|
อ่านเรื่องสั้นย้อนหลัง |
|
เรื่องสั้น
ฉ.๒๔๙๘ นักเล่านิทาน โดย
วรรณ กวี
วันหนึ่งฉันนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมคลองแถวบ้าน
ได้ยินเด็กส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังลั่นจนทำให้ไม่มีสมาธิ
ฉันหันเหความสนใจจากหนังสือไปที่เด็กๆ
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงแจ๋วๆ
ตะโกนดังว่า
อยากฟังนิทานเรื่องอะไร
จะเล่าให้ฟัง
เรื่องเจ้าหญิง
เสียงใครคนหนึ่งบอก
ไม่เอา
เรื่องแม่มด เสียงอีกคนดังกว่า
แหวะ
เรื่องไร้สาระ เด็กโตคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ฉันรู้สึกอิ่มเอิบใจที่ได้ยินเสียงเด็กทะเลาะกันเพื่อจะค้นหาเรื่องเล่าที่เหมาะสมกับพวกเขา
ฉันนั่งอมยิ้มให้กับความน่ารักน่าชังของพวกเด็กๆ
บางคนพูดพร่ำอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครสนใจฟัง
ฉันพยายามนิ่งฟังว่าเด็กคนนั้นพูดอะไร
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงเล็กๆ
นั้นพูดว่า
เรื่องเจ้าต๊อก
มันเป็นหมา มี่เขายาวด้วย
แล้วมันก็ร้องเพลงทุกวัน
มันชอบกินพิซซ่ากับสลัด
แล้วมันก็ขี่จักรยานพาเราไปเที่ยวทะเลทุกวัน
ขี้โม้
ยับนุ่นจอมขี้โม้ เด็กชายตัวโตคนหนึ่งตะโกนขึ้น
จากนั้นก็วิ่งไปเล่นกับเพื่อนอีกกลุ่มที่ดูตัวโตกว่า
ทิ้งให้เด็กหญิงที่ชื่อนุ่นคนนี้นั่งพูดกับเด็กอีกคนที่ไม่ได้สนใจฟัง
เพราะมัวแต่เก็บก้อนหินบนพื้นอย่างตั้งอกตั้งใจ
เด็กๆ
กำลังมีความสุขในโลกส่วนตัวที่ผู้ใหญ่ไม่อาจเข้าไปสัมผัสรับรู้ได้
ภาพที่เด็กส่งเสียงหัวเราะ
วิ่งไล่คว้าอากาศธาตุเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในความคิดของฉัน...
ฉันหวนรำลึกถึงโลกวัยเยาว์ที่ผ่านพ้นไปนานนับยี่สิบปี
ภาพลางเลือนของนักเล่านิทานคนหนึ่งผุดพรายขึ้นอย่างชัดเจน
นักเล่านิทานคนนั้นชื่อว่า
ยายดวน หรือ
ยายลำดวน แกเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันชอบเรื่องเล่าแนวจินตนาการ
เรื่องทุกเรื่องที่แกเล่าไม่สามารถนำเหตุผลความเป็นจริงมาประเมินค่าได้
แต่เด็กทุคนก็มีความสุขอย่างเหลือล้นที่ได้ฟังแกเล่านิทาน
ยายลำดวนเป็นนักเล่านิทานขวัญใจเด็ก
แต่ถ้ามีใครสักคนคิดจะเล่าเรื่องราวของยายลำดวนคงเป็นเรื่องที่ไม่มีความหมายหรือน่าสนใจในสายตาของผู้ใหญ่บางคน
เพราะเรื่องของยายลำดวนนั้นเป็นเพียงเรื่องของคนบ้าที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามทำร้ายเด็ก
นั่นคงโหดร้ายเกินกว่าจะนำไปเล่าเป็นนิทาน
และถ้าเป็นนิทานก็เป็นนิทานที่ผู้ใหญ่พยายามห้ามไม่ให้เด็กฟัง
ตอนที่ฉันเป็นเด็ก...ไม่เคยรู้มาก่อนว่ายายลำดวนมีที่มาที่ไปอย่างไร
เด็กๆ
ไม่เคยสนใจประวัติความเป็นมาของเพื่อน
เราต่างสนใจเพียงว่ายายลำดวนเล่านิทานสนุก
และแกก็ไม่เคยเล่าเรื่องตัวเอง
แม้ว่าจะมีบางครั้งที่ฉันรู้สึกว่าคุณยายชราใจดีในนิทานเรื่องหนึ่งดูจะเหมือนยายลำดวนอยู่ไม่น้อย
แต่เมื่อถึงตอนจบเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยความสุข
ช่างแตกต่างจากชีวิตจริงของยายลำดวน
ชีวิตของยายแก่นักเล่านิทานขวัญใจเด็กๆ
คงไม่โลดโผนผจญภัยเหมือนฉากตื่นเต้นในนิทานผจญภัยเรื่องโปรดของฉัน
แต่การผจญภัยของยายลำดวนเริ่มมีความหมายต่อฉันมากขึ้นเมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่
แกได้ให้อะไรมากมายแก่ชีวิตเด็กหลายคน
และแกก็ได้ให้ความรักในนิทานอย่างมหาศาลแก่นักเล่านิทานคนหนึ่ง...นั่นก็คือนักเขียนนิทานขวัญใจเด็กๆ
คนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี
เขาผู้นั้นก็คือสามีของฉัน...
นักเล่า เรื่องสนุก
คือนามปากกาอันยิ่งใหญ่ขณะนี้
เขาเป็นผู้สืบทอดสิ่งมหัศจรรย์นั้นมาจากยายลำดวน
เรื่องเล่ามากมายของแกได้กลายมาเป็นโครงเรื่องนิทานเรื่องใหม่ของนักเขียนนิทานชื่อดัง
ฉันจดจำภาพหญิงชราที่ปล่อยผมเป็นกระเซิงและชอบนุ่งโจงกระเบน
ไม่ยอมสวมเสื้อได้ดี
แกจะพาดเสื้อคอกระเช้าไว้ที่บ่าและใช้สำหรับไล่ยุง...แมลงวันที่บินสาละวนอยู่ใกล้ๆ
พลางเคี้ยวหมากตุ้ยๆ
และถุยน้ำหมากทิ้งเป็นระยะๆ
ภาพอันผุดพรายนั้นคือบทเริ่มต้นในเรื่องราวยายลำดวน...แต่ฉันขอเปิดฉากเรื่องราวด้วยนักเล่านิทานอีกคน
เด็กชายผู้เพียบพร้อมด้วยจินตนาการ
ความอ่อนเยาว์
และความรักในนิทานอย่างมหาศาล
นักเล่า
เรื่องสนุก หรือชื่อจริงของเขาคือ
ประภาส นามขจร
คือเพื่อนเล่นวัยเด็กของฉัน
เราต่างชอบฟังนิทานของยายลำดวน
ในวัยเยาว์...เด็กหญิงและเด็กชายสองคนจะคอยเฝ้าติดตามหญิงชราผู้ถูกกล่าวหาว่าสติไม่สมประกอบ
พวกเราเดินไปตามลำห้วย
ค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่น่าอัศจรรย์
นั่นก็คือขุมสมบัติในเวลานั้นฉันและประภาสต่างเชื่อสนิทว่ายายลำดวนมีขุมสมบัติมหาศาลซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง
และเราต้องพยายามค้นหาให้เจอก่อนที่พวกโจรจะมาปล้นเอาไป
ยายซ่อนกล่องสมบัติเอาไว้ตั้งแต่สาวๆ
รู้ไหมว่าในกล่องสมบัตินั้นมีไม้วิเศษที่สามารถเสกให้กบกลายเป็นเจ้าชายหล่อเหลาหรือเจ้าหญิงแสนสวย
ไม้วิเศษยังสามารถทำให้พวกเธอฉลาดยิ่งกว่าเด็กทุกคนและมันยัง...
ยายลำดวนยืนนึก
แล้วแกก็ตบมือดังแปะแล้วพูดต่อว่า
มันยังทำให้พวกเราทั้งสามหายตัวได้
โอ้โห...
ฉันและประภาสร้องขึ้นพร้อมกัน
พวกเราต่างเชื่ออย่างไม่มีข้อกังขา
เด็กส่วนใหญ่ต่างฟังนิทานของยายลำดวนแล้วก็เดินกลับบ้านอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร
พวกเขาต่างคิดว่านั่นคือเรื่องโกหกที่สนุกเท่านั้น
แต่สำหรับประภาส...เขากลับเชื่อสนิทว่าเรื่องทุกเรื่องที่ยายลำดวนเล่าเป็นเรื่องจริง
เขาชวนฉันค้นหากล่องสมบัติ
พวกเราต่างพากันเข้าไปค้นหากล่องสมบัติในที่ต่างๆ
ราวกับว่ามันจะต้องมีอยู่และพวกเราต้องค้นพบสักวัน
พวกเราต่างมีความสุขต่อการเชื่อว่าสิ่งที่ยายลำดวนเล่าเป็นเรื่องจริง
มันทำให้เราได้เล่นค้นหากล่องสมบัติอย่างสนุกสนานหลายวัน
ประภาสดำลงไปในคลองลึกเพื่อค้นหากล่องสมบัติ
ส่วนฉันได้แต่นั่งเอาใจช่วยเพราะว่ายน้ำไม่เป็นในสมองน้อยๆ
ของเด็กอายุเจ็ดขวบเริ่มสงสัยว่าบางทีกล่องสมบัติอาจตกอยู่ใต้คลองนี้
ฉันคิดว่าประภาสจะต้องค้นพบและพวกเราก็จะนำไม้วิเศษออกมาใช้
ฉันจะเสกเจ้าชายแสนหล่อมาเป็นเพื่อนเล่น
และประภาสก็จะเสกเจ้าหญิงแสนสวยมาเป็นเพื่อนแทนฉัน
พวกเราหวังว่าเจ้าหญิงและเจ้าชายจะเป็นเพื่อนที่วิเศษที่สุดในโลก
ความใฝ่ฝันของเด็กสองคนใกล้เป็นจริงแล้ว...นั่นคือความคิดของฉัน
ประภาสดำดิ่งไปเป็นเวลานานหลายนาที
และผุดขึ้นมาร้องตะโกนก่อนจะจมดิ่งลงไปอีก
ช่วยด้วย
เป็นตะคริว
ฉันตกใจอย่างมาก
รีบวิ่งไปเรียกใครสักคน
แต่เวลานั้นไม่มีใครที่พอจะช่วยประภาสได้เลย
ฉันนึกถึงยายลำดวนที่ชอบนั่งพูดคนเดียวอยู่ริมลำห้วย
ฉันวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต
ยายจ่า
ยาย
ประภาสเป็นตะคริวอยู่ในคลอง
ยายลำดวนยืนคิดอะไรอยู่ชั่วประเดี๋ยว
แล้วแกก็รีบวิ่งไปหยิบกิ่งไม้อันหนึ่งมา
พูดว่า
เราจะไปช่วยประภาสกัน
ฉันวิ่งจูงกึ่งลากยายลำดวนมาถึงริมคลอง
ยายลำดวนโบกกิ่งไม้สะบัดไปมาแล้วร้องขึ้นว่า
โอม
เวทมนตร์ของเจ้าแม่ตานี
จงทำให้น้ำลดลงเดี๋ยวนี้
ฉันยืนจ้องดูยายลำดวนร่ายเวทมนต์ด้วยความเชื่อสนิทใจว่าน้ำในลำคลองจะต้องลดลง
แต่ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเลวร้ายลงไปกว่านั้น
ลุงแม้น
คนหาไม้ทำฟืนก็ผ่านมา
แกร้องตะโกนขึ้นว่า
นั่นเด็กกำลังจมน้ำนี่หว่า
ทำไมไม่ลงไปช่วย
ลุงแม้ถอดเสื้อออกและกระโดดลงไปในน้ำทันที
เพียงไม่นานเขาก็อุ้มร่างประภาสขึ้นมาจากน้ำได้
หลังจากนั้นลุงแม้นก็ด่าว่ายายลำดวนด้วยเสียงดัง
อีแกบ้า
หลอกเด็กลงไปในน้ำ
ดีล่ะฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่
เรื่องราวแสนเศร้าเริ่มปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ยายลำดวนถูกพ่อของประภาสฟ้องจับในข้อหาทำร้ายอย่างกาย
พวกผู้ใหญ่ต่างพากันสอบถามเราสองคน
ยายลำดวนมันหลอกให้ลงไปในน้ำใช่ไหม
ประภาสก้มหน้านิ่ง
เขากลัวความผิดจนไม่กล้าปกป้องคนอื่น
ฉันก็ไม่ต่างจากประภาส
พวกเรากลัวพวกผู้ใหญ่ที่กำลังรุมถามอย่างน่ากลัว
ฉันได้แต่พยักหน้าทุกครั้งที่พวกเขาโยนความผิดไปให้ยายลำดวน
ยายลำดวนมันหลอกให้ลงไปค้นหาสมบัติใช่ไหม
ไอ้นิดมันบอกว่ายายลำดวนชอบโกหกว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ในคลอง
แม่ของนิดหน่อย-เด็กชายที่เคยมาฟังนิทาน
ได้พูดด้วยน้ำเสียงดังน่ากลัว
ยายลำดวนใช้ให้ลงไปค้นหาสมบัติใช่ไหม
ผู้ใหญ่อีกคนถามขึ้น
ยายลำดวนมันกำลังทำพิธีเซ่นวิญญาณเด็กให้แก่พวกแม่มด
มันเป็นหมอผี หญิงชราคนหนึ่งพูด
ยายลำดวนคิดจะฆ่าเด็กทั้งบาง
ฉันสับสนกับสิ่งที่ทุกคนพูด
และก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกเขาคิดอย่างไร
ในเวลานั้นฉันเริ่มร้องไห้
เพราะรู้ว่าสิ่งที่ทุกคนพูดไม่เป็นความจริง
พวกเขาชอบพูดว่ายายลำดวนชอบโกหก
แต่ฉันกลับคิดว่าเรื่องโกหกของยายลำดวนไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว
นิทานของแกสนุกสนาน
แต่เรื่องที่ผู้ใหญ่พวกนี้พูดกลับฟังดูน่ากลับและไม่มีความสนุก
การพูดโกหกของพวกเขากำลังทำให้ยายลำดวน
ในวันนั้นมีคนจับยายลำดวนมัดแล้วก็เตรียมส่งตัวแกไปสถานีตำรวจ
พวกเขาโกรธแค้นยายลำดวนมากที่ทำให้ประภาสจมน้ำ
ฉันได้ขาวยายลำดวนอีกครั้งก็เมื่อแกถูกส่งไปอยู่โรงพยาบาลคนบ้าในตัวเมือง
หลังจากนั้นแล้วพวกเราก็ไม่ได้ข่าวคราวของยายลำดวนอีกเลย
หมู่บ้านเงียบเหงา
และไม่มีเด็กสุมหัวฟังนิทานอีก
ผู้ใหญ่เริ่มมีงานยุ่ง
บางคนไปทำงานในตัวเมืองและทิ้งให้เด็กๆ
เหงาอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีนักเล่านิทาน
จนกระทั่งเวลาผ่านไป
ความเจริญได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง
นักเล่านิทานหายไป
แต่สิ่งที่เข้ามาทดแทนก็คือนักเขียนนิทานที่เล่านิทานผ่านหนังสือ
นักเล่า
เรื่องสนุก นักเขียนนิทานขวัญใจเด็กกำลังนั่งเหม่อมองสายน้ำริมคลอง
เขาไม่มีโอกาสว่ายน้ำอีกเลย
แต่นิทานหลายเรื่องของเขามีฉากเป็นแม่น้ำ
ทะเล มหาสมุทร
และตัวละครเอกก็มีความสามารถในการว่ายน้ำอย่างล้ำเลิศ
ราวกับว่าเขากำลังทดแทนบางสิ่งบางอย่างที่โลกความจริงในชีวิตของเขาไม่มี
ฉันเดินมานั่งใกล้ๆ
แล้วถามด้วยน้ำเสียงขมขื่นว่า
จำยายลำดวนได้ไหม
ประภาสจ้องหน้าฉัน
แววตาของเขาอ่อนโยน
กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า
ผมคิดถึงยายลำดวนทุกครั้งที่เขียนนิทานเรื่องใหม่
เป็นเรื่องเศร้านะคะ
แต่เรื่องของคุณสนุก ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเบา
นักเล่านิทานมีเบื้องหลังชีวิตที่น่าสงสาร
ต้นตอของจินตนาการอันกว้างใหญ่ไพศาลล้วนมาจากความสะเทือนใจ
นักเล่านิทานเลือกหยิบสีขาวระบายลงไปในพื้นหลังสีดำ
เด็กๆ
หลายคนเห็นภาพอันสดใสงดงามมีโลกจินตนาการแสนบริสุทธิ์ได้เพราะนักเล่านิทานยอมเก็บความเศร้ามากมายไว้กับตัวเอง
ฉันยิ้ม...รู้สึกอ่อนไหว
มอบรอยยิ้มแห่งการปลอมโยนให้สามี
ลุกขึ้นปะคองร่างของประภาสขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่านักเขียนนิทานขวัญใจเด็กไม่สามารถเดินไปไหนได้เพราะเคยเป็นตะคริวในน้ำนานจนเป็นอัมพาตท่อนล่างอย่างถาวรตั้งแต่เยาว์วัย
คุณเคยคิดโกรธยายลำดวนไหม
ฉันถามขณะที่ฉันพยุงประภาสไปที่โต๊ะเขียนนิทานของเขา
ไม่เลย
ผมสงสารยายลำดวน
และก็ขอบคุณแกที่สอนให้ผมมีโลกจินตนาการ
และแกยังสอนให้ผมรู้จักให้
รู้จักปลอบโยน
และรู้จักปลอบโยน
และรู้จักเผชิญชีวิต
ฉันภาคภูมิใจในตัวประภาส
เพื่อนเล่นวัยเยาว์ผู้กลายมาเป็นสามีและเขายังเป็นผู้แต่งแต้มสีสันให้โลกของเด็กทุกคนได้อย่างสวยงาม
แม้ว่าบางสิ่งบางอย่างที่เลวร้ายได้ถูกบดบังไว้ด้วยชะตากรรมที่ขมขื่นของนักเล่านิทานสองคน |
