|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๕๗ วานฆ่าเจ้าหมีควายให้หน่อย กร
ศิริวัฒโณ
อีกห้านาทีจะถึงเวลาสิบหกนาฬิกา
ซึ่งเลยเวลาเลิกเรียนมาเกือบสามสิบนาทีแล้ว
นักเรียนชั้นปอห้าและปอหกทั้งหญิงชายยังนั่งเข้าแถวเป็นระเบียบอยู่กลางสนามหญ้าหน้าเสาธง
ผู้ปกครองนักเรียนจอดรถรออยู่ใต้ร่มไม้ริมสนามด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือเต็มไปหมด
ทุกคนมองไปที่นักเรียนกลางสนาม
คอยสดับตรับฟังเรื่องราวอย่างสนใจใคร่รู้
บางคนหงุดหงิดที่ไม่สามารถนำลูกกลับบ้านได้ตามเวลาเหมือนทุกวัน
ผมกับครูวิชัยยืนกอดอกหน้าขรึมอยู่หน้าแถวนักเรียนที่นั่งกันเงียบกริบอย่างผิดวิสัยอันเคย
เหมือนทุกคนกำลังเป็นใบ้
เด็กผู้หญิงส่วนมากหน้ายุ่งเพราะขัดใจกันเรื่องที่เกิดขึ้น
แต่หลายคนก็เอาใจช่วยครู
อยากให้ครูเค้นเอาคนผิดออกมาให้ได้
จะได้รู้กันเสียทีว่าใครเป็นคนขโมย
อันที่จริงผมพอจะรู้ว่าใครคือผู้กระทำ
แต่ก็ไม่เห็นกับตา
เลยไม่อยากปรักปรำเด็กให้เสียกระบวนการยุติธรรม
ครูวิชัยก็คิดเหมือนผม
เราปักใจที่เด็กคนเดียวกันคือภูชา
ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นปอหกทับหนึ่งที่เพื่อนๆ
เรียกว่าไอ้หมีควาย
ภูชาเป็นเด็กตัวโต
อ้วนใหญ่
ผิวคล้ำและอายุมากกว่าเพื่อนด้วย
เพราะเขาตกซ้ำชั้นปอหนึ่งสองปี
แถมซ้ำชั้นปอสี่อีกปีด้วย
ว่าไปแล้วเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาได้เพราะครูขี้เกียจจะให้ตกซ้ำชั้นอีกแล้วนั่นแหละ
ความรู้กับอายุต่างกันเหลือเกิน
ภูชามักชอบเด็กหญิงที่มีหน้าตาดี
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็เกิดกับเด็กหญิงวิภาซึ่งเป็นคนสวยประจำห้องนั่นเอง
ก่อนเลิกเรียนเล็กน้อย
วิภาได้วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกครูวิชัยว่าเมโรเดียนของเธอหายไป
ครูวิชัยไปถามเด็กนักเรียนชั้นปอหกทุกคนทั้งสามห้องก็ไม่มีใครยอมรับหรือเห็นว่าใครเป็นคนเอาเมโรเดียนของวิภาไป
ครูวิชัยมาปรึกษาผมซึ่งเป็นครูประจำชั้นปอหักทับสอง
ในที่สุดเราตกลงกันว่าจะต้องค้นกระเป๋าของทุกคน
เรื่องนี้จะปล่อยไปเฉยๆ
ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเมโรเดียนเครื่องหนึ่งราคาเกือบสองพันบาท
งานแข่งกีฬาประจำกลุ่มโรงเรียนก็ใกล้จะถึงเต็มที
กองดุริยางค์โรงเรียนจะขาดเมโรเดียนไม่ได้ด้วย
ที่สำคัญมันเป็นเมโรเดียนที่ผู้ปกครองของวิภายอมควักกระเป๋าซื้อให้เพื่องานนี้โดยเฉพาะ
ผมกับครูวิชัยช่วยกันค้นกระเป๋านักเรียนชั้นปอหกทุกคนก็ไม่พบ
ครูวิชัยเสนอให้ค้นนักเรียนชั้นปอห้าด้วย
เพราะอยู่อาคารเดียวกับปอหก
อีกอย่างเด็กปอห้าก็มีหลายคนที่มีนิสัยไม่ค่อยดี
ซึ่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นด้วยก็ได้
ผมกับครูวิชัยขึ้นไปค้นห้องและค้นกระเป๋าของนักเรียนชั้นปอห้าทุกคน
ซึ่งก็คว้าน้ำเหลวเหมือนกัน
ผมกับครูวิชัยชักปวดหัวตุบขึ้นมาทันที
ถ้าไม่จัดการให้เด็ดขาด
เด็กเกเรจะได้ใจและก่อเรื่องวุ่นวายมากขึ้น
ในที่สุดผมกับครูวิชัยตกลงกันว่าจะต้องเอาเด็กมาเค้นกันกลางสนาม
เพื่อจะลากคอคนผิดออกมาให้ได้
ขณะที่ครูวิชัยเรียกรวมเด็กที่กลางสนามหน้าเสาธง
ผมก็เรียกวิภามาสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง
เพื่อจะได้หาลู่ทางเอาคนผิดออกมาให้ได้
เล่าเรื่องโดยละเอียดให้ครูฟังอีกครั้งซิ
ผมบอก
หลังจากครูสมใจซ้อมขบวนดุริยางค์แล้ว
หนูก็เอาเมโรเดียนมาใส่ไว้ในโต๊ะ
แล้วไปเข้าห้องน้ำ
กลับมาอีกทีเมโรเดียนก็หายไปแล้วค่ะ
วิภาเล่าไม่ติดขัด
หน้าแห้งหาย
คงกลัวพ่อแม่จะดุเอา
ตอนที่เธอเอาเมโรเดียนไว้มีใครอยู่ในห้องบ้าง
ผมซักต่อ
หนูไม่ทันสังเกต
แต่ดูเหมือนจะไม่มีเด็กอยู่ในห้อง
วิภาทำหน้ายุ่ง
ไม่มั่นใจ
แต่ก็ยังดูสวยใสไม่สร้าง
สมกับเป็นลูกสาวของอดีตนางงามวันสงกรานต์อันเลื่องชื่อของอำเภอที่ทั้งสวยและเก่ง
เอ๊ะยังไงกัน
ครูว่าเธอน่าจะเห็นนะว่าใครอยู่ในห้องบ้าง
ผมแปลกใจในตัวของวิภาจริงๆ
รู้สึกไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก
คือโต๊ะของหนูอยู่ติดกับประตูพอดี
ตอนหนูเอาเมโรเดียนใส่โต๊ะ
หนูไม่ได้เข้าไปในห้องด้วยซ้ำ
วิภาอธิบาย
คราวนี้ผมพอจะเข้าใจ
และมันสามารถเป็นไปได้ตามที่เธอเล่า
เธอเข้าห้องน้ำประมาณกี่นาที
ผมถามเอารายละเอียดให้มากที่สุดเพื่อนำไปใช้ในการสืบสวนหาคนผิด
สามสี่นาทีได้
แล้วตอนกลับมามีใครอยู่ในห้องบ้าง
มีเด็กอยู่หลายคนแล้ว
แล้ววันก่อนรองเท้าได้คืนไหม
ผมถาม
ก่อนหน้านี้สี่ห้าวัน
รองเท้าของเธอหาย
ครูจับมือใครดมไม่ได้
โชคดีที่พ่อแม่ของวิภาค่อนข้าง จะเข้าใจปัญหาดี
ถ้าเป็นคนอื่นครูต้องโดนด่าแน่นอน
อย่างน้อยก็ด่าฝากกลับมาให้หงุดหงิดใจเล่นละ
ยังค่ะ
พ่อแม่ว่ายังไงบ้าง
ว่านิดหน่อย
ครูถามแค่นี้แหละไปได้
วิภายกมือไหว้แล้ววิ่งไปนั่งเข้าแถวกับเพื่อนๆ
ผมเดินตามไปสมทบกับครูวิชัย
ใครเอาเมโรเดียนของวิภาไปบ้าง
ครูวิชัยถามเสียงดังฟังชัด
ไม่มีรอยยิ้ม
สอดส่ายสายตาไปมาเหมือนเหยี่ยวร่อนหาเหยื่อ
แล้วไปหยุดสายตานิ่งไว้ที่กลุ่มของเด็กชายภูชา
ปล่อยให้ความเงียบถามแทนอีกหลายสิบครั้ง
แต่ก็ไม่มีใครยกมือ
ใครแกล้งเพื่อนก็เอามาคืนเสีย
จะได้กลับบ้านกันเร็วๆ
ครูไม่เอาผิดหรอก ผมเล่นจิตวิทยา
จ้องมองหน้าเด็กเกือบทุกคน
และพยายามสังเกตพฤติกรรมของเด็กชายกลุ่มภูชา
และเด็กชายชั้นปอห้าบางคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย
เงียบ!
มีใครเห็นบ้าง
ครูวิชัยทำลายความเงียบขึ้น
เราอยู่ในสังคมเดียวกัน
ต้องช่วยกันดูแล
เห็นคนทำชั่วแล้วนั่งไว้ก็เหมือนกับทำชั่วเสียเอง
ใครเห็นก็ให้บอกมาตามตรง
ไม่ต้องกลัว
ครูจะปกป้องอย่างเต็มที่
ผมเดินไปกระซิบกับครูวิชัย
ผมว่าเด็กไม่กล้ายกมือแน่
เพราะเขากลัวจะถูกทำร้ายระหว่างทาง
แล้วทำอย่างไร
ผมว่าเราแจกกระดาษให้เด็กคนละแผ่นแล้วให้เขียนชื่อคนที่ขโมยเมโรเดียนโดยไม่ต้องลงชื่อผู้เขียน
ดีไหม ผมเสนอ
ดีมาก
ครูวิชัยหลุดยิ้มออกมาได้
แล้ววิ่งกลับไปที่ห้องพักครู
เอากระดาษตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดสองตารางนิ้วมาแจกให้เด็กทุกคน
ผมมองไปที่เด็กในกลุ่มเป้าหมาย
ดูสีหน้าไม่ค่อยดี
ผมคิดว่าอย่างไรเสีย
วิธีนี้ได้ผลแน่
ผมนัดแนะกับครูวิชัยถึงวิธีการล้วงความลับจากเด็กๆ
เอาละ
ครูวิชัยพูดหลังเดินไปอยู่หน้าแถว
ใครรู้ว่าใครเป็นคนขโมยเมโรเดียนของวิภาก็ให้เขียนชื่อลงในกระดาษ
ไม่ต้องลงชื่อผู้เขียน
เสร็จแล้วม้วนให้มิดชิดแล้วครูจะไปเก็บเอง
ส่วนใครที่ไม่เห็นก็ให้เขียนอะไรก็ได้ลงในกระดาษแล้วม้วนให้มิดชิดเช่นกันใครยังไม่เข้าใจบ้าง
เด็กหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
ไม่เห็นแล้วเขียนทำไมคะ
เพื่อไม้ให้คนขโมยสังเกตคนที่รู้ความลับของเขาน่ะซี
เข้าใจไหม
เข้าใจค่ะ
ใครยังไม่เข้าใจอีกบ้าง
ครูวิชัยถามซ้ำอีกครั้ง
ไม่มีใครยกมือ
ครูวิชัยสั่ง
เขียนเลย
เด็กทุกคนเปิดกระเป๋าหนังสือที่วางอยู่ข้างตัว
หยิบดินสอปากกาขึ้นมาเขียน
ปิดให้ดี
อย่าให้เพื่อนเห็นนะ ผมเตือนด้วยความหวังดี
อยากให้ทุกคนรอบครอบไว้ก่อน
จากนั้นทั้งผมและครูวิชัยก็เดินไปเก็บกระดาษที่เด็กเขียนทีละคน
เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายขึ้น
เก็บแล้วผมเอาไปเปิดดูที่ห้องพักครู
ขอช่วยให้เพื่อนครูที่ยังอยู่ในห้องพักช่วยเปิด
แล้วในที่สุดผมก็ได้ชื่อเจ้าเด็กตัวการ
ผมเอารายชื่อไปให้ครูวิชัยดู
พร้อมกับเสนอแนะวิธีดำเนินการในขั้นต่อไป
เอาละตอนนี้ครูได้ตัวผู้ที่น่าสงสัยแล้ว
ให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านได้
ยกเว้นเด็กชายภูชามาพบครูก่อน
ครูมีเรื่องจะปรึกษาสักเล็กน้อย
ครูวิชัยไม่พูดตรงๆ
เพราะไม่อยากทำร้ายน้ำใจของเด็กเกินไป
เด็กๆ
แตกฮือวิ่งไปหาผู้ปกครองของตนเสียงเจี๊ยวจ๊าวลั่นสนาม
ส่วนเด็กชายภูชาเดินเหงาๆ
ตามหลังผมกับครูวิชัยเข้าในห้องพักครู
ผมกับครูวิชัยขอใช้ห้องอาจารย์ใหญ่สอบสวน
เพราะมิดชิดดีและติดแอร์เย็นสบายด้วย
ครูวิชัยได้โอกาสยัดเยียนให้ผมเป็นคนสอบสวน
เขาขอตัวกลับบ้านก่อน
เพราะจะไปร่วมกินเลี้ยงงานมงคลสมรสของเพื่อน
ผมให้ภูชานั่งพับเพียบกับพื้น
ส่วนผมนั่งบนโซฟา
รู้สึกว่าภูชาจะเล็กลงกว่าเดิมเยอะ
ภูชานั่งก้มหน้านิ่ง
เหงื่อผุดตามไรหนวดนุ่มบาง
มีคนเห็นเธอเอาเมโรเดียนของวิภาไปจะว่าอย่างไร
ผมเริ่มสอบสวนหลังจากจ้องตาข่มขวัญภูชาอยู่นานพอสมควร
ผมไม่ได้เอา
ภูชาเสียงสั่น
แล้วใครเอา!
ผมรุกทันควัน
เสียงดังข่มขวัญ
นายนุกเป็นคนเอา
ภูชาป้ายความผิดไปให้เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน
พลางยกมือปาดเหงื่อที่หนวดบาง
แต่เขาบอกว่าเธอเป็นคนเอา
ยอมรับมาดีกว่า
ครูอาจจะลดโทษให้บ้าง
ผมล่อให้เขาฮุบเหยื่อ
ภูชาไม่พูด
นั่งนิ่งเหมือนจอมปลวก
ถามอย่างไรก็พูดอยู่คำเดียวว่า
ผมไม่ได้เอาจริงๆ
ท่าเดียว
ผมชักร้อนใจ กลัวว่าเมโรเดียนจะหายไปด้วยมือที่สามแล้วจะยุ่ง
งั้นพอจะบอกได้ไหมว่านุกเอาเมโรเดียนไปไว้ที่ไหน
เขาโยนไว้นอกกำแพงครับ
โยนตรงไหน
นอกกำแพงหลังส้วมครับ
พาครูไปหาเดี๋ยวนี้เลย
ผมบอก
ภูชาลุกขึ้นทันที
ท่าทางกระปรี้กระเปร่าขึ้น
นำผมเดินไปทางประตูหลัง
เมื่อไปถึงกำแพงตรงหลังส้วม
ซึ่งเป็นป่าละเมาะสูงถึงสะเอว
ภูชาก็เดินบุกป่ารกเข้าไปหยิบเมโรเดียนออกมาทันที
แทบไม่ต้องหาเลย ผมยิ้ม
ดีใจที่ได้เมโรเดียนคืน
และพาภูชามาที่ห้องพักครูอีกครั้ง
เธอไม่ขโมยแน่นะ
ภูชา ผมถามย้ำอีกครั้งทั้งที่มั่นใจเต็มที่ว่าเขาเป็นคนขโมยเมโรเดียนแน่นอน
เพราะพฤติกรรมของเขาบอกเช่นนั้น
ครับ
ภูชาพูดเสียงไม่ค่อยหลุดจากปาก
งั้นกลับบ้านได้
ผมส่ายหน้าตามหลังภูชา
เอือมระอากับพฤติกรรมแบบนี้ของเขาเต็มทน
แก้อย่างไรไม่หาย
จับไม่ได้คาหนังคาเขาแล้วไม่มีวันรับ
ไม่รู้จะเอาเขาไปไว้ตรงไหนในประเทศนี้
แน่นอนเรื่องนี้ยังไม่จบ
พรุ่งนี้โน่นแหละจึงอวสาน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อนุกกับภูชามาถึงโรงเรียน
ผมเรียกพบที่ห้องอาจารย์ใหญ่ทันที
อาจารย์ใหญ่ยังไม่มา
ปกติจะมาสายๆ
หรือไม่ก็ไม่มาเลย
ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของที่นี่
คราวนี้ผมไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น
เพียงเปิดฉากให้เด็กทั้งสองตกลงกันต่อหน้าผมเท่านั้น
นุก
ภูชาบอกว่าเธอเป็นคนขโมยเมโรเดียนของวิภา
ผมเปิดเกมแยกมิตร
ผมไม่ได้ขโมยนะครู
นายภูชานั่นแหละขโมยเอง
นุกพูด ทำตาลุกวาวใส่ภูชา
แต่เขาบอกว่าเธอเป็นคนขโมย
ผมยืนยัน
เขาโกหก
นุกเสียงดัง
ท่าทางไม่พอใจภูชามาก
ครูไม่รู้
ตกลงกันเองว่าใครเป็นคนขโมย
แล้วการโต้เถียงก็เกิดขึ้น
ต่างคนต่างไม่ยอมรับและโยนกลองใส่กันเป็นพัลวัน
ผมนั่งฟังอย่างใจเย็น
คอสังเกตพฤติการณ์และตรวจสอบความรู้สึกของทั้งสองคนอย่างตั้งใจ
เมื่อเห็นว่าเรื่องทำท่าจะบานปลายกลายเป็นการทะเลาะกันแล้ว
แต่ภูชาก็ยังไม่ยอมสารภาพ
หยุดได้แล้ว
ผมห้ามทัพเพราะเห็นช่องโหว่พอที่จะน็อคเจ้าลูกศิษย์ปากแข็งให้อยู่หมัดได้แล้ว
ภูชากับนุกยืนนิ่ง
หันมองตากันปริบๆ
ต่างคนต่างบอกว่าเป็นคนดูต้นทางใช่ไหม
ผมถามพลางจ้องหน้าเด็กทั้งสอง
จ้องลึกลงในดวงตาของเขาทีละคน
ครับ
ภูชากับนุกรับคำเกือบพร้อมกัน
นุกสบตาผมทุกครั้งที่ผมจ้อง
ส่วนภูชาก้มมองพื้นตลอดเวลา
ภูชา
เธอบอกว่าเธอคอยดูต้นทางอยู่ด้านหน้าอาคารใช่มั้ย
ผมถาภูชาเน้นทีละคำช้าๆ
และหนักแน่น
ครับ
ภูชาพูดเบาแผ่วแทบไม่ได้ยิน
แล้วเธอรู้ได้อย่างไรว่าเมโรเดียนอยู่ในป่ารกหลังส้วม
ผมใช้คำถามที่เป็นไม้ตาย
ภูชาไม่ตอบ
ยืนนิ่งเหมือนหมีควายโดนยาสลบ
เม็ดเหงื่อผุดเต็มจมูก
ว่าไงละ
เธอเป็นคนขโมยเมโรเดียนของวิภาใช่มั้ย!
ครับ
ภูชาพยักหน้าจำนน
ผมโบกมือให้นุกออกไปก่อน
เขายกมือไหว้สวยๆ
ก่อนจากไปอย่างโล่งอก
แล้วรองเท้าของวิภาก็เป็นฝีมือเธอใช่ไหม
ผมสาวต่อไปอีกคดี
เพราะชื่อว่าภูชาเป็นคนขโมยไป
เด็กหลายคนให้การพาดพิงเขาไว้
เพียงแต่ไม่สามารถหาหลักฐานมามัดตัวเขาได้เท่านั้น
ภูชาทำท่าลังเล
เมื่อวานครูไปสืบมาแล้ว
ผมขู่ทันที
เพราะเห็นภูชากำลังหวั่นไหวสุดขีดและเสียหลัก
นับเป็นโอกาสเหมาะที่หาไม่ได้ง่ายๆ
ผมไม่ได้เจตนาจะเอาหรอกครับ
ภูชายอมเปิดปาก
รวมทั้งเมโรเดียนด้วยหรือเปล่า
ผมถามเพราะเห็นว่าน่าจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ในการกระทำของเจ้าหมีควายของเพื่อนๆ
ครับ
เธออยากเล่นเมโรเดียนหรือ
ผมคิดว่าเขาอยากเล่นดนตรีไม่มีเงินซื้อ
เพราะฐานะทางบ้านของเขาไม่ดีนัก
เปล่า
ภูชาส่ายหน้า
เธอมีน้องสาวหรือเปล่า
ไม่มีครับ
อ้าว
แล้วเธอขโมยรองเท้าของวิภาไปทำไมล่ะ
ผมสงสัยเต็มที
ผมชอบวิภาครับ
ภูชาตอบพลางหลบตา
ผมนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
ชอบแล้วไปขโมยของเขาทำไม
เขาไม่รักผมครับ!
ภูชาสารภาพ
งั้นเธอคงขโมยข้าวของวิภาไปหลายชิ้นสิ
ผมแกล้งถามไปอย่างนั้นเอง
ครับ
มีอะไรบ้าง
ผมอยากรู้
ยางลบ
ไม้บรรทัด ดินสอ...
ภูชาระบายออกมายาวเหยียด
ผมนั่งฟังตาค้าง
คาดไม่ถึงจริงๆ
และเชื่อว่าไม่มีครูคนไหนคาดถึงด้วย
แล้วตอนนี้ของพวกนั้นอยู่ไหน
อยู่ที่บ้านครับ
ภูชาพูดเสียงสั่นตลอดเวลา
น้ำตาคลอหน่วย น่าสงสาร
มาถึงตรงนี้ผมมองเรื่องราวทั้งหมดทะลุปรุโปร่งเหมือนมองผ่านแก้วใส
ม่านมืดแห่งความขุ่นเคืองใจพังทลายลงในบัดดล
รู้สึกเหมือนโดนหมัดของเขาทรายเข้าเต็มคาง
มึนตึบไปเลย
มือไม้อ่อนปวกเปียกเอาดื้อๆ
ไม่รู้จะลงโทษเขาอย่างไรดี
วานผู้อ่านช่วยลงโทษเจ้าหมีควายของเพื่อนๆ
แทนผมด้วยก็แล้วกันนะครับ |