|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ. ๒๕๐๗ "นางงามจักรวาลคนที่สาม" โดย
พงศกร กรุงเทพมหานคร พุทธศักราช
๒๔๘๕ วันนี้ผมมีความสุขเหลือเกิน...
ทำไมน่ะหรือครับ?
ก็เพราะวันนี้
เป็นวันอำลาตำแหน่งของ ภาวิดา
ครับ
อย่า...อย่าบอกนะครับว่าคุณไม่รู้จัก
ภาวิดา
ผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ
ที่กำลังฮ็อตที่สุดอยู่ในขณะนี้
(อันที่จริงผมไม่อยากใช้คำว่า
ฮ็อต สักเท่าไหร่นัก
เพราะมันเป็นศัพท์โบราณที่คนไทยสมัยก่อนชอบใช้กัน)
หลังจากที่คุณอาภัสรา
ครองมงกุฎนางงามจักรวาลคนแรกเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๐๘
และอีกยี่สิบสามปีต่อมา
สาวไทยคนที่สอง
คุณภรทิพย์
ก็ได้มีโอกาสสวมมงกุฎนางงามจักรวาลอีกครั้งหนึ่ง
ปรากฏการณ์ทั้งสองครั้งนั้น
สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ
จนเกิดกระแสนางงามระบาดไปทั่ว
หลายครอบครัวนิยมตั้งชื่อลูกสาวว่า
อาภัสราบ้าง
ภรณ์ทิพย์บ้าง
เพราะอยากให้ลูกสาวเติบใหญ่ขึ้นมางดงามเหมือน
คุณนางงามทั้งสองท่าน (อันนี้ผมได้ข้อมูลมาจากหนังสือประวัติศาสตร์)
และหลังจากนั้นมา
ก็ไม่เคยมีนางสาวไทยคนใด
คว้าเอามงกุฎนางงามจักรวาลมาครอบครองได้อีกเลย...
จนกระทั่งมาถึง
ภาวิดา นี่แหละครับ...
เธอเป็นนางสาวไทยที่ทำให้ความฝันของคนไทยทั้งประเทศ
เป็นความจริงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อเธอคว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลคนล่าสุดมาครองได้
กลายเป็นนางงามจักรวาลคนที่สามของประเทศไทย...
ภาพที่เธอตกใจยกมือขึ้นอุดปาก
เมื่อมงกุฎนางงามจักรวาลถูกสวมลงบนศีรษะของภาวิดานั้น
ถูกตีพิมพ์อยู่บนหน้าหนึ่งของทุกหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น...และภาพนั้น
ก็ได้กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
ว่าเป็นครั้งที่สามแล้ว
ที่เราทำได้...
ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่า
ทันทีที่เธอกลับมาประเทศไทย
เพื่อพักผ่อน
ก่อนจะเริ่มกิจกรรมของกองประกวดนางงาม
เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อห้าสิบปีก่อน
ได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
มาเซอร์ราตีคันเก่าแก่ของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย
ได้ทำหน้าที่ของมันอีกครั้งหนึ่ง
อย่างภาคภูมิใจ
ภาพของภาวิดา
ยืนโบกมืออยู่บนรถเปิดประทุนไปตามถนนราชดำเนิน
และผู้คนที่ยืนเรียงรายอยู่สองข้างถนน
เบียดเสียดยัดเยียดกันเป็นโกลาหล
เพียงเพื่อที่จะเข้าใกล้รถของภาวิดานั้น
ดูไม่ต่างจากสมัยที่คุณอาภัสรา
หรือคุณภรณ์ทิพย์รับตำแหน่งนางงามจักรวาลใหม่ๆ
แม้ว่าอากาศในราชดำเนินเวลานี้จะเต็มไปด้วยฝุ่นพิษจากกัมมันตภาพรังสี
จนทุกคนที่ออกมาชุมนุมกันต้องสวมหน้ากากป้องกันควันพิษก็ตาม...แต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อ...
ช่างน่าภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน...
ทำไมผมถึงภาคภูมิใจนักหนากับภาวิดา
หลานท่านอาจสงสัย...
จะไม่ให้ภูมิใจได้อย่างไรกันเล่าครับ
ก็ในเมื่อผมเป็นคน สร้าง
และส่งภาวิดาเข้าประกวดนางสาวไทย
จนชนะเลิศ
ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าประกวดในระดับโลก...
ถ้าไม่ใช่ผม
ป่านนี้เธอก็คงจะเป็นเพียงแค่เศษดิน
เม็ดทรายอยู่แถวกองขยะที่ไหนสักแห่งหนึ่ง...
อ้อ...เธอมาแล้วครับ...
ผมกดปุ่มคอนโทรล
เปลี่ยนให้ผนังห้องกลายเป็นจอ
LCD สีฟ้า
และกดปุ่มเล็กๆ
บนเครื่องควบคุมอีกเพียงครั้งหนึ่ง
ภาพการถ่ายทอดสดการประกวดนางงามจักรวาล
ก็มาปรากฏชัดเจนอยู่ตรงหน้า
ราวกับว่าผมนั่งดูอยู่ในสถานที่จริง...
ภาวิดา
สวยงามอยู่ในชุดผ้าไหมไทยสีแดงสด...มงกุฎนางงามจักรวาลบนศีรษะกลมมนได้รูปงามของเธอ
ส่งประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟ
และเธอกำลังโบกมือช้าๆ
ให้กับกล้องและผู้ชมในศูนย์ประชุม
แล้วเสียงพูดที่ไพเราะเป็นกังวานใสราวระฆังแก้วของเธอก็ดังขึ้นมา
พร้อมๆ
กับที่เธอเดินโบกมืออำลาไปรอบๆ
เวที
...ตลอดระยะเวลาที่ดิฉันครองตำแหน่งนางงามจักรวาล...
ภาวิดาถูกบังคับให้พูดอำลาตำแหน่งในรูปแบบเดิมๆ
ที่พูดกันมาเกือบร้อยปี...ถ้าหากกองประกวดให้อิสระอย่างเต็มที่...ผมเชื่อว่าเธอก็คงจะไม่พูดอย่างนี้หรอกครับ...
ดิฉันได้รับประสบการณ์ที่ทรงคุณค่ามากมาย...ดิฉันได้เป็นตัวแทนของสาวงาม
นำเอามิตรภาพและความปรารถนาดีไปยังดินแดนต่างๆ
ทั่วโลก...และในวันนี้
แม้ว่าระยะเวลาในตำแหน่งของดิฉันจะสิ้นสุดลง...แต่ภาระและหน้าที่ของดิฉันจะยังคงอยู่...ดิฉันจะปฏิบัติภารกิจเพื่อเด็กและเยาวชนทั่วโลกต่อไป...และ...
คำว่า และ
ที่ภาวิดากล่าวตามบทของกองประกวดทำให้ผมต้องสะดุ้งจนสุดตัว...
อย่า...อย่านะ...
อย่า...
ผมตะโกนจนลั่นห้องเพราะผมรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อไป
จะเป็นอย่างไร...เดี๋ยวภาวิดาก็จะต้องร้องไห้ตามสคริปต์ของกองประกวด...และจะต้องทำน้ำตาซึมออกมา
ราวกับอาลัยในตำแหน่งเหลือเกิน...
อย่านะภาวิดา
อย่าร้องไห้เป็นอันขาด
เพราะนั่นมันจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายไปจนหมดสิ้น
ผมภาวนาอยู่ในใจ...
หากแต่คำภาวนาของผมคงไม่มากพอที่จะห้ามภาวิดาได้...
ผมมองดูน้ำตาของเธอที่ค่อยๆ
รินไหลออกมาด้วยความรู้สึกชาไปทั้งร่าง...ภาวิดาร้องไห้ได้อย่างสวยงามสมใจกองประกวด...
...และสำหรับสาวงามผู้ที่จะสวมมงกุฎต่อจากดิฉันในคืนวันนี้คือ...
น้ำตาใสสะอาดของหล่อนรินไหลลงมาราวสั่งได้...หยาดน้ำตาของเธอสะท้อนกับกล้องโทรทัศน์เป็นประกาย
ผมเชื่อว่าชายหนุ่มทุกคนในโลก
ในเวลานี้นั้นปรารถนาอย่างเหลือเกินที่จะเข้าไปปลอบใจและเช็ดน้ำตาให้เธอ...
ดิ...ดิ...
ไม่!!~
ผมตะโกนก้อง...
ดิฉัน...ขอให้เธอผู้นั้น...โชคดี...เธอผู้นั้น...โชคดีเธอผู้นั้น...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดีเธอผู้นั้น...โชคดีเธอเธอผู้นั้น...โชคดีเธอเธอผู้นั้น...โชคดีเธอเธอ
เธอเธอ...เธอ...
ภาวิดาสั่นสะเทิ้นไปทั้งร่าง...เสียงพูดของเธอก้องกลับไปกลับมาอย่างน่าหวาดกลัว...
เสียงหวานใสของภาวิดา
แปรเปลี่ยนเป็นแหบห้าวเหมือนกับเสียงโลหะกระทบกัน
คำพูดต่อๆ มาของเธอ
ก็ซ้ำซากและวนเวียนไปมาราวกับแผ่นเสียงตกร่อง...
โชคดี...เธอผู้นั้น...โชคดีเธอผู้นั้น...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...เธอผู้นั้น...โชคดีเธอผู้นั้น...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...โชคดี...
มีอะไรบางอย่างแลดูคล้ายกับขดลวด
กระเด็นหลุดออกมาจากริมฝีปากคู่สวยของภาวิดา
ก่อนที่จะมีควันสีดำ
ราวควันจากท่อไอเสียรถยนต์พวยพุ่งออกมาจากปากคู่สวยที่อ้าค้างเอาไว้ของเธอ...
ร่างอันงดงามของภาวิดาสั่นกะตุกอย่างแรงเป็นจังหวะราวคนถูกไฟฟ้าช็อต...
พิธีกรบนเวทีประกวดจ้องมองกันด้วยความตกใจ...เหล่าสาวงามผู้เข้ารอบห้าคนสุดท้ายวิ่งหนีลงไปจากเวทีด้วยความตื่นกลัว...
ไฟบนเวทีดับวาบลง
พร้อมกับภาพบนจอ LCD ก็หายวับไป
มีภาพของนักร้องคนหนึ่งโผล่เข้ามาแทนที่...
เกิดอะไรขึ้นกับภาวิดา?
ผมว่าทุกคนในประเทศไทยคงจะมีคำถามนี้อยู่ในใจ...เกิดอะไรขึ้นกับนางงามจักรวาลคนที่สามของเรา...??
ใครเล่าจะตอบคำถามนี้ได้...นอกจากผม...
เอาละครับ...ผมคงจะต้องสารภาพกับคุณๆ
เสียที...
เพราะมาจนถึงเวลานี้...ผมคงไม่ต้องปิดบังสิ่งใดอีกแล้ว...
ผมถือกำเนิดขึ้นมาในแวดวงของนางงาม
ตั้งแต่เด็ก
ผมเห็นคุณยายและคุณแม่ของผมวิ่งวุ่นวายไปตามจังหวัดต่างๆ
เพื่อหาสาวสวยมาเข้าประกวดนางสาวไทย...เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไปประกวดนางงามจักรวาล...
แต่ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป
ไม่เคยมีนางงามจากประเทศของเราไปประสบความสำเร็จ
ได้เป็นนางงามจักรวาลเสียที...
ผมสงสารยายและแม่
ท่านทั้งสองมีความฝัน
และความหวังที่จะได้เห็นนางงามไทยแลนด์
ครอบตำแหน่งสูงสุดระดับโลก...
ดังนั้น
เมื่อผมจบการศึกษาจากภาควิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์...ผมจึงทำตามที่ผมได้สัญญากับยายและแม่เอาไว้ว่า
ผมจะสืบทอดอาชีพของตระกูล
คือการส่งนางงามเข้าประกวด
และนางงามของผม จะต้องสวย
และมีความสามารถเพียงพอที่จะคว้าเอามงกุฎนางงามจักรวาลมาให้กับคนไทยได้ชื่นชมอีกสักครั้ง...
ไม่ว่าผมจะเพียรพยายามหาผู้หญิงสาว
นำมาฝึกและเตรียมความพร้อมเพื่อการเป็นนางงามระดับโลก
ด้วยความเหนื่อยยากสักเพียงใดก็ตาม
ผมไม่เคยประสบความสำเร็จแม้สักครั้ง...
อันที่จริงผมก็รู้อยู่ละครับว่า
ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกอย่าง
บางคนมีดีที่รูปสมบัติ
แต่ไม่มีสมองเอาเสียเลย
บางสาวงาม
มีความชาญฉลาดราวไอน์สไตน์
แต่คำกล่าวที่ว่า
ความงามและความฉลาดนั้นมักไม่ค่อยไปด้วยกัน
ก็ยังคงเป็นอมตะมาทุกยุคทุกสมัย...
ผมเริ่มท้อแท้และเหน็ดเหนื่อยมาก
กับการวิ่งวุ่นควานหาสาวงามที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม
และสมดังใจของคณะกรรมการการประกวด...
ผมก็เลย...
ใช่แล้วครับ...
วันหนึ่ง
ผมก็เลยตัดสินใจที่จะ สร้าง
สาวงามของผมขึ้นมาเสียเอง...
ด้วยความรู้ความสามรถขั้นเกียรตินิยมในงานวิศวกรรมหุ่นยนต์ของผมนั้น...ไม่เป็นการยากเลยที่ผมจะสร้างหญิงสาวที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกด้านขึ้นมา
และภาวิดาก็ถือกำเนิดมาด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง...
ผมใช้เวลาอยู่เกือบปี
ในการค้นคว้าข้อมูลโดยละเอียดของหญิงสาวทุกคนที่เคยครอบครองมงกุฎนางงามจักรวาล
เริ่มตั้งแต่ อาร์มิ
คูเซลา (Armi Kuusela)
นางสาวฟินแลนด์
ผู้ครองมงกุฎนางงามจักรวาลคนแรก
ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๕...มาจนถึงนางงามจักรวาลคนล่าสุด...
ผมใช้พยายามอย่างมากที่จะหารายละเอียด
จุดเด่นจุดด้อยของนางงามในแต่ละปี
มาประมวลเข้าด้วยกัน
ทำไมอลิเซีย มาร์คาโด (Alicia
Machado)
นางงามจักรวาลชาวเวเนซุเอลา
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙
จึงปล่อยตัวจนอ้วนเป็นหมู
ในระหว่างที่ยังครองตำแหน่งอยู่
จนกระทั่งเกือบจะถูกกองประกวดปลดออกจากตำแหน่ง...พยายามคิดว่า
ทำไมนะ
หญิงสาวชาวเวเนซุเอลา
และจากดินแดนอเมริกาใต้...จึงได้เป็นนางงามจักรวาลหลายต่อหลายครั้ง...รวมไปถึงสาวงามจากประเทศอินเดีย
ที่มาแรงมากในช่วงครึ่งศตวรรษหลัง...
ทำไม อาคิโกะ
โคจิมะ (Akiko Kojima)
นางสาวญี่ปุ่นจึงเป็นนางงามจากทวีปเอเชียคนแรกที่ได้สวมมงกุฎเป็นนางงามจักรวาล...ทำไมนางสาวจานีลล์
คอมมิสชั่น (Janelle Commission)
จากประเทศทรินิแดดและโทแบคโคจึงได้เป็นนางงามผิวดำคนแรกที่คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลไปครองในปี
พ.ศ. ๒๕๒๐
ทำไม ทำไม และทำไม...
ข้อมูลรายละเอียดเหล่านี้ถูกคอมพิวเตอร์ของผมประมวลผลออกมาอย่างเป็นระบบ...ข้อมูลทั้งหมด
ถูกผมดัดแปลงและบรรจุอยู่ในชิปของหล่อน...ภาวิดา...
นอกจากหล่อนจะมีความสวยงามอย่างยิ่ง...เธอยังมีความฉลาดเป็นเลิศ...
ผมไม่ประหลาดใจเลยที่หล่อนได้สวมมงกุฎนางงามจักรวาลเมื่อปีที่ผ่านมา
สมความปรารถนาของคนไทยทั้งประเทศ...
ผมเชื่อว่า...ไม่มีนางงามจักรวาลคนไหนจะสมบูรณ์แบบมากไปกว่าภาวิดาอีกแล้ว...
สิ่งที่ผมเป็นห่วงมีเพียงประการเดียว...นั่นก็คือ...น้ำ...
อาจจะเป็นความผิดพลาดของผมเอง
ที่เลือกใช้ชิปราคาถูกและไม่กันน้ำบรรจุให้กับเธอ...แต่ถ้าใครเป็นผมในเวลานั้น
ก็คงจะเลือกทำแบบเดียวกันกับที่ผมทำ...
ผมสร้างภาวิดาอยู่นานเกือบสองปี...และเหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น
ในการรับสมัครนางสาวไทย
ดังนั้น
ผมจึงไม่อาจทนรอชิปกันน้ำที่ต้องสั่งผลิตพิเศษมาจากโรงงานหุ่นยนต์ได้...
ผมคิดว่า
เอาไว้ได้มาแล้วค่อยเปลี่ยนให้หล่อนในภายหลังก็แล้วกัน...
แต่ผมยอมรับว่า
ผมคิดผิดครับ...
เมื่อเธอได้รับตำแหน่งนางสาวไทย
เธอต้องรีบบินไปประกวดนางงามจักรวาลในเวลาอันรวดเร็ว
และเมื่อได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลมา
เธอก็แทบไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง
ไม่มีเวลาแม้แต่จะกลับมาเปลี่ยนชิปข้อมูลเป็นรุ่นกันน้ำ
และพบกับผม
ผู้ที่ให้กำเนิดเธอขึ้นมา
แต่เธอรู้ดีครับ...ว่าเธอต้องหลีกเลี่ยงน้ำ...
เพราะน้ำอาจฆ่าเธอได้
ผมจึงไม่ประหลาดใจเลย
เมื่อหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ต่างๆ
ชอบลงข่าวซุบซิบว่าภาวิดาเป็นนางงามจักรวาลที่ไม่ชอบอาบน้ำ...
ผมลุ้นเธอด้วยความใจหายใจคว่ำมาตลอดทั้งปี
ขอให้ระยะเวลาในตำแหน่งของเธอผ่านไปได้ด้วยดี
จนกระทั่งถึงเวลาที่เธอจะอำลาตำแหน่ง
ในค่ำคืนนี้...
แล้วทุกอย่างก็พังทลายลงโดยสิ้นเชิง...
เพียงแค่น้ำตาเทียมราคาถูก
ไม่กี่หยด
ที่ผมใส่เข้าไปในหน่วยตาของภาวิดา...มันทำให้ชีวิตของ...ทั้งผมและหล่อนพังลงในพริบตา...
ผมแหงนหน้าขึ้นทองท้องฟ้า
เพื่ออ้อนวอนขอร้องต่อพระเจ้า...
โทษของการโกหกหลอกลวงชาวโลก...ที่ผมส่งหุ่นยนต์เข้าประกวดนางงามนั้นมีมากมายเพียงใด...ผมรู้ดี...
ท่านประธานสมาพันธ์หุ่นยนต์โลก
คงจะโกรธเป็นอย่างมาก
ที่ผมบังอาจสร้างและส่งหุ่นยนต์ไปประกวดนางงามร่วมกับมนุษย์...ซึ่งบัดนี้มีฐานะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำของสังคมโลก...
หุ่นยนต์...ต้องคู่กับหุ่นยนต์เท่านั้น...
ผมนึกไปถึงประวัติศาสตร์สมัยโบราณ...สมัยที่สังคมมนุษย์ยังมีการเหยียดสีผิว...อาจจะเป็นกรรม...ที่บัดนี้...มนุษย์เราถูกเหยียดจากหุ่นยนต์
ไม่ต่างจากในสมัยก่อนที่เราเคยเหยียดคนสีผิว...
ผมหยิบปากกา
ของใช้ในสมัยโบราณกับกระดาษ...ขึ้นมาเขียนบันทึกอย่างช้าๆ
...สายตาที่จับจ้องมองกระดาษของผมเลือนรางด้วยหยาดน้ำตา...
ผมหวังว่า
ก่อนที่ตำรวจหุ่นยนต์จะเดินทางมาถึงเขตกักกันมนุษย์...และจับเอาตัวผมไปทำลายทิ้งเสีย
ผมคงมีเวลาเพียงพอที่จะเขียนบันทึกฉบับนี้ได้จนจบ...
และหากคุณได้อ่านบันทึกฉบับนี้ของผม...
จงภูมิใจเถิดว่า...ครั้งหนึ่ง...มนุษย์อย่างเราๆ
ก็เคยสร้างหุ่นยนต์นางงามมาแล้ว!! |
