เรื่องสั้น ฉ.๒๔๑๙
ใจดวงหนึ่ง
กานต์ กีรติ
เรือนไม้ขายน้ำสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของประดู่ใหญ่ใบหนาและมวลไม้หลากพันธุ์ทั้งขนม
เงาะ มะพร้าว มะม่วง
ทุเรียนซึ่งออกดอกออกผลให้เจ้าของบ้านได้พึ่งพาทั้งปากท้องของตนเอง
และแบ่งส่วนที่เหลือไปเจือจานญาติสนิทมิตรสหายก่อนจะนำที่ยังพอมีไปขายที่ตลาดเพื่อเป็นรายได้เสริมเล็กๆ
น้อยๆ
จากรายได้หลักค่าเช่านาที่ต่างจังหวัดซึ่งก็มากเกินพอแล้วสำหรับสองชีวิตที่อยู่กันอย่างสมถะ
และมีความรู้สึก พอ
เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจ
ในบางครั้งที่ว่างและมีเวลา
ทั้งแม่และลูกสาวก็จะช่วยกันทำขนมทั้งทองหยิบ
ทองหยอด ปอยทอง ขนมสอดไส้ ฯลฯ
ลงเรือไปขายหลังโรงเรียนในละแวกนั้นก่อนโรงเรียนเล็กในตอนเย็น
แต่ชาวบ้านร้านถิ่นที่เคยได้ลิ้มชิมรสขนมของยายยี่สุ่นและพวงแสดผู้เป็นลูกสาวก็มักจะรอคอยโอกาสดีๆ
เช่นนี้อยู่เสมอ
จึงมีบ่อยครั้งที่ขนมจะหมดก่อนโรงเรียนจะเลิกเรียนเสียด้วยซ้ำ
มีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสเคยมาขอให้ทั้งสองทำขนมส่งที่ร้านของตนเป็นประจำโดยอ้างกำไรดอกผลที่งดงามน่าตื่นตาตื่นใจ
ทว่าสองแม่ลูกก็ปฏิเสธไปอย่างสุภาพเพราะไม่อยากสร้างข้อผูกมัดและที่สำคัญมิได้เห็นว่ารายได้งามๆ
นั้นจะก่อสุขให้กับชีวิตที่สงบและเพียงพอแล้วนี้แต่อย่างใด
ลูกชายสามคนของยายยี่สุ่นได้ร่ำเรียนสูงๆ
แต่งงานมีเหย้าเรือนแยกตัวไปอยู่ต่างหาก
นานๆ
จึงจะกลับมาเยี่ยมเยียนแม่และพี่สาว...และมักจะมากันในช่วงที่มวลไม้ออกลูกออกผลสะพรั่งไปทั้งสวน
พวกเขาเก็บกอบกันใส่รถใส่ให้มากที่สุดเท่าที่เนื้อที่ของรถจะบรรจุได้
จะเอาไปฝากเพื่อนที่ทำงาน
ทุกคนอ้างเมื่อรู้สึกกระดากขึ้นมาเล็กน้อยเพราะมิไดมีส่วนมาดูดำดูดีเลยแม้แต่น้อย
และหากช่วงไหนผลไม้ชนิดใดมีราคาแพง
พวกเขาก็จะอ้างถึง เจ้านาย
ผู้มีพระคุณ ญาติฝ่ายภรรยา
ฯลฯ
สารพัดสาพันที่พวกเขาจะเอ่ยอ้างได้
แต่พอมารดาเอ่ยปากว่า
มาเอาไปขายบ้างก็ได้นี่
พวกเขาจะทำท่าทีแปลกๆ
ราวเดียดฉันท์กับอาชีพที่แม่ออกปากนั้น
ผมเป็นข้าราชการ
เป็นเจ้าหน้าที่บริษัทใหญ่ๆ
โตๆ จะทำพิเรนทร์อย่างที่แม่บอกได้ยังไง
ยายยี่สุ่นสงบปากสงบคำ
ทั้งที่รู้สึกสะท้อนใจอยู่ลึกๆ
อยากบอกลูกๆ เหลือเกินกว่า
ก็อาชีพค้าขายผลหมากรากไม้และค่าเช่านาไม่กี่มากน้อยน่ะแหละที่เลี้ยงพวกเจ้ามาจนโต
ได้ร่ำเรียนสูงๆ
ได้งานทำที่ดีๆ
มีครอบครัวและมีความสุขอยู่ทุกวันนี้
แต่อย่างไรก็ตามแม่ก็มิได้ต้องการให้ลูกๆ
สืบทอดอาชีพคนสวนเหมือนพ่อและแม่รวมทั้งพี่สาวซึ่งเลือกจะลาออกจากโรงเรียนมาช่วยแม่ทำงานเมื่อพ่อตายจากไปเพื่อส่งเสียน้องชายทั้งสามให้ร่ำเรียนจนเป็นใหญ่เป็นโต
ยายยี่สุ่นดีใจและสุขใจที่ลูกๆ
ของเราได้ดีและมีความสุข
การมาเยี่ยมเยียนของลูกไม่ว่าจะในลักษณะการเช่นใด
แกก็พอใจและรับพฤติกรรมหลากหลายนั้นได้เสมอ
จะมีบ้างก็คือความรู้สึกสะเทือนใจที่แกไม่อาจส่งเสียให้ลูกทุกๆ
คนได้ดิบได้ดีเหมือนๆ กัน
แต่คราใดที่ยายยี่สุ่นปรารภกับลูกสาว
แกก็จะได้คำตอบปลอบโยนกลับมาเสมอ
หนูสมัครใจลาออกเองนี่แม่...แม่ไม่ได้บังคับหนูสักหน่อย...ตอนนั้นพ่อเสียใหม่ๆ
น้องๆ
ก็ยังเล็กถ้าหนูไม่ออกมาช่วยแม่
แม่ก็คงไม่ไหวให้น้องๆ
เขาเรียนนั่นแหละดีแล้วล่ะจ้า
เขาเรียนเก่งๆ กันทั้งนั้น...เราคงพึ่งพาพวกเขาได้ตอนแก่นะแม่นะ...
ตอนแรกยายยี่สุ่นก็คิดเหมือนลูกสาวแต่วันเวลาและความผันแปรต่างๆ
ทำให้แกเริ่มแน่ใจว่าสิ่งที่ลูกสาวและแกเคยคาดหวังไม่มีวันที่จะเป็นไปได้
หลายๆ
ครั้งที่แกร่ำๆ
จะออกปาฝากฝังลูกสาวคนโตไว้กับน้องๆ
แต่พฤติกรรมของลูกชายทั้งสามทำให้แกต้องปิดปากเงียบเก็บงำความรู้สึกทุกข์ท้องกังวลใจและความห่วงใยลูกสาวคนโตไว้แต่เพียงลำพังและเพียงภาวนาให้ลูกสาวได้พบรัก
ได้แต่งงานกับคนดีๆ
เพื่อว่าวันที่แกต้องลาจากโลกนี้ไปตามวัฎฎจักรของธรรมชาติ
แกจะได้นอนตายตาหลับทว่านี่ก็อีกความหวังหนึ่งที่เลือนรางและเป็นไปได้น้อยเต็มที
หนูไม่ใช่คนสวย
ความรู้ก็น้อย ใครเขาจะมาชอบ
ลูกสาวให้เหตุผลด้วยเสียงเรียบๆ
มีรอยยิ้มอ่อนๆ
บนใบหน้าที่อ้างว่าไม่สวยนั้นบางๆ
น้ำเสียงที่พูดไม่ส่อถึงความรู้สึกน้อยใจ
สะเทือนใจหรือกระทบกระแทกผู้ใดแต่เป็นพูดของผู้ที่มีจิตใจงามและมีสติอยู่ครบถ้วย
อีกอย่างหนูอยากอยู่กับแม่ไม่อยากแต่งงานออกเรือนไปเลย
หนูอยู่อย่างนี้ก็สบายดีแล้วนี่แม่...
แต่แม่เป็นห่วงเอ็ง...
ยายยี่สุ่นบอกลูกสาวไปตรงๆ
ถ้าแม่ตายแล้วเอ็งจะอยู่กับใคร
เอ็งคิดจะไปพึ่งน้องๆ
เขาเหรอ...เอ็งก็รู้นี่ว่าพึ่งพวกเขาได้ยาก
จ้ะ...หนูรู้...แต่ไม่เป็นไรหรอก
เวลานั้นยังมาไม่ถึง
ไว้มาถึงก็คงหาทางออกได้เองแหละ
แต่แม่ก็ยังแข็งแรง
ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรสักหน่อย
อย่าเพิ่งพูดเรื่องตงเรื่องตายเลยจ้ะ...
เมื่อลูกสาวสรุปออกมาในรูปนี้
ยายยี่สุ่นก็ต้องเก็บปากเก็บคำ
เก็บความรู้สึกกังวลวิตกทุกข์ร้อนทั้งหมดทั้งมวลไว้ในส่วนลึกอีกเช่นเดิม
ทว่าไม่นานนัก
ลูกชายคนโตก็หอบลูกน้อยมาพร้อมกับภรรยา
แรกๆ
ยายยี่สุ่นกับพวงแสดลูกสาวต่างก็พากันงุนงงกับปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นนี้
เพราะตั้งแต่มีครอบครัว
ลูกชายคนโตมาเยี่ยมเยียนแกและลูกสาวพร้อมภรรยาแทบจะนับครั้งได้
แต่ในคราครั้งนี้เขามาพร้อมลูกชายคนแรก
มาด้วยจุดประสงค์ที่ยายยี่สุ่นและลูกสาวพอจะเดาได้ในทันที
กระนั้นการต้อนรับขับสู้และความยินดีต่อการมาเยือนโดยเฉพาะสมาชิกใหม่ก็มีอยู่มากโข
ฉันเอาตาเบิร์ทมาให้แม่กับพี่พวงช่วยเลี้ยงเพราะครบกำหนดวันลางานแม่เขาแล้ว
ตอนนี้คนใช้ที่บ้านก็ไม่มีไอ้ที่เคยมีก็อ้างว่ากลับไปเยี่ยมบ้านที่ไหนได้หายหัวไปเลย
ดีที่มันไม่แอบฉกเอาของมีค่าไปด้วย...พวกนังคนใช้นี่ไว้ใจไม่ได้จริงๆ
... ลูกชายคนโตเล่าอย่างสรูปรวมโดยไม่ยอมแบ่งแยกให้เหลือคนใช้ที่ดีไว้บ้างเลย
ครั้นจะจ้างเขาเลี้ยงก็ไว้ใจใครได้ที่ไหน...ฉันเห็นก็แต่แม่กับพี่พวงนี่แหละที่น่าไว้ใจที่สุด...ช่วยเลี้ยงหลานหน่อยนะแม่...นะพี่พวง...
ตอนท้ายเขาทำเสียงวิงวอนชวนให้น่าเห็นใจ
สายสัมพันธ์จะทิ้งกันยังไงใช่ไหมแม่...เอาเป็นว่าฉันจะให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละพัน
นม เนย
หยูกยาอาหารจะคิดต่างหาก
ไว้พอเข้าโรงเรียนหรือฉันหาคนใช้ได้
ฉันจะมารับลูกไป...ตกลงนะแม่...นะพี่พวงนะ...
มีครั้งไหนบ้างหรือที่ยายยี่สุ่นและลูกสาวจะปฏิเสธการขอร้องของผู้เป็นลูกและน้องได้
แม้ในครั้งนี้จะเป็นภาระที่มิใช่เล็กน้อยเพราะต้องหมายถึงผู้รับภาระจะต้องพร้อมทั้งด้านกำลังกาย
กำลังใจ
และเวลาซึ่งต้องทุ่มเทให้กับการเลี้ยงเด็กอ่อนที่ไม่มีช่วงให้ผละห่างหรือทอดทิ้งได้เลยแม้แต่เวลาเดียว...
ถ
ถ้าพันเดียวน้อยไป...ผมให้พันห้าก็ได้
ลูกชายเสนอทั้งๆ
ที่อีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะต่อรองขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เรื่องเงินเรื่องทองน่ะไม่สำคัญหรอก
พี่สาวแย้งขึ้นเบาๆ
ในลักษณะมองผู้พูดน้อยไม่มากเรื่องและจำยอมมาโดยตลอด
แต่พวกเธอต้องมาดูแลลูกบ้างไม่ใช่ทิ้งไปเลย
โธ่...ใครจะทิ้งได้ลง
ลูกทั้งคน เบิร์ดมันก็น่ารัก
นี่ถ้าไม่ติดขัดที่ทำงานทั้งสองคน
เราคงไม่มารบกวนแม่กับพี่พวงหรอก
เออ...ข้ารู้แล้วแหละว่าพวกเอ็งมีปัญหา
ยายยี่สุ่นพูดก่อนจะปรารภว่า
ลูกเอ็งชื่ออะไรนะ...ชื่อฝรั่งมังค่าใช่หรือเปล่า
ข้าเรียกไม่ถูกหรอก
ลูกชายหัวเราะ
ดูสีหน้าคลายเครียดและคลายความกังวลลงมากเมื่อรู้ผลของการเจรจาที่เป็นไปในทางบวก
ชื่อเบิร์ดฮะแม่...เบิร์ดแปลว่านก...
งั้นข้าเรียกนกก็แล้วกันนะ...ง่ายกว่าที่เอ็งเรียกตั้งเยอะ
ตามใจแม่เถอะ...จะเรียกอะไรก็ช่าง
แล้วฉันกับดาจะมาดูแลลูกทุกอาทิตย์นะแม่
จะมารับไปนอนคืนวันศุกร์กับวันเสาร์ก็ได้นี่
ลูกจะได้อยู่กับพ่อแม่บ้าง
คำแนะนำอย่างหวังดีของยายยี่สุ่นกลับถูกปฏิเสธพัลวัน
ไม่ได้หรอกแม่
วันหยุดผมกับดาต้องพักผ่อนเพราะทำงานมาตั้งห้าวันแล้ว
ขืนอดตาหลับขับตานอนดูแลลูกทั้งคืนคงไม่ไหว
เราแวะมาดูตอนกลางวันดีกว่า
หรือหากวันไหนว่าง
ผมกับดาก็จะแวบมาหาก็แล้วกัน
ผู้มาเยือนขอตัวกลับไปแล้วทิ้งไว้แต่ลูกชายวัยหนึ่งเดือนอันเป็นภาระหนักหน่วงที่พวกเขาไม่อาจแบกรับไว้
แต่ไม่มีเลยสักคำที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้คิดถึงภาระหนักหน่วงที่อีกฝ่ายได้รับไปบ้างแต่อย่างใด
ค่าจ้างค่าออนเพียงเงินหนึ่งพันห้าร้อยบาทสำหรับการดูแลเด็กอ่อนทั้งวันและทั้งคืนคงไม่อาจหาผู้ใดรับงานนี้ได้อย่างแน่นอน
ก่อนหน้าที่พวกเขาจะผละไป
พวงแสดบอกน้องชายว่า
เงินพันห้าร้อยบาทที่ให้
พี่จะฝากไว้ให้ตานก
ถ้าเกิดเงินขาดมือพี่ค่อยใช้มันก็แล้วกัน
แล้วแต่พี่เถอะ
เจ้าเบิร์ดมันก็เป็นหลานพี่...พี่ก็ไม่มีครอบครัว...ไม่มีลูก
ต่อไปสมบัติพัสถานพี่ก็ยกให้หลานไม่ใช่หรือ...
ยายยี่สุ่นกับลูกสาวได้แต่นั่งนิ่งงันพูดไม่ออก
จนแม้ลูกชายและลูกสะใภ้กลับไปแล้ว
ก็ไม่มีคำตำหนิติเตียนหรือคำค่อนขอดจากคนทั้งสอง
นอกจากออกอาการทอดถอนใจยาวและเก็บความรู้สึกหลากหลายไว้ภายในอีกเช่นเคย
หนูน้อยหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของย่าบ้าง
ป้าบ้าง ได้รับอาหารดีๆ
ที่ป้อนจากมือของย่าและป้าผู้อารี
เติบโตมากับเสียงเพลงกล่อมเด็กเอื่อยอ่อนได้ฟังนิทานดีๆ
ก่อนนอน
ติดสอยห้อยตามย่าและป้าไปตามที่ต่างๆ
ความผูกพันระหว่างย่า ป้า
และหลานทวีขึ้นทุกวัน...ทุกวัน...ครั้นมาประกอบกับความห่างเหินของพ่อแม่ที่มิได้กระทำตามที่เคยให้สัญญาไว้แต่ตอนแรก
เด็กน้อยจึงติดย่าและป้าทบทวี
ในช่วงที่หนูน้อยอายุได้สองขวบ
ยายยี่สุ่นก็ล้มเจ็บลงด้วยไข้หวัดธรรมดา
แต่เพราะความสูงอายุ
และการได้พักผ่อนน้อยทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว
พอเกิดโรคปอดบวมแทรกซ้อน
แกก็จากโลกนี้ไปอย่างง่ายดายโดยมิได้มีโอกาสร่ำลาลูกและหลานที่แกรักและผูกพันเลยแม้แต่คำเดียว
พวงแสดร้องไห้กับการสูญเสียครั้งนี้น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด
นึกถึงคำพูดของแม่ที่ห่วงใยว่าตนจะอยู่กับใคร
หากแกต้องตายจากไป...ตอนนี้พวงแสดได้รับรู้แล้วถึงความมืดมนของคำตอบ
เธอเป็นสาวตัวคนเดียว
ก็คงจะต้องอยู่คนเดียวแต่ครั้นหันไปเห็นหลานชาย
ความหวังของพวงแสดก็ก่อตัวขึ้น
ความรัก ความผูกพัน
และความหวังว่าตนก็ยังมีหลานชายนี่แหละที่ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะยืนหยัดต่อไปอีก
อยู่กับป้านะลูก...ลูกอย่าทิ้งป้าไปนะ...
พวงแสดกอดหลานชายไว้แน่น
พร่ำพูดในสิ่งที่เด็กน้อยยังมิอาจเข้าใจได้ลึกซึ้งแต่อย่างใด
แต่เมื่อหลานชายมีอายุถึงวัยที่จะเข้าโรงเรียนได้
ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็มาเรียกร้องทวงคืนไปโดยปราศจากความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย
เบิร์ดต้องเข้าโรงเรียนแล้วล่ะพี่...ผมมาขอรับแกไปอยู่ด้วย
ให้เข้าโรงเรียนใกล้ๆ
นี่ได้มั้ย...ให้แกอยู่กับพี่
พี่รับรองว่าจะดูแลแกอย่างดีที่สุด
เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่พี่สาวเป็นฝ่ายวิงวอนขอร้อง
ขอความเห็นใจแต่ผลที่ได้ไม่เหมือนกับที่อีกฝ่ายเคยเรียกร้องต้องการ
ไม่ได้หรอกพี่
ลูกของผมจะเรียนโรงเรียนเล็กๆ
กระจอกๆ แถวๆ นี้ได้ยังไง...ไว้พี่ค่อยคอยเลี้ยงเจ้าสองคนนั่นก็แล้วกันนะ
ไม่นานคงมีมาให้พี่เลี้ยงแน่...
แล้วพี่จะอยู่คนเดียวได้ยังไง...ถ้าไม่มีตานกพี่ก็ไม่มีใครอีกแล้ว
พี่ขอร้องเถอะนะ
ให้แกโตกว่านี้อีกนิด...ให้เวลาพี่ทำใจ...พี่ตั้งใจไว้แล้วว่าบั้นปลายของชีวิตพี่จะไปให้ชีวิตอยู่ในวัด...
พี่พวงอย่าพูดเอาแต่ได้ซี
พี่คิดถึงแต่ตัวเอง
พูดเห็นแก่ได้
ลูกใครใครก็รัก
จริงอยู่ดากำลังท้องอ่อนๆ
แต่ลูกคนต่อไปเราไม่เอามาให้พี่เลี้ยงอีกหรอก
ตอนนี้เรามีเด็กมาอยู่ที่บ้านแล้ว
แต่ถึงเราจะมีลูกอีก ตาเบิร์ดก็เป็นลูกเรา
เราจะยกให้พี่ง่ายๆ ได้ไง...และที่พี่ว่าพี่อยู่คนเดียวไม่ได้...พี่ก็ไปอยู่วัดเสียแต่ตอนนี้เลยก็ได้พี่
คนในละแวกบ้านย่านนี้ที่พี่รู้จักก็ไปอยู่ที่นั่นกันหลายคน
พี่อายุพอสมควรแล้วไปเข้าวัดฟังธรรมอยู่อย่างสงบให้สมวัยจะดีกว่า
ศาลาท่าน้ำใต้ร่มเงาของต้นตะแบกสูงใหญ่ได้กลายเป็นสถานที่ที่ยายพวงแสดมานั่งร้องเพลงมาลัยไว้บูชาพระหลังเสร็จงานในวัดแล้วทุกๆ
วัน
พลางก็มักจะมองดูสายน้ำที่ไหลผ่านไปเงียบๆ
...สายน้ำไหลไปแล้วก็จะไม่หวนคืนกลับ
เหมือนชีวิตของคนที่ไม่อาจเพรียกเรียกหาความประทับใจบางช่วงของชีวิตให้หวนคืน
ธรรมสถานแห่งนี้ได้ช่วยเยียวยา
ใจดวงหนึ่ง ที่ต้องอดทน...อดกลั้น
ต้องรับความรู้สึกทุกข์ท้อ
น้อยใจ หดหู่และอีกหลายๆ
ความรู้สึกที่ผู้คนรอบข้างเป็นกลไกป้อนให้มาตั้งแต่วัยเด็กจนล่วงเข้าสู่วัยปลายให้ค่อยๆ
สงบลง...สงบลงจนสามารถยอมรับสัจจธรรมของชีวิตได้โดยดุษณี
แม้จนหลานชายได้มาเยี่ยมเยือนเมือไม่นานมานี้และจะขอรับตัวไปอยู่ด้วยแกกลับปฏิเสธไปด้วยอาการอันสงบ
ขอบใจนกมากที่ยังคิดถึงป้า
จะมารับข้าไปดูแลในยามแก่เฒ่า
ความกตัญญูกตเวทิตาคุณนี้ก็จะส่งผลดีต่อตัวนกเอง
แต่ป้าพอใจ
และมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่นี่แล้ว
อย่าดึงป้าไปสู่โลกแห่งความสับสนภายนอกอีกเลย
หญิงชราร้อยพวงมาลัยมาลิสดเสร็จแล้วก็ค่อยๆ
หย่อนมันลงในตะกร้าหวายใบย่อมๆ
ที่วางอยู่ข้างตัวอย่างระมัดระวังพลางก็ขยับลุกขึ้น
แต่ก่อนจะผละจากที่นั่นแกทอดสวยตาดูสายน้ำอยู่ราวอึดใจ
ก่อนจะเดินจากมาเงียบๆ
ด้วยอาการอันสงบอย่างผู้ที่ปลงใจให้กับความเป็นไปของชีวิตได้อย่างมั่นคงแล้ว