เรื่องสั้น ฉ.๒๔๓๕
ตุ๊กตาตัวน้อย
กานต์ กีรติ


เด็กน้อยได้รับตุ๊กตาตัวใหม่สมดังที่ใจปรารถนา เพราะสามารถสอบได้อันดับหนึ่งของห้อง คำชมของครู ของเพื่อน และที่สำคัญที่สุดของพ่อแม่ ปูย่า ตายาย รวมไปถึงวงศาคณาญาติ มาผนวกกับความสมหวังที่ได้ตุ๊กตาตัวโปรดทำให้เด็กน้อยทั้งปลื้มทั้งปิติยินดีจนน้ำตาคลอ
"หนูตั้งชื่อให้ว่าน้องฝ้ายนะคะแม่" เด็กน้อยเข้าไปคลอเคลียอยู่ข้างๆ มารดา ในอ้อมแขนมีน้องฝ้ายถูกกอดกระชัยไว้แน่นหนาด้วยความรัก ความพึงใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยม "ส่วนยายอ้อนหนูจะยกให้สมัยดีมั้ยคะแม่...เห็นสมัยอยากได้อยู่เหมือนกัน" ตอนท้ายเด็กน้อยหารือ
มารดาเหลียวมามองยิ้มๆ วางหนังสือที่กำลังอ่านลงบนตัก คว้าร่างลูกน้อยมากอดไว้ในอ้อมแขน พลางถามอย่างเอ็นดู
"แล้วหนูไม่รักยายอ้อนแล้วหรือจ๊ะ"
"ไม่ค่อยรักแล้วค่ะ...มันขี้อ้อนจะตาย ซ้ำก็เก่าแล้วนี่คะ"
"ก็เลยอยากยกให้สมัย"
มารดาดักคอ
เด็กน้อยย่นจมูก "สมัยได้แค่นั้นก็พอแล้วนี่คะ เป็นเพียงลูกคนใช้..."
รอยยิ้มของมารดาเลือนไป แต่แววปราณีระคนความวิตกกังวลปรากฏจางๆ ในแววตา เธอโยกร่างบอบบางของลูกสาวเบาๆ พลางใช้คางถูไถบนศีรษะที่มีผมดกดำยาวลงเคลียไหล่ ปากก็ว่า
"ทำไมหนูพูดอย่างนั้นละจ๊ะ ไม่ดีเลยนะรู้มั้ย"
"ไม่ดีตรงไหนคะ"
เด็กน้อยเลิกคิ้วถาม
"ไม่ดีตรงที่หนูไม่ว่าสมัยเป็นแค่ลูกคนใช้..." มารดาพยายามชี้แจงแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น "หนูพูดแบบนี้ก็เหมือนหนูดูถูกสมัย...แม่พูดถูกมั้ยจ๊ะ"
"แต่หนูพูดความจริง"
เด็กน้อยแย้งขึงขัง
"ใช่จ้ะ...แต่ความจริงบางอย่างเราก็ไม่ควรพูด ถ้าสมัยมาได้ยินเข้าคงเสียใจแย่"
เด็กน้อยเบะปาก
"ช่างปะไร ได้ยินหรือไม่ได้ยิน เสียใจหรือไม่เสียใจ สมัยก็ทำอะไรหนูไม่ได้อยู่แล้วนี่คะ" เด็กน้อยยังมีความเชื่อมั่นในตนเองอยู่เต็มเปี่ยม "ไม่รู้ละค่ะ ในเมื่อหนูพูดความจริง...หนูก็จะไม่แคร์อะไร คนพูดความจริงเป็นคนดีไม่ใช่หรือคะแม่"
มารดารับคำเบาๆ ในลำคอแล้วเงียบงันไป ความรู้สึกของเธอวูบไหวประหวั่นอย่างบอกไม่ถูก...ลูกของแม่สวยน่ารักเหลือเกิน เรียนเก่งเหลือเกิน แต่แม่อยากให้ลูกได้รับคำชมต่ออีกว่า เป็นคนดีเหลือเกินจังเลย...ลูกจะให้แม่ได้หรือเปล่าหนอ...
เธอได้แต่คิด ทว่ามิได้ปริปากออกมา เพราะวัยของลูกยังอ่อนเกินไป และก็เพราะความ "อ่อนวัย" นี่แหละที่ทำให้เธอเกิดความหวังว่าการสั่งสอนอบรมผนวกกับวันเวลาและวัยที่สูงขึ้นจะช่วยให้หนูน้อยมีโลกทัศน์ที่กว้างไกล มองโลก มองเพื่อนมนุษย์ในแง่ดี รวมทั้งเป็นบุคคลที่พร้อมด้วยวุฒิทางปัญญาและอารมณ์ได้
"เอางี้มั้ยจ๊ะ..." มารดาเป็นฝ่ายหารือบ้าง "ยายอ้อนน่ะลูกเก็บไว้เถอะ แม่คิดว่าแกก็คงเสียใจที่พอได้น้องใหม่มา หนูก็ไม่รักแก ยกแกไปให้คนอื่นง่ายๆ อย่างนี้...ส่วนสมัยแม่จะหาซื้อตัวใหม่ให้ เมื่อก่อนแม่ก็ลืมไป ไม่คิดว่าสมัยอยากได้ตุ๊กตา เห็นเขาชอบเล่นหม้อข้าวหม้อแกง ปีนต้นมงต้นไม้เล่นเสียมากกว่า"
เด็กน้อยนิ่งคิดอยู่ราวกว่าอึดใจและก็ให้คำตอบที่ทำให้มารดาต้องงันเงียบไปอีกวาระหนึ่ง
"ก็ได้ค่ะ...แต่ต้องสวยน้อยกว่าน้องฝ้ายของหนูนะคะ"
จากวันนั้น เด็กน้อยเฝ้าฟูมฟักตุ๊กตาตัวใหม่เป็นอย่างดี ถักเปียให้ทุกวัน เลือกสรรแต่เสื้อผ้าดีๆ ให้ และเอาติดสอยห้อยตามไปแทบจะทุกหนทุกแห่ง ส่วนยายอ้อนถูกเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าและนิ่งสงบอยู่ที่นั่นโดยดุษณี...
"น้องฝ้ายไม่ดื้อเลยล่ะค่ะแม่" เด็กน้อยรายงานมารดาอย่างภาคภูมิใจ "หนูจะทำอะไรก็ไม่เคยขัด...ไม่เหมือนนังมันแกวหรอกแม่ ทั้งโง่ทั้งดื้อเหมือนเจ้าของไม่มีผิด"
"มันแกว...?"
มารดาเลิกคิ้ว ยังไม่ทันปริปากถาม ก็ได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายราวกับรู้ดีว่าคู่สนทนาสงสัยเรื่องอะไร
"ก็น้องสมัยไงล่ะแม่..." พูดแล้วเธอก็หัวเราะคิก "หนูตั้งให้สมัยเขาเองแหละ เห็นสมัยชอบกินมันแกวนักนี่ น้องก็ควรชื่อมันแกวจริงมั้ยคะ"
มารดาได้แต่ทอดถอนใจ
"แล้วสมัยเขายอมหรือลูก"
"ทำไมจะไม่ยอม มีอะไรที่สมัยเกล้าเถียงหนูบ้างล่ะ แม่ก็ทราบนี่คะ"

๒...
วันเวลาผ่านไป...จากเด็กน้อยมาสู่ความเป็นหญิงสาวและก้าวสู่ความเป็นแม่ที่มีตุ๊กตาชีวิตเป็นของตนเองถึงสองคน
เธอทุ่มเทให้กับลูกสาวคนโตที่ถอดแบบความงาม ความฉลาดเฉลียวไปจากเธอจนครบถ้วน ส่วนลูกสาวคนที่สองทั้งรูปลักษณ์และสติปัญญาส่งผลให้เธอเกิดอคติจนแทบจะไม่ชายตาไปแลเลยแม้แต่น้อย...
จนแม้สามีได้แยกทางไป เธอก็ไม่ยอมจะยกลูกสาวคนเล็กที่เขาขอแบ่งไปเลี้ยง ไม่ใช่เพราะรักและหวงลูกแต่เป็นเหตุผลที่เธอให้กับเพื่อนสนิทที่เธอมีอยู่เพียงคนหรือสองคนว่า
"ฉันจะแกล้งเขา...เขารักยายเล็กมาก ขืนให้ไปก็เปรมอุราแย่ซี..."
แต่เขาทำหมันแล้วไม่ใช่หรือ ถึงเขาไปมีใหม่ เขาก็มีลูกไม่ได้"
"ช่างปะไร...มีไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของฉัน"
"เธอว่าเธอไม่ค่อยรักยายเล็ก เธอก็น่าจะยกให้พ่อเขาไป เธอเลี้ยงลูกสองคน โดยให้ความรักไม่เท่ากัน เด็กจะมีปัญหาได้นะ"
ผู้ถูกยิงยิ้มอย่างไม่ยี่หระ
"คอยดูไปก็แล้วกันว่ามันจะมีปัญหาหรือไม่"
เธอพูดอย่างมาดมั่น และเป็นความมาดมั่นที่ไม่มีเพื่อนคนใดคิดจะแปรเปลี่ยน เพราะรู้ว่าความเป็นไปได้น้อยเต็มที

๓...
วันเวลาผ่านไป...ตุ๊กตาตัวโปรดที่เธอสามารถลิขิตชีวิตได้ทุกอย่าง เริ่มแปรไปเมื่อวัยและโลกทัศน์ของหนูน้อยมากขึ้น
"แม่อย่ามายุ่งกับหนูนักเลยได้มั้ยคะ" ลูกสาวคนโตเอ็ดอึงและนับเป็นครั้งแรกที่ตุ๊กตามีชีวิตเริ่มต่อต้านพฤติกรรมของอีกฝ่าย "หนูโตแล้วนะคะแม่ ไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่แม่มาคอยกำกับอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวจับแต่งตัว ถักนั่น ทานี่ ให้กินไอ้นั่น ไม่ให้กินไอ้นี่ เดี๋ยวอ้วนไปไม่สวย...เดี๋ยวผอมไปไม่งาม...หนูโตแล้วนะคะแม่" ลูกสาวย้ำ "และหนูก็ทำงานแล้วด้วย...หนูควรจะเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองบ้างสิแม่"
ผู้เป็นมารดานิ่งอึ้งตะลึงงันไปกว่าอึดใจใหญ่ ก่อนจะแผดเสียงออกมาลั่นบ้าน
"แม่ใหญ่! ใครใช้ให้แกพูดกับแม่อย่างนี้...แกชักจะมากไปแล้วนะ!"
"ก็ทีแม่พูดกับคุณพ่อ พูดกับยายเล็กละคะ ไม่มากไปหรือไง...ตอนเด็กๆ หนูเห็นแม่ตะคอกใส่คุณพ่อเสมอ...คุณพ่อคิดถึกแล้วล่ะค่ะที่ไปจากแม่ ยายเล็กสิคะแม่...ยายเล็กคงทนแม่ได้ มีอะไรก็เก็บปากเงียบ ได้แต่แอบไปร้องไห้อยู่ในห้อง ถ้าแม่จะใช้อำนาจ แม่ไปใช้กับยายเล็กนะคะ อย่ามาใช้กับหนูอีก...ถ้าแม่ไม่เชื่อหนูจะไปจากที่นี่ จะไม่กลับมาอีกเลย จะไม่กลับมาจริงๆ ด้วย!"

๔...
เด็กสาวกลับมาถึงบ้านเมื่อตะวันลับขอบฟ้าไปไม่นาน บ้านเงียบสงัดและวังเวงจนน่าประหลาดใจ ทั้งๆ ที่ความความจริงแล้วการพบกับสภาพเช่นนี้ออกจะเป็นสิ่งที่เธอคุ้นเคย
เธอเดินผ่านเข้าไปในครัว หวังว่าจะพบใครคนหนึ่งที่นั่นและเธอก็ไม่ผิดหวัง
ป้าเนียมคนครัวยิ้มให้เมื่อเห็นมาเห็น แต่ก็เป็นยิ้มที่แฝงความกังวลแปลกๆ
"กลับมาแล้วหรือคะคุณเล็ก...หิวหรือเปล่า ป้าเตรียมของว่างไว้ให้แล้ว"
"เพิ่งทานส้มตำกับเพื่อนมาค่ะ...แล้วนี่คุณแม่กับพี่ใหญ่ไปไหนคะ...บ้านเงียบจัง"
"คุณใหญ่กับคุณแม่ทะเลาะกันค่ะ...ทะเลาะกันรุนแรงมาก..." คนเล่าเล่าช้าๆ ท่าทีตระหนกตกตื่นยังปรากฏให้เห็นรางๆ "ทะเลาะกันแล้วคุณใหญ่ก็ผลุนผลันออกไป ส่วนคุณแม่ก็ขึ้นไปข้างบน ครู่ใหญ่ๆ ก็ขับรถออกไป...ท่านคงขึ้นไปร้องไห้ เห็นหน้าตาแดงก่ำ ตาบวมทั้งสองข้างเชียว"
คนรับสารฟังด้วยสีหน้าเครียดขรึมก่อนจะถอนใจยาวอย่างอ่อนล้าในหัวใจ พอเธอขยับ อีกฝ่ายก็มีท่าทีราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
"อ้อ...คุณแม่สั่งไว้ว่า ถ้าคุณเล็กกลับมาให้แวะไปที่ห้องท่านด้วย ท่านมีอะไรฝากให้คุณเล็ก...วางอยู่หน้ากระจกน่ะค่ะ"
"ของฝาก..." เด็กสาวพึมพำอย่างฉงนใจ สายตาของผู้ที่มองตรงมาก็มีความฉงนฉงายไม่แพ้กัน
"งั้นรีบไปดูเถอะค่ะคุณเล็ก" ป้าเนียมคะยั้นคะยอ "ถ้าไม่เป็นความลับ หรือเป็นการละลาบละล้วงเกินไป คุณเล็กบอกป้าด้วยนะคะ"
"ค่ะ...เล็กจะไปดูเดี๋ยวนี้แหละ"
บนโต๊ะเครื่องแป้งแม่มีกระดาษเขียนจดหมายสีขาวสะอาดพับอยู่เรียบร้อยวางอยู่
เด็กสาวหยิบขึ้นมาและเปิดอ่านเงียบๆ อย่างสนใจและใครรู้เสียจริงๆ จังๆ
"ถึงลูกเล็ก...
ลูกคงแปลกในที่แม่เรียกลูกอย่างนี้ ตลอดเวลาที่เล็กจำความได้ เล็กคงไม่เคยได้ยินแม่เรียกเล็กอย่างนี้เลยใช่มั้ย...แม่ละอายใจเหลือเกิน แม่ตุ๊กตาตัวน้อยของแม่...ตุ๊กตาที่แม่ไม่เคยมองเห็นความสะสวย ไม่เคยมองเห็นคุณค่า เห็นราคา แม่กลับไปหลงในรูป หลงในความฉลาดเฉลียว พึงพอใจ อิ่มเอิบใจทุกครั้งที่ใครๆ พากันชมลูกสาวคนโตของแม่ว่าช่างสะสวย ช่างฉลาดเรียนดีเหลือเกิน และแม่จะไม่พอใจทุกครั้งที่ใครมาเอ่ยถึงลูกเล็กในแง่ของความเป็นเด็กดี เพื่อเปรียบเทียบกับตุ๊กตาตัวสวยที่แม่หลงชื่นชม...
บทเรียนครั้งนี้ทำให้แม่ได้รับความทุกข์ ความทรมานใจอย่างยิ่ง...แต่แม่ยังมีความหวัง เพราะแม่ยังมีลูกเล็ก ลูกที่แสนดีของแม่ ลูกยกโทษให้แม่ได้มั้ยจ๊ะ และก็สัญญากับแม่ได้ไหมว่าลูกจะอยู่กับแม่ ลูกจะไม่ทิ้งแม่ไป และที่สำคัญลูกจะไม่แต่งงานกับเพื่อนชายที่มาติดพันคนนั้น...แม่เชื่อว่าลูกคงไม่เห็นคนอื่นดีไปกว่าแม่หรอกนะลูก..."
เด็กสาวเดินถือจดหมายของมารดากลับไปที่ห้องส่วนตัว นั่งครุ่นคิดอะไรอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะเขียนจดหมายตอบมารดา บอกกล่าวถึงสิ่งที่เธอตัดสินใจ
"กราบเท้าคุณแม่ที่เคารพรักอย่างยิ่ง...
วันนี้เป็นวันที่เล็กมีทั้งความสุขใจและความทุกข์ใจมากพอๆ กัน เล็กสุขใจในข้อที่ว่าสิ่งที่เล็กคิดมันเป็นความจริง คือแม่รักเล็ก แม้จะน้อยกว่าพี่ใหญ่ก็ตาม ทว่าสิ่งที่เล็กทุกข์ใจก็คือเล็กไม่อาจทำตามที่แม่ขอร้องได้ ที่เล็กทำไม่ได้ไม่ใช่เพราะเล็กไม่รักแม่ ไม่เห็นใจแม่ หรือโกรธแม่จนให้อภัยแม่ไม่ได้ แต่แม่คะ...แม่คงไม่ทราบว่าทุกครั้งที่เล็กถูกแม่ลงโทษ เล็กจะแอบไปหาคุณพ่อ ไปร้องไห้กับคุณพ่อ คุณพ่อจะปลอบใจและให้กำลังใจเล็กมาโดยตลอด
ข้อสำคัญแม่คงลืมคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเล็กกับพ่อแล้วละมังคะ เมื่อเล็กอายุ ๒" ปีบริบรูรณ์จะให้เล็กไปอยู่กับคุณพ่อได้ และคำมั่นสัญญานี้แม่เป็นผู้ให้กับเล็กและคุณพ่อเอง
เล็กขอไปอยู่กับคุณพ่อเถอะนะคะ เพราะตอนนี้คุณพ่อสุขภาพก็ไม่ค่อยดีนัก คุณพ่อจัดห้องไว้ให้เล็กแล้วด้วย ส่วนการแต่งงานนั้นเล็กจะใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนค่ะ เพราะเล็กได้บทเรียนชีวิตความเป็น "ครอบครัว" ของเราได้ลึกซึ้งเหลือเกิน และถึงแม้เล็กจะไอยู่กับคุณพ่อ เล็กจะหมั่นมาเยี่ยมคุณแม่ค่ะ
เล็กขอภาวนาให้แม่กับพี่ใหญ่เข้าใจกันอีกครั้งนะคะ และขอให้พี่ใหญ่กลับมาเป็นตุ๊กตาแสนสวยที่สร้างความสุข ความชื่นชมให้แม่อีกครั้งนะคะ
กราบเท้าคุณแม่ด้วยความรักและเคารพยิ่ง
ตุ๊กตาตัวน้อยของแม่ค่ะ