เรื่องสั้นที่ผ่านการพิจารณารอการลงพิมพ์

อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง

เรื่องสั้น ฉ.๒๕๑๒

"จิ้งหรีดกินเมือง"

โดย เก็ตตะหวา

            มันช่างเป็นคืนที่เหมือนตกอยู่ในฝันร้าย

            ติณภพตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะเสียงร้องเร่าของเหล่าแมลง จากแสงไฟนีออนกลางห้องส่องให้เห็น ปีครู่สีดำกลางหลังของมันกระพือพัดสั่นระริก ปีกคู่หน้าย่นมีหนามไว้ทำเสียงสำหรับแมลงเพศผู้ มันยกปีกคู่หน้าขึ้นถูกัน ทำให้เกิดเสียงดังระงม...จิ้งหรีดพันธ์ทองคำนับหมื่นนับแสนตัวกำลังรุมล้อมตีวงแคบเข้ามาเรื่อยๆ ทุกตารางนิ้วใน ห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยจิ้งหรีดและจิ้งหรีด ไม่เว้นแม้แต่บนเตียงนอนของเขา ติณภพใช้มือปัดป่าย เหล่าจิ้งหรีดไต่ขึ้นมาตามตัวอย่างขยะแขยง แต่ยิ่งปัดตกไปก็ยิ่งเหมือนยั่วยุเหล่ากองทัพแมลงปีกดำหนุนเนื่องทะลักเข้ามาล้อมกรอบเขาไว้ราวสายน้ำ บ่าหลั่ง มันไหลล้นเข้าปากเข้าจมูก จนไม่มีช่องว่างสำหรับอากาศหายใจ

            ติณภพเป็นอาจารย์สอนวิชาเกษตรในวิทยาลัยเกษตรประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง แต่หลังจากเขาค้นพบการทำมาหากินด้วยอาชีพเสริมรายได้นอกเวลาราชการวิถีชีวิตก็เปลี่ยนไป

             “อ้าว! พวกเราอาจารย์จิ้งหรีดมาแล้ว ปรบมือต้อนรับหน่อย”

            เสียงอ้อแอ้ เหมือนคนลิ้นไก่สั้น ดังขึ้นเมื่อเขาย่างเท้าลงจากรถกะบะป้ายแดงคันใหม่ที่เพิ่งถอยออกจากร้านรถมาใหม่หมาด เพื่อนๆ อาจารย์ที่ทำงานด้วยกันกำลังจับกลุ่มกินกาแฟยามเช้าอยู่ระหว่างรอชั่วโมงสอน คนเหล่านั้นพากันมามองเขาเป็นจุดเดียว ใครคนหนึ่งปรามเบาๆ

             “เงียบๆ ...หน่อยอาจารย์นนท์ ถ้ายังเมาค้างตั้งแต่เมื่อวานเย็นก็มาดื่มกาแฟกับพวกเราดีกว่า”

            ชายคนนั้นทำเสียงซึ่กอยู่ในคอก่อนสะบัดหน้าเดินออกไปจากวงสนทนา เป็นที่รู้กันในหมู่อาจารย์ ว่าอาจารย์นนท์กับภพไม่กินเส้นกันมาแต่ไหนแต่ไร ในขณะที่คนหนึ่งเอาเงินเดือนลงขวดเหล้าทุกเช้าเย็น แต่อีกคนหนึ่งกลับขยันขันแข็ง หารายได้พิเศษ เพื่อเพิ่มพูนจำนวนตัวเลขในบัญชีและตอนนี้ฟาร์จิ้มหรีดของอาจารย์ภพกำลังไปได้สวย มันทำรายได้ให้แก่เขาจนน่าพอใจ

             “พวกเรากำลังคุยกันว่าจะขอความรู้จากอาจารย์เรื่องการเลี้ยงจิ้งหรีดค่ะ” อาจารย์สาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

             “เราจะทำเป็นอาชีพเสริมเหมือนกัน”

            เธอชื่อวิจิตรา อาจารย์สาวประจำภาควิชาที่เพิ่งย้ายมาสอนใหม่ ความสวยของเธอเบ่งบานเหมือนดอกไม้ส่งกลิ่นขจรขจาย คนหนุ่มในวิทยาลัย ต่างหมายปอง และชื่นชม

             “ด้วยความยินดีครับ อาจารย์วิจิตรา จากที่ผมได้ศึกษาและทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดมาหลายปี พบว่าเป็นแมลงที่ทำรายได้งาและเลี้ยงง่าย ผมยินดีให้ความรู้และความร่วมมือกับทุกท่านที่ สนใจ”

            ติณภพยืดอกขึ้นนิดหนึ่ง รู้สึกตัวพองอย่างปิติ ที่ทุกคนให้ความสนใจ เกษตรเชิงธุรกิจขนาดย่อมของเขา

             “งั้นเราจัดเป็นการอบรมเชิงสัมมนาดีไหมค่ะ” อาจารย์อ้วนพี่ใหญ่ของสภากาแฟเสนอแนะ

             “วิเห็นด้วยค่ะ...จัดเวิร์กช็อปกันเลยให้อาจารย์ภพเป็นวิทยากร เพราะว่ามีคนสนใจเยอะมากเลย ชาวบ้านที่เขากำลังทำเรื่องกู้เงินกองทุนหมู่บ้าน เพื่อการลงทุนทำการเกษตร หรือธุรกิจในครอบครัว เขาก็สนใจอยากให้วิทยาลัยเกษตรเราแนะนำส่งเสริมอาชีพ”

            วิจิตรอาจารย์ใหม่ไฟแรงสนับสนุนเต็มที่ ติณภพอึกอักอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนรับปากสาวสวยด้วยใจพองโต

             “ครับ...แล้วแต่พวกคุณจะนัดวันมาก็แล้วกันครับ”

             “วันจันทร์หน้าที่หอประชุมวิทยาลัยดีไหมครับ เราให้เวลาอาจารย์ภพเตรียมตัวสามวัน ส่วนพวกเราก็เริ่มเตรียมงานกัน” อาจารย์นุกุลรองหัวหน้าภาควิชาที่นั่งอยู่ในที่นั้นสรุป

             “เป็นอันว่า...ทุกคนตกลงตามนี้ พวกเราจะแบ่งงานกัน ส่วนคุณเตรียมข้อมูลให้พร้อม คงจะถูกเชิญไปเป็นวิทยากรอีกหลายครั้ง ลองมีชุมชมให้ความสนใจมากอย่างนี้”

            พี่ใหญ่ของห้องกาแฟขยับตัวลุกขึ้นเตรียมตัวไปสอน

             “ทุกคนยินดีให้ความร่วมมือนะ”

            ก่อนไป...อาจารย์นุกุลไม่วายหันมาย้ำคำ ทุกคนรับคำและพยักหน้าอย่างเต็มใจ คงมีแต่พี่อ้วนที่งึมงำตอบคำอยู่ในคอ

             “อาจารย์นนท์เต็มใจหร็อก”

             “ขอแค่ไม่ให้เป็นตัวป่วนในงานได้ก็ดีแล้ว” วิจิตราทำเสียงตอบงึมงำเช่นกัน

             “ในปัจจุบันมีคนเลี้ยงจิ้งหรีดเพิ่มมากขึ้น เพราะจิ้งหรีดมีรสชาติอร่อยสะอาด และให้คุณค่าด้านอาหาร มีโปรตีนสูง ปลอดสารพิษ...อุปกรณ์เลี้ยงจิ้งหรีด ก็มีเพียงท่อปูน ขนาดกว้างแปดสิบเซนต์ เพียงหนึ่งท่อ กับตาข่ายไนล่อนไว้ปิดปากบ่อ อาหารก็ใช้เพียงเศษหญ้าแห้งกับดินร่วนปนปราย น้ำใช้ใส่ถาด หรือใช้สำลีชุบน้ำวางไว้ในท่อ”

            ติณภพบรรยายสรุป หลังจากเป็นวิทยากรแบบเดี่ยวไมโครโฟมมา กว่าสองชั่วโมงแต่ประชาชนผู้เข้าฟังก็ยังตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างดี ครั้งนี้เป็นการบรรยายรอบที่ห้าสิบของเขาแล้ว ดังนั้นคำพูดทุกคำจึงคล่องราวท่องอยู่ในใจ ต่างกับการบรรยายครั้งแรกที่วิทยาลัยจัดให้ ครั้งนั้นเขาบรรยายติดอ่างตะกุกตะกัก ประหม่าเพราะมัวแต่ตกใจ กับจำนวนผู้เข้าร่วมสัมนาที่มีจำนวนมากกว่าห้าร้อยคน แต่ทุกคนก็กระตือรือร้นสนใจฟัง โดยมองข้ามความเก้อเขินของผู้พูดไปอย่างให้อภัย ครั้งนั้นเขาได้พิธีกรสาวสวยอย่างวิจิตรช่วยแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าให้ รวมทั้งคอยให้กำลังใจการบรรยายเรื่องการเลี้ยงจิ้งหรีดจึงผ่านไปได้ด้วยดี

            และครั้งนี้เธอมานั่งยิ้มให้กำลังใจอยู่ติดขอบเวที อย่างนี้จะไม่ให้อาจารย์จิ้งหรีดอย่างเขา อยากเอาปีกคู่หน้าย่นที่มีหนามไว้ทำเสียงขึ้นมาถูกันให้เกิดจังหวะ สำเนียงได้อย่างไร ชายหนุ่มยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่พราวอยู่เต็มหน้า ก่อนหันมาสบตาวาวหวานข้างขอบเวที

             “อาจารย์ครับ แล้วก่อนที่จะจับจิ้งหรีดออกขายได้ ต้องมีเทคนิคอะไรหรือเปล่าครับ เพราะผมสังเกตว่า จิ้งหรีดที่ซื้อจากฟาร์มของอาจารย์นำไปปรุงอาหาร เช่น ทอดคั่ว แกง ห่อหมก และยำจิ้งหรีดได้อร่อยมาก”

            ชาวบ้านที่กำลังทำเรื่องขอกู้เงินกองทุนหมู่บ้านเพื่อมาทำฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดคนหนึ่ง ยกมือขึ้นถาม ติณภพหันเหจากการสบตาคู่ที่ให้กำลังใจอยู่ด้านล่างคนฟัน

             “อ๋อ!...มีนิดหน่อยครับ คือ ก่อนที่จะนำจิ้งหรีดออกขาย ควรจดให้อาหารให้กินเฉพาะน้ำ เพราะจิ้งหรีดจะถ่ายมูลออกหมด นำไปปรุงเป็นอาหาร หรือทำจิ้งหรีดกระป๋องได้ไม่เสียรสครับ...ราคาส่งตกกิโลละ ๑๐๐-๑๕๐ บาท”

            เสียงผู้เข้าร่วมประชุมปรบมือดังสนั่นอย่างพอใจ พร้อมกับเสียงชมเชยดังกระหึ่ม

             “อาจารย์ติณภพนี่ดีจังเลยนะ ไม่หวงวิชา”

             “ทราบว่า อาจารย์เพาะพันธ์จิ้งหรีดขายด้วยไม่ทราบว่าวันนี้...นำพ่อพันธ์แม่พันธ์มาให้ชมกันหรือเปล่าคะ”

            วิจิตราส่งเสียงหวานเจื้อยแจ้วถามขึ้นมาราวกับกำลังทำหน้าที่พิธีกรอยู่บนเวที...ติณภพหันไปผงกหัวให้อย่างขอบคุณ เขาบรรยายและตอบคำถามมามากพอแล้ว จนอยากจะหยุดลงเสียที แต่คำถามต่างๆ ก็มีมาไม่สิ้นสุด เมื่อวิจิตราถามเหมือนช่วยปิดรายการเช่นนี้ จึงช่วยนำความสนใจของผู้ใหญ่รู้ให้เบี่ยงเบนไปทันการณ์

             “ครับ...พอมีมาเป็นตัวอย่างประมาณสิบชุด เป็นจิ้งหรีดพันธ์ทองคำนะครับ เพราะจิ้งหรีดพันธ์นี้ เลี้ยงง่าย ขยายพันธ์เร็ว และให้ผลผลิตสูง แม่พันธ์หนึ่งตัวสามารถให้ลูกได้พันตัว ซึ่งการเลี้ยงจิ้งหรีดใช้เวลาไม่มาก ภายในหนึ่งปี สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้ถึงสี่รุ่น”

            ติณภพนำตัวอย่างในกล่องกระดาษที่เขาบรรจุแม่พันธ์จิ้งหรีดพันธ์ทองคำถามตัวต่อพ่อพันธ์หนึ่งตัวออกมาวางโชว์ ซึ่งสร้างความฮืออาในหมู่ผู้สนใจเป็นอย่างมาก ทุกคนกรูเข้ามาแย่งชม และแย่งซื้อกันจนเกิดโกลาหล

             “เบาๆ ครับ...ค่อยๆ ครับอย่าแย่งกัน มีขายให้ทุกคนนั้นแหละครับ ผมจัดขายเป็นชุดๆ ที่ฟาร์มจิ้งหรีดของผม เชิญผู้ที่สนใจไปชมและไปหาซื้อได้ทุกวันเวลานอกราชการครับ”

             “ติณภพถึงกับประกาศออไมโครโฟนด้วยเสียงดัง จึงจะหยุดการจราจรขนาดย่อมๆ ลงได้ แต่ก็หวิดเกิดการจราจรขึ้นอีกรอบจนได้ เมื่อมีเสียงห้าวใหญ่ขึ้นก้องกลางฝูงชน

             “แล้วพันธ์จิ้งหรีดกินเมืองน่ะมีขายไหมครับ”

            คนถามตั้งใจก่อกวนเต็มที่ ชายคนนั้น เดินตรงมายังเวทีอย่างมุ่นมั่น จนเมื่อใกล้เข้ามาอาจารย์ติณภพถึงกับขยับแว่นหนาเตอะขึ้นลง เพราะชายคนที่เดินตรงมาคือ อาจารย์นนท์

             “อาจารย์นนท์...คุณมานี่ทำไม ไหนว่าไม่สนใจการเลี้ยงจิ้งหรีดไงครับ”

            ติณภพถามอย่างแปลกใจ วันนี้ชายผู้กรำสุราอยู่เป็นนิจดูไม่ห่างไกลจากไหสุราเคลื่อนที่สักเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ชุดเดิมๆ กับกลิ่นสุราที่ดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าไปในกระแสเลือดทำให้คนรอบตัวอื้ออึง

             “ผมสนใจแต่พันธ์จิ้งหรีดกินเมือง” ชายขี้เมาอ้อแอต่อ

             “คุณคิดดูนะ...จิ้งหรีดแม่พันธ์หนึ่งตัว วางไข่ได้พันฟอง ไข่จะฟักเป็นตัว เมื่ออายุครบเจ็ดวันและจิ้งหรีดตัวหนึ่งมีอายุหกสิบวัน ฉะนั้นบ่อหนึ่งๆ ที่คุณปล่อยพ่อพันธ์ หนึ่งตัวพ่อแม่ พันธ์สามตัวลงไป จะได้ลูกจิ้งหรีดอยู่ระหว่างสองพันธ์ถึงสองพันห้าร้อยตัว...แล้วถ้าทุกคนยังตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงจิ้งหรีดกันไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งจิ้งหรีดล้านตลาด ล้นเมืองจะเกิดอะไรขึ้น”

            นนท์เหลียวมองรอบๆ ตัว เปล่าผู้คนในห้องประชุมเงียบกริบ เขาเน้นถ้อยคำย้ำชัดราวกับความมึนเมาหายเป็นปลิดทิ้ง

             “แล้วทีนี้รอบตัวเราก็จะเต็มไปด้วยจิ้งหรีด และจิ้งหรีด...ในน้ำ ในอากาศในอาหาร ในทุ่งนาเต็มไปด้วยกองทัพแมลงปีกดำ ต้นอ่อนและยอดอ่อนของพืชต่างๆ ที่เป็นอาหารของคน วัวควายและสัตว์เลี้ยง จะถูกแมลงเหล่านี้กัดกินไปจนหมด โลกของเราจะกลายเป็นโลกของจิ้งหรีด”

            อาจารย์นนท์ วาดมือไปในอากาศเปะปะ

             “พวกคุณรู้ไหม...พวกคุณกำลังช่วยกันทำลายสมดุลธรรมชาติ วัฎจักรสิ่งมีชีวิตระบบนิเวศน์ กำลังถูกเปลี่ยนแลง ห่วงโซ่อาหารกำลังถูกตัดตอน...ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ”

             “ใครช่วยพาคนเมาลงจากเวทีนี้ที”

            ติณภพตรงเข้ารวบตัวนนท์ที่กำลังโอนเอนอยู่กลางเวทีพร้อมกับร้องหาคนช่วยเหลือ ชายร่างใหญ่สองสามคนวิ่งขึ้นมาพร้อมกับยื้อยุคหิ้วปีกผู้ก่อกวนลงจากเวทีอย่างทุกลักทุเล

            ติณภพเอ่ยขอบใจพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เสียงซุบซิบโจษจันกับอื้ออึงจนฟังไม่ได้ศัพท์ดังกระหึ่มห้องประชุม แต่นั้นยังไม่สำคัญเท่ากับ...อาจารย์วิจิตรา...เข้าเหลียวมองหาคนที่นั่งเป็นกำลังใจให้เขามาโดยตลอด บัดนี้ที่นั่งของเธอว่างเปล่า...แต่ที่เห็นไกลออกไปทางประตูทางออกหอประชุมใหญ่...คลับคล้ายคลับคลาจะเห็นเธอเดินประคองชายผู้เข้ามาก่อกวนพาออกไป ติภพขยับแว่นขึ้นลงอย่างไม่แน่ใจ

            ...ในความมืดมิดดำดิ่งสู่อนธกาล ในความอึดอัดอักอักจนหายใจเกือบไม่ออกเหล่าแมลงปีกอ่อนแทรกตัวอยู่ในทุกอณูอากาศ และมันกำลังอุดตันทางเดินอากาศที่จะเข้าสู่ร่างกายของเขา...เสียงหวานไพเราะเจื้อยแจ้วของอาจารย์วิจิตราปลุกภวังค์ฝันมรณะไว้ก่อนวิญญาณจะปลิดปลิว

             “อาจารย์ภพ...ตื่นเถอะคะ ฟาร์มจิ้งหรีดของคุณกำลังถูกมดบุก”

            ชายหนุ่มผู้หาหลุดจากฝันร้าย ผุดลุกนั่งหน้าตาเหรอหรา

             “อาจารย์วิ...ขอบคุณมาที่มาช่วยผม”

            เขาละล่ะละลัก...ไม่สนใจกองทัพมดที่กำลังไต่ตามกันมาเป็นทิวแถวเพื่อกินไข่และตัวอ่อนของจิ้งหรีด

             “อะไรกันค่ะนี่...คุณนอนหลับคากองหนังสือตลอดทั้งคืนเลยเหรอคะ แถมยังอยู่ในชุดเก่าเมื่อวานอีก” สาวสวยตำหนิกลายๆ

            เช้านี้เป็นวันที่ต้องการการอบรมให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงจิ้งหรีด...ตามที่นัดกันไว้ แต่ผู้บรรยายกลับยังไม่มาปรากฏตัว ทั้งๆ ที่ใกล้เวลาเริ่มประชุมมาทุกขณะ อาจารย์คนสวยถูกใช้ให้มาตามถึงบ้าน เพียงเพื่อจะมาพบอาจารย์ติณภพฟุบหลับคากองตำราว่าด้วยเหล่าแมลงและจิ้งหรีด และที่ร้ายไปกว่านั้น บ่อจิ้งหรีดในบริเวณนับร้อยๆ บ่อกำลังถูกกองทัพมดที่มาจากไหนไม่รู้มืดฟ้ามัวดิน เข้ามาบุกทำลาย น่าแปลก...ที่ตัวเจ้าของฟาร์มเอง กลับนังดูฝูงมดเหล่านั้นเข้าโจมตีจิ้งหรีดที่ตัวเองเลี้ยงไว้อย่างเฉยเมย

             “อะไรกัน อาจารย์ภพคุณเป็นอะไรไป”

            สาวสวยกรีดร้องอย่างฉงนสนเท่ห์

             “เป็นคนธรรมดา...ผมไม่ใช้พระเจ้านี่คุณ...ผมเป็นเพียงคนธรรมดาที่พยายามฝืนกฎธรรมชาติคนหนึ่งเท่านั้นเอง”

            อาจารย์หนุ่มนั่งทอดอาลัย และนั่นก็ทำให้อาจารย์คนสวยนั่งลงเคียงข้างอย่างทอดอาลัย หมดหวังกับการประชุมเชิงวิชาการที่กำลังจะจัดขึ้นเช่นกัน