เรื่องสั้นที่ผ่านการพิจารณารอการลงพิมพ์
๑.ิ ข้อเสนอ ของ แสงธรรม ชุนชฏาธาร  ฉบับที่ ๒๔๖๖
๒. แขกประจำ ของ เข็มพลอย ฉบับที่ ๒๔๖๗

อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง

เรื่องสั้น ฉ.๒๔๖๕

ดอกกุหลาบแดง

ชาครีย์นรทิพย์

             “ขอโทษครับ...” ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยปากพูดออกไปหลังจากที่ยืนอยู่ดูหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ง่ายทำงานอยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ยิน เพราะเธอยังคงก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของต่อไปอย่างขมักเขม้น เพลงที่ทางห้างเปิดบรรเลงอยู่นั้น อาจจะกลบเสียงของเขาทำให้เธอไม่ได้ยินก็เป็นได้ ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิดหนึ่ง

            กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้มากมายหลายชนิดที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ รวมถึงอีกจำนวนมากที่ถูกเก็บอยู่ในตู้กระจกโปร่งทางด้านหลังที่ทำให้ใครต่อใครสามารถมองเห็นความสวยสดใสของมวลดอกไม้ได้อย่างชัดเจน ลอยมาสัมผัสปลายจมูกของชายหนุ่มทำให้เขาเผลอตัวสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่

             “โทษทีครับ...” เขาเอ่ยอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น

            หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนที่จะรีบเงยหน้าขึ้นมามองทางเจ้าของเสียงซึ่งเป็นชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดและเน็คไทสีน้ำเงินเข้ม เธอยืดตัวตรงแล้วยิ้มให้ลูกค้าหนุ่มอย่างเขินๆ

             “ขอโทษทีค่ะ...” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่สดใส “พอดีมัวแต่จัดดอกไม้อยู่...” แล้วจึงยกมือขวาขึ้นมาแตะกรอบแว่นให้เข้าที่บนใบหน้าที่เรียวยาวและขาวเนียน

             “ไม่เป็นไรครับ...” ชายหนุ่มกล่าวเบาๆ “คือพอดีอยากจะได้ดอกไม้สักดอกหนึ่งนะครับ...”

            หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังเคาน์เตอร์พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะยิ้มให้ชายหนุ่มทำท่าขี้อาย

             “จะรับดอกอะไรดีคะ...”

            ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจเต้นตุ๊บๆ

             “เอายังไงดีละฮะ...พอดีผมไม่เคยซื้อดอกไม้ให้ใครด้วยสิ” น้ำเสียงของเขาสั่นด้วยความตื่นเต้น

             “เดี๋ยว แดน ช่วยเลือกเองคะ” ผู้ดูแลร้านดอกไม้เล็กๆ อาสา พลางหันกลับไปมองดูทางตู้กระจกควบคุมอุณหภูมิ “วันนี้ เรามีดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่น คอกทูลิป ดอกลิลลี่ ดอกเบญจมาศ ดอกไอริส...ก็แล้วแต่คุณชอบนะคะ”

            ชายหนุ่มมองดูบรรดาดอกไม้ที่ถูกจัดกลุ่มแยกเอาไว้เป็นกลุ่มๆ ด้วยความลังเล ไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกอย่างไรดี เพราะดูทุกดอกก็สวยไปหมด

             “ก็คงแล้วแต่ว่าคุณจะเอาไปใช้ในโอกาสอะไรด้วยนะคะ...” แตนเสนอต่อไปเมื่อเห็นลูกค้าหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ “พอกไม้แต่ละชนิดก็จะมีความหมายนะคะ...”

             “อย่างเช่นอะไรบ้างครับชายหนุ่มหันมามองทาง แตน อย่างสนอกสนใจ บางทีการได้รู้ความหมายของดอกไม้อาจจะทำให้เขาเลือกดอกไม้ได้ง่ายขึ้นก็ได้

             “ก็...อย่างง่ายๆ เลยก็คือ ดอกกุหลาบสีแดง สื่อความหมายถึงความรักไงคะ กุหลาบสีเหลือง ก็จะเป็นมิตรภาพ สีชมพู ก็จะเป็นรักแรก ส่วนสีขาวก็จะหมายถึงความบริสุทธิ์...” แตนว่าอย่างคล่องแคล่ว พลางเดินไปยังตู้กระจกแล้วดึงประตูเปิดออก พลางมองดูดอกไม้ที่อยู่ภายใต้ตู้นั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยน “ถ้าเป็นดอกทูลิปสีแดง ก็แสดงถึงความรักได้เช่นกัน ส่วนสีเหลืองก็จะเป็นสำหรับการรักเขาข้างเดียว...”

            ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ และสังเกตเห็นว่าใบหน้าของ แดน ดูมีความสุขอย่างยิ่งเวลาที่เธอเอ่ยถึง ดอกไม้ต่างๆ

             “ดอกไอริศก็จะสื่อถึงความหวัง...” หญิงสาวว่าพลางหยิบดอกไม้สีขาวที่ดูเล็กบอบบางจนน่าถนอมขึ้นมาโชว์ให้เขาดู “ดอกเบญจมาศสีแดงก็คือความรัก สีขาวความซื่อสัตว์...เพราะฉะนั้นก็คงขึ้นอยู่กับคุณนะคะ ว่าต้องการนำไปใช้ในโอกาสอะไร...” หญิงสาวหันกลับมามองทางลูกค้าหนุ่มอย่างอารมณ์ดี

            ชายหนุ่มเพ่งมองดูบรรดาไม้ที่อยู่เบื้องหน้าและในตู้อีกครั้งอย่างชั่งใจ

             “เอาดอกกุหลาบสีแดงก็แล้วกันครับ...” เขาตัดสินใจในที่สุด

            แตนพยักหน้ารับพลางหันไปทาง ดอกกุหลาบสีแดงเข้มที่รวมกันอยู่ในแจกันดินผาทรงสูง

             “กี่ดอกดีคะ...”

             “ดอกเดียวครับ...ช่วยเลือกดอกที่สวยที่สุดเลยนะครับ”

             “ได้เลยค่ะ” แตนตอบรับพลางใช้มือดึงดอกกุหลาบที่มีอยู่ประมาณ ๘-๙ ดอกขึ้นมาเลือกอย่างปราณีต ราวกับจิตรกรที่กำลังเลือกสีที่จะแต้มลงบนผ้าใบ ใบหน้าเธอยังมีรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงการมีความสุข จนชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาเธอขึ้นมา เขาเคยเดินผ่านร้านดอกไม้เล็กๆ แห่งนี้มามากมายหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยสังเกต หรือใส่ใจที่จะมองมาทางซุ้มเล็กๆ ที่ถูกซ่อนเอาไว้ในมุมหนึ่งของซุปเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่โตแห่งนี้เลย อาจจะเพราะไม่เคยมีเหตุจูงใจที่จะต้องซื้อดอกไม้มาก่อนก็เป็นไปได้

             “ห่ออย่างไรดีคะ...” เสียงใสๆ ของหญิงสาวฉุดเขากลับคืนสู่สภาวะปัจจุบันที่เขายืนอยู่ ณ มุมหนึ่ง ของซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เนืองแน่นไปด้วยบรรดาผู้คนมากหน้าหลายตา ที่มาจับจ่ายใช้สอย หากสิ่งของร้อยแปดพันเก้าที่ถูกรวบรวมไว้ในที่แห่งเดียวเพื่อความสะดวกและรวดเร็วทันใจ

             “เอาให้สวยที่สุดเลยครับ” ชายหนุ่มตอบ พลางมองดูที่ดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในมือหญิงสาวก่อนที่จะหันไปมองดูรอบๆ ตัวเป็นการฆ่าเวลา

            คุณแม่คนหนึ่งกำลังเข็นรถเข็นที่มีลูกน้อยนั่งอยู่เดินดูผักสดที่ถูกจัดเก็บไว้ในตู้แช่แข็งอย่างเป็นระบบระเบียบ ในขณะที่หญิงสาวคู่หนึ่งกำลังเดินหัวร่อต่อกระซิกเลือกซื้อผลไม้ ทั้งผลไม้ไทยและเทศให้เลือกอย่างมากมาย ชายคนหนึ่งกำลังเดินเลือกอาหารกระป๋องอยู่อีกทางด้านหนึ่ง ดูราวกับว่าชีวิตของคนเราในปัจจุบันนี้วนเวียนอยู่แต่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เหล่านี้จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตอย่างที่ช่วยไม่ได้เสียแล้ว เขาจำได้ดีว่าตอนที่ยังเล็กๆ เคยตามแม่ไปซื้อของในตลาดสดที่ผู้คนเบียดเสียดกันต่อราคาและเลือกข้าวของที่บางทีวางขายแบกับดิน บรรยากาศในตลาดสดกับซูเปอร์มาร์เก็ตมันช่างต่างกันราวฟ้ากับดินจริงๆ ในตลาดสดนั้นทั้งร้อน เฉอะแฉะ และเหม็นคาว ในขณะที่ให้ซูเปอร์มาร์เก็ตตามห้างใหญ่ๆ ปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ ข้าวของที่มีขายก็ดูสะอาดตาน่าซื้อ แต่กระนั้นเขาก็คิดว่าทั้งตลาดสดและซุปเปอร์ก็คงจะไม่แตกต่างไปจากสิ่งอื่นๆ ทั้งหลายในโลกนี้ก็คือมีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดีกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม วันเวลาที่ผ่านเลยไปได้ทำให้ตลาดสดกลายสัญลักษณ์ของอดีต และซูเปอร์มาร์เก็ตกลายเป็นสัญลักษณ์ของอนาคต

 

            เสียง ก๊อบ แก๊บ ของพลาสติกบางๆ ที่กำลังถูกนิ้วที่เรียงยาวของแดนจัดให้เข้าที่ ฉุดให้สายตาของชายหนุ่มหันกลับมามองทางออกไม้ที่อยู่ในมือของหญิงสาวอีกครั้งหนึ่ง เธอกำลังห่อแผ่นพลาสติกที่บางใสนั้นรอบๆ ก้านดอกกุหลาบที่เธอได้ตัดและใส่หลอดน้ำไว้ที่ปลายก้านกุหลาบเรียบร้อยแล้ว ทุกท่วงท่าของเธอบ่งบอกถึงความตั้งใจจริงและความปราณีตอย่างที่สุด

             “คุณทำงานอยู่แถวนี้เหรอคะหญิงสาวถามขึ้นอย่างชวนคุยแต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่ดอกกุหลาบในมือ

             “ครับ ผมทำงานอยู่ตึกข้างๆ ชายหนุ่มตอบไปตามความเป็นจริง “ทำไมหรือครับ”

             “อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ...” พอดีแตนรู้สึกคุ้นหน้าคุณเหมือนกับเคยเห็นเดินผ่านหน้าแถวนี้บ่อยๆ นะคะ” เธอบอกพลางใช้มือซ้ายกุมรวบแผ่นพลาสติกไว้ที่ปลายก้านดอกกุหลาบ ในขณะที่มือขวายื่นไปทางกระดาษสาสีชมพูที่วางอยู่บนโต๊ะเคียงข้างม้วนพลาสติกใส อย่างชำนาญ

            ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจเต้นรัวจนไม่เป็นจังหวะ

             “ครับ...ผมผ่านมาบ่อยฮะ ส่วนมากก็มาเดินเล่นฆ่าเวลานะครับ” เขาตอบไปด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

            หญิงสาวพยักหน้ารับในขณะที่ใช้นิ้วชี้ของมือซ้าย หนีบปลายกระดาษสาเอาไว้ และใช้มือขวาหยิบกรรไกรขึ้นมาค่อยๆ ตัดกระดาษสาออกมาตามที่ได้กะเอาไว้

             “คุณอยู่ที่ร้านนี้นานแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มเอ่ยชวนคุยบ้าง ในขณะที่สังเกตเห็นสายตาของคนรอบข้างที่เดินผ่านมาผ่านไปมองที่ดอกไม้ และมองที่เขาด้วยความสนใจ ในสายตาของบางคนเขาสามารถอ่านออกได้อย่างชัดเจน ว่าพวกเขาคิดว่าเขากำลังซื้อดอกไม้ไปให้แฟนสาวเพื่อง้อขอให้เธอยกโทษให้กับความผิดของเขา ในขณะที่สายตาอีกหลายคู่มองดูช่อดอกกุหลาบแดงด้วยความชื่นชม และเรียกร้องอยากได้จากคนรักบ้าง สายตาบางคู่บ่งบอกถึงการรอคอยดอกไม้ที่ธรรมดาๆ อาจจะเพราะแม้จะเป็นแค่ดอกไม้แค่ดอกเดียว แต่ความหมายที่มันสื่อนั้นคงมีมากมาย ชายหนุ่มอดอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้เมื่อนึกภาพพจน์ที่ดอกไม้เพียงดอกเดียวสามารถแปรสภาพของเขาได้ต่างๆ นานาเขาอาจจะเป็นนักโทษที่อ้อนวอนขอความเมตตาหรือนักรักที่สุดแสนจะโรแมนติคก็ได้ เพียงแค่เขาถือดอกกุหลาบแดงเพียงดอกเดียวไว้ในมือ

             “ร้านของป้านะคะ” แตนตอบพลางเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาผ่านแลนซ์แว่นตา “ว่างๆ ก็เลยมาช่วยป้าดูร้านค่ะ”

             “แต่คุณเองก็ดูชอบและมีความสุขกับการได้อยู่กับดอกไม้นะครับ...” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงความจริงใจ

             “การที่ได้จัดดอกไม้และอยู่ท่ามกลางอกไม้นานาชนิด หลากสีสันเป็นสิ่งที่สดชื่นเกินคำบรรยาย...และยิ่งเวลานึกถึงรอยยิ้มของผู้รับดอกไม้ด้วยแล้ว มันก็พลอยทำให้คนจัดดอกไม้มีความสุขไปด้วย...” แตนเอ่ยอย่างเป็นกันเองพลางหันไปมองทางริมบอนสีต่างๆ ที่วางอยู่บนราวไว้บนกำแพงทางด้านหลัง “ “สีไหนดีคะ...”

            ชายหนุ่มชายตามองดูริบบอนหลากสีอย่างช่างใจ

             “แตนว่าสีแดงหรือขาวดีกว่ากันครับงง.” เขาเอ่ยถามความเห็น

             “ถ้าสีขาวก็จะตัดกับสีของดอกไม้ทำให้ดูเด่นดีนะคะ ถ้าเป็นสีแดงก็จะส่งให้สีแดงของดอกกุหลาบสวยยิ่งขึ้นไปอีก...” ผู้ที่ถือดอกกุหลาบในมือว่า พลางหยิบริบบอนสีแดงและสีขาวมาทาบกับช่อดอกกุหลาบให้ลูกค้าหนุ่มดู

            ชายหนุ่มกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิดก่อนที่จะยกมือขวาขึ้นขี้ไปที่ริบบอนสีขาว

            แตกหยักหน้ารับการตัดสินใจของชายหนุ่ม หล่อนอเอาริบบอนสีแดงเก็บคืนที่ก่อนที่จะหยิบเอาลวดพลาสติกสีทองที่ถูกตัดไว้ในขนาดที่พอดีจากกล่องเล็กๆ บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาพันก้านดอกกุหลาบไว้รอบหนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ มัดริบบอนขาวทันลวดพลาสติกนั้น

             “แฟนคุณชอบดอกกุหลาบเหรอคะ...” แตนเอ่ยถามขึ้นอย่างชวนคุยมากกว่าอยากรู้จริงจังทำเอาชายหนุ่มนิ่งเงียบไป และทำให้เธอรู้สึกผิดว่าเธอไปก้าวก่ายเรื่องของเขามากไปหรือเปล่า เพราะถึงแม้ว่าเขากับเธอจะคุยกันอย่างถูกคอ แต่กระนั้นเขาก็ยังเป็นลูกค้าของเธออยู่ดี ซึ่งเธอคงไม่สมควรที่จะถามคำถามนั้นกับเขา

             “อ๋อ...เปล่าครับ เพียงแต่ว่าผมอยากจะซื้อดอกไม้ให้เขาหน่อยนะครับ...” ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทางขัดเขิน

             “แสดงว่าคุณชอบดอกกุหลาบ...” แดนพยาบาลเปลี่ยนเรื่องคุยในขณะที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ดอกไม้ที่อยู่ในมือและจัดแต่งส่วนต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางและเรียบร้อยที่สุด

             “จริงๆ แล้วผมชอบดอกทานตะวันครับ...” ชายหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดี “แต่ก็ไม่รู้ว่าคนที่ผมอยากจะมอบดอกไม้ให้นั้นเขาจะชอบดอกทานตะวันหรือเปล่า...”

             “แตนว่านะคะ ไม่ว่าจะดอกไม้อะไร หรือของขวัญอะไรก็ตาม เพียงแค่คนให้ให้ด้วยความจริงใจมันก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้รับมีรอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้มแล้วนะคะ ไม่ต้องแพง ไม่ต้องเลิศหรูก็ได้...” หญิงสาวบอกพลางเอื้อมมือไปหยิกกระปุกฉีดน้ำอันใหญ่ที่วางอยู่ ณ มุมหนึ่งของเคาน์เตอร์ขึ้นมาฉีดน้ำเพิ่มความสดชื่นให้แก่ดอกไม้ที่อยู่ในมือของเธอ

             “คุณเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากเลย...” ชายหนุ่มเอ่ยชม “ว่าแต่คุณชอบดอกไม้ประเภทไหนครับ”

             “เรียกว่าแตนดีกว่าคะ...” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ชายหนุ่มยิ้มพยักหน้ารับ

             “แตนชอบดอกไม้ประเภทไหนครับ

             “จริงๆ แล้วแตรชอบหมดเลยค่ะ เพราะดอกไม้ทุกชนิดทำให้โลกดูสดใส และน่าอยู่ขึ้น แต่ถ้าจะให้เลือกชนิดเดียว...” เธอเงียบไปอย่างครุ่นคิด “แตนชอบดอกยิปโซ่คะ...”

            ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างงงๆ แววตาบ่งบอกว่าไม่แน่ใจว่าดอกไม้ที่เธอพูดถึงนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร

             “นั่นไงคะ” แตนว่าพลางชี้ไปที่ช่อดอกไม้เล็กๆ สีขาวๆ ที่รวมกันอยู่ในแจกันขนาดกลางที่วางอยู่บนพื้นด้านหน้าตู้กระจก เธอเดินไปหยิบช่อดอกไม้ที่เธอโปรดปรานมาช่อหนึ่งและยกขึ้นให้ชายหนุ่มดูดอกยิปโซ่ในมือเธอนั้นเล็กๆ และบอบบางราวกลีบเมฆสีขาวบริสุทธิ์ กลีบเล็กๆ ที่ถูกจับมารวมกันอยู่ในก้านดอกไม้ก้านเดียว มองดูเพลินตาดีเหมือนกัน “แตรชอบดอกยิปโซ่ เพราะเป็นดอกไม้ที่เหมือนจะไม่มีค่า และถูกคนมองข้ามทั้งๆ ที่ไม่ว่าจะถูกจัดให้อยู่กับดอกไม้อะไรก็จะอยู่ได้หมด และไม่ว่าจะแซมขาไว้กับดอกไม้ช่อใดก็จะพลอยทำให้ดอกไม้ช่อนั้นสวยขึ้นไปด้วย...” เธออมยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะเก็บดอกยิปโซ่ในมือลงคืนแจกัน แล้วเดินกลับมาหยุดตรงหน้าเขา

             “ดอกกุหลาบของคุณได้แล้วคะ” เธอว่าพลางยื่นดอกไม้ในมือมาให้กับเขา ชายหนุ่มรับดอกกุหลาบมาแล้วก้มหน้าลงพิจารณาความสวยงามของดอกกุหลาบอย่างลืมตัว น้ำที่แตนเพิ่งฉีดใส่ดอกกุหลาบนั้น ยังจำตัวอยู่บนกลีบกุหลาบสีแดงสดที่ดูเนียนนุ่ม จุดน้ำเล็กๆ เรียงรายไปแทบจะทุกอณูของกลีบดอกกุหลาบแดง พร้อมกับกลิ่นหอมที่โชยขึ้นมาสัมผัสจมูก

             “เท่าไหร่ครับ...” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

            หญิงสาวมิได้ตอบ แต่ยกมือชี้ไปที่ป้ายที่บ่งบอกราคาของดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่ตั้งอยู่ข้างหน้าเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ นั้นแทน ชายหนุ่มหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งออกมาจากในกระเป๋ากางเกง นับได้เรียบร้อยแล้วจึงส่งค่าดอกกุหลาบยื่นให้

             “การ์คะ...” แตรบอกอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนที่จะรีบหยิบกระดาษสีขาวใบเล็กๆ ยื่นให้กับเขา ชายหนุ่มวางดอกกุหลาบลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม แล้วจึงค่อยๆ เอนตัวลงหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่สวมอยู่ออกมาบรรจงเขียนข้อความบางอย่างลงไปในกระดาษเล็กๆ แผ่นนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะดึงปลายด้านหนึ่งของลวดพลาสติกสีทองเอามาคล้องกับรูที่ถูกเจาะเอาไว้ที่มุมการ์ด

             “ขอบคุณครับ...” เขาเอ่ยอย่างจริงใจ

             “ไม่เป็นไรค่ะ...” แตนยิ้มรับ “แตนหวังว่าเธอคงจะชอบดอกกุหลาบนี่นะคะ...”

             “ผมก็หวังว่าเป็นอย่างนั้นเหมือนกันครับ...” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไปช้าๆ แตนยืนมองดูลูกค้าหนุ่มท่าทางขี้อายเดินฝูงคนไปยังอีกทิศทางหนึ่งก่อนแล้วจึงค่อยหันกลับมาสนใจกับการจัดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังทำค้างอยู่ หญิงสาวอดถามตังเองไม่ได้ว่าเคยห่อดอกกุหลาบหรือจัดช่อดอกไม้สวยๆ ให้คนอื่นๆ มากี่สิบ กี่ร้อยช่อ และดอกไม้ที่มาจากฝีมือการจัดของเธอนั้นได้นำรอยยิ้มมาสู่ใบหน้าของผู้รับ กี่สิบ กี่ร้อยคนแล้ว และแม้ว่าการจัดดอกไม้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขและภาพรอยยิ้มของผู้รับเป็นแรงผลักดันจินตนาการของเธอ แต่กระนั้นหญิงสาวก็อดน้อยใจและสงสัยไม่ได้ว่าจะมีวันไหนมั้ย ที่คนจัดดอกไม้อย่างเธอจะได้รับดอกไม้เองบ้าง...

 

             “แตนครับ...” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษหลากสีที่วางกองกันอยู่บนพื้น เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงคือลูกค้าหนุ่มที่เธอเพิ่งห่อดอกกุหลาบให้หยกๆ เธอมองดูเขาด้วยความแปลกใจ แต่ในใจก็พยายามบอกตัวเองว่าคงไม่มีอะไร เขาอาจจะลืมอะไรไว้มากกว่า

             “ลืมอะไรไว้หรือเปล่าคะ...” หญิงสาวยิ้มก่อนยกมือขึ้นปรับกรอบแว่นบางให้เข้าที่

            ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้าพยักหน้ารับก่อนที่จะยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง

            และก่อนที่แตนจะทันรู้สึกตัวเธอก็เห็นว่าเขากำลังยื่นดอกกุหลาบแดงในมือมาให้เธอ

            หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวจนไม่เป็นจังหวะ เขาไม่รู้ว่าเขากำลังเสี่ยอะไรบ้างกับการกระทำในครั้งนี้ สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือเขารอคอยวินาทีนี้มานานแสนนานแล้ว และก็ต้องรวมรวมความกล้าที่มีอยู่ในตัวออกมาจนหมดสิ้น

             “แตนครับ...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มิอาจซ่อนเร้นความประหม่าเอาไว้ได้ “ดอกกุหลาบแดงดอกนี้...ผมตั้งใจที่จะมอบให้แตนตั้งแต่ทีแรก”

            หญิงสาวเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังใช้ความพยายามอย่างสูง หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ จนไม่ได้สนใจกับสายตาของผู้คนที่เดินผ่านมาผ่านไปอีกต่อไป

             “ผมอยากจะเข้ามาคุยกับแตนตั้งนานแล้ว...” ชายหนุ่มเอ่ยต่อไป “...แต่ก็ไม่กล้าเพราะเห็นว่าคุณยุ่งๆ อยู่ทุกที ก็เลยตัดสินใจซื้อดอกไม้ให้แตน...ผมหวังว่าแตนคงไม่โกรธ” เขาเอ่ยด้วยความจริงใจ “ผมไม่รู้ว่ามันจะแปลกไปหน่อยหรือเปล่าที่จะซื้อดอกไม้ให้คนขายดอกไม้...”

            แตนรู้สึกสับสน ละล้าละลัง ไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ถ้าเธอรับดอกไม้ไว้ ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นอย่างไรบ้างเธอก็ไม่อาจคาดคะเนได้ และถ้าเธอไม่รับดอกไม้เอาไว้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้า เธอนั้นจะรู้สึกปวดร้าวและเจ็บช้ำเพียงไร และมันจะเป็นการทำร้ายน้ำใจของเขาขนาดไหน...แต่เขาก็เป็นลูกค้าของเธอ เธอยิ่งไม่สมควรที่จะรับของใดๆ จากเขาและเธอเองก็เพิ่งได้พูดคุยพบปะกับเขาเป็นครั้งแรกด้วย...ความจริงมันน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยากเย็นเลย แต่แตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงมีความรู้สึกลังเล

             “แตนคง...” เธอพูดออกมาหลังจากที่ไตร่ตรองอยู่นาน

             “แตนครับ...ผมขอบอกแตนว่า ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลย นอกจากอยากจะรู้จักแตกและเป็นเพื่อนกับแตน...ผมไม่ได้คาดหวังจะให้แตนรับดอกกุหลาบดอกนี้ หรือจะให้แตนต้องให้อะไรตอบแทนมาทั้งนั้น...” ชายหนุ่มเทใจพูด “รับดอกกุหลาบดอกนี้ไว้เถอะนะครับ...”

            หญิงสาวยืนชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจยื่นมือออกไปรับดอกกุหลาบแดงมาถือไว้ในมือ

             “ขอบคุณค่ะ...” เธอบอกพลางก้มลงดูที่ดอกไม้ซึ่งเธอเป็นคนจัดเอง และก็รู้สึกว่ามันช่างแปลกนักที่ในวินาทีนี้ หัวใจของเธอรู้สึกเบิกบานและดีใจอย่างบอกไม่ถูก

             “ขอบคุณครับแตน...” ชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงที่สบายใจขึ้น และยิ้มให้เธออย่างจริงใจอีกครั้งหนึ่งและก่อนที่แตนจะรู้สึกตัว เขาก็รีบเดินหายกลับไปในกลางกระแสผู้คน ทิ้งให้แตนยืนนิ่งรู้สึกเดียวดายและอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

             “ยังไม่ทันได้รู้ชื่อเลย...” เธอพึมพำ “ทำไมถึงต้องทำตัวลึกลับขนาดนี้ด้วย...”

            หญิงสาวก้มลงมองดูดอกกุหลาบแดงในมืออีกครั้ง และสังเกตเห็นการ์ดที่ติดอยู่กับริบบอนจึงรีบผลิกดูข้อความด้วยหัวใจที่เต้นแรง

             “ถึงคุณแตน...” ข้อความนั้นถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงิน ด้วยลายมือที่ดูสบายตาและไม่หวังจนเกินไป “ผมทำงานอยู่แถวนี้มาหลายปีแล้ว ขอบอกตามตรงว่าผมไม่เคยมีความสุขเท่ากับวันแรกที่ได้สังเกตเห็นแตนที่ร้านดอกไม้นี้ ท่ามกลางความอลหม่านของผู้คนที่มาซื้อข้าวของ ท่ามกลางผู้คนที่แทบจะไร้ความรู้สึกจนจะกลายเป็นหุ่นยนต์ การที่ได้เห็นแตนยืนยิ้มอย่างมีความสุขในซุ้มดอกไม้ที่มีชีวิตชีวานั้น ทำให้ผมพลอยมีชีวิตชีวาไปด้วย ที่แตนเห็นผมมาแถวนี้บ่อยๆ ก็เพื่อมาดูแตนยิ้มนะครับเพราะมันเป็นเหมือนการเติมกำลังใจให้กับผม...ผมขอให้แตนมีความสุขกับมวลดอกพฤกษาตลอดไป และอย่าหยุดยิ้มนะครับเพราะอย่างน้อยรอยยิ้มและดอกไม้ของแตนก็นำความสุขมาให้แก่ผู้คนแถวนี้มากมายเลยครับ...ผู้แอบชื่นชม”

            แตนรู้สึกซาบซึ้งกับขอความที่ถืออยู่ในมือ ไม่เคยนึกและไม่เคยฝันว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอทำอยู่ตรงมุมหนึ่งของซุปเปอร์แห่งนี้จะมีความหมายต่อใครอื่นๆ เช่นกัน เธอยิ้มอย่างมีความสุขและเงยหน้าขึ้นไปมองรอบๆ ตัวราวกับจะมองหาผู้ชายในเสื้อเชิ้ตสีขาว เน็คไทสีน้ำเงินคนนั้น แต่เธอก็ไม่เห็นคนที่เธอมองหาอยู่ รอบกายเธอยังมีผู้คนมากมายที่เดินผ่านมาและผ่านไปวุ่นอยู่กับการซื้อของ

             “ขอบคุณค่ะ...” เธอเอ่ยเบาๆ และกุมดอกกุหลาบไว้แน่นในมือด้วยความตื้นตัน

            เธอยิ้มอย่างมีความสุขอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจหันกลับไปทำงานต่อด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยกำลังใจและความชุ่มชื้นในหัวใจ