
สงวนจึงหันไปพยักหน้าให้สุวัฒน์เป็นทำนองว่าซื้อได้
เท่านั้นเองทุกคนก็ถอนใจโล่งอก
ผมดีใจที่แม้สงวนจะไม่พอใจสนิท
แต่ก็ไม่ได้ถือโอกาสแก้แค้นเรื่องเงินค่าแชร์
ผมนับถือน้ำใจเขาจริงๆ
หลังต่อรองกันตามประสาพ่อค้าที่รู้ว่าตัวเองเป็นต่อ
แหวนนั้นก็ตกเป็นของสุวัฒน์ในราคาถูกเหลือเชื่อ
เขายิ้มกริ่มกับราคาไม่ถึงสามแสนแล้วเซ็นเช็คจ่ายเงินให้สนิททันที
หย่อนแหวนลงกระเป๋าพูดดังๆ
ว่า
ผ่านการการันตีจากมืออาชีพแล้วผมก็สบายใจ
ถ้าไม่ดีอย่างปากว่าวันหลังจะมาเตะไอ้หงวน!!!๐
ฝ่ายสงวนกลับรีบลุกพรวดพราดขึ้นบอกว่า
ดึกแล้ว
ไปละ
คงมีหลายคนที่เสียใจเหมือนผมว่างานไม่น่ามากร่อยลงเพราะสงวนเลย
อุตส่าห์ทำดีไแล้วเชียว
ถึงจะไม่พอใจก็น่าจะเก็บความรู้สึกเอาไว้
เขาเองก็มีรายได้มากมายจากการเปิดร้านจิวเวลรี่ชั้นสูง
ผิดกับสนิทที่วิ่งต๊อกๆ
ไปวันๆ
เพื่อขายของทีละชิ้นสองชิ้น
กว่าจะได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว
เทียบกันแล้วสงวนไม่อาจถือเอาสนิทเป็นคู่แข่งเลย
สนิทเสียอีกที่รีบลุกขึ้นไปจับมือสงวนก่อนที่เขาจะเดินจากไป
ขอบใจมากเพื่อน
ที่ช่วย!!! ผมเห็นสนิทจ้องตาสงวนอย่างนิ่ง
นานและลึกซึ้ง
สงวนยิ้มเย็นให้เพื่อน
แล้วตอบด้วยเสียงเรียบๆ
ว่า
ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าต้องช่วยเอ็งแล้วกัน
คราวที่แล้วเสียเงินไม่ว่ากัน
แต่ข้าไม่อยากเสียชื่อเสียงที่สะสมไว้
วันนี้ถือว่ายอมช่วยเอ็งสักครั้ง
พูดจบเขาก็เดินคอแข็งจากไป
ทุกคนเซ็งไปหมดว่านี่มันอะไรกัน
ผมเองก็เศร้าใจที่สงวนไม่ยอมเลิกรากับแค้นเก่าๆ
เสียที
คำพูดของเขาเท่ากับโยนระเบิดลงกลางวงเพื่อน
สุวัฒน์รีบหยิบแหวนในกระเป๋าขึ้นมาดูแล้วพูดขึ้นลอยๆ
ว่า
งานเลี้ยงรุ่นคราวนี้ข้าว่าเอ็งได้มากกว่าคราวที่แล้วนะ
ไอ้หนิด
สนิทหน้าสลด
กล่าวเสียงแหบพร่าว่า
ทีหลังถ้าไม่ไว้ใจกันก็อย่าชวนมางานเลี้ยงรุ่นอีกเลย
แล้วสนิทก็เดินก้มหน้าคอตกออกจากงานไปบ้าง
วงเลยแตกอีกรอบ
เพียงแต่คราวนี้ได้ทิ้งปัญหาคาใจไว้กับเพื่อนทุกคนว่า
ใครกันแน่ที่ทำลายบรรยากาศมิตรภาพ
งานเลี้ยงรุ่น
ในวันนี้
สงวนหรือสนิท |
