|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๗๘ "คเชนทร์เป็นเอดส์ โดย
เหมือนใจ คเชนทร์รู้สึกว่าไรขนบริเวณท้ายทอยจะลุกเกรียวทุกครั้งเมื่อเขานึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง...
บางครั้งเขาก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะจับไข้
บางคราวก็รู้สึกผะอืดผะอม อยากจะอาเจียนอกมา หากแต่กากาอาหารในกระเพาะกลับไม่ขย้อนขึ้นมาตามลำคอดังที่คาด...กลายเป็นความปั่นป่วนในช่องท้อง
ช่องคอ เพราะหาที่ระบายออกไม่ได้...มันเป็นความรู้สึกอึดอัดอยู่ในอกราวกับรอคอยเวลาที่ชนวนจะถูกจุดให้ระเบิด!
คเชนทร์อยากจะฆ่าตัวตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
นังเฟิร์น!
นังอสรพิษ! แกมันนังกาลีชัดๆ
คเชนทร์นึกคำผรุสวาทอยู่ในใจ...ใบหน้าบูดบึ้งของเขาดูบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวในอก
พลางคว้าหมอนซึ่งเปียกชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬที่พรั่งพรูออกมาตามต่อมเหงื่อช่วงลำคอยามเมื่อวางศีรษะลงกับมันให้ลอยคว้างไปปะทะผนังดังตุ๊บตั้บด้วยความคับแค้นใจทุกครั้งที่ชื่อของ
เฟิร์น ผุดขึ้นมาในสมอง
หล่อนผู้เป็นเจ้าของชื่อเก๋ไก๋นี้เป็นสาวสวยวัยกำดัด...เนื้อตัวของหล่อนอวบเต็ม
ทั้งยังนวลเนียนยั่วเย้าสายตายามเมื่อโผล่พ้นออกมาจากเสื้อสายเดี่ยวตัวเล็กที่รัดรีงเรือนร่าง...ชุดรัดรูปจนเกือบคับขับดันทุกส่วนของหล่อนให้
ล้น ไปทั้งทรวดทรวง โดยเฉพาะเนินอกอวบอิ่มที่เสื้อตัวเล็กแทบจะปกปิดไว้ได้ไม่มิด
ยิ่งยามเมื่อหล่อนยักย้ายร่างกายไปตามจังหวะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มเร้าใจ
อะไรต่อมิอะไร ของหล่อนก็ขยับกระเพื่อมประหนึ่งคลื่นในทะเลคราเกิดพายุลมแรง...ยิ่งช่วงสะโพกผายกลมกลึงในกางเกงยีนส์รัดติ้วเคลื่อนไหวไปทางซ้ายที
ขวาที ก็ชวนให้บุรุษทุกผู้ที่พบเห็นได้จินตนาการเลยเถิดไปไกลถึงภาพของเจ้าหล่อนกับเรือนร่างที่เปล่าเปลือยปราศจากอาภรณ์คลี่คลุมกาย
ถึงแม้เจ้าหล่อนจะมิได้มีใบหน้าสวยหวานจับจิต...หากเพียงเท่านี้ก็ทำให้ชายหนุ่มแทบจะไม่อาจระงับอารมณ์เร้นลับให้คงมิดชิดอยู่ในเบื้องลึกของตนได้!
เช่นเดียวกับคเชนทร์...
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นเฟิร์นที่อาร์ซีเอ...เห็นหล่อนวาดลวดลายลีลาไปตามเสียงเพลงอึกทึกอยู่ข้างโต๊ะที่วางเต็มไปด้วยขวดเหล้า
ขวดโซดา แก้วและถังน้ำแข็ง...รายล้อมไปด้วยเพื่อนของหล่อนทั้งสาวและหนุ่มที่ต่างปรบมือเชียร์หล่อนกันอย่างครึกครื้น
ทำให้เฟิร์นไม่พรั่นต่อสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมายังหล่อนเป็นทิศทางเดียว...เขาก็รู้สึกถึงอุณหภูมิที่พลุ่งพล่านไปทุกส่วนสัดของร่างกาย
กูจะต้องเล่นหล่อนให้ได้
คเชนทร์เคยปรารภไว้กับเพื่อนๆ ชายหนุ่มวัยคนองของเขาที่มักจะจับกลุ่มกันมาเที่ยวที่อาร์ซีเอแทบทุกค่ำคืนหลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันให้หมดไปกับการโยนโบว์ลิ่ง
แทงสนุ้ก แทนการเข้าห้องเรียนที่มหาวิทยาลัย
ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม...ค่าที่เขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี...ผิวพรรณผุดผ่องไม่ต่างกับอิสตรี...เชื้อสายชาติตระกูลผู้ดีเก่าทำให้เขามีรูปสมบัติเป็นคุณเป็นทุนเดิม...บวกกับรูปร่างที่สูงโปร่งกำยำทำให้เขาได้ใกล้ชิดลึกซึ้งกับสตรีเพศมากหน้าหลายตาอย่างที่เขาแทบไม่ต้องเอ่ยปากร้องขอ...คเชนทร์เรียนรู้บทบาทบนเตียงนอนมาตั้งแต่อายุยังไม่เต็มสิบห้าปีเสียด้วยซ้ำ!
รสรักที่คเชนทร์ได้ลองลิ้มทำให้เขากลายเป็นคนที่ฝักใฝ่แต่เรื่องของอวัยวะเบื้องต่ำจนแทบจะเรียหได้ว่ากามรสเป็นดั่งลมหายใจเข้าออกของเขาเสียแล้ว...เขาเห็นสตรีเพศเป็นเพียงของเล่นชนิดหนึ่ง
เขาไม่เคยคิดที่จะจริงจับกับใคร และไม่ต้องการให้ผู้ใดมาผูกมัด...เขาเพียงแต่หลงใหลรสกามาราวกับผู้ที่ตกเป็นทาสยาเสพติด!
มีคนรู้จักเคยกล่าวตักเตือนเขาว่าให้เลิกหมกมุ่นกับเรื่องพรรณอย่างว่าเสียที...กองหนังสือโป๊ที่ตั้งเรียงเล่มสูงจนจะพ้นหัวอยู่แล้วนั้นน่าจะถูกแทนที่ด้วยหนังสือเรียนเสียบ้าง...หากคำว่ากล่าวเหล่านั้นหาได้สดับในโสตประสาทของคเชนทร์แม้แต่น้อย
เขาไม่ใส่ใจกับเสียงเหล่านั้นอยู่แล้ว...เพราะแม้แต่คำอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ก็ยังเป็นแค่ลมที่ปัดเป่าผ่านหู...แต่จะพูดว่าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ค่อยถูกเสียทีเดียว
เพราะความจริงแล้วบุพการีของเขาก็ใช่ว่าจะสนใจดูแลลูกชายคนเดียวของตนนัก...รักนั้นก็จริงอยู่หรอก...หากแต่หน้าที่การงานของเขาทั้งสองเสมือนเป็นปากกาที่ขีดเส้นคั่นระหว่างพ่อแม่กับลูกให้ถอยห่างกันออกไปทุกที
มิตรแท้ในทัศนะของคเชนทร์จึงมีเพียงเหล้า บุหรี่
หนังสือปกขาว เพื่อน แล้วก็...กามารมณ์
และเพราะเพื่อนแท้ประการสุดท้ายของเขานั่นเองที่ฉุดดึงให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างไปจากประโยคที่ว่า
ตกนรกทั้งเป็น
มันชักนำให้เขาหาหนทางทำความรู้จักกับเฟิร์น...สาวน้อยผู้ที่มีพลังดึงดูดทางเพศอยู่ในทุกอณูของเรือนร่าง...บวกกับหัวข้อที่ผู้ชายบางคนที่เคย
ลองลิ้ม เจ้าหล่อนนำมาถกสนทนาในวงเหล้าเป็นที่สนุกปากว่ารสรักที่หล่อนมอบให้นั้นช่างเป็นบทอัศจรรย์ที่ซาบซ่านถึงใจดีแท้...คำกล่าเหล่านั้นยิ่งกระพือให้ไฟราคะในตัวคเชนทร์โหมแรง!
แล้วพรที่คเชนทร์ปรารถนาก็สัมฤทธิ์ผลในค่ำคืนหนึ่ง...
หลังจากที่คเชนทร์และเฟิร์นต่างแลกเปลี่ยนบทรักจนนำพากันและกันโบยบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์...เขาก็หลับใหลด้วยความเหนื่อยล้าอยู่บนเตียงนอนในห้องของโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในกลางดึกด้วยรู้สึกปวดปัสสาวะ...ก็พบว่าข้างกายของเขาเหลือเพียงความว่างเปล่า
เฟิร์นออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อไร...คเชนทร์ก็ไม่นึกรู้...และก็คงไม่รู้สึกรู้สมอะไรด้วยกับการหายไปของหญิงสาว
เพราะเขาได้ตักตวงสิ่งที่ต้องการจากหล่อนไปอย่างอิ่มหนำแล้ว...ผิดก็แต่คราวนี้...คเชนทร์ได้รับของแถม...
เป็นรอยลิปสติกที่เขียนไว้บนกระจกว่า
แด่ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น...ขอแสดงความยินดีที่คุณได้เอดส์เป็นของกำนัลจากฉัน
ลงชื่อได้เสียด้วยว่า...เฟิร์น
ทันทีที่คเชนทร์อ่านข้อความนั้นจบ ดวงตาของเขาก็ลุกโพลงด้วยความคลั่ง...แทบจะสิ้นสติไปเสียตรงนั้น...ให้ตายเถอะ!
นังแพศยา...ทำไมแกร้ายกาจอย่างนี้...
ทิ้งกายลงนั่งบนเตียงด้วยความอ่อนล้า...นึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อค่ำคืน...เกมรักบทแรกผ่านไปด้วยความปลอดภัยเพราะเขาป้องกันตนเอง
และสิ่งที่เตรียมมาก็เพียงพอสำหรับบทที่สองและสาม... เขาควรจะอิ่มได้แล้วกับอาหารจานโอชะ...หากเพียงแต่สาวเจ้าจะไม่ยั่วเย้าเคล้าคลึงไปตามสรรพางค์
ซ้ำยังพูดจาปรามาสว่าเขาไม่เป็นชายชาติอาชาไนยอย่างแท้จริง...คำสบประมาทเช่นนั้นทำให้คเชนทร์ทนไม่ได้...บทรักบทสุดท้ายที่ร้อนแรงจึงเริ่มขึ้น...
ด้วยร่างอันเปลือยเปล่า...ปราศจากสิ่งใดมาห่อหุ้มร่างกายแม้แต่ชิ้นเดียว!
คิดถึงเท่านั้น...คเชนทร์ก็แทบจะตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง...ฤทธาของตัณหาแท้ๆ
เชียวที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนติดโรคเอดส์...โรคที่เหมือนหนึ่งมฤตยูร้าย...โรคที่รักษาไม่หายแม้ในยุคที่วิวัฒนาการทางการแพทย์จะก้าวล้ำไปสักเท่าใด...วาระสุดท้ายของชีวิตปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดอยู่ปลายเตียง...ความตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง!
น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพร่าง...เป็นหยดแรกนับจากที่เคยร้องเมื่อครั้งพ่อกับแม่ตีก้นทำโทษคราวอายุสักเจ็ดขวบ...เขาอายุเพียง
๒๒ ปีเท่านั้นเอง...หากติดเชื้อโรคร้าย...อีกไม่กี่ปีเท่านั้น
มัจจุราชก็คงมานำพาชีวิตเขาไป...อย่างโชคดีก็ ๕
ปี...แต่ถ้าอย่างอับโชค...ปีพรุ่งเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้!
เกือบเดือนแล้วที่คเชนทร์หลบตัวอยู่แต่ในบ้าน...ไม่ออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงเช่นแต่ก่อน...ในใจของเขามีแต่ความสับสนวุ่นวายใจ...ฉันจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรดี...จะให้ไปตรวจเลือดหรือ...เขาก็ขลาดเกินว่าที่จะรับรู้ผลลัพธ์อันแท้จริง...แล้วถ้าใครรู้เรื่องเขาจะเป็นเช่นไร...เพื่อนทุกคนที่เคยร่วมหัวจมท้ายกัน
ไปสังสรรค์เฮฮา มั่วยาและผู้หญิงก็คงหลบลี้หนีหายและรังเกียจเขาเป็นแน่แท้
ยิ่งนึกถึงอาการของโรคที่จะกำเริบขึ้น...คเชนทร์ก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจ...
ให้ตายไปเสียตรงนี้ยังดีกว่า...
ไม่สิ...
ฉันยังตายไม่ได้...
ฉันต้องแก้แค้นกับผู้หญิงแพศยาทั้งโลกให้สาสมกับสิ่งที่มันได้ทำกับฉัน...
คิดได้เช่นนั้น คเชนทร์ก็ลุกขึ้นจากเจียงไปอาบน้ำอาบท่า...ปะพรมร่างกายด้วยน้ำหอมกลิ่นกรุ่น...แต่งกายด้วยชุดเท่...สาวเท้าออกจากบ้านเมื่อเวลาเกือบ
๔ ทุ่ม
คเชนทร์เดินตัวเซนิดๆ ...รู้สึกเวียนหัว...นี่คงเป็นอาการขั้นต้นของคนเป็นเอดส์กระมัง
ทั้งๆ ที่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่เดือนเดียว... หลังจากที่คเชนทร์หายหน้าไปจากวงการคนกลางคืนกว่า
๑ เดือน...เขาก็กลับมาพร้อมกับรูปลักษณ์อันเป็นที่เตะตาสะดุดใจบรรดาสาวๆ
ทั้งหลายเช่นเดิม แม้ว่าเพื่อนบางคนจะทักว่าเขาแลดูซูบลงไปบ้างก็ตาม...
ต่อหน้าผู้อื่น...ชีวิตของคเชนทร์ยังคงดำเนินไปอย่างปกติ...ผู้หญิงมากหน้าหลายตายังคงแวะเวียนเข้ามาให้เขาตักตวงความสุขบนเรือนร่างอย่างไม่ซ้ำคนในแต่ละค่ำคืน
และทุกครั้ง...คเชนทร์จะไม่คิดป้องกันตนเองจากโรคร้ายใดๆ
อีกเลย
สมน้ำหน้ามัน... นังผู้หญิงหน้าโง่... นังผู้หญิงสำส่อน... พวกแกจะต้องเป็นเอดส์กันเสียให้หมด...
ทุกครั้งที่บทรักสิ้นสุดลง...คเชนทร์จะกระหย่อมยิ้มที่มุมปาก...เขาไม่คิดที่จะเอ่ยปากบอกกับผู้หญิงคนไหนว่าเขาเป็นโรคร้ายเหมือนอย่างที่เฟิร์นทำไว้กับเขา...ไม่ได้หรอก...หากพวกหล่อนทราบเรื่อง
มิเอาเรื่องของเขาไปกระจายข่าวให้รู้เห็นจนทั่วกันหรอกหรือ...หากเป็นเช่นนั้น
ก็เท่ากับเป็นการตัดเส้นทางตัวเองชัดๆ เพราะคงไม่มีผู้หญิงใจง่ายคนไหนกล้าเข้ามาข้องเกี่ยวผูกพันกับเขาอีก...ส่วนประโยชน์อีกทาง...ถ้าเจ้าหล่อนเหล่านั้นยังไม่รู้ตัว...พวกหล่อนจะได้ยังคงไปเสพสุขกับผู้ชายคนอื่นต่อไป...โรคร้ายก็จะลุกลามตามไปเป็นลูกโซ่...เป็นเอดส์กันเสียให้หมดทั้งโลกได้ยิ่งดี! เวลาผ่านไป...คเชนทร์ยังคงสนุกและสาใจกับการแพร่เชื้อร้ายไปสู้ผู้หญิงทุกคนที่เขาสมสู่ด้วย
ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเขาก็เริ่มทรุดโทรมลงจนตัวเองสังเกตได้ คเชนทร์ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจก
พลางอ้าปากส่องดูเงาสะท้อนของตนเอง...ฝ้าขาวเริ่มเกาะเต็มลิ้นและกระพุ้งแก้ม...น่าเกลียดพิลึก ยามเมื่อใช้มือลูบไปตามลำคอ...ก็ต้องสะดุดกับก้อนเนื้อเล็กๆ
ใต้กราม...ต่อมน้ำเหลืองเริ่มอักเสบแล้วสิท่า... ครั้นพาตัวเองขึ้นยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก...คเชนทร์จึงได้พบว่าน้ำหนักของตนลดฮวบไปกว่า
๕ กิโลกรัมอย่างน่าใจหาย...เพิ่งสังเกตว่าตัวเองรับประทานอาหารได้น้อยลง
บางมื้อก็ปล่อยให้อาหารผ่านคอไปอย่างเสียไม่ได้...อย่างแค่พอให้ประทังชีวิตผ่านไปได้แต่ละวัน...เมื่อหันไปมองภาพตัวเองที่สะท้อนอยู่บนบานกระจกเงาอีกครั้ง
ก็เห็นเป็นร่างที่ซูบซีด ผ่ายผอม...เค้ากำยำล่ำสันที่เคยเป็นเลือนหายไปทุกที...ยิ่งมองดูศรีษะตัวเองแล้ว...หัวใจของคเชนทร์ก็แทบจะร่วงหล่น...เส้นผมที่เคยหนานุ่มดกดำกลับแลดูบางตาเหมือนผู้ชายวัยสี่สิบ!~ เห็นสารรูปตัวเองแล้ว...คเชนทร์ก็ได้แต่น้ำตาร่วงเผาะ...บาปกรรมอันใดหนอเขาจึงต้องมาตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายนี้...พ่อกับแม่จะรู้ไหมว่าที่เขาเป็นอย่างนี้นั้นเกิดจากใคร
ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่ไม่เคยเอาใจใส่เขา...เขากลายเป็นคนแข็งกระด้างหยาบโลนก็เพราะขาดความรักของบุพการีมาหล่อเลี้ยงชีวิต คเชนทร์ก็เป็นเหมือนใครหลายๆ
คนที่ชอบหยิบยกความผิดให้ผู้อื่น...และไม่เคยคิดที่จะกล่าวโทษตัวเอง... แสงไฟหลากสีที่ส่องพราวอยู่ในความมืดวูบวาบไปในแต่ละทิศทาง...เสียงเพลงจังหวะฮิปฮ็อพดังลั่นไปทั่วอาณาบริเวณ...เสียงเบส
เสียงกลอง ดังกระหึ่มเร้าใจจนช่องท้องของผู้ที่ได้ยินรู้สึกสะเทือนตึกตักคล้ายมีใครเขย่าอวัยวะภายในอยู่ก็ไม่ปาน คเชนทร์เลือกนั่งอยู่ตรงซอกมืดมุมหนึ่งของดิสโก้เธคในอาร์ซีเอ...ตั้งแต่ที่สังขารของเขาเริ่มเสื่อมถอยด้วยโรคร้าย...เขาก็หนีหน้าไม่ไปพบปะกับเพื่อนคนใดอีกเลย...ชายหนุ่มสวมใส่ชุดหลวมโพรกเพื่อพรางร่างกายที่ผ่ายผอม...ส่วนศีรษะที่เส้นผมเริ่มหลุดร่วงเป็นกระจุกก็ถูกซ่อนไว้ด้วยหมวกแก็ปใบหนึ่ง...ความจริงแล้วคเชนทร์แทบไม่จำเป็นต้องแต่งกายให้ดูแปลกไป...ไม่จำเป็นต้องมานั่งหลุบมุมถึงขนาดนี้
เพราะถึงแม้เขาจะปรากฏกายอย่างปกติก็คงแทบจะไม่มีใครจำได้ว่าเขาคือคเชนทร์...หนุ่มน้อยรูปงามที่สาวๆ
รักสนุกมากมายหลายที่จะพลีกายให้อย่างไม่เคยคิดมูลค่าตอบแทน
มิตรแท้ของเขาตอนนี้ยังคงเป็นเหล้า บุหรี่ หนังสือปกขาว
หากแต่เพื่อนก็แทบจะไม่เหลือแล้ว เพราะชายหนุ่มไม่หมายที่จะติดต่อกับใคร
เพื่อนที่เขาเคยคิดว่าเป็นสหายอย่างแท้จริงเหล่านั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะติดตามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเขา
แม้ในวันที่เขาหายหน้าหายตาไป...ส่วนมิตรแท้อย่างสุดท้ายที่เขาเคยคำนึงนึก...กามารมณ์...บัดนี้เขาแทบจะไม่ได้สัมผัสกับหนั่นเนื้อของเพศหญิงอีกเลย
เพราะยามเมื่อผู้หญิงคนใดได้เห็นสภาพของเขาในยามนี้ก็ได้แต่แบะปาก ส่ายหน้า
แล้วก็เดินหนี ทั้งๆ ที่เขายืนห่างไปสักสิบวา แม้กระทั่งผู้หญิงที่เอาร่างกายตัวเองไปแลกกับเงินยังไม่ตกปากรับคำผู้ชายสารรูปอย่างเขาโดยง่ายเช่นแต่ก่อน
วาระสุดท้ายของคเชนทร์คืนคลานใกล้เข้ามาทุกขณะจิต...
ท่ามกลางความมืดของสถานบันเทิงนั้น...คเชนทร์ก็มองเห็นผู้หญิงวัยกำดัดคนหนึ่งในชุดเสื้อสายเดี่ยวขนาดพอดีกับกางเกงยีนส์รัดตึง...ผิวนวลเนียนบนเรือนร่างที่อวบเต็มยักย้ายไปตามจังหวะเพลงที่ดังอึกทึก...สะโพกผายของหล่อนโยกส่ายคล้ายเป็นคนไร้กระดูก...แม้ใบหน้าของหล่อนจะไม่ได้สวยงามปานนางฟ้า
แต่ก็สะกดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องมาเป็นทิศทางเดียวได้ไม่ยาก
คเชนทร์จำได้...ทุกอณูบนเรือนร่างของหล่อนยังเหมือนเดิม...
นังเฟิร์น!
นังอสรพิษ!
เมื่อคเชนทร์เห็นดังนั้นก็ปรี่เข้าไปหาร่างของหล่อน...กระชากผมอีกฝ่ายเต็มแรงจนร่างนั้นเซถลา
ว้าย!
นี่มันอะไรกันนี่...แกเป็นใคร...มาทำฉันทำไม
แม้เสียงเพลงจะยังคงดังกระหึ่ม แต่เสียงกรีดร้องแหลมของเฟิร์นก็ดังแหวขึ้นมาเพียงพอที่จะทำให้คนอื่นหันมามองด้วยความกระหายใคร่รู้
แก...นังผู้หญิงแพศยา...ทุกคนรู้ไว้...อีนังนี่มันเป็นเอดส์
คเชนทร์ตะโกนลั่นคล้ายคนเสียสติ...แต่ก็ได้ผล...เสียงผู้คนครางฮือตามมา
ดวงตาของเฟิร์นวาวโรจน์...จ้องเขม็งมายังร่างผอมที่ยืนอยู่ตรงข้ามราวกับจะสูบเลือดสูบเนื้อ
ไม่ต่างไปกับสายตาของอีกฝ่าย
นี่แกเป็นใคร...ชั้นเคยรู้จักแกเสียที่ไหน
คเชนทร์แสยะยิ้ม
อ้อ...นี่แกจำคนที่เคยเป็นผัวแกไม่ได้เชียวหรือ...ฉันก็คือคเชนทร์ไง...จำได้หรือยัง
หญิงสาวได้ยินแจ่มชัดก็ผงะหงายด้วยความตระหนก...หากเพียงครู่เดียวสีหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนเป็นเยาะหยัน
อ๋อ...แกนี่คือนายคเชนทร์
หนุ่มรูปงามที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นหรอกหรือ...ตายแล้ว...บอก
คำพูดของหญิงสาวช่างเชือดเฉือนจิตใจของคเชนทร์ยิ่งนัก...เขาคว้าข้อมือของหล่อนไว้แล้วบีบเค้นมันเท่าที่แรงของเขายังพอมี
หนอย!
แกยังมีหน้ามาถามฉันอีกหรือว่าฉันเป็นอะไร...ที่ฉันเป็นอย่างนี้ก็เพราะติดเอดส์มาจากแกน่ะซี
คราวนี้...เฟิร์นกลับระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น
โธ่เอ๋ย...ไอ้ผู้ชายหน้าโง่...ฉันเห็นแกเป็นผู้ชายเลวๆ
ที่ชอบเอาความหล่อของตัวเองไปหลอกฟันผู้หญิงหรอก...ฉันก็เลยอยากแกล้งแกให้กลุ้มใจเล่นๆ
ไม่นึกว่าแกจะคิดเป็นจริงเป็นจัง...ฉันเป็นเอดส์เสียที่ไหน
เปรียบเทียบสารรูปของแกกับฉันสิ...ต่างกันราวฟ้ากับดิน...ถ้าฉันเป็นเอดส์จริงก็คงดูทุเรศไม่ต่างไปจากแกนักหรอก
ไอ้โง่!
คเชนทร์ดวงตาลุกโพลงเหลือกลาน...จริงอย่างที่มันพูด...สังขารของอีกฝ่ายไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด
ว่าแต่แกไปมั่วกับใครมาล่ะ
ถึงได้ติดเอดส์อย่างนี้
ใช่สิ...ฉันไปมั่วกับใครมา...แอน
หนิง ฝ้าย ฝน น้ำหวาน...
ไอ้โง่คเชนทร์เอ๋ย...แกไปติดเอดส์จากใครมาวะนี่!
|
