|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๓๘
ปราสาทนก
"ปาริชาติ"
๑. ผับกึ่งคาราโอเกะยามตื่น เนื้อตัวแพรวพราวด้วยแสงสี
เสียงดนตรีดังประหนึ่งจังหวะเต้นของวิญญาณเสรี ภาพหัวร่อต่อกระซิกของเหล่ามนุษย์ราตรีดูคล้ายภูตพรายสังสรรค์
ที่มุมเด่รนสุดของร้าน บนโซฟาดำริมประตูด้านขวามือ ฝันแก้วอยู่ตรงนั้นกับเพื่อนสาวหน้าตาจิ้มลิ้มหลายคน
ไกลออกไปมีแขกนั่งอยู่ประปราย ทั้งที่บาร์ ที่โต๊ะ ผลัดกันจับไมค์ปลดปล่อยอารมณ์เริงรื่นออกมาด้วยเสียงเพลง
เกือบจะตี ๑ ประตูติดฟิล์มกรองแสงด้านหน้าจึงเปิดออกอีกครั้ง พวกหล่อนลอบยิ้มเมื่อเห็นเขา
"ฉายเดี่ยว" พราวแสง-รีเซฟชั่นมือเก๋ารี่เข้าประกอบแขกแล้วพาไปนั่งหลบอยู่ในมุมสันโดษ
หล่อนชวนเขาสนทนาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งฝันแก้วรู้ดีว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องเครื่องดื่มกับความต้องการเบื้องลึกของเขาที่หล่อนกำลังลุ้นสุดตัว
เพราะนี่ก็เกือบสิ้นคืนแล้ว แต่ฝันแก้วก็ยังจ่อคิวอยู่อย่างนั้น
พราวแสงผละจากลูกค้า หล่อนเดินมาสั่งบริการแล้วเลยมาทางเหล่านารี ฝันแก้วใช้กระดาษซับมันซับใบหน้า
พลางขยับเสื้อและกระโปรงสั้นเต่อพอให้เห็นตัวอย่างสินค้า รอจนพราวแสงพยักหน้า
หญิงสาวจึงลุกขึ้นปล่อยให้หล่อนจูงมือไปอย่างว่าง่าย
ระหว่างทาง ฝันแก้วแอบสำรวจตัวเองอีกครั้ง และพยายามใส่จริตให้ดูเป็นหญ้าอ่อนที่พลิ้วขึ้น
โชคดีที่หล่อนอายุแค่ ๒๐ จึงไม่ต้องปั้นหน้าให้ใสซื่อตามไปด้วย ฝันแก้วร้องเพลงได้และรู้ว่าผู้ชายแบบไหนชอบอย่างไร
เพราะนี่คืออาชีพของหล่อน
พราวแสงให้หญิงสาวนั่งด้านซ้ายของแขก ซึ่งมีที่อยู่นิดเดียวจนเนื้อเบียดเนื้อ
บอกพอเป็นพิธีว่า "พราวฝากน้องด้วยนะคะ"
แล้วก็ผละไป ทั้งที่เหลือให้อยู่ในความสามารถของเฟรนด์ดริงค์อย่างฝันแก้ว
ซึ่งนอกจากจะทำให้เขาติดใจสถานที่แล้ว ยังต้องทำให้เขาติดใจตัวหล่อนด้วย
ติดใจจนอยากจะใช้เวลาข้างนอกด้วยกันสักชั่วโมง ไม่อย่างนั้นคืนพรุ่งนี้ฝันแก้วจะต้องทำงานหนักทบทวี
สำหรับหล่อน การนอนสองผลัดกับแขกชั่วข้ามคืนไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก
สร้างมโนภาพเห็นสิ่งที่เป็นกำลังใจตั้งตระหง่านอยู่ในห้วงคำนึง พลางบอกกับตัวเอง...
"ราตรีแห่งโชคเริ่มต้นขึ้นแล้ว"
๒. ฝันแก้วกระหืดกระหอบเข้าออฟฟิศก่อนหมดเวลาพักเที่ยง
ทุกๆ ต้นเดือนหล่อนจะมีสภาพเช่นนี้ ต้องรีบกินข้าว ไปธนาคาร แล้วกลับมาให้ทันทำงานช่วงบ่าย...พอนั่งพักสักครู่
หญิงสาวจึงค่อยสังเกตเห็นซองจดหมายสีฟ้าและลายมือคุ้นตาของแม่ ฝันแก้วเหลือบดูนาฬิกาข้อมือแล้วรีบเปิดอ่าน...
ฝันแก้ว
แม่สบายดี ส่วนทิพย์สอบเสร็จแล้ว นี่ก็กำลังจะมีกีฬาสี ครูเขาบอกว่าต้องซื้อเสื้อใหม่
ความจริงแม่ตัดให้มันแล้ว แต่ใช้ไม่ได้ ต้องซื้อของโรงเรียน จะได้เหมือนเพื่อน
แก้วเป็นยังไงบ้างลูก อย่าทำงานหนักนัก แม่อยู่ทางนี้ถ้าว่างก็ไปดูบ้านให้ตลอด
เขาทำไปได้เยอะแล้วเหมือนกัน นี่แม่ก็ไปนั่งถอนหญ้าบ้าง รดน้ำต้นไม้บ้าง
ก็เพลินดี
ตอนนี้ที่สัตหีบกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คนในตลาดเขาพูดกันว่า
ทหารจะสร้างฌาปนกิจศพใหม่ เผาศพทหารกันเองง เพราะวัดเก็บแพงเกินไป ยายแม้นเจ้าของบ้านเช่าเราเลยไม่เป็นอันทำอะไร
เอาแต่เดินสายทำบุญ แกกลัวเขาเอาที่คืน แต่แม่ไม่สนใจ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด
และอีกไม่นานบ้านของแก้วก็จะเสร็จแล้ว
ช่วงนี้ใกล้จะสงกรานต์ มีงานตัดเสื้อผ้าเข้ามาเยอะมาก ขาข้างซ้ายของแม่ยังปวดอยู่เหมือนเดิม
ก็อย่างที่บอกแก้วนั่นแหละ ขาขวาเหยียบจักร ส่วนข้างซ้ายไม่ได้ทำอะไรมันเลยชาๆ
ปวดๆ นี่แม่ก็พยายามไปเดินเล่นที่บ้านใหม่ แต่ถ้างานเยอะมากก็ต้องนั่งทำให้เสร็จ
ทำยังไงได้ล่ะลูก เราอยากได้เงินเขานี่
ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน
รักลูก
แม่
ฝันแก้วพับจดหมายเก็บเข้าซอง อีกไม่กี่วันแม่คงได้รับเงินที่ผ่านเข้าแบ็งก์ไปให้
ส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน และอีกส่วนเป็นค่าผ่อนบ้าน นึกถึง
"บ้าน" ฝันแก้วรู้สึกใจรอนๆ นานมาแล้วที่หล่อนไม่ได้กลับไปเยี่ยมแม่กับน้องเลย
เพราะรายจ่ายที่สูงลิบลิ่วทำให้ต้องมีรายได้เข้าบ้านทุกวัน ถ้าคืนไหนหยุดหรือไม่ได้แขก
นั่นหมายถึงการดิ้นรนที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในวันถัดไป หญิงสาวหญิงทิชชูมาซับหัวตา
พลางถอนใจหนักหน่วง หล่อนจะต้องมีชีวิตอย่างนี้ไปจนกว่าจะผ่อนบ้านเสร็จ
ซึ่งมันยาวนานเหลือเกินสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว
"พี่ก้อง" หล่อนคิดถึงเขาทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้กับการสานฝันของเรา
"บ้านของพี่กับแก้วจนจะเสร็จแล้วนะจ๊ะ" ฝันแก้วกะพริบตาถี่
กลืนน้ำตาลงอด ด้วยไม่มีเวลาแต่งหน้าใหม่อีกแล้ว
เสียงออดเข้างานดังขึ้น ฝันแก้วเริ่มพิมพ์คอมพิวเตอร์ และพยายามรวบรวมสมาธิที่แตกกระจายให้จดจ่ออยู่กับงานประจำ
งานที่เขาฝากให้หล่อนมาเกือบ ๒ ปีแล้ว ฝันแก้วกลืนก้อนสะอื้นลูกใหญ่
ความทรงจำเปี่ยมสุขในอดีตเอ่อล้นพร่างพรู
...ตอนนั้นหล่อนอายุแค่ ๑๗ กำลังเรียน ปวช.ปีสุดท้าย แต่ปัญหาการเงินที่แก้ไม่ตกทำให้ฝันแก้วหาทางออกให้ตัวเองด้วยอาชีพผีเสื้อราตรีเช่นเดียวกับเพื่อนๆ
หล่อนสมัครเป็นเฟรนด์ดริงค์ที่คลับคาราโอเกะ ชีวิตช่วงนั้น...กลางคืนทำงาน
กลางวันเรียน
คืนแรกของการทำงาน ฝันแก้วตื่นตระหนกเหมือนลูกนกตื่นเสียง และดูเหมือนรีเซฟชั่นจะรู้
หล่อนช่วยเลือกแขกให้ แล้วฝันแก้วก็ได้พบเขา...
หญิงสาวเปลี่ยนโปรแกรมสั่งพริ้นต์ข้อมูลลงบนกระดาษ ขณะรอฝันแก้วหันไปเตรียมงานชิ้นต่อไป
ด้วยอยากจะลบภาพชายวัยกลางคนอออกจากห้วงคำนึง
เพียงแค่ปีเดียว การทำงานสองภาคทำให้พลังชีวิตหล่อนร่อยหรอลงไปมาก วูบหนึ่งยามเหนื่อยล้าหญิงสาวนึกโกรธขึงโชคชะตาที่พรากความสุขสมบูรณ์และความฝันไปจากหล่อนในชั่วพริบตา
เพราะถ้าเขายังอยู่ แค่เพียงยังมีเขาอยู่ มันก็คงไม่เป็นอย่างนี้
๓...แขกที่เดินเข้ามาช่างละม้ายคล้ายเขานัก
ฝันแก้วมองตามด้วย อยากจะพิศให้ชัด แต่ก็ต้องระงับใจ ไม่ให้ดูโจ่งแจ้งจนเกินไป
เพราะยังไม่ถึงคิวหล่อน
"เป็นไปไม่ได้หรอก เพียงแค่คล้ายเท่านั้น" หญิงสาวบอกตัวเอง
เพื่อนข้างๆ ขยับจะลุกเมื่อพราวแสงเดินมา แต่แล้วก็หน้าหงิกเพราะรีเซฟชั่นเรียกฝันแก้วแทน
"แขกประจำของเธอน่ะแก้ว"
"ใครเหรอพี่"
"ไปดูเองเถอะ" ฝันแก้วเดินเข้าไปใจระทึก อดภาวนาไม่ได้ว่า
"ขอให้เป็นเขา" ชายเพียงคนเดียวที่หล่อนรักและเก็บงำอยู่ในหัวใจ
มันเป็นการจดจำที่มิได้ถูกบังคับ ใครเลยจะรู้บ้างว่า...ฝันแก้วจำเป็นเหลือเกินที่ต้องจำแขกทุกคนที่เคยสัมผัสลุกล้ำหล่อนให้ได้ขึ้นใจ
จำด้วยต้องการจะหลบเร้น กลัวและอายเกินกว่าจะยืนเชิดหน้าได้ในทุกที่
"ช่างเถอะ อีกหน่อยบ้านก็เสร็จแล้ว" ฝันแก้วได้แต่บอกตัวเองทุกครั้งที่หน้าแป้นออกไปกับแขก
เชื่อเถิดว่า ไม่มีใครหน้าชื่นอกตรมได้เก่งเท่าหล่อน
ถึงโต๊ะลูกค้าแล้ว พราวแสงเอ่ยอะไรบ้าง ฝันแก้วไม่ทันฟัง เพราะมัวแต่เพลินพิศ
จนเขาหันหน้ามาเรียกหล่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มที่ยังฝังใจ ไม่มีใครขานชื่อหล่อนได้เพราะเท่านี้อีกแล้ว
"ฝันแก้ว"
"พี่ก้อง" หญิงสาวสะอื้นฮักโผเข้ากอดเขาแน่น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเศร้าดิ่งโศกลึกเช่นนี้
"เป็นอะไรจ้ะ มาช้าหน่อยเดียวขี้มูกโป่งเลย ไม่เอาน่า... แก้วคนเก่งอย่าร้องไห้"
เขาโอบหล่อนกระชับ ลูบผมยาวสลวยที่ไหวด้วยแรงสะอื้น
"แก้ว จำได้ไหมที่เคยบอกพี่ว่าแก้วอยากมีบ้านสักหลัง จะได้ไม่ต้องย้ายบ้านอีกต่อไป"
"ค่ะ" หล่อนรับคำเสียงอู้อี้
"พี่มีของขวัญให้แก้ว" เขากางแผ่นกระดาษออกให้หล่อนดู
"โฉนดหรือคะ ที่สัตหีบด้วย แพงมากไหมพี่"
"ไม่เท่าไรหรอกจ้ะ"
"แล้ว...พี่เขาไม่ว่าหรือคะ" หล่อนหมายถึงแม่ของลูกเขา
"เขาไม่รู้ พี่ซื้อเป็นชื่อแก้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่มีปัญหา"
เขาเชยคางมนขึ้นสบนัยน์ตาคู่หวาน "บอกแล้วไงจ้ะว่าพี่รักแก้ว รอให้เคลียร์เรื่องต่างๆ
เรียบร้อย แล้วเราจะไปอยู่ด้วยกัน"
หญิงสาวพยักหน้า นิ้วเรียวประนมกราบแนบอก รู้สึกมั่นคงยิ่งขึ้นกับอนาคตข้างหน้า
แม้จะยังตะขิดตะขวงใจที่ทำผิด แต่ฝันแก้วก็รักแล้ว รักและฝันอยากจะอยู่กับเขาไปชั่วชีวิต
"เราจะช่วยกันสร้างบ้าน เหมือนนกไงจ้ะ แก้วเคยเห็นมั้ย นกมันบินคางฟางมาทีละเส้น
สองเส้น ค่อยๆ ขัด ค่อยๆ ร้อย จนกลายเป็นรังที่อบอุ่น"
หล่อนยิ้มทั้งน้ำตา "อืมม์" ในลำคอแล้วกอดร่างบางกระชับขึ้น
"อีกอย่างนะแก้ว พี่อยากให้แก้วเลิกทำงาน พี่จะส่งแก้วเรียนเอง
พี่หวงของพี่ อยากเก็บแก้วไว้คนเดียว"
"ค่ะ..." ฝันแก้วรับคำแกมสะอื้น "อีก ๖ เดือน แก้วก็จบแล้ว"
"แล้วพี่จะฝากงานให้ เห็นมั้ยอะไรต่ออะไรมันจะต้องดีขึ้น"
ฝันแก้วพยักหน้า เด็กสาวอายุย่าง ๑๘ อย่างหล่อนไม่มีจริตมารยา จนเขามองทะลุเห็นแจ้งถึงจิตใจ
ว่าฝันแก้วทั้งจงรักภักดีและเทิดทูนเขาเหนือสิ่งอื่นใด
เกือบจะตีหนึ่ง ฝันแก้วเหลือบเห็นคนรักมองนาฬิกาแล้วใจหาย
"วันนี้ต้องรีบกลับหรือคะ"
"จ้ะ พี่เขาเริ่มสงสัย พี่ไม่อยากให้แก้วเดือดร้อน"
หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง ความจริงหล่อนทำใจยอมรับสภาพได้นานแล้ว แต่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า
ทำไมครั้งนี้จึงรู้สึกอาดูรจนอยากจะรั้งเขาไว้ไม่ให้ไป ฝันแก้วกุมมือใหญ่มาแนบแก้ม
"แก้วรักพี่"
"จ้ะ พี่ก็รักแก้ว" เขาลุกขึ้นเดินห่าง แล้วหายวับไปกับตา
ฝันแก้วกรีดร้องราวหัวใจแหลกสลาย...
หล่อนตื่นแล้ว พร้อมกับก้อนสะอื้นที่ยังไม่ขาดสาย
นานเหลือเกิน...ที่ไม่ได้ฝันถึงเขา
"พี่ก้อง แก้วคิดถึงพี่จัง" ฝันแก้วกลืนก้อนรันทดไว้ในอก ด้วยไม่อยากรบกวนเพื่อนร่วมหอที่กำลังหลับสบาย
ความฝันทำให้หล่อนสุข แต่ความเป็นจริงหลังจากนั้นยิ่งตอกย้ำหัวหมุดในใจให้ฝังลึก
หญิงสาวลึกขึ้นเก็บที่นอน แล้วเดินไปที่หน้าต่างมุ้งลวดเพียงบานเดียวของห้อง
ฟ้าก่อนสว่างมืดบริสุทธิ์ ประกายดาวบนราวฟ้าค่อยๆ อ่อนแสง ใจของฝันแก้วนับแต่วันที่สูญเสียเขาจนถึงบัดนี้...มันมืดสนิทยิ่งกว่าสีของผืนฟ้า
และกำลังใจที่ยังส่องแสงเพียงน้อยนิดก็คือบ้านสีขาวชั้นเดียวของเรา...
"ปราสาทนก" ที่หล่อนจะต้องสานต่อให้สำเร็จ
๔. แม่กับน้องเพิ่งกลับไปจากหลังรดน้ำต้นไม้เสร็จ
ขาซ้ายของแม่ยังทรงๆ อยู่ ฝันแก้วเกาะประตูรั้วมองแม่เดินลากขาไปช้าๆ
แต่ละย่างก้าวดูช่างยากเย็น
"ถ้าเรื่องบ้านเบาลงแล้ว หล่อนคงต้องทำงานอีกต่อสักพัก เก็บเงินพาแม่ไปหาหมอ"
หญิงสาวตั้งใจแล้วละวางความกังวลไว้ชั่วคราว หล่อนนั่งยองๆ ดูพื้นดินที่มีหญ้าปลูกอยู่เป็นหย่อมหญ้าที่แม่บอกว่า
"ไปขอเขามา อีกหน่อยมันก็ขายเต็มพื้น หญ้านี้ดีกว่าหญ้าญี่ปุ่นนะลูก
มันไม่แทง ไม่คัน นั่งแล้วนุ่ม"
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม ฝันแก้วลุกเดินขึ้นบันได เปิดประตูเข้าสู่ตัวบ้าน
หัวใจชื้นโศกค่อยปลอดโปร่ง "ปราสาทนก" ของหล่อนเหลือแค่ตกแต่งภายในให้เรียบร้อย
ทำความสะอาดเสียหน่อยก็เข้าอยู่ได้แล้ว
ออกจากบ้าน กดล็อคประตู ตรงเฉลี่ยงลมเย็นพัดโชยมาอ่อนๆ ลมแตะผิวคล้ายสัมผัสอ่อนโยนที่เคยคุ้น
ยามนี้ดวงอาทิตย์อัสดงขับแสงสีส้มอมเศร้าระบายไปทั่วผืนฟ้า ฝันแก้วทรุดนั่งลงบนพื้นกระเบื้องเคลือบสีนวล
ความแข็งแกร่งทั้งมวลดํจะมลายไปพร้อมกับลมหายใจที่ผ่อนออก นิ้วเรียบลูบไล้เนื้อกระเบื้องแผ่วเบา
"พี่ว่าสีนี้สวยนะแก้ว แต่มันจะสกปรกง่ายไปหน่อย"
"ไม่เป็นไรค่ะ แก้วจะเช็ดของแก้วทุกวัน"
ฝันแก้วชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นกอด ใจเวิ้งว้างค่อยอุ่นขึ้น คล้ายมีที่ยึดเหนี่ยว
หญิงสาวหันไปมองตัวบ้านทั้งหลัง รอยอาดูรยากสะกดพังทำนบออกมาร่วงพรู
"พี่ก้อง แก้วอยากให้พี่เห็นบ้านของเราจัง" หญิงสาวสะอื้นฮักด้วยรู้ว่าคนที่ห่วงหาไม่อาจหวนกลับคืนมาอีก
หล่อนร่ำไห้ปริมว่าจะขาดใจ ภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลง การดิ้นรนปากกัดตีนถีบหลังสูญเสียเขาเพราะอุบัติเหตุรถชนในคืนนั้น
มันทยอยซ้อนชัดเข้ามา เหมือนหนังที่ฉายซ้ำเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า จนฝันแก้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสำลักน้ำตา
นั่งอยู่นานจนฟ้ามืด ฝันแก้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแม่กับน้องรอกินข้าว หล่อนลุกขึ้นเดินกลับ
ขณะปิดประตูรั้ว ความทรงจำถึงเขาวาบขึ้นกลางใจ
"เราจะช่วยกันสร้างบ้าน เหมือนนกไงจ้ะแก้ว นกมันบินคาบฟางมาทีละเส้น
มาสร้างรังรักที่แสนอบอุ่น"
๕. ตั้งแต่พักเที่ยง ฝันแก้วคอยเหลือบมอง "ของ"
ในห่อหนังสือพิมพ์ที่ซุกอยู่ใต้โต๊ะอย่างมีความสุข รอจนเลิกงานแล้วจึงค่อยหยิบมันขึ้นมาแกะห่อ
ความจริงหล่อนดูที่ร้านมารอบหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังอยากจะดูซ้ำอีกสักหนให้อุ่นใจ
"ของ" นั้นคือแผ่นไม้สีน้ำตาลไหม้ขนาดย่อม สลักตัวอักษรหวัดแกมบรรจงสีทองด้วยถ้อยวลีที่แสนรักและผูกพัน
"ปราสาทนก"
ฝันแก้วอ่านมันด้วยความรู้สึกของคนที่รอนแรมมาไกลกว่าจะได้สิ่งที่เป็นชีวิต
เป็นความฝันของเขากับหล่อนและครอบครัว หญิงสาวใช้ปลายนิ้วแตะตามร่องสีทองเบาๆ
ความสุขแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ
วันนี้เป็นวันศุกร์ พรุ่งนี้หล่อนจะกลับบ้าน และเอามันไปแขวนไว้ในที่ๆ
ควรอยู่ บนรั้วไม้ล้อมรอบบ้านสีขาวหลังน้อย ฝันแก้วพันห่อหนังสือพิมพ์กลับตามเดิม
แล้วค่อยลงมือเก็บงานลงลิ้นชัก ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นซองโทรเลข
"นี่หล่อนมีความสุขจนไม่รู้เลยหรือว่ามีคนมาที่โต๊ะ" หญิงสาวนึกขันตัวเองขณะแกะซองออกอ่าน
"ใกล้สิ้นเดือนแล้ว แม่อาจจะมีเรื่องต้องใช้เงินด่วน"
ตัวอักษรจากแม่เพียงไม่กี่คำ ทำให้หล่อนสั่นไปทั้งตัว ฝันแก้วอ่านทวนซ้ำหลายเที่ยวอย่างไม่อยากเชื่อ...หล่อนปล่อยกระดาษร่วงลงพื้น
แล้วทรุดตัวแนบแก้มกับห่อไม้ ร่างบางสะอื้นฮักจนตัวโยน ในมโนภาพนั้นฝันแก้วเห็น
"ปราสาทนก" สีขาวของหล่อน เห็นฟางทุกเส้นที่เพียรสอดร้อยเป็นรังฝัน
เห็นเขา เห็นความรัก และความฝันที่แตกสลาย...
"กลับมาด่วน บ้านถูกเวรคืน"
แม่
|