เรื่องสั้นที่ผ่านการพิจารณารอการลงพิมพ์
๑. โธ่เอ๊ย...่ ของ "พริบพันวา"้ ฉบับที่ ๒๔๗๗

อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง

 เรื่องสั้น ฉ.๒๔๗๖

"รอยยิ้มในความมืด"

โดย ส.นิกฮูกี้

             “กูเกลียดพวกมึง ไอ้ลูกเลวได้ ไอ้เมียเลว กูเกลียดพวกมึง ขอให้พวกมึงฉันหาย”

            เสียงด่าทอสาปแช่งพ่อยังคงดังก้องอยู่ในหู มันดังอยู่ชั่วชีวิตของลูก เป็นเหมือนฝันร้านที่ไม่มีวันตื่น

            พ่อเคยรักลูกเมียมาก จนเมื่อพ่อถูกรถชน พ่อเป็นอัมพาต มีเพียงปากเท่านั้นที่ขยันได้ และมันเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ

            เขาเสียขวัญ พ่อที่รักเสมอ กลายมาเป็นพอใจร้าย

            จนพ่อตายด้วยน้ำมือของแม่

            แม่ถูกฉัน เขาถูกส่งเข้าบ้านเด็กกำพร้าอนาถา

 

            เขาถูกรถชน เป็นอัมพาต ขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ มีแต่ปากที่พูดได้

            เขาใช้ปากเหมือนพ่อ

            ด่าและสบแช่ง

            หล่อนทนไม่ได้ หล่อนควรจะเข้าใจ แต่เขาไม่ปรารถนาให้หล่อนเข้าใจ

            เขาต้องออกจากงาน ไม่สามารถทำอะไรเหมือนคนปกติได้ เขาต้องให้ภรรยาเลี้ยงดู หล่อนต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงลูก และเลี้ยงสามีพิการ

            ลูกผู้ชายอย่างเขาหนไม่ได้ที่ต้องให้ผู้หญิงหาเลี้ยง ทำให้หล่อนและลูกต้องลำบาก

            ก่อนที่เขาจะเป็นอัมพาต เขากับหล่อนจะแข่งกันตื่นนอน รอยยิ้มที่เราชนะคนรัก การกระเง้ากระงอดของหล่อน เป็นเช้าที่แสนสดชื่น อาบน้ำพร้อมกัน แต่งตัวพร้อมกัน ทานอาหารเช้ากันอย่างง่ายๆ กับลูกเมีย ขับรถพาลูกไปโรงเรียน ไปส่งภรรยาที่ทำงาน และเขาก็ไปทำงาน

            แต่เช้าที่ผ่านๆ มา เขามองดูภรรยาลุกขึ้นจากเตียงเพียงลำพัง เขาจะต้องนอนอยู่ตรงนี้ บนเตียง

            เขาทานข้าวได้น้อยลง ร่างกายผ่ายผอม หัวใจอ่อนล้า หน้าตาซูบซีดไม่มีสง่าราศี แก้มตอบ ดวงตาไม่มีแววแจ่มใส เขาไม่คู่ควรกับภรรยาที่แสนงามอีกต่อไป

            จริงอยู่ หล่อนไม่เคยพูด หล่อนไม่เคยทำร้ายจิตใจของเขา หล่อนยังคงทำหน้าที่ของภรรยาที่ดี

            แต่สันดานของสัตว์โลก การไม่มีโลกีย์กันอีกต่อไป หล่อนจะทนได้หรือ

            หล่อนเป็นมนุษย์ ย่อมไม่สามารถละกามกิเลสได้ หล่อนออกใบข้างนอก พบกับผู้ชายเป็นร้อยเป็นพัน ผู้หญิงงามอย่างหล่อนจะหาผู้ชายคนใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

            หล่อนสามารถทำได้

            เขาไม่รู้ว่าหล่อนทำมันหรือเปล่า

            เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เขาเป็นอัมพาตอย่างนี้ มันบั่นทอนชีวิตของเขา ทำลายดวงวิญญา ของเขา ทำให้เขาเป็นคนขี้ประชดประชัน กักขฬะ

            แต่เขาก็ยังคงรักหล่อน รักลูก

            เมื่อเช้า เขาว่าหล่อน

             “แต่งตัวเหมือนกะหรี่” จะไปหาผัวใหม่เหรอ”

            หล่อนหันมามองเขาด้วยดวงตาที่เจ็บช้ำ หล่อนทนได้ หล่อนไม่เคยว่าอะไรเขาเลย เขาหยาบคายกับหล่อนมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว หล่อนคงจะเข้าใจเขา หรือหล่อนไม่อยากจะใส่ใจท่อนไม้บนเตียง

            เขาไม่มีวันรู้เลยว่าหล่อนคิดอย่างไร หล่อนไม่ตอบโต้สักคำ หล่อนเพียงแต่ออกจากห้องไปอย่างเฉยชา

            ตกตอนเย็น ลูกกลับมาจากโรงเรียน เข้ามาอยู่ในห้องกับเขา ลูกเปิดโทรทัศน์ดู เหลียวมองพ่อที่ไม่สามารถทำหน้าที่พ่อได้อีกต่อไป เดี๋ยวนี้เขาไม่เคยกอดลูกเลย

             “ต้นรักพ่อไหม” เขาพูดกับลูก ก่อนนั้นเขาและภรรยาอยากจะมีลูกสักสามคน จะตั้งชื่อว่าต้น ต่อ และ สาม แต่เมื่อเขาพิการ จึงมีเพียงต้นเท่านั้น

             “รักครับ” ลูกหันมาตอบ

             “ลูกจะรักพ่อได้อย่างไร ในเมื่อพ่อไม่เคยวิ่งเล่นกับต้นเลย”

            ลูกไม่ตอบ

             “ถ้าลูกรักพ่อจริง ลูกต้องขึ้นมาหอมแก้มพ่อบนเตียงสิ”

            ลูกปืนขึ้นเตียงหอมแก้มเขา เขายิ้มอย่างมีความสุข แต่แล้วก็ยังต้องหุบยิ้มเมื่อลูกปีนลงจากเตียงไปดูการ์ตูนต่อ และเขาจำเป็นต้องทุบยิ้ม เพราะเขาไม่มีสิทธิ์เห็นแก่ตัวที่จะทำให้ลูกและเมียต้องรักเขาอีกต่อไป

             “ทำไมต้นไม่ขึ้นมาอยู่กับพ่อบนเตียงล่ะ” เขาตัดสินใจพูด

             “ต้นจะดูทีวี”

             “ดูบนเตียงกับพ่อก็ได้นี่ลูก”

             “ไม่เอา ดูไม่ชัด”

             “ขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เขาตวาดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

            แต่หัวใจของเขาไม่ใช่

            ลูกหันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ลูกถาม “ทำไมพ่อต้องโมโหด้วย”

            เขาสะอึก แต่ไม่ยอมแพ้

             “ลูกขึ้นมาดูทีวีบนเตียงกับพ่อเดี๋ยวนี้”

             “ไม่เอา ต้นจะดูข้างล่าง”

             “กูบอกให้ขึ้นมาก็ขึ้นมาสิวะ” เขาเริ่มใช้คำหยาบคาย

            ลูกร้องให้เสียขวัญ “ทำไมพ่อต้องดุดันด้วย”

             “มึงไม่ต้องร้องไห้ ขึ้นมาหากูเดี๋ยวนี้”

            ลูกร้องไห้หนักยิ่งขึ้น “ไม่เอา ต้นไม่ขึ้น พ่อดุเหมือนยักษ์”

             “ไอ้ส้ตว์ มึงกล้าว่ากูเรอะ เดี๋ยวกูก็ลงไปกระทืบเสียหรอก”

             “ฮือๆ” ต้นเอามือป้ายน้ำตาที่หน้า “พ่อดุเหมือนยักษ์ พ่อใจร้าย”

             “ถ้ามึงไม่ขึ้นมาอยู่บนเตียงกับกู แม่กลับมากูจะให้แม่ตีมึง”

            ลูกร้องไห้หนักขึ้น ลุกขึ้น ไม่ใช่ขึ้นไปบนเตียง ลูกเดินออกไปจากห้อง

             “มึงจะไปไหน มึงต้องอยู่ในห้องนี้” เขาตะโกนลั่น

            ต้นหันมาบอกด้วยน้ำตานองหน้า “ต้นไม่อยู่กับพ่อแล้ว พ่อใจร้าย ต้นไม่รักพ่อแล้ว”

            เขาสะอึก ลูกไม่รักพ่อรึ หัวใจของเขาแทบสลาย

            ลูกเดินหายไปจากสายตา เขาร้องไห้ออกมา ภรรยาทราบดีว่าเขาร้องไห้ทุกวันและตลอดเวลา คราบน้ำตามันยังคงอยู่ที่หน้า เขาไม่มีแม้แต่มือที่จะกลบเกลื่อนร่องรอยของความพ่ายแพ้ ลูกฟ้องแม่ว่าพ่อด่าตนอย่างไรบ้าง ภรรยาพยายามพูดกับเขาด้วยเหตุผล เขาไม่ฟัง จนหล่อนต้องบอกให้ลูกคอยห่างพ่อเวลาพ่อโมโหร้าย

            ตอนนี้เขาจึงอยู่คนเดียว เขาโมโหร้ายอีกแล้ว เขาคิดแต่เพียงอย่างเดียวว่าลูกเดินหนีพ่อ ลูกไม่รักพ่ออีกต่อไปแล้ว เขาจำได้ว่าก่อนหน้าที่เขาจะพิการ เขาวิ่งเล่นกับลูกอย่างไร ลูกกอดรัดเขาอย่างไร มันทำให้เขามีความสุข แต่ตอนนี้ลูกเดินหนี ไม่ใช่หนีให้ไล่ แต่เป็นหนีให้พ้นจากชีวิตของพ่อที่ดุร้ายอย่างเขา เขาไม่มีแม้แต่มือที่จะฉุดลูก ไม่มีแม้แต่คืนที่จะวิ่งไล่ตามลูกให้กลับมา เขาไม่มีอะไรเพลียเลย

             “แม่งโว๊ย ทำไมต้องเกิดเรื่องอย่างนี้กับกูด้วยโว๊ย ไอ้ต้นกลับมาหาพ่อเดี๋ยวนี้ มึงกลับมาหากูเดี๋ยวนี้ ต้นกลับมาหาพ่อเดี๋ยวนี้ ไม่ ฮือ ต้นจ๋า ต้น ต้นกลับมาพาพ่อเถอะ พ่อสัญญาว่าจะไม่ดุลูกอีกแล้ว ฮือๆ ลูกพ่อ”        

            เขาตะโกนยาวนาน ร้องจนเสียงแหบเสียงแห้ง แล้วหล่อนก็เข้ามาในห้องพร้อมกับลูก

             “ทำไมคุณต้องทำอย่างนี้ด้วย แตนบอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าไปดุด่าลูก คุณเป็นพ่อนะ ทำไมทำเหมือนไม่รักลูกเลย” หล่อนต่อว่า

            เขามองสบตาหล่อน ในสายตาของคนรักมีแววตำหนิ ดูหมิ่น ใช่ เขายอมรับว่าตนเองเลวทราม เขาไม่มีอะไรเหลืออีกต่อไปแล้ว เขาหมดความนับถือตัวเอง ลูกไม่รัก คนรักดูหมิ่น เขาทำเหมือนไม่รักลูก ด่าลูกทุกวัน ขู่ลูกทุกคืน

            แต่หล่อนจะเข้าใจไหม ลูกจะเข้าใจไหมว่าเขารัก ว่าเขาเป็นบ้าไปแล้ว

            เขาอยากจะกอดลูกเมีย แต่เขาไม่มีแม้มือที่จะกอด เขามีแต่ชีวิตเจ็บช้ำที่ทำได้แต่เพียงดุด่าตะโกนออกมาว่ากูเกลียดพวกมึง เป็นไอ้บ้าเพราะความรัก

            คนพิการอย่างเขาผิดด้วยหรือที่จะทำเหมือนว่าไม่มีเหตุผล ที่จะทำเหมือนว่าไม่รักลูกเมีย

            ใครๆ บอกว่าคิด คนรักของเขาเริ่มชิงชัง มันทำให้เขาต้องร้องไห้ออกมาแล้วยอมรับว่าเราผิดจริงๆ

            แต่สุดท้ายเขาคิดว่าตนทำถูกแล้ว

             “คืนนี้แตนไปนอนที่ห้องลูกนะ” หล่อนบอก

             “ไปสิ มึงจะไปนอนกับชู้ของมึงที่ไหนก็ได้ มึงกับลูกไม่ได้รักกูอีกต่อไปแล้ว”

             “คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไง แตนยังรักคุณ ลูกยังรักผมอย่างคุณ”

             “มึงสองคนไม่ต้องมารักกู ห่าสิ กูเบื่อมึงและลูกฉิบหาย กูเกลียดมึงสองคน พวกมึงเป็นไอ้ตัวกาลกินีทำให้กูต้องเป็นแบบนี้ กูจะบอกอะไรให้ ถ้ากูหายดีเหมือนเก่า กูจะทิ้งพวกมึงไป”

            ลูกปล่อยโฮ

             “มึงไม่ต้องมาร้องไห้ ไอ้เด็กบัดซบ กูเกลียดมึง เข้าใจไหมวะ กูเกลียดมึง”

             “คุณเป็นบ้าอะไรไปล่ะ” หล่อนว่าพร้อมร้องไห้

             “อ้อ อีสัตว์ มาว่ากูบ้า ก็ทำไมมึงไม่หย่ากับกูเสียเลยล่ะ ไปอยู่กับชู้ของมึง”

             “ใครบอกคุณว่าแตนมีชู้ แตนไม่เคยนอกใจคุณเลย”

             “มึงกลับบ้านดึกแทบจะทุกวัน ถ้ามึงไม่ไปกับชู้ มึงจะไปไหนวะ”

             “แตนบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าแตนต้องทำโอ.ที. เงินเดือนแตนคนเดียวมันจะไปพอเลี้ยงครอบครัวได้ยังไง”

             “อ้อ กูเป็นภาระมึงจริงนะ ทำไมมึงไม่หย่ากับกูเสียล่ะ”

             “แตนอย่ากับคุณแล้ว คุณจะอยู่กับใคร คุณไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย”

             “มึงไม่ต้องมาทำเป็นห่วงกูหรอกว่ะ มึงเอาตัวให้รอดกับชู้ของมึงเถอะ”

             “แตนจะบอกความจริงให้ก็ได้ ถ้าแตนไม่เห็นแก่ลูกล่ะก็ แตนทิ้งคนกักขละอย่างคุณไปแล้ว”

            เขาหัวเราะอย่างหยามหยัน “มึงยอมรับมาจนได้ว่ามึงต้องการทิ้งกูไปอยู่กับชู้ ว่าแต่ทำไมมึงไม่บีบจมูกกูให้ตายไปเลยล่ะ ทำเหมือนที่แม่ของกูทำกับพ่อของกู กูมีประกันชีวิตหลายล้านมึงก็รู้ มึงเพียงแค่เอาหมอนกดจมูกกู ไม่มีใครเห็น มึงก็ได้เงินไปอย่างง่ายๆ แล้ว อ้อ กูขอเตือนมึงอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อมึงฆ่ากูแล้ว ขอให้มึงปากแข็งเข้าไว้ อย่าให้ตำรวจหลอกล่อให้มึงเปิดปากรับสารภาพได้ล่ะ”

            เขาเห็นประกายจากดวงตาของหล่อน มันทำให้เขาตกใจ ดีใจและหัวใจแทบสลายในทันใด

             “ไปลูก เราไปนอนกันที่ห้องได้แล้ว” หล่อนรุนหลังลูกให้ออกไปนอกห้อง

            เขาตะโกนด่าคนทั้งสอง “กูเกลียดพวกมึง ไอ้ลูกเลว ไอ้เมียเลว กูเกลียดพวกมึง ขอให้พวกมึงฉิบหาย”

            หล่อนปิดประตูตามหลัง

            คืนนั้นเขานอนลืมตาโพลงบนเตียง นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา พ่อเป็นอัมพาต เกลียดเขาและแม่ จนสุดท้ายแม่เอาหมอนกดจมูกพ่อตาย ตำรวจจับ แม่ติดคุกและตายในคุก ส่วนเขาจะต้องโตในบ้านเด็กกำพร้า

            เมื่อเขาโตขึ้น แต่งงานกับคนรัก มีลูกด้วยกัน มันคือความสุข จนเมื่อเกิดเหตุร้าย เขาต้องพิการเหมือนพ่อ มนุษย์ไม่รู้ดอกว่าพวกเราต่างมีเรื่องราวที่คล้ายๆ กัน ชีวิตพิการเหมือนกัน ด้วยหัวใจ ภายในสังคม ความเห็นแก่ตัว

            ความรัก

            เพราะความรักทำให้เขากลายเป็นคนหยาบคาบที่หล่อนไม่เฉลียวใจเลยหรือว่ามันเป็นกลไกทางจิต เพราะรักดอกเขาจึงต้องกลายเป็นบ้าไป เขารักลูกยิ่งกว่าชีวิต ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่การแสดงความรักของเขา ทำให้ลูกเสียขวัญ เขาไม่ต้องการเช่นนี้ แต่หัวใจของเขาปวดร้าวเกินกว่าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องต่อเหตุผลได้ และเขาก็หยุดมันไม่ได้

            มันจึงเป็นธรรมดาที่หล่อนเริ่มเบื่อหน่ายเขา ลูกเริ่มไม่อยากเข้าใกล้พ่ออีกต่อไป

            เขาควรตายไปได้แล้ว

            การมีชีวิตอยู่ของคนพิการอย่างเขา ทำให้ผู้หญิงที่เขารักต้องสูญเสียความสุขไปตลอดชีวิต เขาไม่สามารถกอดหล่อน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของสามีที่ดีได้ หล่อนจะต้องนอนเหงาปนเตียง หล่อนจะต้องลำบากทำงานจนตึกดื่น เหนื่อยจนสายเนื้อตัวแทบขาด ลูกก็ขาดพ่อที่คอยเอวใจใส่ในเรื่องการเรียน เรื่องชีวิต

            การมีชีวิตอยู่ของเขาทำให้คนที่เขารักที่สุดในโลกถึงสองคนต้องทุกข์ทรมาน

            แล้วการตายของเขาล่ะ เขามีประกันชีวิตเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท ถ้าเขาตายไปสักคนหล่อนจะได้แต่งงานใหม่อย่างไม่รู้สึกผิดอะไรเลย จะมีผู้ชายที่สามารถกอดหล่อนได้

            เขาไม่หึงเลย ไม่แคร์ที่ภรรยาและลูกจะเป็นของคนอื่น

            เขารักหล่อนและลูกมากเหลือเกิน จึงยอมแล้วที่จะให้หล่อนและลูกมีความสุขในชีวิต กับใครก็ได้ ที่สามารถทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่หล่อนและลูกได้

            ทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับการตายของเขา

            แต่เขาไม่มีแม้แต่มือที่จะบีบจมูกตัวเองให้ตาย มีแต่ปากที่สามารถพูดได้ แล้วทำไมเขาไม่พูดล่ะ เขาจะต้องบอกตรงๆ ล่ะหรือว่า “ที่รัก ผมรักคุณ คุณฆ่าผมเถอะ คุณและลูกจะได้มีความสุข”

            ถ้าเขาบอกหล่อนอย่างนี้หล่อนจะรักเขายิ่งขึ้น หล่อนจะไม่เบื่อหน่าย จะไม่ชิงชังเขา หล่อนจะไม่เทียบเคียงว่าการมีชีวิตและการตายของเขาอย่างไหนจะดีกว่ากัน

            เขาจึงต้องทำให้หล่อนเกลียดเขาให้ได้

            เพื่อหล่อนและลูก

            คืนนี้เขาคิดว่าตนเองทำสำเร็จแล้ว น้ำตาของเขาไหลออกมา มันเป็นน้ำตาแห่งความสุขและความเศร้า

            หล่อนเดินเข้ามาในห้อง เหมือนของหล่อนมีหมอน หล่อนไม่รู้เลยหรือว่าเขารัก

            มันเป็นมงกุฎของความเจ็บช้ำ เขาจะต้องตายไปโดยไม่มีโอกาสบอกให้คนรักได้รู้เลยว่าเขายอมตายเพื่อหล่อน

            เขาหลับตาลง ไม่ต้องการเห็นรอยยิ้มของหล่อน หล่อนจะต้องยิ้มอย่างอำมหิต มันเป็นทางที่เขาเสือกเดินเอง เป็นความตายที่เขาปรารถนา

            เขารู้สึกว่ามีหมอนตกลงที่หน้า เขาไม่ส่งเสียงร้อง เขาต้องการตายอย่างแท้จริง

            หูของเขาได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เขายิ้มๆ ให้กับหมอน แม้อย่างน้อยหล่อนก็ยังคงเสียใจกับการกระทำของตัวเอง

            หล่อนร้องไห้หนักขึ้น กดหมอนหนักขึ้น เขาเริ่มรู้สึกขาดอากาศ วูบหนึ่งหัวใจของเขาแสนปวดร้าวเมื่อคิดว่าหล่อนและลูกไม่รู้ถึงความรักที่เขามี หล่อนและลูกจะลืมเขาไปจากชีวิตและตลอดชีวิต

            ขณะจิตนั้น เขาได้ยินเสียงพ่อตะโกนลั่น

             “กูเกลียดพวกมึง ไอ้ลูกเลว ไอ้เมียเลว กูเกลียดพวกมึง ขอให้พวกมึงฉิบหาย”

            คำใดที่พ่อด่าเขา คำนั้นเขาด่าลูก

            หัวใจใดที่เขามีให้ลูก หัวใจนั้นพ่อมีให้เขา

            สำหรับชีวิตของลูก รู้ว่าพ่อรัก เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกต่อไป

            เขาตายอย่างมีความสุข

 

            เช้าวันต่อมา ดวงอาทิตย์สาดแสงทั่วโลกใบนี้ ไม่มีแม้ตารางนิ้วหนึ่งของโล

กที่ไม่สามารถรับรู้การเดินทางมาถึงของแสงตะวัน

            ไฟในห้องสว่างจ้า ดวงหน้าอันผ่องใสของศพปรากฏต่อหน้าทุกคน

            ทุกคนที่เห็นศพต่างงุนงง ศพเหยียดยิ้มอย่างมีความสุข

            ภรรยาของเขาถูกจับข้อหาฆาตกรรม บริษัทประกันชีวิตไม่ยอมจ่ายเงินให้ใครง่ายๆ เพียงถูกหลอกล่อ หล่อนก็ยอมเปิดปากรับสารภาพ ถูกจับติดคุก อดได้เงินประกันชีวิต ลูกของหล่อนถูกส่งเข้าโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า

            เขาไม่มีวันรู้หรอกว่า เมื่อยามที่ดวงตะวันเดินทางมาถึง รอยยิ้มของเขา มันทำอะไรคนที่เขารักบ้าง

            บางครั้งความรัก ก็ให้ผลไม่ต่างไปจากความเกลียดชัง

            มันเป็นเรื่องของชะตากรรม