|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๕๐๑ "รางวัลแห่งความจน" โดย
ทัศนาวดี
น้ำผึ้งพลิกกายตะแคงหันหน้าเข้าฝา
ขดตัวคุดคู้จนหัวเข่าเกือบชนใบหน้า
มือน้อยๆ
คว้าผ้าห่มกลิ่นอับขึ้นคลุมโปงเสียงจิ๊กจั๊กเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางๆ
ด้วยความรำคาญกับเสียงตอกเสาเข็มทั้งคืนยันสว่าง
เมื่อคืนนี้กว่าจะนอนหลับก็ล่วงเข้าสู่วันใหม่...แม่กับพ่อทะเลาะกันอีกแล้ว
เป็นเรื่องเดิมๆ นั่นแหละ...พ่อเมามา...เงินค่าแรงหายไปส่วนหนึ่ง...แม่บ่นเสียดายและด่าไปหลายคำ
พอแม่ไม่มีท่าว่าจะหยุด
พ่อก็ตะคอกกลับบ้าง
ทีนี้แหละเป็นเรื่อง...ทะเลาะกันยืดยาว
มันต้องให้รางวัลกับชีวิตบ้าง
เหนื่อยทั้งปีทั้งชาติ
พ่อขึ้นเสียง
รางวัลกะเปรตอะไร
เมายังกะหมา
คิดถึงอนาคตบ้างสิ เสียงแม่เริ่มสั่นเครือ
น้ำผึ้งสงสารแม่มากกว่า
แม่ทำงานหนักเท่าๆ กับพ่อ
ขนหินขนทรายตักปูนอยู่กลางแดดตั้งแต่เช้ายันค่ำ
รางวัลแห่งความจนไงล่ะ
มันกลุ้ม
มันหาอนาคตไม่เจอ
รู้ยังงี้ไม่น่ามาลำบากแต่งงานเล้ย...
อะไร!
พูดหมาๆ ได้ไง คราวนี้แม่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
คว้าน้ำผึ้งมานั่งในวงตัก
อ้อมแขนของแม่รัดร่างแน่นขึ้น...น้ำตาหยดเยาะๆ
ลงบนหัวน้ำผึ้ง
เฮ้ย!
ล้อเล่นน่า... เสียงพ่ออ่อนลง
เถิบเข้ามาใกล้
แม่ผลักออกห่างไม่ไยดี
เสียงร้องไห้ดังขึ้นกว่าเดิม...พ่อล้มลงนอนหงายมือก่ายหน้าผากอยู่กลางห้อง
หลับตาถอนหายใจยาวหลายครั้ง
กลิ่นเหล้าโรงจากลมหายใจคละคลุ้งอบอวล
พอพ่อเงียบ
แม่ก็ไม่ฟูมฟายอีกต่อไป
คงมีแต่เสียงสะอื้นซึ่งค่อยๆ
เบาลงๆ สักครู่ใหญ่ๆ
เมื่อได้ยินเสียงกรกของพ่อ
แม่จึงปล่อยน้ำผึ้งออกจากตัก
บอกให้นอนก่อนที่จะล้มตัวลงข้างๆ
เป็นปกติเสียแล้ว...ไม่มีใครสนใจการทะเลาะเบาะแว้งของกรรมกรผัวเมีย
ทุกคนเหมือนทราบดีว่าอีกหน่อยก็เงียบ...เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีอะไรร้ายแรงจนต้องเข้ามาสอดรู้สอดเห็นหรือห้ามปรามผัวเมียทุกคู่หอบหิ้งกันมาจากผืนดินอันแร้นแค้น
บ้างหนีตามกันมาตายดาบหน้า
บ้างก็มีลูกเล็กๆ
ติดมาคนสองคน
ถึงทะเลาะตบตีกันบ้างคงไม่มีอะไรเกินเลยมากว่านั้น
ราวกับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือชูรสแห่งชีวิต...
คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ
กระมัง...น้ำผึ้งคิด...หลายครั้งหลังเหตุการณ์อันน่าระทึก
เมื่อตื่นขึ้นกลางดึก
แทนที่จะอบอุ่นในอ้อมกอดของแม่เหมือนก่อนหลับ
ร่างของแม่กลับซุกอยู่ในอกพ่อเสียนี่...น้ำผึ้งไม่ได้น้อยใจหรอก
แต่อดจำไม่ได้
แม่ไปซุกอยู่ได้ยังไง
วันทั้งวันพ่ออาบเหงื่อแทนน้ำ
ซ้ำยังเหม็นเหล้าอีกต่างหาก...ทั้งขำทั้งสงสัยนั่นแหละ...มันเป็นเรื่องที่เด็กอย่างน้ำผึ้งไม่มีทางล่วงรู้
กำลังหลับได้ที่พลันก็สะดุ้งตกใจตื่นเมื่อมือที่เคยโอบกอดในยามค่ำคืนฟาดเผียะลงแก้มก้นพร้อมกระชากผ้าห่มออกจากร่าง
และมือข้างเดียวกันนั่นแหละที่ดึงน้ำผึ้งลุกนั่งงัวเงียในเวลาไล่เลี่ยกัน
นอนกินบ้านกินเมืองหรือไง
ไปล้างหน้าล้างตาเดี๋ยวนี้
แม่ตบหลังอีกฉาด
น้ำผึ้งเบ้ปาก
น้ำตาร่วงด้วยความตกตะลึง
กำลังจะหลุดเสียงสะอื้นแล้วเชียว
พอดีมองลอดผ่านขี้ตาเจอนิ้วกายสิทธิ์ชี้อยู่ตรงหน้าผาก
ก้อนสะอื้นก็ไหลลงในอกโดยอัตโนมัติ...แม่กลายเป็นนางยักษ์ไปแล้วหรือ...ไม่หรอก...อีกหน่อยแม่ก็ดี...น้ำผึ้งรู้
ตีลูกอีกแล้ว
เฮ้อ! มาลูกมา พ่อรี่เข้ามาโอบลุกขึ้น
พาเดินไปล้างหน้า...คราวนี้เสียงสะอื้นค่อยๆ
หลุดออกมา
คลายความอึดอัดบ้าง...
ตะวันลนก้นแล้วยังไม่ลุก
ปีหน้าจะไปโรงเรียนแล้ว
แม่บ่นออกมาอีก
ขณะคดข้าวลงจานพลาสติก
แล้วเลื่อนมาไว้กลางห้อง
มือที่หวดก้นเมื่อกี้แกะถุงและน้ำพริกปลาร้าเทลงถ้วยใบเก่าบิดเบี้ยว...พ่อจูงน้ำผึ้งเข้ามานั่งหน้าจานข้าว
น้ำผึ้งมองแกงจืดซี่โครงไก่และน้ำพริกด้วยความเบื่อหน่าย
มีกินก็ดีแล้ว
รีบกินเข้า แต่ตะคอกซ้ำเหมือนรู้ทัน
แล้วหันไปสาละวนอยู่กับการเก็บที่นอนเกาๆ
ม้วนพับพอลวกๆ
ก็โยนมันเข้าข้างฝา
น้ำผึ้งฝืนกินอย่างเสียไม่ได้
ความคิดถึงยายและน้องแล่นเข้าจุกคอหอยจนไม่อยากกลืนข้าว
ป่านนี้น้องคงนั่งอยู่บนตักยาย
กินอาหารที่ไม่ซ้ำซากเช่นนี้
บางทีก็แถมท้ายด้วยขนมหรือไม่ก็ผลไม้ตามฤดูกาลที่พอหาได้ไม่ยากนัก
เพราะความอยากได้ตุ๊กตาเหมือนลูกคุณหมอที่อนามัยนั่นแหละ
ทำให้น้ำผึ้งหลงตามพ่อมา
แรกๆ
ก็เซ้าซี้จะอยู่กับยายท่าเดียว
ที่บ้านมีเพื่อนเล่นมีน้องไม่เหงา
พ่อหว่านล้อมต่างๆ
นานาบอกว่าลำพังน้อง
ยายก็เหนื่อยพอแล้ว
น้ำผึ้งยังยืนกรานจะอยู่กับยายจนพ่องัดไม้ตายเรื่องตุ๊กตา
น้ำผึ้งจึงยินยอมให้พ่อจูงขึ้นรถ
เกือบครึ่งปีเข้าแล้ว...ตุ๊กตาแสนสวยที่ปรารถนายังคงลอยอยู่เพียงในความฝัน
และทุกครั้งที่ได้เล่นกับมันก็เพลิดเพลินมิรู้เบื่อ
ต่อเมื่อฝ่ามือกระทบก้นนั่นแหละ
เพื่อนเล่นของน้ำผึ้งจึงผละจากไปด้วยความตกใจ
เวลาที่พ่อแม่อารมณ์ไม่ดี
หากน้ำผึ้งเผลอหลุดปากทวงตุ๊กตาขึ้นมาละก็เป็นต้องโดนฝ่ามือพร้อมเสียงตวาดหยาบคาบ
แต่หากวันไหนเข้าข้าง
น้ำผึ้งไม่ต้องเอ่ยปาก
พ่อก็เป็นฝ่ายนัดวันให้ความหวัง
แม่บอกให้รอวิกหน้าหรือเดือนหน้า
กล่าวถึงขนาด สี ขน
ของตุ๊กตาหมี
ตอนนั้นแหละที่น้ำผึ้งวาดฝันตามด้วยความสุข
เบียดร่างแซะเข้าหาหวังประจบ
ดวงใจน้อยๆ
เต้นโครมครามเร่งวันเร่งคืน
แต่...พอวันคืนที่เพียงเร่งเร้านั้นผ่านผันไป
เหตุการณ์ก็เข้ารอยเดิม
แล้วก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่อย่างนี้
จนแล้วจนรอดอ้อมกอดของน้ำผึ้งยังคงว่างเปล่า...
แม่...น้าคนนั้นสวยจัง
น้ำผึ้งช้อนสายตาซื่อใส
ฝ่ากำแพงขึ้นไปยังคอนโดฯชั้นสอง
อือ...อย่าแส่เลยน่ะ...เขามันคนละชั้นกับเรา
แม่ตวาดด้วยความรำคาญก่อนฉุดน้ำผึ้งเข้ามาในเพิงสังกะสี
น้ำผึ้งได้แต่งุนงงกับคำที่แม่ว่า
คนละชั้น นึกเอาง่ายๆ
ว่าน้าคนนั้นเขาอยู่สูงกว่าที่มีอยู่สะดวกสบายเหมือนวิมานในละครทีวี
หน้าตาก็เหมือนนางฟ้าที่เคยมาเยี่ยมในความฝัน...บางวันคุณน้านงฟ้าของน้ำผึ้งยังเอาตุ๊กตาหมีตัวน้อยๆ
มาห้อยไว้บนราวตากผ้า...วันนั้นแหละที่น้ำผึ้งมีความสุขนัก
นั่งจ้องมันอย่างไม่รู้เบื่อ
ลืมแม้กระทั่งความหิว...ต่อเมื่อโดนเสียงตวาดหรือฝ่ามือฟาดลงกลางหลังนั่นแหละจึงจำใจละสายตาด้วยความเสียดาย
พลางนึกไปว่า...แม่คงอิจฉาคุณน้านางฟ้ากระมัง... สะดุ้งตื่นกลางดึก
เมื่อได้ยินเสียงทะเลาะและร้องไห้
น้ำผึ้งผุดลุกขึ้นนั่ง
คิดว่าพ่อแม่ทะเลาะกันอีก
แต่...เปล่า...พ่อแม่ยังนอนอยู่ข้างๆ
เฮ้อ!
รำคาญจังเมื่อไหร่มันจะย้ายไปเสียที
เสียงพ่อบ่นงึมงำ
มันก็อย่างนี้แหละ
เป็นเมียน้อยเขา
สบายไม่นานหรอก แม่พึมพำออกมาบ้าง
เสียงทะเลาะวิวาทนั่นดังขึ้นๆ
น้ำผึ้งพอจับความได้ว่า
น้าคนสวยระแวงว่าสามีแก่ๆ
คนนั้นจะไปมีเมียน้อยคนใหม่
ก่อนหน้า...น้ำผึ้งก็เคยได้ยินเสียงทำนองนี้สองสามหน
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะร้ายแรงกว่าเดิม
พ่อทิ้งท่อนแขนลงบนพื้นเบาๆ
ด้วยความรำคาญ
ถึงพี่จะพานวลพาลูกมาลำบากลำบน
แต่ก็ไม่เคยคิดนอกใจ เสียงพ่อเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
ฉันเข้าใจพี่
คิดเสมอว่าเลือกคนไม่ผิด
เรื่องเหล้ายาก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ
ลำบากก็แค่กายเท่านั้น
ความสุขที่แท้จริงมันอยู่ภายในต่างหาก
โดยเฉพาะลูกผู้หญิง เฮ้อ!
สงสารเมียหลวงเขานะ
รู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้
แม่ถอนใจบ้าง
นอนเถอะ
ทนเอาหน่อยก็แล้วกัน
คืนนี้ท่าจะยาว พ่อกล่าวติดตลก
พี่นั่นแหละ
ข่มตาหลับซะ เดี๋ยวเพลีย
ไม่มีแรงทำงาน
น้ำผึ้งอมยิ้มในความมืด
นานแล้วที่ไม่ได้ยินพ่อแม่คุยกันทำอย่างนี้
ใจหนึ่งก็คิดสงสารน้าคนสวย
แต่ก็ยากจะเข้าใจว่าทำไมน้าจึงไม่มีความสุข...รถก็มีขับ
ที่อยู่ก็สบาย...วันๆ
ไม่เห็นต้องทำงานหนักเหมือนแม่
สีหน้าตอนโผล่มาตากผ้าหรือผึ่งดูตุ๊กตา
บ่งบอกถึงความสุขที่อิ่มเอิบจนนึกอิจฉา
อยากเป็นลูกของน้าคนสวย
มีชีวิตสุขสบายบนวิมานนั่น...
เสียงทะเลาะวิวาทค่อยๆ
ลอยห่างออกไปพร้อมกับอาการเคลิ้มหลับ
ก่อนความฝันมาเยือน...น้ำผึ้งคลับคล้ายว่ามีอะไรตกลงมาในพงหญ้าข้างเพิงพัก... ตื่นได้แล้ว
เสียงแม่อ่อนนุ่มผิดปกติ
น้ำผึ้งแปลกใจรีบลุกขึ้นมานั่งทั้งที่ยังขยี้ตาเห็นอะไรในมือแม่พอรางๆ
แต่รู้สึกคุ้นเคยนัก
แฮบปี้เบิร์ตเดย์
แม่ยื่นสิ่งนั้นเข้ามา
น้ำผึ้งเบิกตาโพลงด้วยความดีใจ
สะบัดหัวไปมาหลายทีเพื่อให้แน่ใจว่า
นี่ไม่ใช่ความฝัน
ตุ๊กตาหมีสีขาวลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
แขนข้างหนึ่งของมันเปียกน้ำคล้ำดำสนิท
น้าคนสวยเขาให้มาน่ะเป็นของขวัญวันเกิด
แม่พูดต่อเมื่อเห็นน้ำผึ้งยังไม่หายงุนงง
เอ้า
รับไปสิน้าคนสวยเขาใจดีนะ
เสียงของแม่ฟังดูแปลกๆ
แต่น้ำผึ้งไม่ติดใจ
รีบคว้ามันมาแนบอก
เคลียแก้มอยู่กับหน้าของมันด้วยความปีติ
ก่อนที่จะซักถามอะไร
แม่ก็หิ้วถังปูนออกไปสมทบเพื่อนๆ
เสียแล้ว
น้ำผึ้งอุ้มมันออกมาข้างนอก
หมายจะส่งยิ้มขอบคุณนางฟ้าผู้ใจดี
ประตูวิมานของน้าคนสวยปิดสนิท! |
