|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๕๙ วิตกจริต ตะวัน
สันติภาพ ตะวันเพิ่งแย้มดวงเหนือนาข้าว
สาดแสงสุกใสไปทั่วทิศ
ลำแสงหนึ่งทะลุข้างฝาเข้ามาในเล้ากระทบกับร่างของไก่ห้าตัวนอนตาย
เหมือนเข็มสิบเล่มทิ่มแทง
คำมีสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
ไก่กว่าสองพันตัวอายุเดือนกว่าแล้ว
อีกไม่กี่วันก็จะยกเล้าขาย
ราคาไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นบาท
เย็นวานนี้มันยังอยู่กันสบายดี
มาตายได้อย่างไรในเช้านี้
ความวิตกกังวลต่อสายเข้ามาพล่ามวนในหัวสมอง
สัตวแพทย์เคยเตือนว่า
ให้ระวังดูแลไก่ทุกตัวให้ดี
สังเกตกิริยาอาการของมันทุกวัน
หากผิดสังเกตให้แยกตัวผิดปกติออกจากฝูงในทันที
อย่าปล่อยให้มันตายอย่างเด็ดขาด
ไก่ตายเพียงตัวเดียวอาจเป็นต้นเหตุของการตายทั้งเล้า
หากมีไก่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุต้องรีบแจ้งโดยด่วน
คำมีสะดุ้งโหยง
ลูกนอนซมด้วยพิษไข้มาสี่วันแล้ว
พาไปสถานีอนามัยตำบลได้ยาลดไข้
พร้อมคำแนะนำจากพยาบาลให้หมั่นเช็ดตัววันละห้าหกครั้ง
พร้อมกับกินยาทุกสี่ชั่วโมง
หากไข้ไม่ลดภายในสามสี่วัน
ต้องพาไปโรงพยาบาล
ไข้เลือดออกกำลังระบาด
หากชักช้าอาจอันตรายถึงชีวิต
ถ้าไก่ตายต้องคอยสังเกตให้ดี
หากผิดสังเกตต้องแยกตัวไม่ปกติออกทันที
ต้องรีบทำความสะอาดเล้าด้วยยาฆ่าเชื้อโรค
คือคำแนะนำของสัตวแพทย์ที่ยังท่องขึ้นใจ
นาทีนี้จะตัดสินใจอย่างไร
ระหว่างลกชายอายุห้าขวบกับไก่สองพันตัว
คำมีไม่ลังเล
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
แต่ลูกต้องรอดปลอดภัย
กวาดสายตาสำรวจไปรอบเล้า
ความเข้มตามองศาของแสงตะวันที่ลอยดวงสูงขึ้นกระจายไปทั่วทุกมุมของเล้า
เงาดำนับไม่ถ้วนของไก่หนุ่มสาวทอดยาวทับกัน
ส่วนที่ต้องแสงงามตาด้วยลดลายน้ำตาลสลับขาวสะท้อนความมีชีวิต
เสียงร้องหิวอาหารสนั่นลั่นเหมือนทุกเช้า
มันคือเสียงแห่งความรื่นรมย์ยิ่งกว่าเสียงใดในยามนี้
ตราบใดที่ความหิวกระหายยังดำเนินตามธรรมชาติก็น่าจะเชื่อว่า
ความปกติยังไม่เปลี่ยนแปลง
โรงพยาบาลอำเภอไม่ดี
นอกจากจะขาดแคลนเครื่องมือ
ยังมีหมอแค่สองคน
แต่คนไข้เป็นร้อยๆ เสียงจากเพื่อนผู้เคยผ่านประสบการณ์พาญาติเข้าทำการรักษาดังแทรกเสียงโกลาหลของไก่ทั้งเล้า
ถ้าเจ็บป่วยโรคร้ายแรงต้องไปโรงพยาบาลในจังหวัด
อาการป่วยของลูกน้อยคงไม่ใช่ธรรมดาแน่
ไม่ว่าเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
คำมีผละจากเล้าไก่ด้วยความวิตกกังวล
ถ้าอำเภอเป็นทางผ่านสู่ตัวจังหวัด
เขาคงตัดใจแวะขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์
แต่เมื่อมันอยู่คนละทิศก็ต้องเลือกระหว่างชีวิตไก่สองพันกว่าตัวกับชีวิตของลูก
คำมีเดินทางถึงโรงพยาบาลจังหวัดเมื่อใกล้เพล
คนไข้หลายร้อยสลอนราวกับนัดกันมาชุมนุม
เจ้าหน้าที่ห้องระเบียนประวัติกำลังเก็บเอกสารต่างๆ
โดยไม่สนใจคำมีที่อุ้มลูกมายืนหน้าเคานเตอร์ซึ่งช่องติดต่อถูกกระจกเลื่อนปิดแล้ว
เขาถือวิสาสะเปิด
เสียงกระแทกเบาๆ
กระทบโสตเจ้าหน้าที่สาว
หล่อนพูเร็วโดยไม่หันมองว่า
ผิดรับคนไข้แล้ว
วันหลังมาใหม่
คำมีขานสรรพนามหล่อนว่าคุณหมอซ้ำๆ
ด้วยกิริยานอบน้อม
หล่อนจึงหันมองด้วยประกายตาขุ่น
เขาพยายามพนมมือไหว้หล่อนอย่างยากเย็น
พร่ำคำว่าลูกน้อยไม่สบายมาก
คงรอถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว
ขอความกรุณารับไว้ตรวจอีกสักคนเถิด
หล่อนถึงยอมให้เขาทำบัตรใหม่อย่างเสียไม่ได้
นายแพทย์รับเด็กน้อยไว้รักษา
บอกคำมีว่าเป็นไข้เลือดออกระยะอันตราย
เพราะไข้เริ่มลดลงมาแล้ว
อาจเกิดโรคแทรกซึ่งอันตรายมาก
เขาต้องอยู่เฝ้าไข้ลูกจนกว่าจะหาย
คำมีสะดุ้งหน้าเสีย
แม้จะรู้สึกหายใจโล่งที่ลูกได้มาอยู่ในอุ้งมือหมอ
แต่ไก่สอนพันกว่าตัวจะอยู่กับใคร
หากเมียไม่ด่วนจากไปเมื่อสองปีก่อนด้วยโรคมะเร็งรังไข่
นางคงทำหน้าที่แทนเขาอย่างไม่บกพร่อง
พยายามนึกหาใครสักคนที่อาจมาทำหน้าที่แทนสักสองสามวัน
เพื่อนสนิทสองคนเพิ่งทิ้งนาลงเมืองหลวงหางานทำเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
เพื่อนบ้านที่ยังคบหากันก็ล้วนมีงานล้นมือ
การดูแลไก่สองพันกว่าตัวไม่ใช่เรื่องขอแรงหน่อย
โดยเฉพาะในยามที่ปริศนายังไขไม่ออกถึงสาเหตุการตายของพวกมันห้าตัว
รู้สึกทุรนจนไม่อาจนั่งหรือยืนนิ่งกับที่
หากไก่ตายยกเล้าคงสิ้นเนื้อประดาตัว
จะเอาเงินต้นและดอกเบี้ยที่ไหนมาส่งงวดธนาคารเพื่อการเกษตรฯ
ผืนนาสิบไร่ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษคงปลิดปลิวในคราวนี้
โธ่เอ๋ย...คำมีร้องด่าตนเอง
ทำไมจึงไม่ฉุกคิดว่า
ลูกอาจต้องนอนโรงพยาบาล
ต้องไหว้วานหรือจ้างวานใครสักคนมาดูแลไก่
เด็กนักเรียนชั้นประถมหกมีหลายคนที่มักคุ้น
พวกเขาโตพอที่จะให้อาหารไก่หรือเก็บซากตัวที่ตายออกมาทิ้ง
คงเป็นเพราะความร้อนรนในหัวอกเกินเหตุ
สติจึงปลิวหายอย่างงี่เง่า
หัวสมองไม่คิดสิ่งใด
นอกจากต้องพาลูกไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
คำมีวนเวียนคิดซ้ำรอบไม่รู้จบ
แต่ไม่เห็นทางแก้ปัญหา
ไก่ต้องได้รับอาหารอย่างน้อยวันละสองครั้ง
มื้อเช้าให้กินไปแล้วหากมื้อเย็นอดจะทำให้พวกมันเครียด
นอกจากจะร้องโวยวายจนเพื่อนบ้านรำคาญ
พวกมันจะจิกตีกันด้วยสันดานดิบคล้ายคนยามบันดาลโทสะ
ถ้าต้องอดติดต่อข้ามคืนถึงวันรุ่งขึ้น
อะไรจะเกิดขึ้น
มันอาจตีกันจนตายไปข้างแล้วจิกกินเนื้อเป็นอาหาร
ไก่ตัวที่อ่อนแออาจต้องตาย
แต่คงไม่มากนัก
สิ่งที่คำมีวิตกเหลือเกินคือ
หากไก่ที่ตายห้าตัวเป็นโรคติดเชื้อ
มันจะสูญพันธุ์ทั้งเล้า
เพื่อนบ้านคนหนึ่งพาเมียมาโรงพยาบาลในเช้าของวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่แลเห็นความดีใจก็ทะลักไหลราวน้ำหลาก
คำมีแทบจะโผกอดผู้ซึ่งเคยวิสาสะแค่ผิวเผิน
เขานอนภาวนามาครึ่งคืนขอให้ใครสักคนในหมู่บ้านเจ็บป่วยอาการหนัก
เพื่อที่เขาจะต้องไปเยียวยาไกลถึงโรงพยาบาลจังหวัด
สมปรารถนาแล้วกับคำบนบาน
เจ้าพ่อคงศักดิ์สิทธิ์ตามคำเล่าลือ
ป้าบัวเผื่อนจึงเกิดอาการปวดท้องรุนแรงถึงขั้นร้องโอดโอย
ทิดจ่อยซึ่งเคยได้ยินคำบอกเล่าในด้านลบของโรงพยาบาลประจำอำเภอ
จึงรีบบึ่งรถมอเตอร์ไซค์เข้าจังหวัด
เพื่อนบ้านรับปากช่วย
นายแพทย์สั่งยาแล้วให้กลับได้
คำมีจึงขอร้องให้หาเด็กมาให้อาหารไก่
ถ้ามีไก่ตายให้รีบเก็บซากออกขุดหลุมฝัง
จะกลับไปจ่ายค่าตอบแทนทีหลัง
คำมีรู้สึกหายใจโล่งขึ้น
แต่ไม่วายกังวลว่าตัวที่เหลือจะทยอยตายจนเกลี้ยงเล้า
สี่วันคือเวลาที่นายแพทย์กำหนดให้ลูกต้องนอนโรงพยาบาล
เข็มวินาทีเคลื่อนที่ช้าจนน่ารำคาญ
อาการของลูกน้อยดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่นายแพทย์ไม่ยอมลดเวลาให้แม้แต่วันเดียว
ภาพของไก่ทยอยล้มตายทีละตัวผุดขึ้นตรงหน้า
ร่างของมันทรุดลงกองกับพื้นทีละตัวๆ
ราวใบไม้ร่วง
สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในยามนี้คือควักเงินยี่สิบบาทซื้อพวงมาลัยและธูปเทียนไปบนศาลพระภูมิซึ่งตั้งในบริเวณโรงพยาบาล
คำมีปฏิญาณคำสัตย์ว่าจะถวายหัวหมู
ไข่ต้มหนึ่งร้อยลูกและอะไรอื่นอีกก็ได้ที่ท่านประสงค์
ขอเพียงอย่าให้ไก่ต้องตายอีกเลย
กลับมานั่งทำใจสงบ
นึกถึงคำของหลวงพ่อ...ทุกข์ทั้งหลายมีแดนเกิดคืออวิชชา-ความเขลา
ผัสสะ...การรับสัมผัสด้วยกาย
วาจา ใจ เวทนาอารมณ์
ความรู้สึกต่างๆ
ที่เกิดจากผัสสะ ตัณหา
ความอยากมีอยากเป็น...มันคือบ่อเกิดของความทุกข์
ซึ่งมีจุดกำเนิดคือใจ
ผู้ซึ่งรู้เท่าทันกิเลสตัณหาก็จะไม่เกิดทุกข์...
ชีวิตคนเราย่อมมีสิ่งมากระทบไม่สร่างซา
ไม่ว่าขอทานหรือเศรษฐีต่างก็ต้องผจญกับการกระทบซึ่งจะนำมาทั้งความยินดีและไม่ยินดี
หากยินดีก็เป็นสุข
ซึ่งเป็นเพียงสุขชั่วคราว
บัดเดี๋ยวก็แวบหาย
หากเจอสิ่งไม่น่ายินดีก็เป็นทุกข์
หมุนวนเป็นวัฏจักรอยู่เช่นนี้ไม่มีวันสิ้นสุด
การนั่งสมาธิทำใจให้สงบเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ได้
คำมีมองหามุมสงบ
ความทุกข์กำลังคุกรุ่นรุนแรงเหมือในอกมีภูเขาไฟ
หลวงพ่อพูดถูกทุกประการ
เขาเคยฝึกนั่งสมาธิที่วัดและที่บ้าน
มันช่วยดับความทุรนในจิตลงได้มากทีเดียว
ในยามทุกข์สาหัสเช่นเวลานี้
คงไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากนั่งสมาธิ
มองหามุมสงบนั่งในท่าสบาย
หลับตาเบาๆ
เริ่มกำหนดลมหายใจโดยการกำหนดสติ
หายใจออกนับหนึ่ง
หายใจเข้านับหนึ่ง
หายใจออกนับสอง
หายใจเข้านับสอง...หายใจออกนับห้าสิบ
หายใจเข้านับห้าสิบ
ยุงชุมเหลือเกิน
มันรุมกัดอย่างหิวกระหาย
ความคันทำลายสมาธิจิตให้วิ่งวนอยู่ระหว่างลมหายใจที่ปลายจมูกกับตุ่มตามแขนขา
สมาธิแตกเมื่อพวกมันดาหน้ากันเข้ามาชนหน้าตาและบางตัวพยายามจะมุดเข้ารูหู
คำมีนึกถึงโทรศัพท์
ภาพในโฆษณาในโทรทัศน์บอกว่า
บ้านเมืองเจริญถึงขั้นที่บนภูเขาสูงยังมีโทรศัพท์สาธารณะ
ทำไมหมู่บ้านของเขาซึ่งอยู่พบพื้นราบจึงไม่มีสักเครื่องเดียว
ความเจริญทั้งหลายมันแพร่กระจายด้วยกลวิธีใด
นักธุรกิจพันล้านหรือผู้มีอำนาจในบ้านเมือง
หากหมู่บ้านมีโทรศัพท์
เขาคงวนเวียนโทร.ทั้งวันทั้งคืน
จนกว่าจะแน่ใจว่าไก่ทุกตัวสบายดี
หมดปัญญาหาทางบรรเทาทุกข์แล้ว
ย่อมเป็นเช่นนั้นเอง
คำสรุปของท่านเจ้าอาวาส
ทุกสิ่งในโลกย่อมมีเกิดและมีดับเป็นสัจธรรมที่อยู่เหนือกาลเวลา
ทุกปรากฏการณ์ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา
มันย่อมเป็นเช่นนั้นเอง
โธ่เอ๋ย...คำมีถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำอีก
มันเป็นเช่นนั้นแหละ
แต่จะทำใจยอมรับได้อย่างไร
ลงทุนไปแล้วกว่าห้าหมื่น
เอาที่ดินสิบไร่ไปจำนองกับธนาคารเพื่อการเกษตรฯ
ถ้าไก่ตายยกเล้าจะเอาเงินที่ไหนไปส่งงวด
ภาพของการสิ้นเนื้อประดาตัวเต้นระริกอยู่ตรงหน้า
แม้แต่ห้าก็อาจไม่เหลือ
คำมีกะพริบตาถี่สกัดน้ำตาไม่ให้หยดไหล
ครบสี่วันแล้วในวันนี้
คำมีนั่งไม่ติดที่
เฝ้ารอนายแพทย์แต่เช้ามืด
อาการของลูกน้อยใกล้เป็นปกติ
กินได้นอนหลับและไม่มีโรคแทรก
แต่ยังกังวลกับคำวินิจฉัยที่ว่า
อย่างน้อยต้องอยู่โรงพยาบาลสี่วันจนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดภัยแน่นอน
จึงจะอนุญาตให้กลับบ้าน
นายแพทย์ตรวจเด็กน้อยพร้อมกับถามอาการต่างๆ
คำมีรีบขานตอบในแง่บวกทั้งหมด
หากคำวินิจฉัยออกมาว่า
ให้อยู่รอดูอาหารอีกวันคาบ้าตายแน่
ยิ้มสดใสที่สุดในชีวิตฉาบเต็มหน้าบุญมี
เมื่อนายแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้
เขาพนมมือไหว้นอบน้อมนับไม่ถ้วนครั้งด้วยความปรีดาปราโมทย์สุดประมาณ
ไม่กี่นาทีถัดมา
รอยยิ้มก็จางสิ้นเมื่อลูกถูกควักขึ้นจากเตียงสู่อ้อมอก
ภาพของไก่สองพันกว่าตัวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
คำมีสาวเท้าเร็วเกือบเป็นวิ่งออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าสู่ท่ารถสองแถวหมายให้ทันเวลารถออกคิวเก้าโมงครึ่ง
เหลือเวลาราวห้านาทีแต่คงทัน
รถพวกนี้ติดเครื่องอ่อยเหยื่อเป็นวรรคเป็นเวรกว่าจะยุรยาตรเคลื่อนที่ได้
เขากวักมือเรียกสามล้อถีบอย่างร้อนรน
สั่งให้สั่นสุดแรงเกิด
คำมีผิดหวังแม้สารถีจะได้สนองความต้องการจนสุดฝีน่องแล้ว
เขามาช้าเพียงเสี้ยวนาที
จะต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงกว่ารถคันต่อไปจะออก
หัวใจโลดลิ่วไปรอที่เล้าไก่หลายวันแล้ว
ขณะนั่งร้อนรนบนสามล้อถีบ
เขาเห็นภาพตนเองมุดเข้าไปในเล้า
กวาดสายตาแวบเดียวก็รู้ว่าไก่ลดจำนวนลงกว่าครึ่ง
มันบางตาจนเข่าอ่อน
ทรุดนั่งทับขี้ไก่อย่างสิ้นเรี่ยวแรง
เด็กคงลำเลียงซากตัวที่ตายออกมาขุดหลุมฝังตามที่เขาได้สั่งเพื่อนบ้านไว้
ตัวที่เหลือต่างยืนคอตกหุบปีกอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
มันคงจะทยอยตายจนสิ้นตัวสุดท้าย
โธ่เอ๋ย...คำมีพลิกข้อมือดูนาฬิกาถี่ยิบด้วยอารมณ์ทุรน
เพื่อนบ้านหลายคนที่กำลังรอรถคันเดียวกันทักถามด้วยความสงสัย
คำมีบอกเล่าปรากฏการณ์อันเป็นเหตุที่ไมีอาจระงับความรู้สึกให้ฟังสองคน
เมื่อคนที่สามทักถามซ้ำเขาถึงกับแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเสียมารยาท
เข็มนาฬิกาเดินช้าเหลือกำลัง
แต่ละนาทียุรยาตรเหมือนคนง่อย
อยากกระชากเม็ดมะยมออกมาหมุนให้มันถึงเวลาสิบโมงครึ่ง
รถสองแถวคันต่อไปจะได้เคลื่อนออกเสียที
ลูกน้อยร้องหิว
คำมีรู้สึกผิดที่จมฝังอยู่กับเล้าไก่จนลืมนึกถึงลูก
เธอคงหิวจัดเพราะเลยเวลาเคยกินกว่าชั่วโมง
คำมีสั่งก๋วยเตี๋ยวมาป้อนลูกแม้จะรู้ว่าเธอกินไม่ถึงครึ่งชาม
มันคืออาหารที่เธอชอบมาก
ครั้งก่อนๆ
เขาต้องช่วยกิน
แต่คราวนี้คงต้องเลือกค้างชาม
ปากคอมันขมเหมือนกำลังไข้ขึ้น
คำมีรู้สึกหงุดหงิดเหลือกำลังเมื่อรถสองแถวติดเครื่องทำท่าจะเคลื่อนออกจากคิวแล้วหยุดรอผู้โดยสาร
เดินหน้าแล้วกลับถอยหลังนับไม่ถ้วนครั้ง
ปรากฏการณ์เยี่ยงนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาเป็นที่รู้กันดี
ไม่เคยมีใครต่อว่ารวมทั้งคำมี
แต่ในภาวะอารมณ์ยามนี้
เขานึกอยากกระชากคนขับรถมาแล้วขึ้นไปเป็นโชเฟอร์เสียเอง
จะเหยียบให้มิดคันเร่งทีเดียว
แต่มันคงเป็นเรื่องยากมาก
เพราะเขาขับรถไม่เป็น
หัวใจเต้นระทึกตลอดเส้นทางเจ็ดสิบกิโลเมตร
หากขับมอเตอร์ไซค์คงใช้เวลาราวชั่วโมงเดียวเท่านั้น
แต่รถสองแถวซึ่งขับอ่อยเหยื่อไปตลอดทาง
ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง
มันช่างนานและไกลราวกับเส้นทางแปลกหน้าที่ไม่รู้จุดหมายปลายทาง
คำมีอุ้มลูกน้อยวิ่งเข้าหาเล้าไก่ทันทีที่ลงจากรถ
หัวใจระรัวตั้งแต่ยังไม่สาวก้าวแรก
หวาดวิตกกังวลเหมือนเมื่อครั้งถลาเข้าถามหมอถึงอาการป่วยของเมียในห้องไอซียูเมื่อหลายปีก่อน
คุกเข่าลงหน้าเล้าไก่ด้วยความปลื้มปิติเกินสรรหาคำใดพรรณนา
เพียงกวาดสายตาแวบเดียวก็รู้ว่าประชากรไก่ยังเต็มเล้าเหมือนเดิม
เรากลายเป็นบ้าถึงสี่วัน
คำมีอุทานกับฟ้าดิน
บ้าจริงๆ เลยไอ้บ้าเอ๊ย |
