เรื่องสั้นที่ผ่านการพิจารณารอการลงพิมพ์
๑. คเชนทร์เป็นเอดส์ ของ "้เหมือนใจ" ฉบับที่ ๒๔๗๙

อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง

เรื่องสั้น ฉ.๒๔๗๘

"คเชนทร์เป็นเอดส์"

 โดย เหมือนใจ

            คเชนทร์รู้สึกว่าไรขนบริเวณท้ายทอยจะลุกเกรียวทุกครั้งเมื่อเขานึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง...

            บางครั้งเขาก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะจับไข้ บางคราวก็รู้สึกผะอืดผะอม อยากจะอาเจียนอกมา หากแต่กากาอาหารในกระเพาะกลับไม่ขย้อนขึ้นมาตามลำคอดังที่คาด...กลายเป็นความปั่นป่วนในช่องท้อง ช่องคอ เพราะหาที่ระบายออกไม่ได้...มันเป็นความรู้สึกอึดอัดอยู่ในอกราวกับรอคอยเวลาที่ชนวนจะถูกจุดให้ระเบิด!

            คเชนทร์อยากจะฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด!

             “นังเฟิร์น! นังอสรพิษ! แกมันนังกาลีชัดๆ”

            คเชนทร์นึกคำผรุสวาทอยู่ในใจ...ใบหน้าบูดบึ้งของเขาดูบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในอก พลางคว้าหมอนซึ่งเปียกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬที่พรั่งพรูออกมาตามต่อมเหงื่อช่วงลำคอยามเมื่อวางศีรษะลงกับมันให้ลอยคว้างไปปะทะผนังดังตุ๊บตั้บด้วยความคับแค้นใจทุกครั้งที่ชื่อของ “เฟิร์น” ผุดขึ้นมาในสมอง

            หล่อนผู้เป็นเจ้าของชื่อเก๋ไก๋นี้เป็นสาวสวยวัยกำดัด...เนื้อตัวของหล่อนอวบเต็ม ทั้งยังนวลเนียนยั่วเย้าสายตายามเมื่อโผล่พ้นออกมาจากเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กที่รัดรีงเรือนร่าง...ชุดรัดรูปจนเกือบคับขับดันทุกส่วนของหล่อนให้ “ล้น” ไปทั้งทรวดทรวง โดยเฉพาะเนินอกอวบอิ่มที่เสื้อตัวเล็กแทบจะปกปิดไว้ได้ไม่มิด ยิ่งยามเมื่อหล่อนยักย้ายร่างกายไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มเร้าใจ “อะไรต่อมิอะไร” ของหล่อนก็ขยับกระเพื่อมประหนึ่งคลื่นในทะเลคราเกิดพายุลมแรง...ยิ่งช่วงสะโพกผายกลมกลึงในกางเกงยีนส์รัดติ้วเคลื่อนไหวไปทางซ้ายที ขวาที ก็ชวนให้บุรุษทุกผู้ที่พบเห็นได้จินตนาการเลยเถิดไปไกลถึงภาพของเจ้าหล่อนกับเรือนร่างที่เปล่าเปลือยปราศจากอาภรณ์คลี่คลุมกาย

            ถึงแม้เจ้าหล่อนจะมิได้มีใบหน้าสวยหวานจับจิต...หากเพียงเท่านี้ก็ทำให้ชายหนุ่มแทบจะไม่อาจระงับอารมณ์เร้นลับให้คงมิดชิดอยู่ในเบื้องลึกของตนได้!

            เช่นเดียวกับคเชนทร์...

            ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นเฟิร์นที่อาร์ซีเอ...เห็นหล่อนวาดลวดลายลีลาไปตามเสียงเพลงอึกทึกอยู่ข้างโต๊ะที่วางเต็มไปด้วยขวดเหล้า ขวดโซดา แก้วและถังน้ำแข็ง...รายล้อมไปด้วยเพื่อนของหล่อนทั้งสาวและหนุ่มที่ต่างปรบมือเชียร์หล่อนกันอย่างครึกครื้น ทำให้เฟิร์นไม่พรั่นต่อสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมายังหล่อนเป็นทิศทางเดียว...เขาก็รู้สึกถึงอุณหภูมิที่พลุ่งพล่านไปทุกส่วนสัดของร่างกาย

             “กูจะต้องเล่นหล่อนให้ได้”

            คเชนทร์เคยปรารภไว้กับเพื่อนๆ ชายหนุ่มวัยคนองของเขาที่มักจะจับกลุ่มกันมาเที่ยวที่อาร์ซีเอแทบทุกค่ำคืนหลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันให้หมดไปกับการโยนโบว์ลิ่ง แทงสนุ้ก แทนการเข้าห้องเรียนที่มหาวิทยาลัย

            ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม...ค่าที่เขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี...ผิวพรรณผุดผ่องไม่ต่างกับอิสตรี...เชื้อสายชาติตระกูลผู้ดีเก่าทำให้เขามีรูปสมบัติเป็นคุณเป็นทุนเดิม...บวกกับรูปร่างที่สูงโปร่งกำยำทำให้เขาได้ใกล้ชิดลึกซึ้งกับสตรีเพศมากหน้าหลายตาอย่างที่เขาแทบไม่ต้องเอ่ยปากร้องขอ...คเชนทร์เรียนรู้บทบาทบนเตียงนอนมาตั้งแต่อายุยังไม่เต็มสิบห้าปีเสียด้วยซ้ำ!

            รสรักที่คเชนทร์ได้ลองลิ้มทำให้เขากลายเป็นคนที่ฝักใฝ่แต่เรื่องของอวัยวะเบื้องต่ำจนแทบจะเรียหได้ว่ากามรสเป็นดั่งลมหายใจเข้าออกของเขาเสียแล้ว...เขาเห็นสตรีเพศเป็นเพียงของเล่นชนิดหนึ่ง เขาไม่เคยคิดที่จะจริงจับกับใคร และไม่ต้องการให้ผู้ใดมาผูกมัด...เขาเพียงแต่หลงใหลรสกามาราวกับผู้ที่ตกเป็นทาสยาเสพติด!

            มีคนรู้จักเคยกล่าวตักเตือนเขาว่าให้เลิกหมกมุ่นกับเรื่องพรรณอย่างว่าเสียที...กองหนังสือโป๊ที่ตั้งเรียงเล่มสูงจนจะพ้นหัวอยู่แล้วนั้นน่าจะถูกแทนที่ด้วยหนังสือเรียนเสียบ้าง...หากคำว่ากล่าวเหล่านั้นหาได้สดับในโสตประสาทของคเชนทร์แม้แต่น้อย

            เขาไม่ใส่ใจกับเสียงเหล่านั้นอยู่แล้ว...เพราะแม้แต่คำอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ก็ยังเป็นแค่ลมที่ปัดเป่าผ่านหู...แต่จะพูดว่าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ค่อยถูกเสียทีเดียว เพราะความจริงแล้วบุพการีของเขาก็ใช่ว่าจะสนใจดูแลลูกชายคนเดียวของตนนัก...รักนั้นก็จริงอยู่หรอก...หากแต่หน้าที่การงานของเขาทั้งสองเสมือนเป็นปากกาที่ขีดเส้นคั่นระหว่างพ่อแม่กับลูกให้ถอยห่างกันออกไปทุกที

            มิตรแท้ในทัศนะของคเชนทร์จึงมีเพียงเหล้า บุหรี่ หนังสือปกขาว เพื่อน แล้วก็...กามารมณ์

            และเพราะเพื่อนแท้ประการสุดท้ายของเขานั่นเองที่ฉุดดึงให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างไปจากประโยคที่ว่า “ตกนรกทั้งเป็น”

            มันชักนำให้เขาหาหนทางทำความรู้จักกับเฟิร์น...สาวน้อยผู้ที่มีพลังดึงดูดทางเพศอยู่ในทุกอณูของเรือนร่าง...บวกกับหัวข้อที่ผู้ชายบางคนที่เคย “ลองลิ้ม” เจ้าหล่อนนำมาถกสนทนาในวงเหล้าเป็นที่สนุกปากว่ารสรักที่หล่อนมอบให้นั้นช่างเป็นบทอัศจรรย์ที่ซาบซ่านถึงใจดีแท้...คำกล่าเหล่านั้นยิ่งกระพือให้ไฟราคะในตัวคเชนทร์โหมแรง!

            แล้วพรที่คเชนทร์ปรารถนาก็สัมฤทธิ์ผลในค่ำคืนหนึ่ง...

            หลังจากที่คเชนทร์และเฟิร์นต่างแลกเปลี่ยนบทรักจนนำพากันและกันโบยบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์...เขาก็หลับใหลด้วยความเหนื่อยล้าอยู่บนเตียงนอนในห้องของโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง

            เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในกลางดึกด้วยรู้สึกปวดปัสสาวะ...ก็พบว่าข้างกายของเขาเหลือเพียงความว่างเปล่า

            เฟิร์นออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อไร...คเชนทร์ก็ไม่นึกรู้...และก็คงไม่รู้สึกรู้สมอะไรด้วยกับการหายไปของหญิงสาว เพราะเขาได้ตักตวงสิ่งที่ต้องการจากหล่อนไปอย่างอิ่มหนำแล้ว...ผิดก็แต่คราวนี้...คเชนทร์ได้รับของแถม...

            เป็นรอยลิปสติกที่เขียนไว้บนกระจกว่า

             “แด่ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น...ขอแสดงความยินดีที่คุณได้เอดส์เป็นของกำนัลจากฉัน”

            ลงชื่อได้เสียด้วยว่า...เฟิร์น

            ทันทีที่คเชนทร์อ่านข้อความนั้นจบ ดวงตาของเขาก็ลุกโพลงด้วยความคลั่ง...แทบจะสิ้นสติไปเสียตรงนั้น...ให้ตายเถอะ! นังแพศยา...ทำไมแกร้ายกาจอย่างนี้...

            ทิ้งกายลงนั่งบนเตียงด้วยความอ่อนล้า...นึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อค่ำคืน...เกมรักบทแรกผ่านไปด้วยความปลอดภัยเพราะเขาป้องกันตนเอง และสิ่งที่เตรียมมาก็เพียงพอสำหรับบทที่สองและสาม... เขาควรจะอิ่มได้แล้วกับอาหารจานโอชะ...หากเพียงแต่สาวเจ้าจะไม่ยั่วเย้าเคล้าคลึงไปตามสรรพางค์ ซ้ำยังพูดจาปรามาสว่าเขาไม่เป็นชายชาติอาชาไนยอย่างแท้จริง...คำสบประมาทเช่นนั้นทำให้คเชนทร์ทนไม่ได้...บทรักบทสุดท้ายที่ร้อนแรงจึงเริ่มขึ้น...

            ด้วยร่างอันเปลือยเปล่า...ปราศจากสิ่งใดมาห่อหุ้มร่างกายแม้แต่ชิ้นเดียว!

            คิดถึงเท่านั้น...คเชนทร์ก็แทบจะตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง...ฤทธาของตัณหาแท้ๆ เชียวที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนติดโรคเอดส์...โรคที่เหมือนหนึ่งมฤตยูร้าย...โรคที่รักษาไม่หายแม้ในยุคที่วิวัฒนาการทางการแพทย์จะก้าวล้ำไปสักเท่าใด...วาระสุดท้ายของชีวิตปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดอยู่ปลายเตียง...ความตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง!

            น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพร่าง...เป็นหยดแรกนับจากที่เคยร้องเมื่อครั้งพ่อกับแม่ตีก้นทำโทษคราวอายุสักเจ็ดขวบ...เขาอายุเพียง ๒๒ ปีเท่านั้นเอง...หากติดเชื้อโรคร้าย...อีกไม่กี่ปีเท่านั้น มัจจุราชก็คงมานำพาชีวิตเขาไป...อย่างโชคดีก็ ๕ ปี...แต่ถ้าอย่างอับโชค...ปีพรุ่งเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้!

            เกือบเดือนแล้วที่คเชนทร์หลบตัวอยู่แต่ในบ้าน...ไม่ออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเช่นแต่ก่อน...ในใจของเขามีแต่ความสับสนวุ่นวายใจ...ฉันจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรดี...จะให้ไปตรวจเลือดหรือ...เขาก็ขลาดเกินว่าที่จะรับรู้ผลลัพธ์อันแท้จริง...แล้วถ้าใครรู้เรื่องเขาจะเป็นเช่นไร...เพื่อนทุกคนที่เคยร่วมหัวจมท้ายกัน ไปสังสรรค์เฮฮา มั่วยาและผู้หญิงก็คงหลบลี้หนีหายและรังเกียจเขาเป็นแน่แท้

            ยิ่งนึกถึงอาการของโรคที่จะกำเริบขึ้น...คเชนทร์ก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจ...

            ให้ตายไปเสียตรงนี้ยังดีกว่า...

            ไม่สิ...

            ฉันยังตายไม่ได้...

            ฉันต้องแก้แค้นกับผู้หญิงแพศยาทั้งโลกให้สาสมกับสิ่งที่มันได้ทำกับฉัน...

            คิดได้เช่นนั้น คเชนทร์ก็ลุกขึ้นจากเจียงไปอาบน้ำอาบท่า...ปะพรมร่างกายด้วยน้ำหอมกลิ่นกรุ่น...แต่งกายด้วยชุดเท่...สาวเท้าออกจากบ้านเมื่อเวลาเกือบ ๔ ทุ่ม           

            คเชนทร์เดินตัวเซนิดๆ ...รู้สึกเวียนหัว...นี่คงเป็นอาการขั้นต้นของคนเป็นเอดส์กระมัง ทั้งๆ ที่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่เดือนเดียว...

 

            หลังจากที่คเชนทร์หายหน้าไปจากวงการคนกลางคืนกว่า ๑ เดือน...เขาก็กลับมาพร้อมกับรูปลักษณ์อันเป็นที่เตะตาสะดุดใจบรรดาสาวๆ ทั้งหลายเช่นเดิม แม้ว่าเพื่อนบางคนจะทักว่าเขาแลดูซูบลงไปบ้างก็ตาม...

            ต่อหน้าผู้อื่น...ชีวิตของคเชนทร์ยังคงดำเนินไปอย่างปกติ...ผู้หญิงมากหน้าหลายตายังคงแวะเวียนเข้ามาให้เขาตักตวงความสุขบนเรือนร่างอย่างไม่ซ้ำคนในแต่ละค่ำคืน และทุกครั้ง...คเชนทร์จะไม่คิดป้องกันตนเองจากโรคร้ายใดๆ อีกเลย           

สมน้ำหน้ามัน...

นังผู้หญิงหน้าโง่...

นังผู้หญิงสำส่อน...

พวกแกจะต้องเป็นเอดส์กันเสียให้หมด...

            ทุกครั้งที่บทรักสิ้นสุดลง...คเชนทร์จะกระหย่อมยิ้มที่มุมปาก...เขาไม่คิดที่จะเอ่ยปากบอกกับผู้หญิงคนไหนว่าเขาเป็นโรคร้ายเหมือนอย่างที่เฟิร์นทำไว้กับเขา...ไม่ได้หรอก...หากพวกหล่อนทราบเรื่อง มิเอาเรื่องของเขาไปกระจายข่าวให้รู้เห็นจนทั่วกันหรอกหรือ...หากเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับเป็นการตัดเส้นทางตัวเองชัดๆ เพราะคงไม่มีผู้หญิงใจง่ายคนไหนกล้าเข้ามาข้องเกี่ยวผูกพันกับเขาอีก...ส่วนประโยชน์อีกทาง...ถ้าเจ้าหล่อนเหล่านั้นยังไม่รู้ตัว...พวกหล่อนจะได้ยังคงไปเสพสุขกับผู้ชายคนอื่นต่อไป...โรคร้ายก็จะลุกลามตามไปเป็นลูกโซ่...เป็นเอดส์กันเสียให้หมดทั้งโลกได้ยิ่งดี!

เวลาผ่านไป...คเชนทร์ยังคงสนุกและสาใจกับการแพร่เชื้อร้ายไปสู้ผู้หญิงทุกคนที่เขาสมสู่ด้วย ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเขาก็เริ่มทรุดโทรมลงจนตัวเองสังเกตได้

คเชนทร์ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจก พลางอ้าปากส่องดูเงาสะท้อนของตนเอง...ฝ้าขาวเริ่มเกาะเต็มลิ้นและกระพุ้งแก้ม...น่าเกลียดพิลึก

ยามเมื่อใช้มือลูบไปตามลำคอ...ก็ต้องสะดุดกับก้อนเนื้อเล็กๆ ใต้กราม...ต่อมน้ำเหลืองเริ่มอักเสบแล้วสิท่า...

ครั้นพาตัวเองขึ้นยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก...คเชนทร์จึงได้พบว่าน้ำหนักของตนลดฮวบไปกว่า ๕ กิโลกรัมอย่างน่าใจหาย...เพิ่งสังเกตว่าตัวเองรับประทานอาหารได้น้อยลง บางมื้อก็ปล่อยให้อาหารผ่านคอไปอย่างเสียไม่ได้...อย่างแค่พอให้ประทังชีวิตผ่านไปได้แต่ละวัน...เมื่อหันไปมองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่บนบานกระจกเงาอีกครั้ง ก็เห็นเป็นร่างที่ซูบซีด ผ่ายผอม...เค้ากำยำล่ำสันที่เคยเป็นเลือนหายไปทุกที...ยิ่งมองดูศรีษะตัวเองแล้ว...หัวใจของคเชนทร์ก็แทบจะร่วงหล่น...เส้นผมที่เคยหนานุ่มดกดำกลับแลดูบางตาเหมือนผู้ชายวัยสี่สิบ!~

เห็นสารรูปตัวเองแล้ว...คเชนทร์ก็ได้แต่น้ำตาร่วงเผาะ...บาปกรรมอันใดหนอเขาจึงต้องมาตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายนี้...พ่อกับแม่จะรู้ไหมว่าที่เขาเป็นอย่างนี้นั้นเกิดจากใคร ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ไม่เคยเอาใจใส่เขา...เขากลายเป็นคนแข็งกระด้างหยาบโลนก็เพราะขาดความรักของบุพการีมาหล่อเลี้ยงชีวิต

คเชนทร์ก็เป็นเหมือนใครหลายๆ คนที่ชอบหยิบยกความผิดให้ผู้อื่น...และไม่เคยคิดที่จะกล่าวโทษตัวเอง...

 

แสงไฟหลากสีที่ส่องพราวอยู่ในความมืดวูบวาบไปในแต่ละทิศทาง...เสียงเพลงจังหวะฮิปฮ็อพดังลั่นไปทั่วอาณาบริเวณ...เสียงเบส เสียงกลอง ดังกระหึ่มเร้าใจจนช่องท้องของผู้ที่ได้ยินรู้สึกสะเทือนตึกตักคล้ายมีใครเขย่าอวัยวะภายในอยู่ก็ไม่ปาน

คเชนทร์เลือกนั่งอยู่ตรงซอกมืดมุมหนึ่งของดิสโก้เธคในอาร์ซีเอ...ตั้งแต่ที่สังขารของเขาเริ่มเสื่อมถอยด้วยโรคร้าย...เขาก็หนีหน้าไม่ไปพบปะกับเพื่อนคนใดอีกเลย...ชายหนุ่มสวมใส่ชุดหลวมโพรกเพื่อพรางร่างกายที่ผ่ายผอม...ส่วนศีรษะที่เส้นผมเริ่มหลุดร่วงเป็นกระจุกก็ถูกซ่อนไว้ด้วยหมวกแก็ปใบหนึ่ง...ความจริงแล้วคเชนทร์แทบไม่จำเป็นต้องแต่งกายให้ดูแปลกไป...ไม่จำเป็นต้องมานั่งหลุบมุมถึงขนาดนี้ เพราะถึงแม้เขาจะปรากฏกายอย่างปกติก็คงแทบจะไม่มีใครจำได้ว่าเขาคือคเชนทร์...หนุ่มน้อยรูปงามที่สาวๆ รักสนุกมากมายหลายที่จะพลีกายให้อย่างไม่เคยคิดมูลค่าตอบแทน

            มิตรแท้ของเขาตอนนี้ยังคงเป็นเหล้า บุหรี่ หนังสือปกขาว หากแต่เพื่อนก็แทบจะไม่เหลือแล้ว เพราะชายหนุ่มไม่หมายที่จะติดต่อกับใคร เพื่อนที่เขาเคยคิดว่าเป็นสหายอย่างแท้จริงเหล่านั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะติดตามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขา แม้ในวันที่เขาหายหน้าหายตาไป...ส่วนมิตรแท้อย่างสุดท้ายที่เขาเคยคำนึงนึก...กามารมณ์...บัดนี้เขาแทบจะไม่ได้สัมผัสกับหนั่นเนื้อของเพศหญิงอีกเลย เพราะยามเมื่อผู้หญิงคนใดได้เห็นสภาพของเขาในยามนี้ก็ได้แต่แบะปาก ส่ายหน้า แล้วก็เดินหนี ทั้งๆ ที่เขายืนห่างไปสักสิบวา แม้กระทั่งผู้หญิงที่เอาร่างกายตัวเองไปแลกกับเงินยังไม่ตกปากรับคำผู้ชายสารรูปอย่างเขาโดยง่ายเช่นแต่ก่อน

            วาระสุดท้ายของคเชนทร์คืนคลานใกล้เข้ามาทุกขณะจิต...

            ท่ามกลางความมืดของสถานบันเทิงนั้น...คเชนทร์ก็มองเห็นผู้หญิงวัยกำดัดคนหนึ่งในชุดเสื้อสายเดี่ยวขนาดพอดีกับกางเกงยีนส์รัดตึง...ผิวนวลเนียนบนเรือนร่างที่อวบเต็มยักย้ายไปตามจังหวะเพลงที่ดังอึกทึก...สะโพกผายของหล่อนโยกส่ายคล้ายเป็นคนไร้กระดูก...แม้ใบหน้าของหล่อนจะไม่ได้สวยงามปานนางฟ้า แต่ก็สะกดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมาเป็นทิศทางเดียวได้ไม่ยาก

            คเชนทร์จำได้...ทุกอณูบนเรือนร่างของหล่อนยังเหมือนเดิม...

            นังเฟิร์น!

            นังอสรพิษ!

            เมื่อคเชนทร์เห็นดังนั้นก็ปรี่เข้าไปหาร่างของหล่อน...กระชากผมอีกฝ่ายเต็มแรงจนร่างนั้นเซถลา

             “ว้าย! นี่มันอะไรกันนี่...แกเป็นใคร...มาทำฉันทำไม”

            แม้เสียงเพลงจะยังคงดังกระหึ่ม แต่เสียงกรีดร้องแหลมของเฟิร์นก็ดังแหวขึ้นมาเพียงพอที่จะทำให้คนอื่นหันมามองด้วยความกระหายใคร่รู้

             “แก...นังผู้หญิงแพศยา...ทุกคนรู้ไว้...อีนังนี่มันเป็นเอดส์”

            คเชนทร์ตะโกนลั่นคล้ายคนเสียสติ...แต่ก็ได้ผล...เสียงผู้คนครางฮือตามมา

            ดวงตาของเฟิร์นวาวโรจน์...จ้องเขม็งมายังร่างผอมที่ยืนอยู่ตรงข้ามราวกับจะสูบเลือดสูบเนื้อ ไม่ต่างไปกับสายตาของอีกฝ่าย

             “นี่แกเป็นใคร...ชั้นเคยรู้จักแกเสียที่ไหน”

            คเชนทร์แสยะยิ้ม

             “อ้อ...นี่แกจำคนที่เคยเป็นผัวแกไม่ได้เชียวหรือ...ฉันก็คือคเชนทร์ไง...จำได้หรือยัง”

            หญิงสาวได้ยินแจ่มชัดก็ผงะหงายด้วยความตระหนก...หากเพียงครู่เดียวสีหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนเป็นเยาะหยัน

             “อ๋อ...แกนี่คือนายคเชนทร์ หนุ่มรูปงามที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นหรอกหรือ...ตายแล้ว...บอก

            คำพูดของหญิงสาวช่างเชือดเฉือนจิตใจของคเชนทร์ยิ่งนัก...เขาคว้าข้อมือของหล่อนไว้แล้วบีบเค้นมันเท่าที่แรงของเขายังพอมี

             “หนอย! แกยังมีหน้ามาถามฉันอีกหรือว่าฉันเป็นอะไร...ที่ฉันเป็นอย่างนี้ก็เพราะติดเอดส์มาจากแกน่ะซี”

            คราวนี้...เฟิร์นกลับระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น

             “โธ่เอ๋ย...ไอ้ผู้ชายหน้าโง่...ฉันเห็นแกเป็นผู้ชายเลวๆ ที่ชอบเอาความหล่อของตัวเองไปหลอกฟันผู้หญิงหรอก...ฉันก็เลยอยากแกล้งแกให้กลุ้มใจเล่นๆ ไม่นึกว่าแกจะคิดเป็นจริงเป็นจัง...ฉันเป็นเอดส์เสียที่ไหน เปรียบเทียบสารรูปของแกกับฉันสิ...ต่างกันราวฟ้ากับดิน...ถ้าฉันเป็นเอดส์จริงก็คงดูทุเรศไม่ต่างไปจากแกนักหรอก ไอ้โง่!”

            คเชนทร์ดวงตาลุกโพลงเหลือกลาน...จริงอย่างที่มันพูด...สังขารของอีกฝ่ายไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด

             “ว่าแต่แกไปมั่วกับใครมาล่ะ ถึงได้ติดเอดส์อย่างนี้”

            ใช่สิ...ฉันไปมั่วกับใครมา...แอน หนิง ฝ้าย ฝน น้ำหวาน...

            ไอ้โง่คเชนทร์เอ๋ย...แกไปติดเอดส์จากใครมาวะนี่!