เรื่องสั้นที่ผ่านการพิจารณารอการลงพิมพ์
๑. แขกประจำ ของ เข็มพลอย ฉบับที่ ๒๔๖๗

อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง

 

เรื่องสั้น ฉ.๒๔๖๖

ข้อเสนอ

แสงธรรม ชุนชฏาธาร

            ชายหนุ่มมองไปยังกลีบเมฆที่อาสาตัวเข้าไปบดบังแสงแห่งดวงอาทิตย์ ที่เผยรูให้แสงแดดอันแรงกล้าเล็ดรอดส่งมายังโลกมนุษย์ได้เพียงละมุนละไม แสงแดดเหล่านั้นแผ่ซ่านมาลูบไล้ผิวกายชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ทำให้เขามีรอยยิ้ม และรู้สึกนึกรักแสงแดดขึ้นในทันที

            คงมีคนในภูมิภาคนี้อีกหลายคนที่รู้สึกสรรเสริญก้อนเมฆที่เสียสละตนมาช่วยบดบังแสงแดดอันร้อนระอุ เช่นเดียวกับที่เขาคิด แต่ในขณะเดียวกัน คงมีมนุษย์จากอีกซีกโลกหนึ่งเฝ้าสาปแช่งก้อนเมฆที่บังอาจมาบังแสงอันสดใสจากดวงสุริยัน และคนเหล่านั้นก็กระเสือกกระสนที่จะมารับอนุภาพอันแรงกล้าจากแสงแห่งดวงตะวัน ในขณะที่คบแถบนี้มุ่งหวังที่จะไปให้พ้นจากความระอุของพระเพลิง

            บางครั้งธรรมชาติก็เล่นตลก วางสิ่งของให้อยู่ผิดที่ผิดทาง แต่ธรรมชาติยังคงความสมดุลในตัวของมันเอง หากไม่เป็นเช่นนั้นจะมีใครเล่าที่เห็นความน่ารักจองแสงแดดที่ทอดความอบอุ่นมาเพียงหนึ่งในสิ่งของแต่ละปี หากมีเป็นเช่นนั้นใครกันเล่าที่จะมองเห็นความโหดร้ายของแสงแดดที่มีกำหนดให้ทอมาได้เพียงเศษหนึ่งเศษหนึ่งส่วนสามของแต่ละปี แต่กลับทอมาอย่างบ้าระห่ำทุกวี่ทุกวัน ส่งผลให้ประเทศไทยมีเพียงฤดูเดียวคือ...ฤดูร้อน...สรรพสิ่งหมุนเวียนไม่หยุดยั้งแต่ธรรมชาติก็ยังคงความสมดุลในตัวมันเองตลอดเวลา

            การระลึกถึงคุณและโทษของธรรมชาตินั้นทำให้ชายหนุ่มต้องหวนคิดถึงความผันผวนในชีวิตตัวเองบ้าง เขาเพิ่งประสบความล้มเหลวทางด้านความรัก (ภาษาปากเรียกอกหัก) มาเป็นครั้งที่ ๔ ในชีวิต

            สมัยประถมเขาตกหลุมรัก ด.ญ.นวลลออ ตั้งแต่อยู่ชั้นป.สอง ก. แต่ต้องมาพบกับความผิดหวังเมื่อเปิดเทอมชั้นป.ห้า ข. เด็กหญิงนวลลออซ้อนจักรยานของเด็กชายชีวันมาโรงเรียน ในขณะที่เขากำลังเดินกรำฝุ่นเนื้อตัวมอมแมม ไปโรงเรียนเช่นกัน

            เมื่อขึ้นมัธยมก็โดนภัยแห่งรักอีก เมื่อโดนรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว ธรรมดาโดนรถเฉี่ยวดงอกหักไม่ได้ แต่มอเตอร์ไซค์คันนี้กลับมีนางสาวต้องจิต แฟนสาวที่เขาผูกสมัครรักใคร่นั่งซ้อนท้ายโอบเอวได้เคน จั๊กโก่ปากซอยอยู่ เขาถึงกับตะลึงงัน ความเจ็บทางร่างกายนั้นไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บที่ใจสิทธิวีคูณ และวันนั้นเองก็เป็นวันที่นางสาวต้องจิตโบกมือลาเขาไปจับมือไอ้เคนที่ชำนาญในการบิดแฮนด์มอเตอร์ไซค์ สลัดมือของเขาที่ชำนาญแต่การห้อยโหนตามราวรถเมล์สายต่างๆ

            พอเข้ามหาวิทยาลัยกามเทพก็เล่นงานเขาอีกรอบ เมื่อเผลงศรปักอกให้เขาตกหลุมรักนาตยา นิสิตสาวร่วมสถาบันอย่างหัวปักหัวปำ ถึงกับลงทุนเก็บเงินซื้อแมงกะไซด์ มือสองจากอาเจ๊กที่ใช้ส่งแก๊ส ได้มาในราคาเป็นกันเอง แต่สภาพการใช้งานประดุจไม้ใกล้ฝั่ง กะว่าจะชวนนาตยาไปซึ่งกินลมชมวิว แต่ก่อนที่จะได้หลุดปากเอ่ยคำชวน ความฝันของเขากลับต้องทำหมันถาวรเมื่อธราเทพ...บุตรชายนักการเมืองท่านหนึ่ง อาสาขับรถเก๋ง BMW รุ่นใหม่ มาเทียวรับเทียวส่งนาตยาทุกเช้าเย็น ไม่เกรงใจสายตาของเขาที่ร้อนผ่าวขึ้น ทุกวันๆ

            ครั้นเรียนจบ เทพแห่งกาเมตนเดิมก็บันดาลให้เขาได้มาพบจงรัก และสร้างความสัมพันธ์ที่ ‘ดูเหมือน’ จะราบรื่น ซึ่งตอนนั้นเขาได้รับเจ้ารถ ‘กระป๋อง’ สภาพ ๒๕% จากพินัยกรรมของพ่อ ใช้ไปส่ง...แต่ไม่ได้รับเธอเสมอ เพราะเลิกงานต้องเอารถเข้าอู่ไปซ่อมทุกวัน จึงทำให้เขาได้พบความจริงที่ว่า มีคนคอย ‘ช่วย’ ไปรับเธอแทนเสมอ และเธอได้เอ่ย

คำลาแก่ผมเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อที่จะจากไปกับเขา...คนที่ไม่ได้ขับรถอะไรเลย เพราะมีคนคอยขันให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Bmw Lexas Benz Ferrri Poche และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยแนวคิดที่ว่า ‘เป็นน้อยก็ยอมถ้ามีพร้อมทุกสิ่ง’ วิมานรักอันแสนหวานจึงกลายเป็นตำนานร้าน (ร้าง) ไม่รู้จบ ทั้งภาคของเขา

            ด้วยความที่เขา ‘มี’ ช้ากว่าคนอื่น หรือไม่ ‘มั่งมี’ เช่นคนอื่น ทำให้เขาต้องพ่ายในสนามรักษาตั้งหลายครั้งหลายครา สิ่งนี้เองที่ทำให้เขาเคยอยากคิดจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีอย่างใครเขาบ้าง อยากที่จะมีเสื้อผ้าที่ห้องแพงๆ ขับรถสปอร์ตอันหรู ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ โดนมีเงินสดเป็นฟ่อนซุกซ่อนอยู่ที่ท้ายรถ ใช้ชีวิตอันหรูหราฟูฟ่องอยู่ภายในสังคมไฮโซ ท่องเที่ยวไปกับสาวคนนั้นทีสาวคนนี้ที เป็นเหมือนเจ้าชายที่สาวๆ หมายปอง ซึ่งสิ่งเหล่านั้นคงสามารถเป็นความจริงได้ถ้าเพียงเขาตอบรับ... ‘ข้อเสนอ’

 

            ด็อกเต้อร์ วิชิต นวัตกรรม บิดาของเขา เป็นศาสตราจารย์สติเฟื่องที่ทุ่มเทชีวิตอุทิศแก่การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้โลกมนุษย์ แต่กลับไม่ปรากฏผลงานเป็นที่เด่นชัดขณะที่ฐานะทางครอบครัวตกต่ำลงเรื่อยๆ แต่ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ดร.วิชิต กลับประกาศข่าวที่เป็นที่แตกตื่นแก่สาธารณชนว่า สามารถคิดค้นสูตรแห่งยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ไม่แก่เฒ่าได้สำเร็จ โดยขอเรียกยาน้ำว่า ‘ยายอมตะ’ ข่าวนั้นกลายเป็นข่าวโด่งดังอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ดร.วิชิตจะเสียชีวิตลง ทำให้ข่าวที่ประกาศไปในตอนแรกเป็นเพียงข่าวลือที่หลอกลวงประชาชีไปในทันใด เพราะว่าหากมียาอมตะจริง ไยผู้ที่คิดค้นจึงสิ้นชะตาชีวิตด้วยโรคชรา เหตุการณ์นี้จึงเป็นเพียงหมอกควันไม่อยู่ในความสนใจของผู้คน จางไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเพียงสมญานามที่ชาวบ้านตั้งให้ ดร.วิชิต เมื่อตายไปแล้วว่า ‘ด็อกเต้อร์เพี้ยน’

            มีเพียงแต่เขา...ลูกชายคนเดียวของด็อกเต้อร์เพี้ยนเท่านั้น ที่ทราบว่าสิ่งที่บิดาของเขาประกาศแก่ชาวโลกนั้นเป็นความจริง โดยเป็นยาที่ฉีดไปแล้วเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกาย และสามารถผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่ให้มีอายุอ่อยเยาว์ลงเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายไม่ทรุดโทรมไปตามอายุ

            แต่เหตุที่บิดาของเขาสิ้นชีวิตลงพระโรคชรา เนื่องเพราะปฏิเสธ ยาที่ตัวเองผลิต โดยคิดได้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตว่า ไม่ควรที่จะฝืนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ หากไม่มีการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ห่วงโซ่ของวัฐจักรชีวิตจะเปลี่ยนไป โลกมนุษย์ก็จะเปลี่ยนไป โลกมนุษย์ก็จะเปลี่ยนไปในรูปแบบไหนก็ยากที่จะคาดได้ หากไม่มีการตาย อันกฎของเศรษฐศาสตร์ที่ว่า ‘ความต้องการของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัด แต่ทรัพยากรมีจำกัด’ ยิ่งจะปรากฏความจริงให้เห็น เมื่อจะปรากฎความจริงให้เห็น เมื่อมนุษย์มีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีกายตาย จะต้องแย่งชิงทรัพยากรอันมีจำกัดกัน ผู้เข้มแข็งก็จะอยู่รอดเป็นอมตะไป ใครที่มีความเด็ดขาด และโหดร้าย ก็จะสามารถลอยนวลอยู่ในโลกแห่งการแย่งชิง ศิลธรรมก็จะยิ่งเสื่อมทรามคำสอนของศาสนาต่างๆ ที่ให้ทำความดีก็จะหมดความสำคัญลง เมื่อนั้นสังคมมนุษย์ก็ไม่เหลือความน่าภาคภูมิใจใดๆ ทั้งสิ้น โลกมนุษย์ก็ไม่คู่ควรที่จะเรียกอย่างเดิมอีกต่อไปเมื่อมนุษย์ล้วนถูกจิตมารเข้าครอบงำ

            เขาจึงเคารพในการตัดสินใจของบิดา และไม่รบเร้าให้ท่านใช้ยาอมตะอีกต่อไป ปล่อยให้ดร.วิชิต สิ้นลมหายใจอย่างสงบภายในห้องทดลอง โดยมีเขา...ทายาทคนเดียวของท่าน เป็นคนเดียวที่มีสูตรยาอมตะอยู่ในครอบครอง

 

            และก็มีเพียงนายธีระเทพ...นักการเมืองชื่อดังที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจนอกกฎหมายทั้งหลายเท่านั้น ที่เชื่อในความมีอยู่จริงของยาอมตะนี้ และก็ได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่ต้องการจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของยาอมตะแต่เพียงผู้เดียว หลายครั้งหลายบคราที่เขามายื่นข้อเสนอขอซื้อสูตรยาอมตะจากบิดาของเขาเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ แต่ได้รับการปฏิเสธไป

            เมื่อมาถึงบัดนี้ที่บิดาของเขาสิ้นชีวิตไป เขาจึงกลายเป็นเป้าหมายในการยื่นของเสนออย่างงามของนายธีรเทพ...บิดาของอดีตศัตรูความรักครั้งมหาวิทยาลัย (นายธราเทพ) และกลายมาเป็นศัตรูหัวใจคนล่าสุดของเขาเมื่อมารับเอาจงรักแฟนเก่าเขาไปเป็นอนุภรรยา

            ข้อเสนอนั้นต้องการเป็นผู้ผูกขาดการขายยาอมตะนี้ แต่เพียงผู้เดียวในโลกซึ่งนั่นจะสร้างรายได้อันมหาศาลแก่นายธีรเทพ ซึ่งในข้อเสนอดังกล่าวก็ให้ผลประโยชน์แก่ ‘เขา’ เป็นตัวเลขที่สวยงามไม่น้อยหากยินยอมขายสูตรยาอมตะให้แก่นายธีรเทพ ความคิดที่อยากร่ำอยากรวยของเขาคงเป็นจริง ถ้าเขาตัดสินใจรับ ‘ข้อเสนอ’

            แต่สิ่งที่เขาตัดสินใจทำก็คือฉีกข้อเสนอนั้นทิ้ง และเผาไปพร้อมกับสูตรยาอมตะ เหลือเพียงเถ้าถ่าน การที่เขาปฏิเสธนายธีรเทพนั้น ไม่ใช่เพราะว่าการเป็นศัตรูความรักกันแต่อย่างใด แต่เหตุผลหลักคือสิ่งที่บิดาของเขาพูดไว้ก่อนตาย...ความสมดุลของธรรมชาติ...

            เขาเห็นว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของโลก เป็นสิ่งที่สมดุลดี แล้วเหมือนกับหลายๆ สิ่งที่ธรรมชาติสร้างสมดุลในตัวมันเอง การที่ดวงอาทิตย์ดูเจ้าอารมณ์ โหดร้าย และร้อนระอุในบางเวลา หรือการที่ก้อนเมฆมาลดทอนความโหดร้าย แสงแดดกลับดูนุ่มนวลอ่อนโยนเสียปานนั้น นี่แหละคือความสมดุลของธรรมชาติ การที่เขาไม่ร่ำรวย ล้มเหลวในความรักมาหลายครั้งซ้อนๆ ก็สมดุลดีแล้ว มีคนผิดหวังก็มีคนที่สมหวังทุกสิ่งเป็นไปตามครรลอง ตามความสมดุลของธรรมชาติ มิควรที่มนุษย์อันโฉดเขลาจะมาทำลายกฎเกณฑ์แห่งความสมดุล

            แสงอาทิตย์ยงคงแผ่รังสีมาสาดส่องผิวกายเขาอย่างอารมณ์ดี ถึงแม้สรรพสิ่งจะหมุนเวียนไม่หยุดยั้ง แต่ธรรมชาติก็ยังคงความสมดุลของมันอีก...สืบไป...สืบไป

            อุทิศแต่ความสมดุลอันลงตัวของธรรมชาติที่สร้างความมีสีสันและจืดจางให้แก่โลกมนุษย์