|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๒๓ พิณจันทร์ หาดปาริชาต หลังจากแวะกินข้าวพักครึ่งการเดินทางเสร็จ
แก้วตา ตระการ
และลูกวัยแปดเดือนก็เตรียมตัวขึ้นรถต่อ
หัวรอหันไปทางทิศตะวันตก
ที่นั่นมีแนวภูเขายาวขึงพืดขวางลำถนน
ต้นไม้สองข้างทางยืนทอดตัวนึ่งสงบ
ดุจดั่งคารวะผู้เดินทาง ตระการเรียกชื่อเธอสั้นๆ
อุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมอก
แก้วตาหอบขนมขบเคี้ยวและขวดน้ำหลายถุงขึ้นรถนับจากนี้ไป
ถ้าขับรถในความเร็วที่พอดีๆ
ก็คงใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่งถึงที่หมาย
เส้นทางต่อจากนี้จะไม่ใช่เขตชุมชน
หากเป็นเส้นทางป่าเขาตลอดทาง พร้อมจ้ะ
เสบียงเพียบ ขับไปช้าๆ
เรื่อยๆ ดีกว่า
ทิวทัศน์สองข้างทางที่นี่สวยมาก
อยากให้คุณได้ดูด้วย แก้วตาระบายยิ้ม
วางถุงขนมไว้เบาะหลังและและรับลูกจากสามี
เด็กน้อยท่าทางยินดีร้องแอ๊ะๆ
หัวเราะเหงือกแดง
แววตาหนูน้อยแจ่มใส
ขณะที่แก้วตาซุกซ่อนความฝันบางประการไว้
เธอพูเสียงเบา ทุกอย่างพร้อม
ตระการบิดกุญแจรถ
เครื่องยนต์ติด
เขาดันคันโยกข้างซ้ายเดินเกียร์แรก
รถปิกอั้พสีน้ำเงินหม่นเคลื่อนตัวออกไป
ถนนว่างเปล่าบอกให้รู้ว่ามีน้อยนักที่ผู้คนจะเดินทางเข้าออก
เครื่องยนต์เหล็กบรรจุสามพ่อแม่ลูกพุ่งทะยานสู่เขตแนวเขา
หากมีใครมองจากมุมสูง
ก็คงนึกขัน
คล้ายมอดตัวเล็กๆ
เดินทางสู่วิหาร ภูเขาข้างหน้าเหมือนพัดจีนนางระบำ
รูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ซ้อนสลับดับมีใครถือพัดคู่แกล้งปิดหน้าก่อนจะค่อยๆ
แย้มออกมา
หากดูระบำก็คงได้เห็นโฉมนงคราญ
แต่นี่ภูเขาหับซ้อนกันมากเหลือเกิน
ผ่านจากพัดคู่หนึ่ง
ก็จะเห็นพัดคู่ต่อไปขวางตระหง่านอยู่ตรงหน้า
เงาทะมึนคุ้มลงมาให้ตัวเราจ้อยร่อย
ตระการขับรถไปอย่างระมัดระวังใต้ชะง่อนผาบางแห่ง รถปิคอั้พวิ่งเลาะไหล่เขาสู่เขตที่เต็มไปด้วยต้นไม้
ปราศจากบ้านเรือน
ตลอดสองข้างทางแก้วตารู้สึกว่า
ผ้าม่านแห่งอดีตกำลังเปิดฉากให้เธอคืนสู่ความหลัง
แก้วตารู้สึกสั่นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า
ตัวเองกำลังหวนคืนสู่แผ่นดินเกิด
ดินแดนฝั่งขวาของสาละวิน ตระการเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
แก้วตาสะดุ้ง จริงสินะ
คนขับรถจะปล่อยให้อยู่เงียบๆ
ได้ไงเดี๋ยวเขาจะง่วงนอน
เธอต้องชวนเขาคุยถึงจะถูก
เธอหัวเราะเบิกโรง
แอบถอนหายใจหนึ่งเฮือก นานมากเลยค่ะ
ก็ตั้งแต่จบ ม.๓ กี่ปีล่ะ
อืมม์...สิบปีพอดีนะ
เรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงาน
แล้วครอบครัวฉันก็ย้ายมาอยู่บ้านย่าที่นครสวรรค์
ฉันไม่ได้มาที่นี่อีกเลย เด็กน้อยบนตักแก้วตาขยับเท้าขึ้นลงร้องอ้อแอ้
หนูน้อยกำลังได้พบสิ่งแปลกใหม่
นั่นคือมองเห็นสีเขียวๆ
เต็มหูเต็มตา
เมื่อรถวิ่งสูงขึ้นและเข้าเขตป่าดิบแล้ง
เป็นบริเวณเดียวในเส้นทางนี้ใบไม้สีเขียวตลอดปี
เด็กน้อยอารมณ์ดี
แก้วตาจูบลูกครั้งแล้วครั้งเล่า
กระซิบบอกลูกเบาๆ รถชะลอลง
เลี้ยวซ้าย
พื้นที่ข้างหน้าเว้าเข้าไปกินบริเวณกว้าง
มีน้ำไหลจากห่อใหญ่ตกลงมา
ไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่วางห่อลำน้ำเล็กๆ
จากบนภูเขานี้เป็นใคร
และทำไว้นานเท่าไหร่
แต่ทุกคนที่เดินทางบนถนนสายนี้จะรู้ดีว่าที่นี่มีน้ำตกให้คนเดินทางแวะพักเติมน้ำกิน
หรือเติมน้ำให้เครื่องยนต์ จากพื้นที่ที่เว้าเข้า
ถนนสายนั้นวิ่งอ้อมหลังเขาไป
เบื้องหน้าคือต้นไม้น้อยใหญ่ที่แน่นขนัดบนผืนดินที่ยกตัวสูง
สูงตระหง่าน
ละอองน้ำฟุ้งฝอยเป็นสีขาวจางๆ ตระการเอ่ยขณะแหงนมองต้นไม้และน้ำตก
แก้วตาอุ้มลูกลงมา
เด็กน้อยปรบมือเปาะแปะ
แสดงอาการชอบอกชอบใจ
เธอปล่อยลูกลงเดินโดยยึดมือสองข้างและโดยสัญชาตญาณ
เด็กน้อยเดินรี่ไปที่น้ำตก ตา
คุณเล่าเรื่องหาดปาริชาติของคุณให้ผมฟังอย่างละเอียดได้ไหม
ตลอดที่ผมอยู่กับคุณมา
คุณบอกแต่ว่า
มันเป็นหาดที่สวยมาก
แต่คุณไม่เคยเล่าจริงๆ
จังๆ ให้ผมฟังเลย
ผมถามทีไรคุณก็บอกแต่ว่าสักวันจะเห็นด้วยตาเอง
นี่ก็จวนแล้ว
เล่าให้ฟังหน่อยเถอะ
ผมจะได้ซาบซึ้งไปกับคุณด้วย
ยามเห็นจริงๆ น่ะ ตระการว่า
พลางหัวเราะแก้วตากระแอมเบาๆ เอาล่ะ
ฉันเล่าให้ฟังก็ได้ ไหนๆ
อีกไม่กี่ชั่วโมงคุณก็จะได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วนี่ นี่แหละ
ที่ผมรอฟังมาตลอดสามปี
กี่ครั้งๆ
คุณก็บอกว่าสวยมาก
ยิ่งใหญ่มาก
เอาไว้คุณไปดูด้วยตาตัวเอง
เชิญเลยครับคุณแก้วตา
นายตระการกำลังตั้งใจฟังอย่างยิ่ง แก้วตาค้อนให้สามีที่ช่างแหย่
แต่ก็ยอมเล่าโดยดี นานมาแล้วล่ะ...ฉันมีแม่น้ำสายหนึ่งเป็นของฉันเอง
จริงๆ
ฉันทึกทักเอาอย่างนั้นแหละ
ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นเจ้าของมันและมันเป็นเจ้าของฉัน
เดี๋ยวก่อนนะ เอาใหม่
เล่าใหม่...จริงคือ
ที่หมู่บ้านเรามีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่าน
แต่ว่าคนอยู่บนเนินเขาจะใช้น้ำประปา
คนอยู่ข้างล่างต่างหากที่ผูกพันมากกว่า
พวกเขาได้ใช้ได้อาบกับแม่น้ำอย่างจริงๆ
ฉันน่ะ เป็นคนเนินเขา
แต่ว่ามีเพื่อนอยู่ริมน้ำเยอะแยะ
วันเสาร์อาทิตย์ฉันชอบไปหาเพื่อนข้างล่างและหลายครั้งที่ฉันจะลงไปเล่นน้ำด้วย
ฉันว่ายน้ำเป็นก็ที่นั่นแหละ
จริงๆ
แม่ฉันไม่อนุญาตให้ฉันไปเล่นน้ำหรอกนะ
คุณก็รู้
แม่ฉันไม่ใช่คนพื้นเมือง
เขากลัวจะตายว่าฉันจะถูกน้ำพัดไป
หรือไม่ก็จมน้ำตาย
แต่ฉันเกิดที่นั่นนี่น่ะ
ฉันเป็นคนที่นั่นเต็มตัว
ก็คุณว่าไหมล่ะ
เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน
แม่น้ำที่นั่นมีหน้าผาด้วย
ที่อาบน้ำของชาวบ้านเป็นหินลาดลง
สวยมาก
หินก้อนนั้นกว้างและมีพื้นที่มากพอให้คนได้เอ้อระเหยอาบกันทีละหลายๆ
คน แต่เด็กๆ น่ะไม่มีทางยอมนั่งอาบเฉยๆ
หรอก
ทุกคนพากันกระโดดตูมๆ
ลงไป ประกายยิ้มพราวระยับอยู่ในแววตาเธอ
แก้วตาเล่าไป
บางทีก็หลับตานานๆ แม่กลัวว่าฉันจะจมน้ำ
แต่แม่ไม่รู้หรอกว่า
เพราะฉันจมน้ำหลายครั้งน่ะแหละ
จึงทำให้ฉันว่ายน้ำเป็น
ฉันจำได้แม่นเลยนะ
ตอนลงน้ำครั้งแรก
ฉันสำลักน้ำอึกอัก
มันคงเหมือนลูกนกตกน้ำน่ะแหละ
ฉันกางสองแขนเป็นปีก บินพั่บๆ
เพื่อนๆ พากันหัวเราะ
ดูซีๆ ดูไอ้ตา
ทุเรศที่สุดเลย
พวกผู้ใหญ่ก็พากันหัวเราะ
ไม่มีใครตระหนกตกใจที่ฉันเป็นอย่างนั้นสักคน
เพราะพวกเขารู้ว่า
เดี๋ยวน้ำก็พัดฉันมาติดแก่งหินที่พวกเขานั่งอาบกัน
ปู่ของเพื่อนฉันน่ะ
ร้ายมาก พอฉันเกาะหินได้
แกก็ดึงมือมือฉันขึ้นแล้วถามว่า
เป็นไง
น้ำในแม่น้ำอร่อยไหม แก้วตาหัวเราะ
ตระการพลอยหัวเราะไปด้วย
เขามองเธออย่างอ่อนโยนมากขึ้น
พลางจินตนาการ
เรื่องราวของภรรยาเมื่อครั้งยังเป็นเด็กซุกซน
อยากเรียนรู้ ลึกๆ
เขาคงขำกันน่ะ
ฉันเป็นลูกคนจีนเจ้าของร้านขายของชำ
ใครๆ
ก็เรียกพ่อฉันว่าอาเฮียๆ
พวกเขาให้ความนับถือพอสมควร
แต่พอเห็นลูกสาวกลายเป็นลูกหมาตกน้ำไม่เป็นท่าเขาคงตลกกันน่าดูแหละ
แต่ไม่นานฉันก็ว่ายน้ำเป็น แม่น้ำที่นั่น
ใบหน้าฝนอาจจะแดงขุ่นคลั่ก
เวลาน้ำหลาก
พัดบ้านไปได้ทั้งหลัง
แต่หน้าหนาวและหน้าร้อนมันสวยมากนะ
น้ำใสแจ๋ว มีก้อนกรวดสวยๆ
เต็มพื้น
หินบางลูกสีขาวใสเหมือนดวงดาวมากเลย
ฉันชอบเก็บมาใส่ไว้ในขวดโหล
ดาวดวงที่หนึ่ง
ดาวดวงที่สอง
ดาวจากแม่น้ำของฉันอยู่ในขวดโหลใสๆ
สวยมาก
ฉันเอาไว้ใกล้ที่นอน
ชอบมองมันก่อนหลับตา
แล้วฉันก็มักจะฝันดีเรื่อยไป... เธอหยุดนิดหนึ่ง
สองมือนั้นยังอุ้มลูกไว้หลวมๆ
ให้เด็กน้อยโยกตัวไปมา ที่นั่น
มีหาดทรายกว้างมากอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหน้าผา
ฉันเองไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ของที่นั่นนักหรอก
มันเป็นความประทับใจของฉันเท่านั้นเอง
ฉันจำได้ว่า
ฉันไปเล่นน้ำที่นั่นบ่อยมากในช่วงที่ฉันเรียนอยู่ชั้น
ป.๓ ป.๔ ใช่
ช่วงเวลานั้นฉันอยู่โรงเรียนตีนเขา
แต่ว่าพอขึ้น ป.๕
แม่ให้ฉันย้ายโรงเรียน
แม่ให้เหตุผลว่าเพราะการเรียนการสอนในตัวอำเภอดีกว่า
ฉันก็เลยไม่ได้ไปที่นั่นอีก
ทั้งที่อยู่ใกล้ๆ
แต่ว่าหลังจากย้ายโรงเรียน
ฉันต้องทำการบ้านตอนเย็นทุกวัน
น่าเบื่อมากๆ เลย ตระการ
โอ๊ย ไม่อยากเล่า
ช่างมันนะตรงนี้ไม่น่าอภิรมย์
ไม่ต้องเล่า ฉันจำถนนสายนั้นได้
มันเป็นถนนฝุ่นสีแดงๆ
ต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทางมีฝุ่นเกาะจนแดงไปทั้งต้นเวลาเดินๆ
ไป
ฉันชอบเอานิ้วไปเขี่ยเล่นเป็นรูปต่างๆ
ฉันจะเดินไป เดินไป
ทางมันดิ่งลงนะ ตระการ
แต่ก็ไม่ไกลมาก
พอถึงสะพานแล้วก็เลี้ยวขวาไปบ้านเพื่อน
แล้วเราจะชวนกันไปที่โขดหิน
ที่ประจำของเรา
ฉันชอบการว่ายน้ำมาก
แต่จริงๆ
ต้องบอกว่าฉันชอบน้ำจึงจะถูก
ฉันชอบแช่ตัวอยู่น้ำ
นอนลอยตัวบนสายน้ำ
แต่มีเหมือนกันที่นานๆ
ครั้งมีหมาเน่าลอยมา
พวกเราจะร้องวี้ดว้ายหนีขึ้นฝั่ง แก้วตาหัวเราะคิกคัก
ลูกน้อยเอามือป้ายหน้าแม่เล่น
เธอจับมือลูกเบาๆ ส่วนมากเป็นหมาที่โดนรถชน
พวกเรารู้ดีว่า
เหนือน้ำมีถนนหลวงผ่าน
สะพานแห่งนั้นเป็นที่ๆ
คนชอบเอาหมาที่โดนรถชนมาโยนทิ้ง
คงเพราะกลัวความปิดมั้ง
หมาแก่ตายจริงๆ
ไม่ค่อยมีหรอก
แถวบ้านนอกไม่ค่อยมีใครมีรถยนต์ใช้
มีแต่พวกในเมืองแหละที่โยนหมาตายลงมา
แต่นอกจากหมาเน่า
ก็จะมีกิ่งไม้ใหญ่
เศษไม้บ้าง
บางทีก็ลูกมะเดื่อ
อันนี้เราจะชอบมา
ถ้ามะเดื่อลอยมา
เราจะเลือกลูกที่ดีๆ
หน่อยแล้วกินกับ เออ...คุณเคยกินแตงกวาหนูไหม
ตระการ แตงกวาหนู
ภาษาบ้านฉันเรียก บะแต่งหนู
มันเป็นแตงกวาชนิดหนึ่งแหละ
แต่ลูกเล็กมาก
ฉันเข้าใจว่าเป็นไม้ป่า
ริมฝั่งน้ำที่ฉันชอบไปเล่น
ฝั่งที่เป็นหาดนั้นมันกว้างมาก
กว้างมากๆ เลยตระการ
ฉันบรรยายไม่ถูกว่ามันกว้างขนาดไหน
เอาเป็นว่ากว้างใหญ่ไพศาลมโหฬารเชียวล่ะ นั่นแหละ
มันกว้างใหญ่มาก
ฉันและเพื่อนชอบไปเล่นไล่จับผู้ร้ายกัน
บางทีก็แข่งกันตีลังกา
สนุกมากๆ เลยตระการ
ตัวเราจะเปื้อนไปด้วยทราย
บางทีทรายติดเต็มหัวศีรษะ
สระผมเท่าไหร่ก็ยังออกไม่หมด
ฉันจะถูกแม่จับได้ว่าหนีไปเล่นน้ำที่แม่น้ำมาก็เพราะทรายเนี่ยแหละที่เป็นหลักฐาน
แต่ถึงอย่างไรฉันก็ยังแอบไปเล่นน้ำที่นั่นบ่อยๆ
แต่เดี๋ยวนะๆ
เมื่อกี้ก่อนหน้านี้
ฉันพูดเรื่องแตงกวาหนูยังไม่จบ
คือที่นั่นมันมีเถาแตงกวาหนูมากมาย
ฉันจำไม่ได้ว่าฤดูไหนที่มันออกลูก
ฉันและเพื่อนชอบไปเก็บมากิน
มันหวานอร่อยมากตระการ
ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยกินแตงกวาอะไรอร่อยเท่าแตงกวาหนูเลย แต่ที่สำคัญ
เหนือขึ้นไป
จากหาดทรายผืนนั้น
มีต้นไม้ต้นหนึ่งขึ้นอยู่
ต้นมันใหญ่มาก
ใหญ่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นต้นไม้มา
ใบมันเล็กๆ
ถ้าเทียบกับใบไม้ในป่าที่มีแต่พวกไม้พลวง
ไม้เหียง แต่ก็ไม่เล็กมาก
เอาล่ะ
ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
เอาเป็นว่า แรกทีเดียว
ฉันไม่ได้สนใจกระทั่งฉันมารู้ภายหลังว่า
มันชื่ออะไรนั่นแหละแต่ก่อนที่ฉันจะเล่าให้ฟังว่ามันชื่ออะไร
ฉันขอเล่าตัดมาที่ฉันไปดูหนังเรื่องหนึ่งก่อนละกัน ก็อย่างที่คุณเริ่มเข้าใจแหละ
ฉันดูหนังเรื่องนี้แล้วร้องไห้ขี้มูกโป่ง
และที่ประทับใจมากคือเรื่องของต้นปาริชาตที่ว่าใครได้ไปยืนอยู่ใต้ต้นปาริชาตจะระลึกชาติได้
ต้นไม้ต้นนี้จึงฝังใจฉันมาก
ฉันถามแม่ว่า
มันเป็นต้นอะไร
แม่ตอบฉันว่า
เป็นต้นไม้สวรรค์
เวลาออกดอกมันมีสีส้ม
แล้ววันหนึ่ง ในฤดูหนาว
ต้นไม้ใหญ่ๆ
ที่ฉันสงสัยก็ออกดอกเต็มต้น
มันสวย...สวยมากๆๆๆ
เลยตระการ ใช่ค่ะ
ตอนที่ฉันพบดอกสีส้มๆ
ของมันหล่นลงพื้น
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่บนสวรรค์จริงๆ
ดอกสีส้มของมันร่วงลงกระจัดกระจายเหมือนมีเทวดามาโปรยไว้
มันร่วงเกลื่อนเต็มพื้นทรายกว้าง
ยาวเหยียด
งดงามเหมือนในหนังไม่มีผิด
ฉันตลกตัวเองก็ตรงที่ฉันคิดทีแรกว่า
เมื่อฉันยืนอยู่ใต้ต้นไม้นี้
ฉันจะระลึกชาติตัวเองได้
แต่แม่บอกฉันว่า โน่น
ฉันต้องไปยืนใต้ต้นไม้นี้บนสวรรค์จึงจะระลึกได้
นี่ มันเป็นไม้บนดิน
แต่เถอะนะ...ถึงจะเป็นไม้บนดิน
ฉันว่าฉันก็สวยงามเหลือเกินแล้ว
และอย่างน้อย
ระลึกชาติไม่ได้
แต่ครั้งนี้
ฉันคงระลึกถึงความหลังของตัวเองได้ ตลอดเวลาที่เล่า
แก้วตาระบายยิ้มในหน้าไม่ยอมหุบ
ทั้งแววตานั้นก็เปี่ยมไปด้วยความสุข
ตระการถอนหายใจน้อยๆ
เขาติงภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่คงไม่มาก
ยังไง
ฉันก็เชื่อว่าที่แห่งนั้นจะเหมือนเดิม
หมู่บ้านอาจเจริญขึ้นฉันไม่เถียง
แต่ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะบอกว่าที่แห่งนั้นเปลี่ยน
โดยเฉพาะหาดทรายแห่งนั้น ตระการยอมเงียบโดยดี
เขาก็มองไม่ออกหรอกว่า
อะไรที่จะทำให้แม่น้ำสายนั้นเปลี่ยน
เขาเพียงแต่กลัวภรรยาจะผิดหวังเท่านั้นเอง และเวลาเกือบสามชั่วโมง
รถปิคอั้พสีน้ำเงินหม่นก็แล่นมาถึงบ้านของน้าแก้วตา
หลังจากไต่ถามสารทุกข์สุกดิบและให้ลูกน้อยนอนหลับพักผ่อน
เกือบเย็น
แก้วตาจึงชวนตระการไปที่แม่น้ำแห่งนั้น
น้าบอกเธอว่า
ถนนสายนั้นลาดยางแล้ว
เอารถยนต์ไปสะดวก แก้วตาอุ้มลูกไว้บนตัก
ทุกขณะที่รถวิ่งผ่าน
ใจเธอเต้นตุ๊มๆ ต้อมๆ
เธอยังจำต้นไม้ใหญ่สองข้างทางได้
แม้ว่าถนนจะเปลี่ยนไป
ตระการเงียบกริบไม่พูดอะไร
เถอะนะ
ถึงแม้ถนนจะเปลี่ยนไป
แต่หาดปาริชาตเธอต้องเหมือนเดิม
ใครจะไปเทคอนกรีตแถวนั้นหรอก
ต้องไม่มีหรอก เพื่อนหัวเราะ
อยากมารำลึกความหลังล่ะสิ
ไปสิ
หน้านี้น้ำลึกแค่หัวเข่าเอง
ลุยเล่นให้สบายเลยนะอื้อ
หนูน้อยน่าเกลียดน่าชังจังเลย
คงต้องชอบแน่ๆ เลย ไป๊
ไปดูแม่น้ำที่แม่เคยเล่น
ตา
อย่าลืมให้ลูกเล่นน้ำด้วยล่ะ แก้วตาร่าเริง
อุ้มลูก
ชวนตระการเดินลงไปตามหินลาด
ทั้งสองก้มมองทางลงอย่างระมัดระวัง
และทันทีที่วางเท้าลงบนพื้นหินที่ชาวบ้านเคยนั่งอาบ
แก้วตาก็เงยหน้ามองสายน้ำและฟากฝั่งที่ประทับในใจเธอตลอดมา
หากทว่า
เธอก้มหน้าดูพื้นหินที่ตนเองกำลังยืนอยู่
แล้วเงยหน้ามองไปยังเบื้องหน้าอีกครั้ง
หาดทรายผืนนั้นที่ยังอยู่ในความทรงจำมากกว่าสิบปี
บัดนี้ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเธอแล้ว
แก้วตาเดินลุยน้ำไปอย่างระมัดระวัง
สายตาจับจ้องอยู่ที่ไม้ต้นนั้นนิ่ง
ดอกสีส้มออกปลายฤดูหนาว
ใช่แน่นอน
นั่นคือต้นปาริชาต แต่... แก้วตาตอบเสียงแผ่ว
เธออึ้งกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
ตระการยื่นมืออุ้มลูกมาจากเธอ
ปล่อยให้แก้วตาเดินสำรวจบริเวณรอบๆ
เธอดูเหมือนไม่เข้าใจกับสิ่งที่เห็น
ตระการเองก็รู้สึกผิดคาดเหมือนกัน
ตลอดระยะทางที่เขาฟังเธอเล่ามา
เขาอดจินตนาการตามไปด้วยไม่ได้ว่า
มันกว้างใหญ่
งดงามอย่างไม่มีอะไรเทียบ
แต่ภาพที่เห็นขณะนี้
ต้นปาริชาตเป็นต้นไม้ขนาดกลางๆ
เหมือนต้นไม้ทั่วๆ
ไปที่เห็นในเส้นทางของขุนเขาที่ผ่านมาหาดทรายที่เห็นแทบจะไม่เรียกว่าหาดด้วยซ้ำ
มันเป็นผืนทรายเหนือฝั่งน้ำกว้างราวๆ
๕-๖ เมตร
ดอกปาริชาตของแก้วตาร่วงหล่นบนพื้นเหมือนที่เธอเล่า
แต่แตกต่างตรงที่ไม่ได้กระจัดกระจายยาวเหยียดเหมือนดั่งมีใครโปรยดอกไม้เป็นทางจากสวรรค์
มันหล่นลงบนพื้นที่เล็กๆ
เท่าที่กิ่งก้านพอแผ่ตัวไปถึงเท่านั้น น้ำตาเอ่อคลอเต็มเบ้านัยน์ตาภรรยา
แก้วตาผิดหวังอย่างแรง
เหนืออื่นใด
เธอรู้สึกขายหน้าสามีที่ออกปากยกย่องหาดปาริชาตของตัวเองมาตลอดว่าไม่มีที่ไหนจะสวยเท่า ทุกอย่างที่นี่เหมือนเดิม
คุณคิดเหรอว่า
ต้นไม้มันจะเล็กลง
มันต้องใหญ่ขึ้นสิ
หาดทรายก็เหมือนกัน
แม่น้ำโค้งไปทางโน้น
ทางนี้มีแต่จะกว้างขึ้น
แต่นี่
ทำไมวันนี้มันเล็กนิดเดียว ตระการมองรอบๆ
ตาม
ท่ามกลางความอึดอัดคับข้องใจของภรรยา
ลูกน้อยในอกเขาก็ดิ้นเร่าๆ
โน้มตัวจะลงพื้นดิน
ภรรยาของเขาดูเครียด
มือกำแน่นไม่ยอมปล่อย
นิสัยเห่อเหิมของเธอคงทำให้เธอรู้สึกขายหน้า
เขาเองก็พลอยตึงเครียดไปด้วย
ที่สุดก็ตัดสินใจปล่อยภรรยาให้คิดอะไรไปคนเดียว
เธอคงต้องการตั้งสติและคิดทบทวนบางสิ่งที่เธอคาดคิด
หรือว่ายังมองไม่เห็นว่าอะไรคือสิ่งที่เปลี่ยน ตระการปล่อยให้ลูกเดินย่ำทรายเล่น
เด็กน้อยหัวเราะเอิ้กอ้าก
เดินรี่ลงแม่น้ำ
เขายึดสองมือลูกไว้ก้าวลงแม่น้ำพร้อมลูก
เพียงสัมผัสแรก
เขาก็รู้สึกถึงความเย็นฉ่ำของสายน้ำ
สำหรับเด็กน้อยยิ่งหัวเราะชอบใจ เขายอบนั่ง
ยื่นมือให้หนูน้อยเดินเข้ามา
แววตายินดีปรีดาของลูกนั้นช่างงดงามเกินจะเอ่ย
นัยน์ตาของลูกใสบริสุทธิ์
ไม่มีม่านความทุกข์ใดๆ
ตระการอุ้มลูกเดินไปกลางสายน้ำ
และนั่งลงแช่น้ำที่ใสแจ๋วเห็นหินก้อนกลมเต็มผืนน้ำ
เขาค่อยๆ หย่อนลูกลงตัก
หนูน้อยปรบมือแรง
หัวเราะเห็นเหงือกแดง เด็กน้อยร้องอื้ออ้า
ปล่อยมือข้างหนึ่งยื่นออกชี้
กำๆ อ้าๆ
ราวกับจะกำบางสิ่งไว้
ตระการหันข้างมองตามลูก
เบื้องหน้าคือภาพดวงตะวันคล้อย
แสงสีทองอ่อนโยนสะท้อนสายน้ำ
แวววางวามจับตา
เหนือจากผิวน้ำต้นปาริชาตยังยืนอยู่ที่เดิม
แต่หากเวลานี้ที่เขานั่งลงกับพื้นน้ำ
ต้นปาริชาตกลับดูตระหง่านงามขึ้นแตกต่างจากความรู้สึกแรกที่เห็น
เขาค่อยๆ ค้อมตัวลง
หน้าเกือบแนบผิวน้ำ
กิ่งก้านของปาริชาตที่มีฉากหลังเป็นดวงอาทิตย์สีแดงกลมโต
สวยประทับใจ ตระการค่อยได้ตระหนักในบัดนั้น
เขาพิศมองต้นปาริชาต
และความคิดก็เริ่มชัดเจน
ตระการสูดลมหายใจลึก
เขารู้แล้วล่ะ
ถ้าเพียงแต่เขาทำตัวให้เล็กลง
เขาจะแลเห็นสิ่งต่างๆ
รอบตัวมีคุณค่ามากขึ้นจริงสินะ
แก้วตาน้อยในวันนั้นเธอยังเด็กมาก
เธอจึงเห็นว่าความสวยงามรอบกายเป็นเรื่องยิ่งใหญ่
ภาพที่เห็นถูกผสมผสานไปกับความรู้สึกเบิกบานของเธอ
มันทรงพลังอยู่ในจิตใจ
และเพราะจากแม่น้ำไปแต่วัยเยาว์
อันเป็นช่วงขณะที่เธอเก็บซับความงดงามแห่งชีวิตไว้ได้มากที่สุดนั้นเอง
เธอจึงมั่นใจตลอดมาว่ามันกว้างใหญ่ไพศาล วัยเยาว์ทำให้เธอมองก้อนหินเป็นดวงดาว
มองแม่น้ำเล็กๆ
เปี่ยมค่าเปี่ยมความหมาย
มองหาดทรายความกว้าง ๕-๖
เมตรเป็นหาดสวรรค์
มองต้นไม้แรกรุ่นเป็นต้นไม้ใหญ่แผ่เงาคุ้มครอง
วัยเยาว์ทำให้สิ่งธรรมดาๆ
ถูกเชิดชูยกย่อง
ทำให้หัวใจนั้นอิ่มเอิบเบิกบาน
และไม่มีสิ่งใดเลยด้อยค่าด้อยความหมาย
ทุกอย่างมีพลังต่อความรู้สึกนึกคิด
และจิตใจ เขาเข้าใจแล้ว
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสายตาในการมองของแก้วตานั่นเอง
วันนี้ เธอมองสิ่งต่างๆ
ในรูปลักษณ์ของความจริง
ไม่มีจินตนาการ
ไม่เจือความฝัน
แก้วตามาพบหาดปาริชาตในวันที่ตัวเธอสูงขึ้น
ใหญ่ขึ้น
และมองทุกสิ่งสมจริงเกินกว่าจะบอกว่า
นั่นคือ
ความงดงามยิ่งใหญ่อลังการดั่งวัยเด็ก ลูกน้อยยังหัวเราะชอบใจ
มือนั้นตีน้ำจ๋อมแจ๋ม
หัวใจของตระการคับพอง
เขาโยกตัวขึ้นจะเรียกภรรยามานั่งที่นี่
แต่เวลานี้
เธอกำลังเดินลุยน้ำมาแล้ว แก้วตานั่งลงข้างๆ
เธอเลิกคิ้วเมื่อเห็นประกายน้ำต้องแสงอาทิตย์วาววับ
หัวใจเธอกำลังอ่อนลงตามแสงยามเย็นนั่น
ตระการบอกให้เธอค้อมตัวเอง
เอียงหน้าแนบพื้นน้ำ |