|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๕๑๐ "อรทัย" โดย
โอฬาร
แสงตะวันยามสายเดือนมีนาคมส่องสว่างเป็นลำผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จากมุมหนึ่งสู่อีกมุม
ลิ้นแห่งแสงค่อยเลียพื้นที่ไปเรื่อยๆ
จากขอบเตียงสู่ปลายเท้า
ลามขึ้นตามลำตัว
แม้ผมพยายามตะแคงหนีเพื่อขอนอนต่ออีกสักงีบก็ยังไม่วายแสงและอุณหภูมิจะกวนจิตใจมากขึ้นตามเข็มวินาทีที่หมุนเดิน
เม็ดเหงื่อใสทางกลมหลายขนาดผุดกระจายทั่วลานหน้าผาก
ความกระสับกระส่ายเกิดขึ้นจนทนนอนต่อไปไม่ไหว
ความรู้สึกอยากให้กลางคืนยาวนานกว่ากลางวันเกิดขึ้นทุกลมหายใจยามบิดอาการเมื่อยล้าให้หลุดพ้นจากร่างกายหลังจากทนนอนขดคนเดียวมาทั้งคืน
หลุบตามองนาฬิกาปลายเตียง
เข็มยาวและสั้นแสดงเวลาว่ายังมีเวลาเฉื่อยและทิ้งวินาทีไปกับการนับลมหายใจเข้าออกของตัวเองได้อีกหลายครั้ง ๑ เช้าวันใหม่
วันสดใสของใครหลายคน
สำหรับผมคือวันที่เปลี่ยนไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างจากวันก่อนๆ
ความหงุดหงิดที่เริ่มห่อคลุมจิตใจมาตั้งแต่เช้า
คืบคลานตามเส้นประสาทจนหยุดตรงกล้ามเนื้อทุกส่วนบนใบหน้า
ในห้องน้ำ...กิจวัตรประจำวันผมเริ่มต้น
แยกเขี้ยวใส่ตั้งแต่เช้าเลยเชียวนะ
คำแรกที่ผมพูดกับมันในทุกเช้า
มันเป็นชายหน้าคุ้นที่เจ้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมให้สักพักแล้ว
ผมพบมันตามคิดไปในที่ต่างๆ
เราไม่เคยคุยกัน
ไม่อยากรู้จักมัน
แต่ตอนนี้มันยืนประจันหน้าผมอยู่ทุกวัน
ธุระส่วนตัวถูกจัดการรออย่างรวดเร็ว
เชิ้ตสีน้ำเงินแขวนเต็มราวกางเกงผ้าสีกรมท่าพับเรียบร้อยทำให้ผมไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะจับคู่สีให้เสียเวลา
เหมือนกับชีวิตที่วันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน
เมื่อวานก็เหมือนวันก่อน
ก่อนออกจากห้องเพื่อความแน่ใจผมหันกลับไปสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง
แล้วก็เห็นมันยืนหน้าตาไร้อารมณ์ในชุดแบบเดียวกับผม
เออ
อยากตามก็ตามมาสิ
มันไม่ตอบ
ปิง!!!
ผมปิดประตูอย่างแรงโดยไม่สนใจใครข้างห้องจะตกใจ
สองเท้าก้าวเร็วคล้ายอาการของหญิงสาวเดินหนีชายหนุ่มยามงอน
แต่ผมไม่ใช่หญิงสาวขี้งอน
ผมกำลังรีบ
รีบเดินให้ห่างจากมัน
รีบไปหาอรทัย
หญิงสาวของผม
ไวกว่าความคิดเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ทำนองคุ้นหู
อรทัยโทร.มา
นี่มันกี่โมงแล้วรู้มั้ย
อยู่ไหน รีบๆ มา
นัดกันแล้วให้ฉันรอ ผมยังไม่ทันได้เผยอริมฝีปากตอบ
หล่อนก็ชิงวางไปก่อนจะว่าไปเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับผมเลย
ชินเสียมากกว่า
บุรุษกั๊กแดงร่างเกร็งผิวกร้านแดดโฉลมอเตอร์ไซค์มาประชิด
ไม่ต้องเอ่ยจุดหมายอานม้าเมืองหลวงโยไปเยกมาตามช่องว่างของการจราจรเท่าที่จะแทรกไปได้
บางครั้งไฟสีแดงก็ทำให้มันสงบลง
อย่างน้อยก็ครู่หนึ่ง
ผิดนัดอีกแล้วใช่มั้ยล่ะ
แฟนรอเองล่ะสิ คำถามซ้ำซากแต่โดนใจลอยออกมาจากหมวกกันน็อคกลมโต
เออ
คำตอบสั้นๆ ปนเซ็ง
สัญญาณสีเขียวพาให้รถกระชากตัวทะบานเร่งผมแทบหงายหลัง
ใจแทบหล่นเมื่อถึงสำนักงาน
อรทัยยืนหน้าหงิกขวางประตู
ทันทีที่เห็นผม
เธอหันหลังกลับพร้อมเดินดิ่งด้วยอาการงอนตามปกติ
อรทัยเดินเร็วมากจนผมต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดิน
เธอเดินเข้าลิฟต์ไปแล้ว
ผมอยู่ห่างอีกไม่กี่ก้าว
ประตูกำลังเลื่อนปิดจึงรีบเลือกเท้าเข้าไปขวาง
ขอไปด้วยคนครับ
เสียงพูดปนหอบฟังแทบไม่เป็นคำ
ทุกคนในกล่องเหลี่ยมสูงต่างเงยหน้ามองเลขชั้นที่เพิ่มขึ้น
แม้คนจะยืนเบียดแน่น
แต่บรรยากาศกลับเงียบสนิทจนได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจและเสียงเข็มวินาทีเดินกั๊กๆ
จากนาใกาควอตช์ของใครคนหนึ่ง
ชั้นยิ่งสูงคนน้อยจนผมเริ่มสังเกตว่านอกจากอรทัย
ผม
และเพื่อนร่วมอาคารคนอื่นแล้ว
ยังมี...มัน...รวมอยู่ด้วย
ตามมาอีกแล้ว
ผมนึกในใจ
มัน...ปรากฏให้ผมเห็นเป็นครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อน
ในเวลาไล่เลี่ยกันกับความสุขระหว่างผมกับอรทัยเริ่มลดลดทุกครั้งที่มีปรากฏตัว
ผมก็ไม่เคยพูดคุยด้วยไม่เพราะอยากรู้จัก
ที่สำคัญคือเบื่อใบหน้าไร้ความสุขของมัน
อร...ผมขอโทษ
เสียงแผ่วผ่านลำคอของผมคงจะทำให้เธอได้ยินบ้างแต่ไม่มีปฏิบัติกิริยาใดๆๆ
ตอบสนอง
ทันใดนั้นปลายนิ้วของเธอกดไปที่ปุ่มกลมหมายเลข
๓๒
ประตูเลื่อนเปิด
ชั้น ๓๒
ยังว่างอยู่เพราะไม่มีใครมาเช่าทำสำนักงาน
ปลอดคนและเหมาะกับการคุยเรื่องส่วนตัวเธอก้าวออก
ผมก้าวทาบรอยเท้าของเธอในทันที
เธอหยุดกึกแล้วหันกลับมามองหน้าผมด้วยอาการไม่หายโกรธ
ฉันเบื่อ...ฉันไม่อยากทนกับคนไม่รักษาสัญญาอย่างคุณแล้วนะ
คุณเคยไม่ทำให้ฉันรู้สึกดีหรือมีค่าบ้างเลย
อรพูดรัวแทบไม่หายใจ
แทนที่ผมควรจะทำอะไรสักอย่างผมกลับเงียบนิ่ง
ในใจก็นึกเบื่อเรื่องระหว่างเราเหมือนกัน
อึดใจหนึ่งผมกับพูดออกไปอย่างไม่ตางกับใจว่า
ผมขอโทษ
เอาล่ะ
คุณก็รู้ใช่ไหมว่าฉันอยากให้คุณเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงบ้าง
ทำตามที่ฉันบอกสิ มันดีนะ
แต่คุณไม่ทำอะไรเลยให้ฉันเป็นฝ่ายปรับอยู่คนเดียว
คราวนี้ฉันก็คงจะโกรธอะไรอีกไม่ได้
เพราะมันก็เหมือนทุกครั้ง
อรทัยหายใจ
ครั้งต่อไปอย่าเป็นอีกแล้วกัน
ฉันเบื่อมากๆ
คุณรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
ผมคว้าอรมากอด
เธอเคยบอกว่าจะรู้สึกดีขึ้นถ้ามีใครมาลูบเบาๆ
บนหัวของเธอ
อรเป็นคนกะโหลกสวยได้รูป
แขนซ้ายผมโอบไหล่เธอไว้
ส่วนมือขวาลูบเบาๆ
ที่ต้นคอและต่อไปถึงปลายผม
ปลายนิ้ววงจนผมเธอเป็นก้นหอย
เรื่อยสูงขึ้นมาจนรู้สึกถึงสัมผัสแปลกๆ
มันเปลี่ยนไป
ได้ส่วนโค้งที่สุดของกะโหลก
ผมรู้สึกถึงรอยแผลเป็นเล็กๆ
เป็นทางยาวลงมา
ผมไม่สามารถเห็นได้
เพราะเธอกำลังซบผมอยู่
แต่จากสัมผัสด้วยปลายนิ้ว
กะได้ว่ารอมแผลน่าจะยาวไม่เกิน
๑ นิ้ว
ปลายนิ้วชี้สงสัยจึงสำรวจบริเวณนั้นอยู่นาน
อรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนผละตัวออกมา
รีบไปทำงานเถอะ
สายแล้วเดี๋ยวจะโดนทำโทษนะ
คราวหน้าอย่าทำอีกก็แล้วกัน
คล้ายกับเป็นอรคนละคนกับเมื่อครู่ทั้งสีหน้าและน้ำเสียง ๒ ลิฟต์เที่ยวต่อไปมาถึง
เธอเดินนำหน้าไปก่อน
แต่สายตาของผมยังมีแววสงสัยอยู่กับรอยผลประหลาดนั่น
โชคไม่ดีที่ผมยาวสวยจอบอรปิดเอาไว้
อารมณ์โกรธปนตกใจเกิดทันทีที่ประตูปิด
มันยืนรอผมอยู่ในนั้น
ความจริงมันน่าจะเดินออกไปได้แล้ว
แต่มันกลับรอผมอยู่ในลิฟต์ตัวเดิม
ผมเดินเข้าไปใกล้
ยื่นหน้าใส่
มันก็ทำเช่นเดียวกัน
แต่อรกลับทำเหมือนว่าเราอยู่กันสองคน
หรือเธอไม่เห็นมัน
ตัวเลขสีส้มแสดงถึงชั้นที่เปลี่ยนไปช้าเหลือเกิน
ความโกรธเริ่มแปรเป็นความกลัว
อยากจะอาเจียนอยู่รอมร่อแล้ว
ยังไม่ทันประตูจะเลื่อนปิดดี
ผมพุ่งพรวดออกมา
ทิ้งให้อรเดินตามมาด้วยใบหน้าสงสัย
เป็นอะไรไปคะ
ไม่สบายหรือเปล่าเหงื่อออกเยอะเชียว
ทั้งที่ไม่อยากหันหน้ากลับไปมองแต่ก็ต้องฝืนเพราะกลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดอีก
ทึงกลัวมันและกลัวจะมีเรื่อง
แม้หันไปสายตาก็ยังสำรวจรอบ
ไม่ปรากฏแม้เงา
อย่างงั้นก็เถอะผมไม่สบายใจอยู่ดี
ปล่าว...เมื่อกี้หายใจไม่ค่อยออกน่ะต้องการออกซิเจน
ผมเสเปลี่ยนเรื่อง
เอาล่ะ
ไม่เป็นไรก็ดี
ทำงานไปแล้วตอนเที่ยวกินข้าวด้วยกันนะ
แล้วเธอก็เดินแยกไปทางขวา
แม้เราจะทำงานบนชั้นที่
๔๐
ด้วยกันแต่ก็เป็นคนละบริษัท
เธอทำงานให้แนะแนวเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ
ส่วนผมเป็นนักแปลให้สำนักพิมพ์ขนาดเล็กแห่งหนึ่ง
เกือบปีที่เราทั้งคู่เห็นหน้าแต่ไม่ได้ทักทายกัน
อย่างมากก็ยิ้มให้กันหน้าลิฟต์แล้วต่างคนต่างแยกไปทำงาน
มาวันหนึ่งผมรวบรวมความกล้าอาหารพาเธอไปส่งบ้าน
จากวันนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเราพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ
คุยกันได้ทุกเรื่องถูกคอไปหมด
สักพักผมบอกรักเธอ
เธอเขินอายสักพักก่อนตอบตกลง...ผมดีใจ
เวลาผ่านเรารู้จักกันมากขึ้น
บางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
อรใจเย็นกลายเป็นคนอีคิวต่ำ
เธอเริ่มเจ้ามาในชีวิตผมมากเกินไป
จนรู้สึกว่าบางครั้งผมเป็นหุ่นกระบอกของเธอ
ผมพูดอะไรไม่ถูกหู
ทำอะไรก็ไม่ได้อย่างเธอคิด
ผมพยายามบอกเลิกอรหลายครั้ง
แต่ความใจอ่อนเมื่อเห็นน้ำตาเธอทำให้ผมต้องอยู่...อยู่ต่อไป
ความรู้สึกอึดอัดย่างเข้าเดือนที่สาม
เวลานั้นล่ะที่...มัน...เข้ามาในชีวิตผม
ผมอยากไล่มันออกไปจากชีวิตแต่ผมกลับเจอมันบ่อยขึ้น
ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน
ผมไม่ต้องการมันเลย
พักกลางวันผมยืนรออรหน้าลิฟต์
สายตากวาดมองอย่างกังวล
ใจค่อยขึ้นเมื่อไม่มีมัน
เมื่อประตูเลื่อนเปิด
คำสบถหยาบคายดังลั่นในใจ
มันยืนปะปนอยู่หลังไหล่ที่ซ้อนกันของเพื่อนพนักงานจากชั้นอื่น
ผมแข็งใจมองหน้ามัน
สายตาไร้ชีวิตของมันมองผมกลับ
ในใจภาวนาให้กล่องใบนี้เลื่อนลงถึงชั้นล่างเร็วๆ
ผมเป็นคนแรกที่ก้าวออกจากประตู
ตามด้วยอรในอาการถูกลาก
คุณเป็นอะไรนะ
ทุกวันเลย อรถามแต่ผมไม่ตอบ
กลัวว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่อีกจึงรีบตัดบทให้เธอไปนั่งจองโต๊ะ
ส่วนผมจะไปซื้ออาหารมาให้
ชาเย็นของโปรดผมยกมาให้เธอก่อนกลับไปเข้าคิวรอผัดซีอิ๊วอีกที
ยังไม่ทันพ้นโต๊ะอรคว้าข้อมือผมพร้อมพูดขอห้าบาท
อรจะเอาอะไรไม่ต้องลุก
เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้ เธอยังยืนยันจะเอาเหรียญห้าให้ได้
ตัดปัญหาไปจึงให้เธออย่างที่ขอ
ระหว่างเดินผมคิดว่าเธอคงจะเอาไปให้เด็กที่ชอบมาเดินขอเงินในโรงอาหาร
วันนี้ผัดซีอิ๊วคิวยาวเหลือเกิน
คนมากทำให้ถูกบังสายตาระหว่างผมกับเธอเป็นระยะ
ระหว่างรอเพลินๆ
ใจเลยคิดไปถึงรอยแผลแปลกๆ
เมื่อเช้า
อรปรากฏในสายตาอีกครั้งเมื่อแถวบางลง
เธอคีบเหรียญห้าไว้ที่ปลายนิ้ว
เหมือนกดเหรียญให้หายเข้าไปในผม
อรลองทำแบบนั้นบ้าง
ผมอดยิ้มไม่ได้ว่าคนแสนงอนอย่างเธอจะมีเวลานึกสนุกเล่นแบบนี้เป็น
ราวกับเธอเล่นกล
เหรียญที่คีบไว้เมื่อครู่
หายไปแล้ว
เธอรู้ว่าผมแอบมองอยู่จึงหันมาส่งยิ้มตอบ
เป็นรอยยิ้มที่หวานที่สุดตั้งแต่เข้ามา
คุณ...จะเอามั้ยผัดซีอิ๊ว
ไม่เอาฉันให้คนอื่นนะ เสียงป้าอ้วนดังแหลมปลุกผมให้ตื่นจากอาหารตกใจ
ผัดซีอิ๊วร้อนๆ
กลิ่นหอมสองจานในมือตอนนี้ยังไม่ร้อนเท่าใจขี้สงสัยในสิ่งที่สัมผัสเมื่อเช้าและเห็นเมื่อครู่
หรือว่าอรเล่นกล!!!
เราจบมื้อกลางวันอย่างเงียบๆ
เหมือนเช่นเคยคราวนี้ผมเห็นมันอีก
ผัดซีอิ๊วก็เพิ่งเข้าไปเมื่อครู่แทบขย้อน
เป็นความผะอืดผะอมผสมกับความอึดอัดจากมัน
๒๘...๒๙...๓๐
ลิฟต์กำลังขึ้น
ผมไม่รอช้ารีบกดเลข ๓๒
อย่างน้อยได้จามันมาครู่หนึ่งก็ยังดี
ผมจูงอรมายืนตรงจุดเดียวกับเมื่อเข้า
ผมกอดอรอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช่การกอดเพื่อรู้สึกดี
แต่กอดเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง
สัมผัสปลายนิ้วของผมไม่หลอกแน่
รอยแผลเล็กยาวไม่เกินหนึ่งนิ้วบริเวณท้ายทอยมีจริง
แต่มันคืออะไร
เมื่อเช้าผมอยู่โทษนะ
อรไม่ตอบ
เธอยิ้มให้แล้วหันหลับงกลับรอลิฟต์เที่ยวต่อไป
ตลอดบ่ายผมไม่มีพื้นที่ในสมองไว้คิดเรื่องอื่นเลย
นอกจากข้อสงสัยเกี่ยวกับรอยแผลและเหรียญห้าบาทที่หายไป
บางทีเธออาจเล่นกล
บางทีเธออาจทำตกหรือให้เด็กไป
แล้วรอยแผลล่ะเกี่ยวอะไรด้วย
ลักษณะก็ไม่ใช่แผลสด
เหมือนเนื้อธรรมดามากว่า
อาจเป็นความผิดปกติของผิวหนังที่เธอไม่บอกผมเพราะคิดว่าเป็นเรื่องไม่ต้องรู้ก็ได้
ผมคิดหมกมุ่นจนได้เวลาเลิกงาน
ทุกวันเราจะรอกันหน้าลิฟต์ขึ้นอยู่กับว่าใครเลิกก่อนก็มารอก่อน
วันนี้เช่นกันเพียงแต่ว่าคนแน่นกว่าปกติ
แต่เรายังพยายามเบียดเข้าไป
ผมไม่สนใจว่ารอบข้างจะมีใครรู้จักหรือไม่รู้จัก
แต่ในกล่องสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่แนวดิ่งนี้
ผมรู้ว่ามีอร
มีผมและมีมันกับใบหน้าและสายตาหมดอาวรณ์ในชีวิตแอบจ้องอยู่ ๓ นอกอาคารรถติดแน่นถนนราวกับมีรถไฟขบวนยาวจอดสนิทอยู่หลายขบวน
รถเมล์คันที่อรรอก็แน่นเกิน
อยู่ดีๆ
หญิงสาวของผมพูดให้ผมแปลกใจในรอบหลายเดือนว่า
รถติดขนาดนี้
คุณไม่ต้องไปส่งอรหรอกนะ
ทำไมล่ะ
กลับเองไหวเหรอ
กลับทำไมให้เมื่อย
คืนนี้อรไปนอนที่ห้องคุณนะ
เป็นเรื่องปกติระหว่างรา
ถ้าเกิดเหตุการณ์รถติดวินาศแบบนี้
อรจะไม่เสียเวลานั่งรถกลับบ้าน
ห้องของผมสะดวกที่สุด
เอ่อ...คือ
ผมอึกอักเพราะอรไม่ได้ไปค้างห้องผมนานมากแล้ว
เท่าที่จำได้ตั้งแต่เราเริ่มทะเลาะกัน
แถมตอนนี้มันเป็นใครก็ไม่รู้มาอยู่ในห้องผมด้วย
ทำไมล่ะ
ซ่อนใครไว้ในห้องรึปล่าว
อรแซว
ผมลำบากใจเรื่องการปฏิเสธคน
ยิ่งอรแล้วเป็นไปไม่ได้ใหญ่
เราเดินจากอาคารสำนักงานล่องมาเรื่อยจนเกือบถึงที่พัก
รถบนถนนยังไม่มีวี่แววเคลื่อนไหว
ก่อนขึ้นห้องพักเรานั่งกินข้าวกันก่อน
มื้อนี้เพียง ๘๐ บาท
อรควักธนบัตรใบแดงมาจ่ายพร้อมกำชับแม่ค้าว่าขอเหรียญห้าบาทเป็นเงินทอน
ผมสงสัย
แต่ไม่ถามอะไร
สภาพในห้องของผมเรียบร้อยดีเหมือนเมื่อเช้า
สำรวจร่องรอยยังไม่มีใครแอบเข้ามา
แสดงว่ามันยังไม่กลับมา
ผมสบายใจ
ตามสบายนะอร
ผมไปเตรียมน้ำอุ่นให้อาบก่อน
พูดจบผมเดินเข้าห้องน้ำปิดระตูพอแง้มไว้
สวิตช์ไฟถูกกดเปิดให้ห้องสว่าง
ผมผงะจนหลังกระทบกับบานประตูดังโครม
เป็นอะไรไป
ล้มหรือเปล่า เสียงถามด้วยความห่วงใยดังจากหน้าห้อง
ปะ...เปล่า
ไม่เป็นอะไร เสียงละล่ำละลักกุกกักออกจากคอ
เม็ดน้ำผุดขึ้นบนใบหน้าชิดเปลี่ยนสี
มือทั้งสองกำสนิทจนเหงื่อซึม
มัน...มันกลับมาอีกแล้ว
มันเข้ามาอย่างไร้ร่องรอบ
ออกไปจากชีวิตกู...ออกไป
ผมแค่นเสียงด้วยความเคืองถึงขีดสุด
ไม่มีเสียงตอบ
ริมฝีปากของมันตก
ใบหน้าเครียด
ดวงตาโกรธร้าย
มันกำลังล้อเล่นกับความตกใจของผม
เมื่อไล่ไม่ไปเหมือนทุกวันผมจนปัญญา
จึงเดินเลี่ยงไปทางอ่าอาบน้ำ
หันกลับมาอีกที
มันหายไปแล้ว
น้ำอุ่นเริ่มเต็มอ่าง
เมื่อไม่เห็นมันอีก
ไม่ว่ามันจะเป็นผีหรือเป็นคน
ผมกลัว
สงบใจสักพักจึงเรียกอรเข้ามาอาบน้ำ
อรจะเห็นสิ่งที่ผมเห็นไม่
จึงแกล้งรอในห้องอีกครู่หนึ่ง
ไม่มีปฏิกิริยาใดจากเธอ
ผมเป็นคนเดียวที่เห็นน่ะหรือ
ความสงสัยเข้าปกคลุมจิตใจเหมอนไอน้ำร้อนกระจายคลุ้งทั่วห้องเวลานี้
เธอผลักผมให้หลุดจาภวังค์
จะอาบด้วยกันหรือไง
ออกไปสิ
ผมเดินออกมาตามแรงฝ่ามือเล็กๆ
ที่คันหลัง ๔ แสงจากห้องห้องน้ำถูกบีลงตามความกว้างของบานประตูจนปิดสนิท
ไอน้ำกลุ่มสุดท้ายม้วนตัวลอดออกมาก่อนจากไป
ผมหย่อนกันลงนั่งตรงขอบเตียง
นาฬิกาบนผนังบอกเวลาสี่ทุ่ม
มองเรื่อยลงมาเห็นกระเป๋าสะพายของอรวางหมิ่นขอบโต๊ะ
เจตนาตีกลัวจึงผลักให้เข้าไปลึก
ไม่นึกว่ากระเป๋าอรใบเล็กเท่านี้จะจุน้ำหนักเกินขนาดของมัน
หากสะพานทั้งวันไหล่หลุดแน่
อรอาบน้ำนานมากจนผมเริ่มง่วง
เสียงผ่านหลังประตูเรียกให้ผมหยิบอะไรสักอย่างให้เธอ
ประตูแง้มเปิด
มือเล็กขาวนุ่มนวลยื่นออกมา
เปิดกระเป๋าแล้วหยิบเหรียญห้าบาทในถุงสักยี่สิบซิ
ผมทำตามเธอบอก
สิ่งที่เห็นค่อนข้างประหลาดใจ
ถุงพลาสติกใสบรรจุเหรียญห้าบาทกะด้วยสายตาคงร่วมห้าร้อย
มิน่ากระเป๋าถึงหนักขนาดนี้
เจอรึยัง
เมื่อยมือแล้วนะ เธอรับเหรียญ
แล้วหันหลังไปหากระจก
ประตูกางเปิดทีละนิด
ไอน้ำผสมกลิ่นสบู่หอม
ลอยปะทะใบหน้าและจมูกของผม
ก่อนละอองอุ่นจะจางหาย
ภาพอรพันผ้าขนหนูสีขาวเผยให้เห็นไหล่เนียนและต้นคอสวยอวดความสวยของหญิงสาว
เธอหันหน้าเข้ากระจกที่ฉาบไปด้วยละอองไอน้ำ
เธอสาวะวนกับการรวบผม
ไม่สนใจผมผู้ยืนชมเธออยู่เบื้องหลัง
อรรวบผมยาวของเธอมาไว้ที่ท้ายทอย
หัวใจผมเต้นไม่เป็นเพลง
ยิ่งเธอรวบสูงขึ้นใจผมยิ่งเต้นแรงเท่านั้น
สิ่งที่ผมสงสัยมาตั้งแต่เช้าเริ่มเผยให้เห็น
รอยแผลเล็กของเธอซ่อนอยู่ได้ผมที่เธอราบ
มือข้างหนึ่งผละไปหยิบบางสิ่ง
ปลายนิ้วของเธอคืบวัตถุรูปกลมสีเทา
กิริยาเชื่องช้าของเธอทำให้ผมพิจารณาได้ว่าสิ่งนั้นคือ
เหรียญห้าบาทและขณะนี้ปลายนิ้วกำลังลากมันเลื่อนจากกระดูกต้นคอไปถึงรอยแผลเล็กนั่น
ฮือม์
เสียงครางแผ่วในลำคอ
บอกผมว่าเธอมีความสุข
เธอทำอะไรอยู่
ผมแทบสะดุ้งเมื่อเหรียญถูกฝังหายเข้าไปในรอยแผลอย่างง่ายดาย
อรทัยกำลังเล่นกล
หรือผมถูกผีหลอกแน่
หัวใจเต้นไม่เป็นเพลงเมื่อครู่แทบหลุดออกจากอกหนีเตลิด
เหรียญที่สองง...เหรียญที่สาม...เหรียญที่สี่
ทุกครั้งที่เหรียญหายไปในรอยแผล
อรแสดงให้เห็นว่า
เธอมีความสุขมาก
อรทัยคงไม่ทันสังเกตว่าผมยืนมองกิริยาของตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่อแผ่นละอองไอน้ำฉาบกระจกจากไป
เธอเห็นร่างของผมถนัดขึ้น
รอยยิ้มส่งผ่านสายตาสะท้อนกระจกมายังผม
ทำเอาหัวใจยะเยือก
ไม่มีคำพูดใด
เหงื่อซึมทั่วร่างจนเชิ้ตสีน้ำเงินเริ่มขึ้น
หญิงคนักของผมหันกลับพร้อมเดินตรงมายังผมที่ยืนตะลึงค้างจนเขาก้าวไม่ออก
วินาทีผ่านไปแสนข้าราวหนอนคืบ
ร่างขาวของเธอห่างจากอกเสื้อผมไม่เกินคืบ
ใบหน้าสวยงามมองจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นกระทบลำคอผม
ดวงตากลมจ้องมายังหน้าซีดๆ
สายตาหลุบต่ำเท่านั้นที่กล้ามองเธอ
ใบหน้า
แขนและขากระดิกไม่ได้ราวแช่แข็ง
ไปอาบน้ำก่อนเถอะ
อรมีเรื่องจะคุยกับคุณ
เธอผลักหลังผมเบาๆ
เข้าห้องน้ำ
ความรู้สึกเย็นเฉียบวิ่งตรงจากสันหลังมาต้นคอตามสู่เส้นผม
ขนหัวลุก ๕ แสงจากหลอดวอร์มโทนส่องห้องน้ำสว่าง
กลิ่นสบู่หอมยังอวลในอากาศ
หน้ากระจก
ผมกะพริบตาถี่เพื่อบอกตัวเองว่าเป็นความฝัน
ระว่างจัดการกับความคิดตัวเอง
หันกลับไปเห็นบางสิ่งผมแทบวิ่งออกทึงสภาพแบบนั้น
มัน...มันกลับมาอีกแล้ว
สภาพของมันตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากผม
ชายกึ่งเปลือยสองคนในห้องน้ำเดียวกัน
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตผมต้องเป็นภาพหลอนทั้งสิ้น
สักพักมันหายไป
ผมอาบน้ำอย่างรวดเร็ว
ห้องน้ำมืดสนิท ๖ อรทัยนั่งรอผมอยู่บนเตียง
เธอยังไม่หลับ
เธอมีเรื่องจะคุยกับผม
ผมฝันไปหรือเปล่า
หรือผมอยู่ในฝันที่ซ้อนกันอยู่
ผมแต่งตัวเสร็จแต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้เธอ
เข้ามาใกล้ๆ
สิคะ เมื่อเห็นว่าผมยังไม่เข้ามา
เธอจึงเข้ามาเอง
ผมนั่งหลังชิดฝาไม่มีทางหลีกไปไหน
เธอเข้ามาชิดเอนซบและพัดศีรษะพักไว้บนไหล่ผม
ขอโทษที่ทำให้คุณกลัว
อรไม่ได้ตั้งใจ
แต่คุณจะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องของคุณ
เธอพูดไปพร้อมกับพามือผมข้างหนึ่งไปสูบบริเวณรอยแผลเล็กอีกครั้ง
ผมปิดตาสนิทไม่อยากจินตนาการ
มือและตัวสั่นสะท้านกลัว
คุณรู้อะไรไหม
มันเป็นเรื่องปกติของคนที่คบกัน
มีเรื่องทะเลาะบ้าง
สำหรับบางคนถ้าเขาสามารถแก้ไขด้วยการพูด
และการกระทำและมันเกิดขึ้นอย่างสัญญากัน
เรื่องที่คุณกลัวคงไม่เกิดขึ้น
ผมคงหลับตาปี๋เวลาหล่อนอธิบาย
คุณรู้ไหมว่าคนมีหลายประเภทหลายเผ่าพันธ์
นิสัยต่างกัน
อรก็เป็นคนเหมือนกับคุณแต่เราต่างกันตรงเผ่าเท่านั้น
รู้ไหมว่าเราสามารถสงบอารมณ์คนบางคนด้วยวัตถุไม่ใช่การกระทำ
บางคนจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้สงบใจด้วยสินค้าชื่อดัง
แต่เผ่าของอรต่างออกไป
เมื่อเกิดเรื่องด้านลบขึ้น
พวกเราต้องการเพียงโลหะ
โลหะอะไรก็ได้
ฝังมันเข้าไปในตัว
อาการต่างๆ
จะคลี่คลายลงเอง
พอเข้าใจไหมคะ
เออ...ผมยังงงอยู่
คือว่ารอยแผลเล็กๆ
นี่มีไว้เพื่อฝังโลหะเข้าไป
เมื่อคุณรู้สึกแย่ๆ
วิธีเดียวที่จะดีขึ้นได้คือวิธีนี้
ที่ผ่านมา
อรหงุดหงิดบ่อยๆ
ก็ต้องขอโทษ
ผิดที่พยายามฝืนตัวเอง
อรพยายามไม่ฝังมันเข้าไป
ทำให้เรื่องของเราไม่ดีขึ้นเลย
อรฝืนมานานเห็นว่าไม่ไหว
เลยคิดว่าทำตามกฎของเผ่าอย่างเดิมจะดีกว่า
พูดจบเธอนำเหรียญห้ามาไว้ที่ปลายนิ้วของผม
คราวนี้เธอต้องการให้ผมฝังมันให้
มีแต่ความกลัว
เรื่องกล้าหาไม่เจอแล้ว
อรมีความสุขฉับพลันเมื่อผมตามอรบอก
พยายามเข้าใจนะคะ
เพื่ออร ผมถูกผลักลงนอน
คืนนี้หัวไหล่ผมเป็นหมอนให้เธอตลอดคืน
เสียงลมหายใจของเธอผ่อนช้าลง
อรหลับไปแล้ว
ผมยังกลัวไม่หาย
ในความมืดของท้องฟ้า
แสงเพ็ญสีเงินส่องเป็นลำกระทบนาฬิกาปลายเตียงบอกเวลาตีสอง
เวลาสุดท้ายก่อนผมจะคิดอะไรบางอย่างได้ในความสัมพันธ์ครั้งนี้
ผมยิ้มให้กับเพดานแล้วหลับไป ๗ แสงแดดเช้าสีทองส่องเป็นลำผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างนอบน้อม
ลำแสงอุ่นค่อยๆ ปลุกผม
จากปลายเตียงสู่ห้องน้ำผมยังกังวลว่ามันจะอยู่อีกไหม
ไฟสว่างเปิดขึ้น
ไม่ปรากฏร่องรอยหรือสายตาแอบมองของมัน
มันหายไปโดยไม่บอกกล่าว
ผมสำรวจตัวเองหน้ากระจก
มัน...คนคุ้นหน้าของผม
ไม่เคยแม้จะพูดคุย
มันเข้ามาในชีวิตผมเวลาพร้อมความเปลี่ยนแปลงของอรทัย
วันนี้มันหาย
วันที่ผมมีความสบายใจ
คนหน้ากระจก
คนหน้าคุ้นที่หลอกหลอนผมมานาน
มันคือผมเอง
ผมยิ้มให้กับตัวเอง
เช้าวันนี้...
ผมเพิ่งรู้ว่าเสียงนกร้องนั้นน่ารักเพียงใด
ผมเพิ่งรู่ว่าความสบายใจเป็นอย่างไร
อรทัยหญิงคนรักยังหลับอยู่
ผมเพิ่งรู้ว่าควรทะนุถนอมเธออย่างไร
ผมปล่อยให้เธอนอนต่อ
ส่วนผมลงไปเดินเล่นโดยไม่ลืมหยิบธนบัตรใบละพันไปด้วยใบหนึ่ง ๘ ริมถนนสีลม...หากคุณเห็นชายหน้าตามีความสุขใสเชิ้ตสีน้ำเงินกับกางเกงสีกรมท่าสะพายกระเป๋าใบเชื่อง
รู้ไว้เถอะว่าในนั้นอดแน่นด้วยเหรียญห้าบาทมากมาย
คุณสามารถเข้ามาทักผมได้เพราะถือว่าเรารู้จักกันแล้ว
|
