|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๗๔ ดั่งร่มไม้ใบบัง บงกชเพชร
เสียงระฆังบอกเวลาเลิกเรียน
นักเรียนทุกคนกุลีกุจอเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน
เป็นอีกวันหนึ่งที่สรอยากจะร้องไห้
มันเป็นวันที่เข็ดแล้วที่สรคอยแม่กลับบ้าน
แม่บอกว่าจะไปธุระต่างจังหวัดสองสามวันและรีบกลับ...เหตุใด...เวลาล่วงเลยเป็นอาทิตย์แล้ว
แม่ก็ยังไม่กลับ
อย่างไรเสียวันนั้นแม่ต้องกลับ
สรคิดเช่นนั้น
และคงกำลังคอยอยู่ที่บ้าน
เมื่อบ่ายวันนี้
สรมีข่าวใหญ่ ข่าวดี
สรเดินกลับบ้านจากโรงเรียนด้วยความรู้สึกเบิกบานความชุ่มชื้นใจบังเกิดขึ้นในดวงใจน้อยๆ
ก็ด้วยว่าเมื่อตอนบ่ายครูประจำชั้นประกาศผลสอบไล่
ปรากฏว่าสรสอบได้คะแนนอยู่ในระดับ
๔ ทุกวิชา
หลังจากที่ครูประกาศผลสอบแล้ว
อาจารย์ใหญ่สั่งให้ไปพบ
สรเดินไปด้วยอกระทึก
เดาไม่ออกว่าอาจารย์ใหญ่ต้องการพบด้วยเรื่องอะไร
ขณะเดินไปก็คิดไป...ไม่เคยหนีเรียน...ไม่เคยไม่ส่งการบ้าน
ไม่เคยขาดเรียน...
เข้าไปในห้อง
เพียงมองเห็นใบหน้าอาจารย์ที่แย้มยิ้ม
ความหวาดหวั่นค่อยคลาย
สรยืนก้มหน้าอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน
ด้วยอาการสงบเสงี่ยม
อาจารย์กล่าวว่า เธอชื่อสรใช่ไหม...ครูขอแสดงความยินดีที่เธอสอบไล่ได้คะแนน
๔ ทุกวิชา เอ้อ...เมื่อกลางวันนี้ครูได้รับเรื่องที่เราขอขุนให้นักเรียนที่นี่แล้ว
ทางคณะกรรมการฯเขาอนุมัติให้ทุนเธอเรียนต่อจนจบชั้นมัธยม
ขอให้คิดว่านี่เป็นรางวัลตอบแทนความตั้งใจขยันเรียน
และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
เธอจะได้รับทุนการศึกษา
ขอให้ตั้งใจเรียนให้ดีจนสำเร็จทำคะแนนเช่นนี้ตลอดไป
สรเดินไปคุกเข่าด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง
สองมือพนมก้มกราบแทบเข่าของอาจารย์
เสียงพึมพำเบาๆ
ขอบพระคุณครับ
หัวใจพองโตคับอก
ดังนั้น
เมื่อระฆังโรงเรียนดีบอกเวลาเลิก
สรรับมุ่งหน้ากลับบ้าน...เหมือนทุกวัน
แต่วันนี้มีข่าวพิเศษ
สรวิ่งบ้างเดินบ้างด้วยความลิงโลดใคร่แล่นรับไปบอกข่าวดีให้แม่รู้ว่าสรให้ทุนการศึกษา
เป็นรางวัลใหญ่ครั้งแรกในชีวิต
แม่คงจะปลาบปลื้มไม่น้อยไปกว่าสร
เท้าพาเดินถึงรั้วหน้าประตู
สรวิ่งพรวดถึงตัวบ้าน
เท้าทั้งสองที่กำลังหยุดชะงักที่หน้าห้องเมื่อมองเห็นยายแปลกหน้านั่งอยู่ที่เก้าอี้ในห้อง
อายุรุ่นราวคราวเดียวกับอาจารย์ใหญ่
แม่มีใบหน้าร่าเริง
ร้องเรียก สร
มาพอดี
มารู้จักอาโชคสิลูก
ใจนั้นพลันหล่นวูบหาย
สังหรณ์เตือนลึกๆ ...อีกแล้วหรือ...แม่หาพ่อใหม่ให้อีกแล้วหรือ
หัวใจที่ฟูพองกลับฟุบแฟบ
ความเริงร่าที่อุตส่าห์วิ่งมาเพื่อจะบอกข่าวกลับหดหู่หลบหายซ่อนอยู่ในหัวอกสรหุบปากเงียบ...ไม่อยากเล่า...ไม่อยากพูด
ดวงตามองยังขายชื่อโชค
สำแดงอาการมึนชา
เขามองมา...เห็นรอยยิ้มในดวงตา
ท่าทางของเขาดูทะมัดทะแมง
อกผายไหล่ผึ่ง
ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าคนก่อนๆ
ที่แม่เคยพามา
แม่คล้ายเข้าใจความรู้สึกของสร
จึงลุกเดินมาหา
ยกมือลูบหัวเบาๆ บอกว่า สร
ไปอาบน้ำก่อนเถอะ
เดี๋ยวมากินข้าวพร้อมกับอาโชค
แม่ซื้อไก่ย่างมาให้สรด้วยนะ
สรเม้มปาก
เดินเข้าห้องปิดประตู
สรเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นเสื้อกางเกงอยู่กับบ้าน
นั่งจมจ่อมอยู่ในห้อง
ไม่อยากจะได้ยิน...แต่ก็แว่วเสียงแม่คุยสลับกับเสียงหัวเราะ
ได้ยินเสียงของชายที่ชื่อโชค
สรเดินไปยืนแนบหูที่ประตู...โชคบอกว่า
ปล่อยเขาเถอะ...ตามสบาย
โตขึ้นเขาจะคิดได้เอง...
สุ้มเสียงของเขานุ่มซะด้วย
แม่เสียอีกทำเสียงไม่พอใจ
บอกว่า...ไม่ได้...เป็นเด็กต้องเคารพเชื่อฟังไม่ยังงั้นจะจองหอง
สรนั่งเงียบอยู่ในห้อง
แม่บอกให้อาโชคไปอาบน้ำ
เก็บเสื้อผ้าในห้องแม่
แล้วแม่ก็เดินไปในครัว
เสียงถ้วยชามที่แม่กำลังจัดอาหารดังมาถึงหู
สรค่อยๆ แง้มประตู
ย่องออกจากห้อง
รีบเต้นออกจากบ้าน
เดินไปถึงบ้านสมยศเพื่อนชั้นเดียวกัน
สมยศกำลังจะไปตลาดจึงชวนสรไปด้วย
สรช่วยสมยศหิ้วถุงกับข้าวกลับบ้าน
แม่ของสมยศรับถุงดักปลาแล้วเรียกสมศรีพี่สาวของสมยศมาช่วยทำกับข้าวอันเป็นกิจวัตร
สรมองภาพครอบครัวแล้วรู้สึกอิจฉา
น่าน้อยใจ...ทำไมบ้านของสมยศจึงอบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
พ่อแม่ ลูก
ไม่เห็นต้องมีชายแปลกหน้าเวียนกันมาเป็นพ่อใหม่เหมือนสรเลย
สมยศชวนสรกับสมศักดิ์น้องชายของสมยศเล่นวิ่งไล่เตะต่อกันสนุกสนาน
สรเล่นเพลินจนลืมความซึ้งเครียด
สายัณห์มาเยือน
พ่อของสมยศเป็นจ่าตำรวจกลับจากทำงาน
แม่ของสมยศเรียกลูกๆ
ให้ไปอาบน้ำสมยศชวนสรอาบน้ำและกินข้าว
สมศรีจัดกับข้าววางบนโต๊ะ
สรขอตัวกลับบ้าน
แม้ว่าสมศรีจะชวนกินข้าว
สรรีบปฏิเสธบอกว่าแม่รอกินข้าวพี่บ้าน
สรคิดว่ากลับบ้านดีที่สุดจะได้ไม่ต้องถูกพ่อกับแม่ของสมยศซักถามความในครอบครัว...โดยเฉพาะพ่อของสมยศดูจะสนอกสนใจมักถามถึงแม่บ่อยๆ
สรเดินออกจากบ้านสมยศ
เถลไถลล่วงเวลา
ยังไม่อยากกินข้าวพร้อมขายที่ชื่อโชค
ถ้าหากว่า...ยายยังอยู่ก็ยังดี
สรจะได้หลบไปกินข้าวกับยาย
กระแสความคิดย้อนไปในอดีตห้วง
๓-๔ ปีที่ผ่านไป
สวยอาศัยอยู่กับยายตั้งแต่ยังเล็ก
สรรักยายเพราะแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน
ภาพของแม่ที่สรจำได้ผิดตามักเป็นภาพของสาวผมยาว
สวมกางเกงเสื้อยืดเดินเข้าบ้านพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าหิ้วถุงใส่ของพะรุงพะรังกลับมาฝากยายและสร
แม่ส่งเสียงร้องเรียนสรตั้งแต่หน้าประตูบ้าน
ยายออกมาช่วยรับเข้าของ
รื้อถุง
ส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้งขนมและเสื้อผ้าที่แม่ซื้อมาฝาก
แม่พักอยู่บ้านสิบกว่าวันแล้วแม่ก็จากไป
เวลาที่แม่จะไปแม่มักออกจากบ้านแต่เช้ามืด
มีเพียงยายเท่านั้นที่รู้เห็นเพราะยายตื่นใส่บาตรแต่เช้าพอสายหน่อยสรตื่นขึ้นมายายจึงบอกว่าแม่เดินทางไปทำงาน...แม่ไปต่างจังหวัด
สรเคยถามยายว่าแม่ไปทำงานอะไร
ทำงานที่ไหน
ยายบอกว่าแม่ไปกับคณะดนตรี
แม่เป็นพวกที่เต้นทางเครื่องบนเวทีขณะที่นักร้องกำลังร้องเพลงให้คนชม
สรค่อยๆ
เข้าใจอาชีพของแม่
หลายปีมาแล้ว
แม่เคยพาผู้ชายกลับมาอยู่ด้วยคนหนึ่ง
แม่เรียกว่าแจ๊ค
ก่อนหน้านี้แม่ก็เคยพาผู้ชายมา
แต่สรจำหน้าไม่ได้
จำได้แต่นายแจ๊คเป็นต้นมา
วันที่ถึงนายแจ๊คก็มานั่งที่เก้าอี้รับแขกตัวนี้แม่เรียนสรไปพบแล้วบอกให้สรเรียกว่า
พ่อ สรทำเฉย
อยู่ไป
นายแจ๊คขอทะเลาะกับแม่
บางครั้งก็ลงไม้ลงมือทุบตี
เสียงหวีดร้องของแม่เรียกยายกับสรวิ่งถลาไปที่หน้าห้อง
ยายกับสรช่วยกันทุบประตู
สรร้องไห้ข้า
แม่คงถูกนายแจ๊คทำร้าย
แม่เปิดประตูวิ่งออกมา
ผมเผ้ากระเซิงยุ่งเหยิง
ยายเข้าไปในห้องชี้หน้าด่าสาดเสียเทเสียและว่าไอ้เนรคุณ
ยายไล่นายแจ๊คไม่ให้อยู่ในบ้าน
เหตุการณ์สงบลง
สรเห็นแม่กลับเข้าไปในห้อง
แล้วทุกอย่าก็กลับคืนสู่ความปกติ
นายแจ๊คคงอยู่กับแม่ตามเดิม
มีเรื่องทะเลาะกันเหมือนเดิม
เมื่อใดที่แม่กับนายแจ๊คออกจากบ้านจะเป็นเวลาที่ยายกับสรมีความสงบสุขสงบใจอย่างที่สุด
ยิ่งแม่ไปทำงานนานๆ
ยิ่งดี สรไม่คิดถึงแม่เลย
สรอยู่กับยายโดยลำพังยังมีความสุขเสียกว่าเวลาที่แม่กลับบ้านพร้อมกับนายแจ๊คคนนั้น
แม่หายหน้าไปนาน
แต่ยังคงส่งเงินมาให้ยายสม่ำเสมอ
ระยะนั้นแม่กลับมาหายายโดยลำพังไม่มีนายแจ๊คมาด้วย
วันหนึ่ง
แม่กลับมาพร้อมกับยายรูปร่างสูงโปร่ง
หน้าตาดี
แม่มาถึงก็เข้ามากอดสร
บอกว่าสรโตขึ้นมากแม่อุ้มไม่ไหวแล้ว
แม่ถามถึงการเรียน
รู้ว่าสรเรียนดีแม่ก็ดีใจ
บอกให้สรตั้งใจเรียน
แม่จะพยายามหาเงินส่งสรให้เรียนจนจบวิทยาลัยให้ได้
แม่ชมกับชายคนนั้นว่าสรเรียนหนังสือเก่ง
แม่ไม่เคยบอกว่าพ่อของสรเป็นใคร
เวลาที่แม่อยู่บ้าน
สรนอนกับยาย เคยถามยายว่า
ยายรู้ไหมว่าสรเป็นลูกใคร
ยายส่ายหน้าบอกว่าเอ็งจะอยากรู้ไปทำไม
ยายห้ามสรไม่ให้ถาม
และว่าเอ็งมันเกิดจากกระบอกไม้ไผ่...ว่าแล้วยายถึงเช็ดน้ำตา
สรจึงเลิกถามถึงพ่อตั้งแต่บัดนั้น
ตั้งแต่นั้นมาสรไม่เคยนึกถึงว่าใครคือพ่อของสร
และนามสกุลที่แท้จริงของสรว่าอะไร
แม่อยู่บ้านสินกว่าวันก็เดินทางจากไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้น
ดูเหมือนว่าแม่จะเรียกว่า
พี่ยิ่งเวลาที่พักอยู่ที่บ้านทึงสองมักจะออกไปเที่ยวจนค่ำ
ไม่เคยกินข้าวที่ยายทำไว้ให้
ยายเตรียมอาหารให้สองวันเมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความสนใจ
ยายจึงเลิกทำเผื่อ
ทำเพียงกับข้าวที่กินกับสองคนยายหลาน
ยังดีหน่อยที่ไม่มีเสียงทะเลาะวิวาททุบตีกัน
ทุกครั้งที่แม่พาผู้ชายกลับบ้านมาด้วยมักทำให้สรรู้สึกอึดอัดฮึดฮัดยอกใจ
ก็เพราะนายแจ๊คนั่นเองที่เป็นผู้สร้างรอยร้าวรานในดวงใจของสรที่ไม่อยากเห็นแม่พาผู้ใดมาอีกเลย
สรชอบไปเล่นกับสมยศ
นอกจากจะเรียนอยู่ชั้นเดียวกันแล้ว
บ้านทั้งสองยิงอยู่ไม่ผู้ไกลจากกัน
หมู่นี้ยายสั่งให้สรรีบกลับบ้านมาช่วยยายรดน้ำผักสวนครัว
ช่วยกวาดบ้าน หุงข้าว
ล้างจาน
ยายบ่นว่าเวียนหัวบ่อยๆ
นางวันสรไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะยายขอให้เป็นเพื่อน
สรรู้จักหุงข้าวต้มแกงให้ยายกัน
ยายว่าอยากให้แม่เลิกทำงานเป็นหางเครื่อง
แม่น่าจะกลับมาทางงานทำที่บ้านหรือไปเป็นลูกข้าง
ร้านทำผมเสริมสวยก็ยังดีเพราะได้อยู่กับยาย
แม่มีความรู้เรื่องสระม้วนคัดผมอยู่บ้างพอประมาณ
เหมือนมีลางสังหรณ์
แม่กลับบ้านมาพอดีในวันที่ยายมีอาการทรุดหนักลุกเดินไม่ไหว
เย็นวันนั้นยายอาเจียนโอ้กอ้าก
สรเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งไปบ้านของสมยศ
สรคิดว่าแม่ของสมยศคงจะให้ความช่วยเหลือได้
สรวิ่งไปบนทางเดินเห็นแม่หิ้วกระเป๋ากลับมาพอดี
สรดีใจ
เมื่อมองเห็นแม่สรรีบเข้าไปกอดแม่ละล่ำละลักบอกว่ายายไม่สบายมาก
แม่ร้องตกใจ
รีบเดินกลับบ้าน
แม่เข้าไปท้องยาย
ร้องไห้ลั่น
บอกให้สรไปหารถพายายไปโรงพยาบาล
สรวิ่งกลับไปบ้านของสมยศ
สรวิ่งพลางร้องไห้พลางด้วยกลัวว่ายายจะตาย
แม่ของสมยศมีน้ำใจสั่งให้สมศรีไปตามพ่อที่โรงพักขอรถมาช่วยพายายไปหาหมอ
พ่อของสมยศขับรถพาสรกลับมาด้วย
มาถึงหน้าบ้านพบแม่ยืนร้องไห้อยู่ตรงประตู
แม่กอดสรแน่นบอกว่ายายสิ้นลมเสียแล้ว
ข่าวการตายของยายแพร่ไปรวดเร็ว
ชาวบ้านแถวนั้นรู้เรื่องต่างมาช่วยแม่จัดการเรื่องศพ
พ่อของสมยศเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดการนำศพไปตั้งไว้ที่วัด
ตอนเย็นแม่พาสรไปที่วัด
ฟังพระสวด
เพื่อนบ้านหลายคนมีน้ำใจมาช่วยเต็มไม้เต็มมือ
พ่อของสมยศจัดให้คนมานอนที่ศาลาเฝ้าศพของยาย
แม่ตั้งศพได้ไม่กี่วันก็ทำการฌาปนกิจ
วันที่ยายถูกเผาสรยืนร้องไห้โฮๆ
ดวงตาอันเปี่ยมด้วยน้ำตามองเปลวไฟที่ลามเลียลุกไหม้หีบศพที่ยุบยวบจมลงในกองเพลิงเป็นเถ้า
แม่ยืนร้องไห้ข้างๆ สร
สรไม่ค่อยจะคุ้นกับแม่
แต่ความกลัวผี
สรจึงย้ายมานอนห้องเดียวกับแม่
แม่บอกว่าจะไม่ทิ้งสรไปทำงานไกลบ้านอีกต่อไป
จะอยู่กับสร
แม่เก็บผักสวนครัวที่ยายปลูกไว้ไปนั่งขายที่ตลาด
สรแอบเห็นแม่เอาเงินจากใต้กองลื้อออกมานับบ่อยๆ
หมู่นี้สรไม่ค่อยได้ไปเล่นที่บ้านสมยศ
แต่พ่อของสมยศมักแวะเวียนมาที่บ้าน
และมานั่งคุยกับแม่จนค่ำมืดจึงกลับบ้าน
บางวันแม่ของสมยศเดินด้อมๆ
มองที่บ้าน
สรคิดว่าแม่ของสมยศคงมาตามสามี
วันหนึ่งแม่ได้รับจดหมาย
แม่แอบมานั่งอ่านเงียบๆ
สรอยากถามว่าเป็นจดหมายของผู้ใด
แต่ก็ไม่ได้ถาม
การสอบไล่ประจำปีผ่านไป
แม่บอกว่าสรสอบเสร็จแล้วแม่จะไปธุระต่างจังหวัดสักสองสามวัน
สรอยู่ตามลำพังจะได้หรือไม่
สรพยักหน้า
แม่กำชับว่าเลิกเรียนแล้วให้รีบกลับมาเฝ้าบ้านอย่างเถลไถล
สรก็สั่งให้แม่รีบกลับมาเหมือนกัน
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว
แม่ยังไม่มา ทุกเย็น
สรชะเง้อคอคอย...
และวันนี้...แม่กลับบ้าน
มาพร้อมกับผู้ชายชื่อโชค
เขายิ้มให้สร
สรไม่รับ
ในหัวคิดแล่นเตลิด...เขาจะเหมือนใคร...เหมือนนายแจ๊ค...เหมือนนายยิ่ง...หรือว่าเหมือนพ่อที่สรไม่เคยพบหน้า...เขาจะมาไม้ไหน...
สรกลับเข้าบ้านเห็นแม่นั่งอยู่คนเดียว
ไม่เห็นโชคนั่งอยู่ด้วยกัน
สรสงสัยว่าเขาไปไหน
แต่ไม่ถาม
รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
สรอยากจะบอกข่าวดีเรื่องที่อาจารย์ใหญ่บอกเมื่อบ่ายวันนี้ว่าสรได้รับทุนการศึกษา
แต่สรก็เปลี่ยนใจไม่อยากพูดอะไรให้แม่รู้
เพียงแต่บอกว่า
วันนี้ครูประกาศผลสอบ
สรสอบไล่ได้และอยากเรียนต่อ
อาโชคเป็นคนช่างคุย
ชอบคุยกับแม่
โดยเฉพาะเวลากินข้าวเย็นพร้อมกัน
เป็นบรรยากาศอันแปลกที่สรไม่เคยรู้สึกมาก่อน
มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
อาโชคเคยถามว่าโตขึ้นอยากเรียนอะไร
สรไม่ตอบ
แม่กล่าวว่าอยากให้สรเรียนครู...ทำไมแม่จึงอยากให้สรเป็นครู...แม่คงอยากให้สรเป็นคนที่มีคนเคารพนับถือ
หรือว่าคงอยากให้เหมือนคนที่แม่เคยรักเคยชอบในอดีต...หรือว่า...อยากให้เหมือนพ่อ
สรคิดเอาเองว่าพ่อของสรคงเป็นครู่...แม่จึงปรารถนาเช่นนั้น
อาโชคใช้เวลาว่างปรับปรุงบ้านช่องต่อเติมทาสีใหม่
วันหนึ่ง สรกลับบ้าน
เปิดห้องของยายก็พบแต่ความสว่างไสว
ผนังห้องเป็นสีครีม
มีรูปภาพของยายติดบนผนัง
สรมองเตียงใหม่มีที่นอนหนาปู่ด้วยผ้าลายการ์ตูน
สรเพิ่งจะมีเตียงขนาดเล็กๆ
นอนเป็นครั้งแรก แต่...สรไม่ยอมแสดงอาการยินดียินร้ายให้ปรากฏ
อาโชคกับแม่มายืนอยู่ด้วยกัน
แม่ถามว่าชอบห้องใหม่หรือไม่
สรยืนสงบนิ่ง...
อาโชคบอกเบาๆ ว่า
ไม่ต้องถามเซ้าซี้อะไร
แต่สรไม่ร้องโวยวายก็รู้แล้วว่าชอบ
ทำเป็นรู้ใจคนอื่น
สรรู้สึกว่าเวลาที่อาโชคพูดอะไร
แม่เป็นต้องเชื่อฟัง
ทำตามทุกสิ่งทุกอย่างและเคยพูดว่าแม่โชคดีที่มีอาโชคมาอยู่ด้วย
อาโชคปรึกษากับแม่ว่าอยากจะเลี้ยงปลา
ไม่กี่วันต่อมา ตอนเย็น
สรเห็นสระน้ำเล็กๆ
อยู่ห่างจากหลังบ้าน
อาโชคกับแม่ยืนคุยกันริมขอบสระ
แม่กวักมือเรียกไปดูสระใหม่และบอกว่ารอให้น้ำขังจนเต็มแล้วจะเอาลูกปลาดุกปล่อยลงไปอีกหน่อยปลาโตขึ้นก็นำไปขายได้
และหลังจากนั้น
มีคนงานมาชุดร่องดินในที่ดินหลังบ้านแล้วช่วยกันนำกล้าต้นส้มลงปลูก
ที่ดินของยายกว้างใหญ่ถูกแผ้วถาง
ทำเป็นไร่ส้ม
เปิดเทอมใหม่สรเรียนชั้นมัธยมอาจารย์ใหญ่มอบทุนการศึกษาให้
สรแอบนำไปเปิดบัญชีฝากเข้าธนาคารออมสินในชื่อของตัวเอง
อาโชคเป็นผู้จัดการหาเสื้อผ้าชุดนักเรียนให้สร
ซื้อหนังสือ สมุด กระเป๋า
รองเท้า ถุงเท้า
แม่ช่วยอาโชคเลี้ยงปลา
ช่วยใส่ปุ๋ยต้นส้ม
ทั้งสองดูจะมีเรื่องคุยกันเสมอ
สรรู้สึกอบอุ่นอยู่ลึกๆ
ในใจที่เห็นแม่มีความสุข
ทั้งปลาและต้นส้มต่างเจริญเติบโต
เหมือนสรที่เป็นหนุ่มขึ้นทุกวัน
อาโชคเป็นคนบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างในบ้าน
สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ได้มาจากเงินที่อาโชคขายปลาและส้ม
สิ่งที่สรรู้สึกอบอุ่นใจคงเนื่องจากแม่ไม่ต้องเดินทางออกจากบ้านเหมือนแต่ก่อน
หากอยู่กับบ้านเป็นลูกมืออาโชค
แม่หันหลังให้กับชีวิตแสงสีโดยเด็ดขาด
ถ้าหากว่ายายยังมีชีวิตอยู่ยายคงจะดีใจไม่น้อย
แม่คงเห็นว่าสรไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกับอาโชค
คงไปด้วยกันได้
วันหนึ่งขณะกินข้าวกันตามลำพังกับแม่
แม่กล่าวสรรเสริญอาโชคต่างๆ
นานา บอกว่า
ถ้าไม่ได้เขาคงจะแย่
ไม่มีใครมาช่วยปกป้องคุ้มครองเหมือนขาดร่มโพธิ์ร่มไทร
สรคิดว่าแม่ลุ่มหลงอาโชคมากไปหน่อย
สุดท้ายบอกว่า อาโชคเขารักสรเหมือนลูกของเขา
แม่อยากให้สรเรียกอาโชคว่า
พ่อ ได้ไหม?
คำพูดของแม่จุดชนวนความต้องการจะรู้จักพ่อผู้ให้กำเนิดให้ระเบิดขึ้นมา
สรย้อนว่าจะให้เรียกว่าพ่อทำไม
ถึงเป็นคนดีก็เถอะ
สรเห็นเอง
แต่จะให้เรียกใครไม่รู้ไม่ใช่เป็นผู้ให้กำเนิดว่า
พ่อ สรไม่ยอมเด็ดขาด
แม่ว่า
อาโชคเป็นหัวหน้าครอบครัว
ถ้าไม่มีหัวหน้าเป็นคนนำครอบครัวก็จะขาดร่มเงาคุ้มกันอันตราย
ถึงแม้จะเป็นคนอื่นแต่ทรงคุณความดีได้อาศัยพึ่งพิงก็ควรนับว่าเป็นพ่อได้
สรฮึดฮัดบอกว่าถ้าหากแม่ต้องการให้สรเรียกใครว่าพ่อ
คนๆ
นั้นจะต้องเป็นพ่อที่แท้จริงไม่ใช่เอาใครที่ไหนก็ได้มายัดเยียดให้เป็นพ่อ
และถ้าต้องการให้สรมีพ่อก็ต้องพาไปให้รู้จักพ่อที่แท้จริง
แม่ตะลึงมองสรและบันดาลโทษะชี้หน้าว่าเป็นลูกอกตัญญู
ไม่รู้ดุล
อยากรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นพ่อ
จะบอกให้ก็ได้ว่าพ่อของสรเป็นผู้ร้ายปล้นฆ่า
ปล้นยาย
ข่มขืนแม่จนเกิดมีท้องออกลูกมาเป็นสร
เป็นผู้ต้องโทษติดคุกตลอดชีวิตและตายในคุกแล้ว
น้ำตาของแม่ไหลพราก
สรก็ร้องไห้
ด้วยเสียใจว่าไม่ควรพูดกับแม่เช่นนี้เลย
สรวิ่งเตลิดออกจากบ้านด้วยความสะเทือนใจ
ท่ามกลางสายฝนและพายุฟ้าคะนอง
แม่วิ่งตามหลัง
สรได้ยินเสียงแม่ร้องเรียก
สรวิ่งห่างออกไปทุกทีจนไม่ได้ยินเสียงของแม่
ตลอดเย็นจนค่ำ
สรไปอยู่บ้านครูละ
เขาค่อนข้างตกใจที่เห็นสรมาหาในเวลาวิกาลในสภาพที่เปียกมะล่อกมะแล่ก
ครูพละเป็นหนุ่มโสดและใจดี
ครูพยายามซักถามสาเหตุที่สรมาหา
สรบอกไปว่าไปเที่ยงงานแสดงสินคำกับเพื่อน
ฝนตกหนักกลางทางจึงแวะมาขอพักหลบฝน
ดูท่าทางครูพละจะไม่เชื่อสักเท่าไร
สรเห็นว่าไม่สมควรจะอยู่ให้ถูกซักถามต่อไป
จึงลากลับ ครูกล่าวว่า
ถ้าหนีออกจากบ้านก็กลับบ้านเสียเถิดอย่าทำให้แม่เป็นห่วงเลย
ฝนตกหนักเกือบตลอดคืน
ขำความเสียหายใหญ่หลวงให้แก่บ่อเลี้ยงปลาและไร่ส้ม
สรไม่รู้ว่าตลอดคืนนั้น
อาโชคกับแม่ต่างช่วยกันขนดินและการสอบทรายมากั้นขอบสระกันปลาหนีไปกับน้ำที่เจิ่งนอง
เมื่อแม่กลับเข้านอนอาโชคยังอยู่ทำงานในไร่ส้ม
ขุดทางระบายให้น้ำไหลออกจากไร่
ทำทุกอย่างเพื่อป้องกันความเสียหาย
จวบจนรุ่งเช้าอาโชคจึงโซเซเดินกลับเข้าบ้าน
ทิ้งตัวนอนสลบไสล
สรตื่นขึ้นมาจะไปโรงเรียนเห็นอาโชคนอนบนพื้นห้องโถงยังอดที่จะนึกค่อนในใจไม่ได้ว่าเป็นผู้ใหญ่อะไรมาเที่ยวนอนเกะกะไม่เป็นระเบียบ
สรแอบได้ยินสองคนปรึกษากันว่าจะไปกู้เงินมาลงทุนใหม่
ตั้งแต่นั้นมา
สรเลิกสนใจในกิจกรรมทุกอย่างในบ้าน
ไม่ช่วยแม่ดูแลไร่ส้ม
ไม่ช่วยจับปลาดุก
หันหลังให้กับอาโชค
แม้ว่าแม่จะพูดดีกับสร
สรก็ไม่แยแส
แม่ไม่ว่ากล่าวอะไรอีก
เมื่อเห็นว่าสรทุ่มเวลาไปกับการเรียนใช้เวลาว่างอ่านหนังสือและทำกิจกรรมโรงเรียน
ดูๆ
ไปเหมือนกับแม่ไม่สู้ใส่ใจในเรื่องการเรียนของสรสักเท่าไร
ผิดกับอาโชคที่คอยถามคอยเตือนให้สรทำการบ้าน
อาโชคช่วยให้ข้อมูลรายละเอียดอธิบายข้อสงสัยในทุกวิชา
ทั้งวิชาวิทยาศาสตร์
เลขคณิต สังคม ภาษาอังกฤษ
ขนสรอดที่จะทึ่งในใจไม่ได้
สรคิดว่าอาโชคน่าจะเป็นครูเพราะมีความรู้กว้าง
การบ้านที่ได้รับความช่วยเหลือจากอาโชคจะเป็นงานที่ถูกต้องตรงกับคำถามทุกข้อ
สรนึกว่าถ้าไม่มีอาโชคที่เปรียบเสมือนห้องสมุด
สรจะได้ความช่วยเหลือนี้จากผู้ใด
เพราะแม่ไม่มีความรู้ถึงขั้นนี้เป็นแน่
ไร่ส้มและบ่อปลาพลิกฟื้นทำกำไรให้อย่างงาม
6อาโชคซื้อรถปิคอั้พมือสองไว้ใช้งาน
อาโชคกับแม่มักชวนกันไปซื้อของ
กลับบ้านมีของแปลกๆ ใหม่ๆ
มาฝากสรเป็นประจำ
อาโชคต่อเติมบ้านใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ที่ดินที่ว่างเปล่าอาโชคก็สร้างเล้าไก่และซื้อไก่พันธ์มาเลี้ยงทำรายได้เสริม
วันๆ
ไม่อยู่ว่างขลุกอยู่กับงานตลอดทั้งวัน
สรไม่รู้ตัวว่าความจำเป็นที่จะต้องมีอาโชคในชีวิต
ความจำเป็นค่อยๆ
ซึมซับดวงใจ
วันไหนที่อาโชคนำของใส่รถปิกอั้พไปขาย
ใจของสรคอยพะวงห่วงใยโหยหาว่าเมื่อใดอาโชคจะกลับ
ยิ่งกลับดึกยิ่งเป็นห่วง
แม่เสียอีกยังไม่สู้คิดถึงสักเท่าไร
ความดีของอาโชคที่รินอาบหัวใจของสรค่อยๆ
เพิ่มขึ้น
นับวันนับเดือนจะทวีคุณ
สมกับที่อาโชคเคยกล่าวไว้ว่าโตขึ้นแล้วจะรู้เอง
โดยปกติแม่เป็นคนกินน้อย
กินเหมือนแมวและละเลียดกินช้าๆ
หลายหนที่สรเห็นอาโชคพะเน้าพะนอให้แม่กินโน่นกินนี่
บางวันแม่แบ่งอาหารใส่จานไปนั่งกินที่ม้าหินที่อาโชคนำกระถางดอกไม้มาตั้งไว้อย่างสวยงาม
แม่มีสีหน้าสดชื่นระบายด้วยรอยยิ้ม
แต่ก่อนนั้นสรทำใจดูภาพสองคนเย้าแหย่กันไม่ได้เลย
ต้องรีบเบือนหน้ารีบเดินไปให้พ้น
แต่บัดนี้สรรู้สึกคุ้นและอบอุ่นใจบอกไม่ถูก
คล้ายครอบครัวของสมยศที่แอบอิจฉา
แม่คงคิดเหมือนสร
และคงรู้สึกยิ่งกว่าที่ว่าใจชีวิตนี้จะขาดอาโชคไม่ได้
อาโชคมีเคล็ดลับและวิธีการที่สามารถทำตัวเป็นที่ต้องการเหมือนของใช้อันจำเป็นในชีวิตประจำวันอันจะขาดเสียมิได้
อาโชคเป็นคนที่ภักดีต่อแม่และรักครอบครัว
สรอยากเรียกอาโชคว่า
พ่อ แต่ด้วยทิษฐิที่เคยลั่นวาจาไว้กับแม่
กระตุกสรไม่ยอมให้คำๆ
นี้หลุดจากปากเป็นอันขาด
ถ้าสรหลุดคำนี้ออกจากปากสรคงรู้สึกเขินและพ่ายแพ้แม่
เย็นวันหนึ่ง
ขณะเดินกลับบ้านสรพบสตรีนางหนึ่ง
ดูหน้าตาแล้วไม่แก่อ่อนกว่าแม่สักเท่าใด
หล่อนมีใบหน้าสะสวย
แต่กายทันสมัย
หล่อนสวมกางเกงขายาวสีดำเสื้อผ้า
สวมแว่นตา
สะพายกระเป๋าหนังสีดำ
หล่อนนั่งอยู่ที่ร้านขายของของป้าสี
พอสรเดินผ่าน
ป้าสีจึงร้องเรียก บอกว่า สร
คุณคนนี้เขาอยากไปหาพ่อแม่ที่บ้าน
มานั่งคอยนานแล้ว
ป้าบอกว่าสรจะเดินผ่านที่นี่ทุกวัน...สรมาพอดี
ช่วยพาเขาไปพบแม่ที
สรมองสบตา
หล่อนทำหน้าเฉย
ดวงตาของหล่อนเปล่งประกายกระด้างบอกไม่ถู
สรบอกให้หล่อนเดินตาม
นึกกลัวเกรงขึ้นมาเอง
ทั้งสองเดินถึงบ้าน
เมื่อหล่อนปรากฏตัวที่ประตู
อาโชคทำหน้าตื่น ร้องเบาๆ
ว่า สมสมัย
เธอมาทำไมที่นี่
ฉันเลิกกับเธอแล้ว
สั่งไว้แล้วไงว่าอย่าตามมาก่อกวนอีกเลย
แม่เดินออกมาจากหลังบ้าน
ยืนจ้องดูหญิงสาว ตกตะลึง
เสียงหัวเราะของหล่อนกร้าว
ฮ่า ฮ่า
มามุดอยู่ที่นี่เอง หล่อนชี้หน้าแม่
ดีตัวดี
แย่งผัวชาวบ้าน หน้าด้าน
มึงอย่าอยู่เลย
กูตามมาหลายปีแล้ว
เพิ่งเจอวันนี้
ชะตาของมึงขาดวันนี้แน่
ตายซะเถอะ
ท่ามกลางความตื่นตะลึง
หล่อนหยิบปืนออกจากกระเป๋าสะพาย
ยกปืนเล็งไปที่แน่
อาโชควิ่งพรวดมากันหน้าแม่
พยายามจะจับข้อมือหล่อนเพื่อแบ่งปัน
หล่อนกระดิกนิ้วลั่นกระสุนถูกหน้าอก
ตรงหัวใจของอาโชคพอดี
เสียงของแม่หวีดร้อง
สรยืนตัวแข็ง
หล่อนถลาก้มลงกอด โชค
โธ่...โธ่ โชค... หล่อนร้องรำพัน
เหตุเกิดขึ้นเหนือการคาดคิด
หล่อนยกปืนจ่อขมับตัวเองแล้วลั่นกระสุนกระสุน
หล่อนล้มลงขาดใจข้างๆ
อาโชค
ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดู
พ่อของสมยศวิ่งเข้ามานำหน้า
แม่ถลากอดศพอาโชค
รองไห้คร่ำครวญ
สรยืนเศร้าใจ
สงสารแม่สุดประมณ สรกัมประคองแม่ให้ลูก
พ่อของสมยศและชาวบ้านช่วยแม่จัดเรื่องศพ
นำไปตั้งที่ศาลาวิด
และหาคนมาเฝ้า
แม่บอกพ่อสมยศว่าจะตั้งศพ
๓ คืน
ให้แม่ของสมยศเหมาจัดการเรื่องอาหารเลี้ยงชาวบ้านที่มาช่วยไม่เกินคืนละ
๑๐๐ คน
ถ้าไม่บอกจำนวนที่แน่นอนลงไปแม่จะต้องควักเงินจ่ายค่าเลี้ยงคนไม่น้อยเลยทีเดียว
แม่บอกว่ามีเงินเหลือติดตัวไม่มาก
ไหนจะค่าจัดการศพ
ไหนจะค่าเลี้ยงคน
สรแอบกระซิบบอกแม่ว่าสรจะเป็นคนออกเงินค่าทำศพให้อาโชคเอง
และบอกว่าเป็นเงินที่ได้รับทุนการศึกษา
สรเก็บไว้หลายปีแล้ว
ต่อไปนี้สรจะช่วยแม่ทุกอย่าง
โตขึ้นจะเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนอาโชค
แม่มองหน้าสร แล้วบอกว่า
สรเก็บเงินไว้เป็นค่าสมุดหนังสือก็แล้วกัน
แม่พอจะมีเงิน
ถ้าขัดสนอย่างไรจะบอก
สรสงสารแม่อย่างที่สุด
สรคิดเอง
ก็เพราะสรใช่ไหมที่นำมัจจุราชมาก่อเหตุยิงกันถึงในบ้าน...หัวใจของสรสะท้าน
เห็นแม่ร้องไห้เพียงจะขาดใจ
สรยิ่งรู้สึกเศร้า
ตอนเย็นมีพิธีรดน้ำศพ
ก่อนจะนำลงบรรจุในหิน
สรคลานไปรดน้ำที่มือ
แล้วคลานไปกราบแทบเท้า
กล่าวเบาๆ ว่า พ่อครับ
สรจะบวชให้พ่อ
แม่มองสร...น้ำตารินหยาดเป็นทางบนแก้ม |
