|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๕๑๓ "ลูกนก" โดย
แพงคำ จันทร์จารุ ฉันเลื่อนหน้าต่างกระจกให้กว้างที่สุด รูปม่านออกจากกัน เปิดทางให้อากาศเข้ามาในห้องมากที่สุด ลมยามบ่ายโชยเข้ามาในห้อง ชายผ้าม่านทั้งสองข้างไหวตัวตาลมลม ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อาการปวดตาและมึนๆ ค่อยคลายลง ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเกยคางไว้บนท่อนแขนที่วางพาดขอบหน้าต่าง รู้สึกเซ็งจนไม่อยากทำอะไร เปิดคอมพิวเตอร์ ทิ้งไว้ กะจะทำงานสักหน่อย แต่สมองมันก็ไม่แล่นจนต้องผละออกมาพักสายตา นึกถึงงานก็ชักหนักใจ อีกไม่กี่วันก็ถึงกำหนดส่งงานที่รับมาทำแล้ว แต่ทุกชิ้นยังไม่ออกมาเป็นรูปเป็นร่างเลยสักชิ้นเดียว ก็จะให้งานมันเป็นร่างได้อย่างไรเล่า ในเมื่อทุกครั้งที่ลงมือทำงาน ใจฉันมันก็ไม่ได้อยู่ที่งาน ฉันพยายามแล้ว พยายามที่จะไม่คิดถึงเรื่องอื่นนอกจากงาน งานและงาน แต่จนแล้วจนรอด อารมณ์ก็ยังฟุ้งซ่านความคิดก็พลอยกระจัดกระจายไปด้วย นึกถึงหน้าลูกค้าแล้วก็หนักใจ เมื่อฉันเอางานไปให้ดู ทำไมแอดงวดนี้สีมันออกโทนนี้ล่ะ พี่เมย์ฝ่ายโฆษณาของนิตยสารชื่อดังแห่งหนึ่งที่ให้ ฉันทำหน้าโฆษราให้ขมวดคิ้วเมื่อฉันเอางานไปเสนอ สีมันหม่นๆ ไม่สะดุดตา... และอีกหลายอย่างตามมา สรุปภาพรวมก็คือ งานของฉันแย่ลง วันนั้นฉันเลยได้หอบงานกลับมาแก้ ฉันถอนหายใจยาว หันกลับไปมองจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งไว้ ทำไงดี ทำไงดี ฉันพร่ำกับตัวเอง นี่ฉันจะทำยังไงให้ใจมีสมาธิอยู่ที่งานนะ เสียงกังวานใสที่ฉันคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ หน้าต่างฉันกลับไปมองออกไปข้างนอก นั่นไงเจ้าของเสียงเกาะกิ่งราชพฤกษ์ข้างหน้าต่าง เจ้านกกางเขนบ้าน เกาะกิ่งไม้เอียงคอส่งเสียงอยู่ตัวเดียว ฉันเกยคางไว้บนท่อนแขน เฝ้ามองดูมันนิ่งๆ สักครู่ใหญ่ๆ นกกางเขนอีกตัวบินมาเกาะกิ่งไม้ กิ่งใกล้ๆ กัน มันคงเป็นคู่นกหนุ่มสาว ฉันเห็นมันบ่อยมาก บางวันก็เห็นตัวเดียวบางวันก็มาเป็นคู่มันชอบมาจับกิ่งราชพฤกษ์ส่งเสียงให้ฉันฟังเป็นประจำ เมื่อก่อนฉันไม่รู้ว่าเจ้านกตัวนี้มันคือนกกางเขนบ้าน อะไรกัน ไม่รู้จักนกกางเขนบ้านหรือ เนี่ยนกกางเขนบ้าน เป็นนกพื้นๆ นะ ที่ไหนก็มีเฟื่องไม่รู้จักเหรอ ใครคนหนึ่งทำหน้าแปลกใจสุดขีด ที่ฉันไม่รู้จักนกกางเขนบ้าน ในวันที่ฉันชี้ให้ดูนกข้างหน้าต่าง ไม่รู้จัก! ฉันชักโมโหนิดๆ ที่ได้เห็นเขาทำหน้าอย่างนั้น มันไม่เห็นแปลกเลยหน้าชักเริ่มงอ ชะรอยคนข้างๆ ที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างคงรู้ ก็เลยเอื้อมมือมาขยี้ผมฉัน เอ้า ไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก นี่เจ้านกกางเขนบ้าน ดวงตาอบอุ่นฉายแววขำๆ เสียงมันเพราะมากเลยนะพี่ดล มันมาร้องเพลงให้เฟื่องฟังทุกเช้าทุกเย็น เฟื่องเรียกมันว่านกนักร้อง โชคดีจัง ทำไงพี่ถึงจะได้ฟังนกร้องทุกวันอย่างนี้บ้างนะ เขาผละจากหน้าต่างมานั่งข้างๆ ฉัน ก็มาดูก็ได้นี่คะ ใครเขาห้ามล่ะ แต่พี่อยากฟังประเภทว่า ตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียง... ดวงตาคนพูดชักเจ้าเล่ห์ และฉันหันไปเห็นพอดี เฟื่องว่าเฟื่องทำงานดีกว่า ฉันขยับลุกขึ้นเมื่อเขาทำท่าจะขยับเข้ามาใกล้ รีบไปนั่งหน้าเครื่องคอม เสียงหัวเราะตามหลังมา ฉันหันไปดู เห็นเขาเอนหลังลงนอน สีหน้าครึ้มอกครึ้มใจที่แกล้งฉันได้สำเร็จ ฉันเลยค้อนให้วงหนึ่ง ฉันถอนหายใจยาว เมื่อนึกถึงดวงหน้าอารมณ์ดี ดวงตาที่ดูเหมือนจะยิ้มอยู่เนืองนิจ น้ำเสียงเจือความอ่อนโยนทุกครั้งที่พูดกับฉัน เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ขอบตาก็ชักร้อนๆ ขึ้นมา เจ้าของดวงตาที่เจือยิ้มหายไปนานร่วมเดือน ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย ไม่มารับไปกินข้าว ไปดูหนัง ไม่มีแม้กระทั่งเสียงโทรศัพท์จากเขา ฉันไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วใครเป็นคนผิด อาจเป็นฉันก็ได้ แต่เขาก็น่าจะใส่ใจฉันบ้าง ในฐานะที่ฉันเป็นคนรักของเขา แต่นี่เขาเงียบหายไปเลย เงียบไปจนดูเหมือนว่า ฉันไม่ใช่สิ่งสำคัญกับชีวิตเขาแล้ว เรื่องมันผ่านมาเป็นเดือนแล้ว และเขาก็ไม่เคยโทร.มา ฉันเคยคิดจะโทร.ไปหาเขา มันก็ยังไงๆ อยู่ ยกหูกดเบอร์แล้วก็วาง ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับเขาว่ายังไง ฉันซบหน้ากับขอบหน้าต่าง แล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อมีเสียงเรียกจากข้างล่าง พี่เฟื่อง นกมันฟักไข่แล้วนะ ได้ลูกนกสองตัว เสียงเด็กชายวัยรุ่นที่อยู่บ้านเช่าช้างอพาร์ตเม้นต์ของฉันร้องขึ้นมาบอก ฉันชะโงกหน้าลงไปคุยกับเขา เหรอ ฉันพลอยตื่นเต้น รังมันอยู่ไหนนะ เนี่ย... เด็กชายชี้มือ ไปที่ดงกล้วย ทำรังที่ต้นฝรั่งในดวงกล้วยนี่ พี่ลงมาดูสิ แต่มันยังเล็กมากนะ เอาไว้มันโตกว่านี้หน่อย พี่จะไปดู ไปดูตอนนี้เดี๋ยวแม่มันไม่ยอมมาป้อนเหยื่อลูกมัน มันป้อนหนอนให้ลูกมันด้วย พี่ไม่ลงมาวาดรูปลูกนกเหรอ เขาถาม เพราะเห็นฉันยืนวาดรูปที่ระเบียงห้องเป็นประจำ เอาไว้ให้มันโตก่อนก็แล้วกัน ฉันบอก ว่าแต่รังมันสูงไหม สูงแค่เนี้ย เด็กชายยกมือสูงกว่าระดับศีรษะนิดหนึ่ง เอาไว้มันโตกว่านี้ก่อน พี่จะไปดู เดี๋ยวจะกวนมันเปล่าๆ เพื่อนต่างวัยของฉันวิ่งหายไปจากสายตาฉัน เขาคงไปเล่นบอลกับเพื่อนเหมือนเคย เจ้ากางเขนบ้านสองตัวนั้นบินจากไปตั้งแต่ฉันคุยกับเด็กชายคนนั้น รอยยิ้มยังติดอยู่ที่ริมฝีปาก ยินดีไปกับข่าวใหม่ แรกๆ ที่ฉันมาเช่าอพาร์ตเม้นต์ห้องนี้ฉันตื่นเต้นมากที่เปิดประตูออกไปยืนที่ระเบียงแล้วเจอความเขียวขจีของสวนข้างๆ ระเบียง มันเป็นที่ที่ทิ้งร้าง ต้นไม้ก็เลยขึ้นหนาแน่น และที่นี่เองที่ฉันได้รู้จัก นกกางเขนบ้าน นกตีทอง นกเอี้ยงหงอน นกปรอดหน้านวล และนกสวนอีกมากมายนับชนิดไม่ถ้วน แรกๆ ฉันก็ไม่รู้จักนกเหล่านี้นักหรอก ก็ได้ชายหนุ่มของฉันนี่แหละที่เป็นคนบอกว่า เจ้าเล็กๆ ตัวดำหลังแดงนั่นนกสีชมพูสวนตัวผู้...โน่น ที่เพิ่งบินไป นกปรอดหน้านวล ดวงตาเขาดูรื่นรมย์ และนั่น นกกางเขนบ้าน ฉันต่อให้ แน่ใจ คนพูดทำเสียงสูง หันมามองฉันขำๆ แน่ใจสิ ก็วันก่อนพี่ดลบอกเฟื่องเองนี่ ว่านั่นนกกางแขน นี่ไงปีกดำ มีแถบขาวที่หางด้วย ฉันยืนยัน ดูชัดๆ สิ ว่าใช่นกกางเขนบ้านหรือเปล่า ใช่ สอบตกแล้ว นั่นนกอีแพรดต่างหาก เฟื่องดูดีๆ สิ รูปร่างมันใกล้เคียงกัน สีก็เหมือนกัน แต่มันต่างกัน นั่นไง... เขาชี้มือไปที่เจ้านกปีกดำที่กระโดดจากกิ่งนั้นไปกิ่งนี้ แถบหางมันแผ่ออกมองดูคล้ายๆ นกยูงเวลารำแพนหาง นกกางเขนที่ไหน รำแพนหางได้ ฉันก็ค่อยๆ เรียนรู้เรื่องนกจากเขา จนทุกวันนี้ ฉันจำได้แล้วว่า นกแต่ละตัวคือนกอะไร คิดมาถึงตรงนี้ รอยยิ้มฉันก็จางลง ถ้าเขาไม่เงียบไปจากฉัน เขาคงตื่นเต้นดีใจกับข่าวใหม่นี้แน่ๆ เลย เพราะเขาเป็นคนรักนก และก็รู้จักนกมากกว่าฉันอีก เดินมาที่โต๊ะวางโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว เอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ขึ้น แล้วก็ชะงัก ฉันจะโทร.ไปหาใคร? โทร.ไปหาเขาเหรอ? จะโทร.ไปทำไม จะคุยเรื่องอะไร ฉันถือหูโทรศัพท์ค้าง ก่อนจะวางลงตามเดิม ถอยมานั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์ เขาไม่โทร.มาฉันก็จะไม่โทร.ไป เขาเงียบไปได้ฉันก็เงียบได้เหมือนกัน ทำไมต้องโทร.สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลงมือทำงาน ทำได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องผุดลุกขึ้น รู้สึกอึดอัดจนอยากร้องกรี๊ดออกมา ทำไมเขาไม่โทร.มานะ เดินงุ่มง่านอยู่พักใหญ่ ฉันก็ตัดสินใจว่าจะโทร. จะโทร.ไปที่ไหนดี ตอนนี้เขาคงยังไม่กลับเข้าห้อง มันยังไม่เลิกงานนี่นาโทร.เข้ามือถือดีไหม ไม่ดีหรอกเกิดกดไปแล้วเปลี่ยนใจไม่อยากคุยด้วย เขาก็จะรู้เหมือนเดิมว่าเบอร์ที่โทร.เข้าเป็นเบอร์ของฉัน เอาไว้ตอนเขาเลิกงาน โทร.ไปที่ห้องดีกว่า เผื่อได้ยินเสียงเขาแล้วไม่มีอะไรจะพูดจาได้วางสายเลย เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉันก็เลยนั่งเล่นเกมฆ่าเวลา เพราะทำงานก็ไม่มีกะจิตกะใจทำ สองทุ่มแล้ว... ฉันเดินกล้าๆ กลัวๆ ไปที่โทรศัพท์ ยกหูขึ้น กดหมายเลขได้สองสามตัวก็รีบวาง เออ...แล้วฉันจะคุยอะไรกับเขาล่ะ ถ้าเขาถามว่าโทร.มาทำไม ฉันจะบอกเขาว่าไงดี ถ้าเขายังมึนตึงอยู่ฉันจะยิ่งไม่เสียใจมากไปกว่านี้เหรอ เอาละเป็นไงเป็นกัน ฉันกดหมายเลขลงไป รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงเมื่อสัญญาณเรียกสายดังขึ้น ไม่มีคนรับสัญญาณตัดไปเฉยๆ เอาน่าลองอีก เขาอาจจะเข้าห้องน้ำอยู่ก็ได้ เมื่อฉันกดหมายเลขครั้งที่สองฉันรู้สึกว่ามือที่กำหูโทรศัพท์นั้นชื้นเหงื่อ สัญญาณเรียกดังห้าครั้งแล้ว และฉันกำลังจะวางสาย ปลายสายก็รับ สวัสดีครับ น้ำเสียงนี้ใช่ไหมที่ฉันต้องการ เอ่อ... ฉันอึกอัก เพราะคิดว่าจะวางแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนรับ สวัสดีครับ เขาพูดอีก เอ่อ... ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอ่อ...ลูกนก อะไรก็ไม่รู้ทำให้ฉันหลุดออกไปว่า ลูกนก อะไรนะครับ ลูก ลูกนกฟักเป็นตัวแล้วนะคะพี่ดล เฟื่องเหรอจ๊ะ ดูน้ำเสียงเขาเบาๆ เบาจนฉันไม่แน่ใจว่า มีกระแสเสียงแห่งความยินดีในน้ำเสียงหรือไม่ ค่ะ เฟื่อง เฟื่อง... ฉันรู้สึกว่าในสมองมันว่างเปล่า ฉันว่าได้แค่นั้นก็เงียบ เพราะนึกไม่ออกว่าจะเริ่มพูดเรื่องอะไร เอ่อ ลูกนกฟักเป็นตัวแล้วนะคะ ฉันพูดเร็วปรื๋อ เพิ่งฟักวันสองวันนี้เอง เหรอ เสียงปลายสายยินดี ตื่นเต้น ลูกนกกี่ตัวจ๊ะ สองค่ะ ฉันหายใจคล่องขึ้น พ่อแม่นกกำลังป้อนข้าวลูกมันอยู่ แต่ขนมันยังไม่ขึ้นเลยนะคะ น้องที่อยู่ข้างบ้านเล่าให้ฟัง เมื่อลมหายใจคล่องขึ้น น้ำเสียงก็พลอยคล่องตามไปด้วย ข่าวดีๆ เขาว่า เล่าให้พี่ฟังหน่อย พี่ก็รออยู่เหมือนกันว่า เมื่อไหร่มันจะออกเป็นตัว... ฉันยิ้มกับตัวเอง และฉันคิดว่าเขาก็ต้องยิ้มเช่นกัน รู้สึกว่าหัวใจมันแช่มชื่นอย่างประหลาดสิ้นสุดกันที ความรู้สึกไม่เข้าท่าทั้งหลายที่รู้สึกมาร่วมเดือน แล้วเราก็คุยเรื่องลูกนกกันยืดยาว ปานประหนึ่งว่าไม่มีเรื่องติดค้างในใจต่อกัน
|
