เรื่องสั้น ฉ.๒๔๑๘

เมื่อคราฟ้าต่ำ

ธ ลำทวี

                 “เมื่อ “ความเป็นมนุษย์” ตกอยู่ในวงล้อมของระยะเวลาที่สั้นเข้ามาทุกที สิ่งสุดท้ายที่มนุษย์จะกระทำคือปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณ!”

                สิ่งมีชีวิตไหม้เกรียมที่กำลังคลานออกมาจาก “นกเหล็ก” นั้นยังคงมองออกว่าเป็นมนุษย์! มันเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียวพร้อมๆ กับเปลวเพลิงและเสียงกึกก้องปานโลกจะถล่มทลาย เศษเนื้อ เศษอวัยวะ ซากสัมภาระปะปนไปกับเศษเหล็ก กลิ่นคาวเลือดและควันไฟตลบไปทั่วบริเวณเที่ยวบิน ๗๔๗ จีแอลเมื่อครู่ถูกแปรสภาพไปสิ้น ความสุข ความหวังจุดหมายปลายทางของผู้โดยสารกลายเป็นความสูญเสียไม่ต่างอะไรกับดอกไม้เพลิงที่ถูกจุดขึ้นแล้วจางหายไปในฟากฟ้า

                แต่มัจจุราชก็สั่งให้เขารอด! นักบินหนุ่มคนเดียวในเที่ยวบินมรณะล่ำนี้ มัจจุราชสั่งให้เขารอดเพื่อมาดูผลงานอัปยศของตัวเขาเอง มากความผิดพลาดที่ไม่มีโอกาสจะแก้ไขได้อีกเลย ความไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงและหมอกหนาทึบ เขาไม่ได้สละเวลาเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนหน้านี้ที่มันมีค่ามหาศาลเพื่อตรวจเช็คเครื่อง ความประมาทและความถือดีนี่เองเป็นสื่อนำนาทีมรณะมาสู่เที่ยวบิน!

                มันเป็นความเจ็บปวดที่กลายเป็นความเจ็บร้าวไปทั่วร่าง ความบอบช้ำจากแรงกระแทกที่ได้รับเนื้อหนังมังสาที่แสนร้อนราวกับจะหลุดลอดออกเป็นแผ่นๆ จากเปลวไฟ เขาเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีอาการ “คลาน” ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้เสียแล้ว เขากลับพลิกกลัวแน่นิ่งไม่ต่างอะไรกับซากที่ยังหายใจได้ห่างจากจุดเกิดเหตุท่ามกลางซากศพเกลื่อนกลาดไม่กี่เมตร เขากำลังอยู่ท่ามกลางความเป็นและความตายที่มีเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจอันแผ่วโหยเป็นตัววัด เริ่มทอดอาลัยให้กับโชคชะตาที่รู้ดีว่าไม่ช้าร่างกายต้องตกเป็นเหงื่อให้แร้งกาจิกทิ้งและปลงใจให้กับมรณะที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที

 

                เขาสลบไสลไปพร้อมกับความทรมานและความเจ็บปวดไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ตราบจนเมื่อรู้สึกตัวและเริ่มเผลอเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนที่ระรวยอยู่ในอกทำให้เขาระลึกได้ว่ายังไม่ตาย! ไฟที่ไหนจากซากเครื่องบินเบื้องหน้ามอดลงแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสีขาวเรื่อเรืองส่องกระทบดวงหน้าหนึ่งชิดเข้ามาใกล้ เขาพยายามเพ่งมองให้ถนัด มันคือดวงหน้าของหญิงสาวที่มีดวงตาโตดำขลับ และมีน้ำแวววามหล่อเลี้ยงอยู่ในนั้น จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากงามบางเฉียบราวกลีบดอกไม้ มันคือดวงหน้าที่สวยสดงดงาม แต่ “ความงาม” ของหล่อนจะมีประโยชน์อะไรเล่า? ความเป็นมนุษย์ของหล่อนนี่ซิที่สำคัญ!

                หล่อนพึมพำคำพูดที่ไม่อาจเข้าใจได้ประโยคหนึ่ง อาจเป็นคำว่า “เวทนา” ในภาษาของหล่อนกระมัง หล่อนเอื้อมมือที่มีลำแขนสีคล้ำแดดแตะตามเนื้อตัวของเขาแล้วส่ายหน้า เขาพยายามเปล่งเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผากเป็นผงโดยที่ไม่หวังจะให้หล่อนเข้าใจ มันเป็นถ้อยคำของคนใกล้ตายก็จริงแต่ถ้อยคำที่เอ่อออกไปนั้นเป็นถ้อยคำที่กำลังจะกลับไปสู่ความมีชีวิต!

                ดวงตาแห้งแล้งของเขาสบตากับดวงตาสีนิลของหล่อนเนิ่นนาน น่าประหลาดที่ดูเหมือนกับว่าหล่อนจะเข้าใจและไม่รู้สึกชิงชังกับการร้องขอวิงวอนอะไรบางอย่างจากแววตาของเขา

                 “ที่นี่มีเพียงแต่เขาและหล่อนที่เป็นมนุษย์ มนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันในที่ที่ห่างไกลจากความสวยงาม เขาและหล่อนพบกันในขณะที่ความเป็นมนุษย์ในตัวเขากำลังจะสิ้นสุดลง”

                 “ความเป็นมนุษย์นั้นไม่มีเวลามากนักหรอก มันเริ่มต้นประทุขึ้นได้ก็ย่อมจะจางไปได้เหมือนหมอกควัน แล้วมนุษย์ จะทิ้งอะไรไว้ให้แก่โลกนอกจากมนุษย์เอง”

                เขาหลับตานิ่งระงับความเจ็บปวด

                ในขณะที่เขานิ่งเงียบหล่อนกลับหัวเราะจนดอกไม้สีสดที่ทัดหูไว้สั่นไหว

                 “ชายหนุ่มคนนี้มีผิวพรรณขาวซีดผิดกับตัวหล่อน เขายอมจะต้องเป็นคนต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์ และเขาคงจะมาจากเจ้านกยักษ์ลำนั้นที่พ่นไฟได้” หล่อนพิศดูเขาอีก “เขาเป็นมนุษย์ในแบบที่หล่อนไม่เคยได้พบ หล่อนไม่เคยเห็นแววตาของใครที่อ่อนโยนและอบอุ่นได้เท่านี้ มันเป็นความรู้สึกที่แสนประหลาดที่ไม่เคยได้เห็นในผู้คนของเผ่าพันธุ์อันเหี้ยมโหด แข็งกระด้างและนิยมแต่การรบราฆ่าฟัน เขาทำให้หล่อนคิดถึงความแตกต่างนั้น ความแตกต่างที่หล่อนไม่รู้ว่าจะอธิบายได้อย่างไร ความรู้สึกแตกต่างอันแปลกประหลาดที่หล่อนเก็บงำไว้แต่เพียงผู้เดียวมาแสนนาน” “ให้ตายเถอะเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์! หล่อนเพิ่งพบกับเขาในขณะที่เขากำลังจะจากไปและไปยังที่ที่เป็นนิรันดร์เดี๋ยวนี้แล้วและหล่อนเองก็จะต้องกลับไป กลับไปยังเผ่าเพื่อรับโทษทัณฑ์ เพราะในไม่ช้าผู้มีอำนาจในเผ่าก็จะต้องตามมาทัน หล่อนจะต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยพิธีกรรมบางอย่างที่ไม่อาจจะเข้าใจและทำให้ให้ยอมรับมัน”

                ชายหนุ่มรู้สึกถึงกระแสเลือดที่ซ่านซ่าในกาย องคาพยพทุกส่วนที่เต้นระริก มันคือสัญญาณการตื่นตัวในจังหวะการเต้นครั้งสุดท้ายของชีวิตสุดทนทางที่จะต้านทาน

                นาทีนั้นหล่อนซบหน้าลงบนใบหน้าอันไหม้เกรียมนั้น

                 “ความรักหรือ? ความอิ่มเอมในการเสพสังวาสหรือ? มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อมันเป็นเพียงการก่อร่างสร้างตัวของสัญชาตญาณและมันอาจจะต้องใช้เวลานานและอาจจะตลอดชีวิต การก่อกำเนิดนี่ซิเป็นของจริงและเป็นทางเดียวที่จะเก็บความรู้สึกของกันและกันไว้ได้ตลอดกาล

                ไม่มีใครบังคับให้เราต้องทำเช่นนั้นมิใช่หรือแล้วอะไรที่นำทางให้กับเรา?

                ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เขากำลังบังคับเครื่องบินและกำลังบินผ่านอารยธรรม บินผ่านความเจริญของสังคมมนุษย์ ก่อนที่จะพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ท่ามกลางความล้าหลังของมนุษย์ต่อมนุษย์ในป่าดงดิบ มันเป็นการหวนกลับของอารยธรรมที่ “เมือง” กำลังเข้าสู่ป่า

                และในวาระสุดท้ายมนุษย์จากแดนอารยธรรมเช่นเขาก็ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลยนอกจากเพาะเชื้อมนุษย์เมืองไว้ในตัวของสาวชาวป่า เชื้อมนุษย์ธรรมดาสามัญที่ไม่มีแม้แต่การเจือปนของเศษเสี้ยวแห่งอารยธรรมนอกจากสิ่งเดียว “สัญชาตญาณ”