เรื่องสั้น ฉ.๒๔๒๕

พวงหรีดที่แขวนอยู่ริมหน้าต่างบานในสุด

“เสาวรี”

พวกหรีดดอกไม้สดแขวนเรียงกันไว้ที่ผนังห้องสีฟ้าภายในห้องโถงด้านหน้า ซึ่งจัดเป็นที่ตั้งงานศพ มีทั้งดอกกุหลาบสีแดง กุหลาบสีขาว ดอกหน้าวัวและดอกดาวเรืองสีเหลืองแจ่มกระจ่าง โลงศพสีดำเนื้อมุกมีลวดลาสีทองเป็นมันวาว ด้านขวามีรูปภาพของผู้ตายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว ยิ้มสดใสด้วยวัยเพียงยี่สิบปี เขาคือนิรันดร หลานชายของคุณป้ามาลี

พระสงฆ์สี่รูปเดินเข้ามาในห้องโถง และนั่งประจำที่ คุณป้ามาลียกมือขึ้นพนม ดวงตามีแววสงบแต่ลึกๆ แล้วคุณป้ารู้ว่ามันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายอย่างที่คุณป้าเองก็ยังไม่สามารถแยกได้ว่าความรู้สึกเช่นนั้นคืออะไร รู้แต่ว่ามันกำลังคุกคามความสงบที่เคยมีอยู่ทุกวินาที

คุณป้าไม่ได้ร้องให้เลยสักนิดเมื่อมรณกรรมของหลานชายมาถึง ความตกใจเสียใจถูกเก็บกักไว้ในส่วนลึกใครๆ ก็ว่าคุณป้ามาลีเป็นคนเข้มแข็ง คุณป้าเพียงขมวดคิ้วและเม้มริมฝีปากเท่านั้น น้ำตาของคุณป้าก็ไหลกลับลงไปขังอยู่ในบ่อที่ลึกที่สุดของหัวใจ มันเป็นเช่นนี้...นานแล้ว

งานสวดศพคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย คุณป้าลุกขึ้นจากที่นั่ง และเดินเลี่ยงออกมาด้านนอก ก่อนจะอ้อมไปหลังบ้าน เข้าบ้านทางประตูหลังและเดินไปที่ห้องนอนของตัวเองทางทิศตะวันตก

คุณป้ายื่นมือผอมเกร็งออก และผลักหน้าต่างออกจนสุด มีเสียงดังเอี๊ยดเบาๆ เพราะความฝืด คุณป้าไม่ได้เปิดหน้าต่างบานนี้มานานเต็มที มันเป็นหน้าต่างบานในสุดที่มีชั้นวางหนังสือบังอยู่ครึ่งหนึ่ง จึงเป็นการลำบากที่จะเปิดมันออก แต่ถ้าเปิดหน้าต่างบานนี้ออก จะทำให้มองเห็นแสงดาวบนฟ้าริบหรี่ที่อยู่แสนไกลได้ชัดเจนที่สุด

คุณป้าทอดสายตาไปยังท้องฟ้าเบื้องบน ดวงดาวเปล่งประกายงดงามในคืนข้างแรม ดวงดาวช่างสวยงามขนาดนี้เชียวหรือ เอาละ...คุณป้าตัดสินใจว่าจะเปิดหน้าต่างบานนี้ไว้ตลอดไป

คุณป้านั่งเงียบกริบอยู่ในความมืด ฟังเสียงพระสวดด้วยความรู้สึกวังเวง นิรันดรเป็นหลานชายที่คุณป้ามาลีเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ ความรักความผูกพันมีมากมายขนาดไหน คุณป้ามาลีและคนใกล้ชิดต่างรับรู้ ดวงดาวยังกะพริบวับวาวอยู่บนท้องฟ้า เมื่อคุณป้ามาลีมองออกไปยังนอกหน้าต่าง นึกถึงความตายของหลานชาย ถ้ามันจะเป็นความตายที่เกิดขึ้นอย่างธรรมดา คุณป้ามาลีอาจจะยังเป็นคุณป้ามาลีคนเดิมที่มีจิตใจแข็งแกร่งจนอาจจะดูกระด้างเกินกว่าใครหลายคนจะรับได้ แต่นี่มันเป็นความตายที่เกิดจากการจงใจของผู้เป็นเจ้าของชีวิตของตนเองซึ่งอยู่ในวัยเพียงยี่สิบปีเท่านั้น

ความตายเกิดขึ้นในเช้าตรู่ของคืนวันเสาร์ เมื่อคุณป้ามาลีรับโทรศัพท์และเสียงของนายตำรวจคนหนึ่งแจ้งข่าวร้ายแก่คุณป้ามาลีว่า หลานชายของคุณป้ากระโดดตึกชั้นที่สิบสองลงมาเสียชีวิตเมื่อเช้านี้

มีเพียงจดหมายฉบับเดียวเท่านั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือภายในห้องนอนของหลานชาย และเป็นจดหมายที่ไขปริศนาการตัดสินใจจบชีวิตวัยหนุ่มลงอย่างไม่ไยดีกับโลกที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ปริศนาที่เหลวไหล ไร้สาระเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นั่นคือเขาผิดหวังในความรัก! ช่างน่าสมเพชนัก น่าสมเพชที่สุด แต่เรื่องราวเหล่านี้ช่างน่าสมเพชจริงละหรือ?

บนท้องฟ้ายังประดับด้วยดวงดาว ขณะที่คุณป้ามาลีหันหลังให้ท้องฟ้า เสียงพระสวดยังคงดังเป็นท่วงทำนองแสนวังเวง คุณป้าเดินมาที่เตียง เปิดโคมไฟดวงเล็ก ในมือของคุณป้าถือหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เนื้อกระดาษเป็นสีน้ำตาล แต่ตัวอักษรยังคงชัดเจน หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เขียนถึงความรัก และเป็นความรักที่ไม่สมหวัง โลกช่างเต็มไปด้วยเรื่องเศร้า หนังสือเล่มนี้เขียนตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๑ นิรันดรยังไม่เกิดเลย แต่ความรักก่อนหน้าที่นิรันดรจะเกิด ก็เกิดและดำเนินอยู่เรื่อยไป

คุณป้าได้ยินเสียงของอดีต มันเศร้า และวังเวง ไม่ว่ากาลเวลาผ่านไปนานเท่าใด น่าแปลกที่มนุษยชาติต่างก็ตกอยู่ในวังวนของเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นชนชั้นใด เป็นนักปกครองเป็นนักคิด นักเขียนแนวสร้างสรรค์ที่ปฏิเสธเรื่องน้ำเน่า สุข ทุกข์ ทรมาน ล้วนมาจากสิ่งเหล่านี้เป็นสำคัญ แล้วเราจะปฏิเสธความจริงของเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร

“คุณดูถูกคนเกินไป” เขาพูด คุณป้าแค่นเสียงดัง”ใส่หน้าเขา นานมาแล้วก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง ถึงวันนี้คุณป้ารับรู้แล้วว่า คุณป้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมานับจากวันนั้น คุณป้าไม่เคยมีความสุขอีกเลย

แต่คุณป้าก็ไม่เคยนึกว่า ความรักจะนำมาซึ่งความตายเหมือนอย่างที่หลานชายของคุณป้ามาลีได้พานพบกับมัน มันมีอะไรร้ายแรงนักในคุณค่าที่หลานคนไม่เคยค้นพบ นิรันดรอ่อนแอเกินไป เขาอ่อนแอเกินไป หัวใจของเขาทำด้วยปุยนุ่นหรือสำลีแผ่นบางกันล่ะ

คุณป้าเก็บหนังสือใส่ลิ้นชัก นึกถึงเด็กสาวผู้อ่อนวัยของอดีต และเด็กสาวปัจจุบันที่ก้าวร้อยรนอยู่ในบ่วงชีวิต

จะมีใครสักคนที่คิดจะทะนุถนอมความรักและคนรักของตนเองไว้ ไม่หรอก บางครั้งความรักก็ไม่ใช่เรื่องน่าทะนุถนอมสักเท่าไร เมื่อเราค้นพบว่ามนุษย์ไม่ได้คำของความรักอย่างที่ควรจะเป็น

คุณป้าอยากจะเชื่อว่า สมเหตุหนึ่งที่ความรักสามารถทำลายเด็กหนุ่มได้ ก็เป็นเพราะเด็กหนุ่มให้นิยามความรักนั้นผิดพลาดไป สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเข้าใจผิด เขาเขียนไว้ในจดหมายว่า เขาไม่มีคำ ไม่มีเกียรติ และศักดิ์ศรีเหลืออยู่เลยเมื่อเด็กสาวที่เขารักปฏิเสธเขาไปวันหนึ่ง

ความรักในวันนี้ของเขาจบลงแล้ว คุณป้าคิดถึงเด็กสาวคนนั้นอีกครั้งหนึ่ง ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง

สักครู่คุณป้ามาลีก็ลุกขึ้น ถอนหายใจเบาๆ ออกจากห้อง เดินอ้อมไปหลังบ้านหลังย้อนมาเข้าทางห้องโถงด้านหน้าอีกครั้ง พระสวดบทสุดท้าย ด้านนอกกำลังเตรียมอาหารเลี้ยงคน งานศพบ้านนอกจะเลี้ยงกันวุ่นวายไม่เหมือนในเมือง

แม่ของนิรันดรดูเหมือนจะพอทำใจได้บ้างเมื่อการตายครบเจ็ดวัน เธอดูผ่ายผอมและเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ลูกชายคนเล็กอายุสิบหกคอยดูแลแม่อย่างใกล้ชิดตามคำสั่งของคุณป้ามาลี

วันนี้อาหารที่เลี้ยงแขกเป็นข้าวต้มกุ๊ย มีกับข้าวห้าอย่าง พ่อครัวที่จ้างมากำลังกางโต๊ะไม้กลมขนาดใหญ่และจัดเก้าอี้ หม้อข้าวต้มร้อนๆ ควันสีขาวโชยถูกยกออกมาวางเตรียมพร้อม พ่อครัวที่เหลือลำเลียงอาหารออกมาวางบนโต๊ะที่จัดไว้ คุณป้ามาลีเดินออกมาสำรวจความเรียบร้อย พ่อครัวที่จ้างมาทำงานจัดการได้เรียบร้อยไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง

ระหว่างที่แขกกำลังนั่งรับประทานอาหาร คุณป้ามาลีเดินกลับเข้าไปในห้องโถง กลิ่นป้ามาลีเดินกลับเข้าไปในห้องโถง กลิ่นควันธูปลอยคละคลุ้ง หน้าต่างกระจกบานในสุดปิดอยู่ คุณป้ามาลีนึกโมโหว่าใครมาปิดหน้าต่างเอาไว้ อารมณ์โกรธแล่นเข้ามาจับในความรู้สึกอย่างรวดเร็ว เพราะมันทำให้ควันธูปลอยอบอวลอยู่ภายในห้องไม่มีทางระบายออก

“คนโง่” คุณป้ามาลีพูดอยู่ในลำคอ ในสายตาของคุณป้ามาลี ใครๆ ก็ล้วนเป็นคนโง่ไปเสียทั้งนั้น คุณป้ามาลีค่อนข้างทระนงในความเฉลียวฉลาดของตัวเองอยู่เสมอ นั่นเองทำให้คุณป้ามาลีเป็นคนที่มองดูเหมือนเย่อหยิ่งและมีสายตาเหยียดเย้ยคนที่ทำอะไรไม่ได้เรื่องตลอดเวลา แม้แต่คนที่รักคุณป้ามาลีอย่างหมดหัวใจเมื่อครั้งอดีต อา! ยี่สิบเก้าปี...ยี่สิบเก้าปีทีเดียวนะคุณ

คุณป้ามาลีเดินไปที่หน้าต่าง เนื่องจากมันอยู่บานในสุดและมีพวงหรีดแขวนกั้นอยู่ คุณป้าจึงเบียดตัวเข้าไปได้ค่อนข้างลำบาก แต่ก็พยายามเบียดตัวเองเข้าไปและยื่นมือผอมบางผลักไปที่บานหน้าต่างกระจกเสียงดังเอี๊ยดเหมือนบานหน้าต่างในห้องนอนของคุณป้า มีเศษฝุ่นปลิวลงมาด้วย

เมื่อหน้าต่างเปิดออก รู้สึกมีสายลมเย็นยามค่ำคืนพัดโชยชื่น ควันธูปสีขาวม้วนตัวลอยอ้อยอิ่ง และหายไปกับสายลมบางเบา แต่ขณะที่คุณป้ามาลีถอยออกมานั้น มือก็ได้ไปปัดเอาพวงหรีดดอกกุหลาบตกลงมาที่พื้น คุณป้ามาลีเริ่มโมโหอีก

“ใครแขวนพวงหรีดไว้ชุ่ยแบบนี้นะ”

พวงหรีดยังสงบนิ่งอยู่ที่พื้น คุณป้ามาลีมองดูด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ใครๆ ว่าคุณป้ามาลีเป็นสาวแก่เจ้าอารมณ์ และอารมณ์ร้ายดุจพายุ ก็เห็นจะจริง แต่ความร้ายกาจกลับเริ่มอ่อนพลังลง เมื่อคุณป้ามาลีจ้องมองไปที่พวงหรีดดอกกุหลาบนั้น

มันเป็นพวงหรีดดอกไม้สด ที่ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไม่มีอะไรสะดุดตาไปกว่าพวงหรีดดอกไม้สดอื่นๆ แต่ที่สำคัญคือ เจ้าของที่เอามาให้ มาด้วยตัวเองหรือเปล่า ทำไมคุณป้ามาลีไม่เห็น ไม่เห็นแม้แต่ชื่อผู้ให้ตั้งแต่ครั้งแรก เพราะมันถูกแขวนอยู่ด้านในสุดติดหน้าต่างและเป็นด้านข้างของกำแพงอ่านไม่ชัด นอกจากนั้นชื่อยังเขียนไว้ส่วนล่างเสียอีก

ชื่อของเจ้าของพวงหรีดเขียนไว้ว่า

“อำนาจกิจเที่ยง

เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมคุณป้ามาลีไม่เห็นเขา เขามาเองหรือว่าเขาฝากคนอื่นมา คุณป้าเหลียวมองไปรอบๆ ความรู้สึกหวั่นไหว บัดนี้เขายังมีชีวิตอยู่ เขาไม่ได้อ่อนแอเหมือนนิรันดร คุณป้าอยากจะพบเขาอีกสักครั้งหนึ่ง อยากจะรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน เหมือนอย่างที่คุณป้าได้เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ วัยสาวของคุณป้าไม่หวนกลับมาอีก วันนี้หญิงสาวตัวเล็กๆ รูปร่างผอมบางในอดีต ได้กลายเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีรูปร่างอ้วนท้วน จนทำให้ดูต้วมเตี้ยมยามเคลื่อนไหว ใบหน้าที่เคยสดใส แก้มนวลกลับกลายเป็นเนื้อหนับที่ดูเหี่ยวและหยาบกร้าน แล้วเขาล่ะ เขาอาจจะยังดูดีอยู่ เพราะผู้ชายมักจะได้เปรียบผู้หญิงอยู่เสมอ เขาคงจะดูภูมิฐานทีเดียว

แต่คุณป้าก็มองไม่เห็นเขา มองไม่เห็นเหมือนที่ในชีวิตของคุณป้าไม่เคยเห็นอย่างชัดเจนสักทีนั่นแหละ คุณป้ามองแต่สิ่งที่อยู่ใกล้ตา และไม่ต้องค้นหา

คุณป้ามาลีเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเก็บพวงหรีดไว้ที่เดิม

ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับ อากาศหนาวเล็กน้อย เทียนเล่มใหญ่ยังเปล่งแสงอยู่หน้าโลงศพ กลิ่นควันธูปยังลอยอบอวล คุณป้ามาลีมองพวงหรีดที่อยู่ริมหน้าต่างบานในสุดนิ่งๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องนอน

หน้าต่างบานนั้นยังคงเปิดอยู่ และแสงดาวยามดึกปรากฏชัดเจน มันกะพริบวับวาวเหมือนกำลังหยอกล้อคุณป้าอยู่กระนั้น