ผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๗
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๒ ในระหว่างวันที่ ๒๖ มีนาคม - ๖ เมษายน ๒๕๔๗ กำลังใกล้เข้ามา แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เช้าวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ณ หอสมุดแห่งชาติ เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. คณะกรรมการพิจารณาตัดสินการประกวดหนังสือดีเด่น นำโดย ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ ประธานกรรมการ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและที่ปรึกษาด้านวรรณกรรม อาทิ ศาสตราจารย์คุณหญิงแม้นมาศ ชวลิต คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ศ.ดร.สิทธา พินิจภูวดล ผศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร ฯลฯ จัดแถลงข่าวประกาศผลการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗ โดย ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ เปิดเผยว่าครั้งนี้มีผู้สนใจส่งหนังสือเข้าประกวด รวมจำนวนทั้งสิ้น ๓๐๕ เรื่อง ใน ๙ กลุ่มหนังสือ ผลรางวัลการตัดสินมีดังต่อไปนี้
๑. กลุ่มหนังสือสารคดี
รางวัลดีเด่นได้แก่ ตำนานเสรีไทย โดย ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร รางวัลชมเชย มี ๓ รางวัล ได้แก่ เจิ้งเหอ แม่ทัพขันทีซำปอกง โดย ปริวัฒน์ จันทร ประวัติศาสตร์นอกพงศาวดารรัชกาลที่ ๕ พระพุทธเจ้าหลวงในโลกตะวันตก โดย ไกรฤกษ์ นานา และ วัฒนธรรมไวน์ โดย โชติรส โกวิทวัฒนพงศ์
สำหรับหนังสือสารคดีรางวัลดีเด่น ตำนานเสรีไทย คณะกรรมการฯมีความเห็นว่าเป็นหนังสือที่มีคุณค่า เล่าถึงตำนานของขบวนการเสรีไทยตั้งแต่แรกเริ่มของสงครามโลกครั้งที่ ๒ (ในช่วง พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๘) เป็นเรื่องที่รวบรวมข้อมูลสมบูรณ์ที่สุด เอกสารอ้างอิงในการเขียนมีเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้มีการสอบถามและสัมภาษณ์เพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลในการเขียน
ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ท่านเป็นราชบัณฑิต และเป็นผู้ทรงความรู้สูงด้านประวัติศาสตร์ของไทย เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่ท่านนำมาเขียนรวบรวมจึงเชื่อถือได้ และหนังสือเล่มนี้ก็มีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก
๒. กลุ่มหนังสือนวนิยาย
รางวัลดีเด่น ได้แก่ หนึ่งฟ้าดินเดียว ของ กฤษณา อโศกสิน รางวัลชมเชย มี ๒ รางวัล คือ ซอย ๓ สยามสแควร์ ของ กนกวลี พจนปกรณ์ และ กลางทะเลลึก ของ ประชาคม ลุนาชัย
ทั้งนี้ประธานการตัดสินกลุ่มหนังสือนวนิยาย ศ.ดร.สิทธา พินิจภูวดล กล่าวถึงนวนิยายเรื่อง หนึ่งฟ้าดินเดียว ที่ได้รับรางวัลดีเด่นนี้ว่า
กฤษณา อโศกสิน ผู้ประพันธ์เรื่องหนึ่งฟ้าดินเดียว ท่านได้ถนอมรักษาฝีมือ ความคิด และการเรียบเรียงเขียนนวนยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
หนึ่งฟ้าดินเดียว เป็นเรื่องราวที่นำเอาประวัติศาสตร์ชาติไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเป็นตอนหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศเรา คืออยู่ในยุคที่ทางยุโรปแสวงหาอาณานิคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทความคิดความรู้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสงวนประเทศไทยไว้มิให้ตกเป็นอาณานิคมของชาติมหาอำนาจเหมือนชาติอื่นๆที่อยู่รอบด้าน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีวิจารณญาณเห็นว่าล้านนา พม่า และอาณาจักรไทยของเรา ๓ ชาติ ในตอนนั้นต้องต่อสู้กับศัตรูภายนอก นี่ก็คือแก่นของเรื่อง หนึ่งฟ้าดินเดียว และผู้เขียนก็ได้นำเหตุการณ์ช่วงนั้นมาเป็นโครงสร้างใหญ่ แล้วถักทอร้อยเรียงเรื่องราวออกมาได้อย่างงดงาม โดยไม่ได้มาสอนประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมล้านนาแก่เรา หรือแม้แต่วัฒนธรรมพม่าก็ไม่ได้สอน แต่ กฤษณา อโศกสิน เธอจะมีวิธีเขียนให้เรารู้สึกเองว่าเหตุใดพม่าและล้านนาจึงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น และไทยควรจะทำอย่างไร คนทางเหนือควรจะทำตัวอย่างไร ในที่สุดศิลปะในการเขียนของ กฤษณา อโศกสิน ก็มาจบลงว่า ทุกอาณาจักรตรงนั้นได้มารวมเป็นประเทศไทย การเขียนเรื่องนี้ของ กฤษณา อโศกสิน ไม่มีอะไรที่จะกระทบกระเทือนสัมพันธภาพ ซึ่งการเขียนแบบนี้ต้องยอมรับว่าเขียนยากเหลือเกิน อ่านแล้วก็มีแต่ความปลาบปลื้ม และรู้สึกซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
๓. กลุ่มหนังสือกวีนิพนธ์
รางวัลดีเด่น คือ ความต่างของสรรพสิ่ง โดย ธัญญา ธัญญามาศ
คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ประธานการตัดสินกลุ่มหนังสือกวีนิพนธ์แสดงความเห็นว่า
กวีนิพนธ์ เป็นงานที่ยาก แต่เราก็ต้องสืบทอดไว้เป็นเอกลักษณ์ของชาติด้วย เพราะฉะนั้น คณะกรรมการฯ ล้วนตัดสินอย่างรอบคอบ สำหรับกวีนิพนธ์ดีเด่นเรื่องความต่างของสรรพสิ่ง เรามีความเห็นว่ากวีผู้แต่งได้เลือกใช้ถ้อยคำที่คมคายมาก มีค่าของเสียง และค่าของความหมายชัดเจน การพิจารณากวีนิพนธ์ ค่าของเสียงและค่าของความหมายมีความสำคัญมาก แล้วก็จะเป็นสิ่งที่ส่งไปสู่คุณลักษณะของวรรณศิลป์ หากปราศจากค่าของเสียงและค่าของความหมายแล้ว ผลงานกวีนิพนธ์นั้นก็จะด้อยลงไป ค่าของเสียงก็คือเมื่อเปล่งเสียงออกมาแล้วเกิดความไพเราะ และค่าของความหมายนั้นด้วยเหตุว่ากวีนิพนธ์จะบรรจุถ้อยคำได้น้อย ทุกคำจึงต้องมีความหมาย และสื่อสารได้ตรงตามที่ผู้ประพันธ์ต้องการจะสื่อ
กวีนิพนธ์ เรื่อง ความต่างของสรรพสิ่ง ที่ผู้ประพันธ์ คือ ธัญญา ธัญญามาศ เมื่อมีค่าของเสียงและค่าของความหมายชัดเจน ทำให้กวีนิพนธ์เล่มนี้มีลีลาที่น่าสนใจ เรื่องที่นำเสนอก็ให้แง่คิด มีมุมมองในการดำเนินชีวิต ชี้ให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆของการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน พร้อมกันนั้นก็ไม่ได้ชี้ข้อบกพร่องหรืออุปสรรคของสังคม แต่เสนอถึงทางออกได้อย่างนุ่มนวล สมเหตุสมผล ดังนั้น คณะกรรมการฯจึงมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่ากวีนิพนธ์ เรื่อง ความต่างของสรรพสิ่ง ของ ธัญญา ธัญญามาศ เป็นกวีนิพนธ์ที่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ และอำนวยประโยชน์ในการดำรงชีวิตแก่ผู้อ่าน สมควรได้รับรางวัลกวีนิพนธ์ดีเด่น ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๔๗
๔. กลุ่มหนังสือรวมเรื่องสั้น
รางวัลดีเด่น ได้แก่เรื่อง เรื่องเล่าของคนบันทึกเรื่องเล่าที่นักเล่าเรื่องคนหนึ่งเล่าให้ฟัง โดย ศิริวร แก้วกาญจน์ รางวัลชมเชย มี ๓ รางวัล ได้แก่เรื่อง ต้นไม้ประหลาด ของ อุเทน พรมแดง เรื่อง รถไฟชั้นห้า ของ กานติ ณ ศรัทธา และเรื่อง อิสระนอกระนาบ ของ สมภพ นิลกำแหง
๕. กลุ่มหนังสือสำหรับเด็กเริ่มหัดอ่าน อายุ ๓-๕ ปี
รางวัลดีเด่น ไม่มีผู้ได้รับรางวัล รางวัลชมเชย ได้แก่ ของขวัญหัศจรรย์จากภูต โดย พัณณิดา ภูมิวัฒน์ โตมาเป็นเจ้าปลายักษ์ โดย รัศมี เบื่อขุนทด และ หมูน้อยขี้หวง โดย ปิติพร วทาทิยาภรณ์
๖. กลุ่มหนังสือสำหรับเด็กอายุ ๖-๑๑ ปี
ประเภทบันเทิงคดี รางวัลดีเด่น ไม่มีผู้ได้รับรางวัล รางวัลชมเชย คือ แมวขี้กลัวกับแม่มดตัวเล็ก ของ สุดไผท เมืองไทย
ประเภทสาคดี ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
๗. กลุ่มหนังสือสำหรับเด็กวัยรุ่น อายุ ๑๒-๑๘ ปี
ประเภทบันเทิงคดี รางวัลดีเด่น ไม่มีผู้ใดรับรางวัล รางวัลชมเชย ได้แก่เรื่อง สวัสดี...ข้างถนน โดย ชมัยภร แสงกระจ่าง และเรื่อง ย่ำสวนป่า โดย รัศมี เบื่อขุนทด
ประเภทสาคดี รางวัลดีเด่น ไม่มีผู้ได้รับรางวัล รางวัลชมเชย ได้แก่ บ้านเล็ก สวนใหญ่ คุณยายที่รัก ของ กริ่มกมล มหัทธนวิศัลย์ และ สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก ของ มานพ ถนอมศรี
ประเภทคำประพันธ์ รางวัลดีเด่น ไม่มีผู้ได้รับรางวัล รางวัลชมเชย คือ ทางแยกที่แตกต่าง โดย วันรวี รุ่งแสง
๘. กลุ่มหนังสือการ์ตูน
ไม่มีผู้ได้รับรางวัล
๙. กลุ่มหนังสือสวยงาม
ประเภทสวยงามทั่วไป รางวัลดีเด่น ได้แก่ หนังสือชุดแผนที่ความรู้เมืองไทย (๖ เล่ม) ของ ศิริศักดิ์ คุ้มรักษ์และคณะ รางวัลชมเชย มี ๓ รางวัล ได้แก่ พระพุทธรูป มรดกล้ำค่าของเมืองไทย เล่ม ๒ ของ ทศพล จังพานิชย์กุล วัดปรมัยยิกาวาส ของ น.ณ ปากน้ำ และหนังสือ ห่อด้วยรัก
ประเภทสวยงามสำหรับเด็ก รางวัลดีเด่น คือเรื่อง หิ่งห้อย โดย น้านกฮูก รางวัลชมเชย คือเรื่อง กิจกรรมวันสนุก (๔ เล่ม) โดย กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์แฮปปี้คิดส์ เรื่อง เทา-เทา จากดาวขมุกขมัว โดย สุริยัน สุดศรีวงศ์ และเรื่อง เรื่องเล่ารื่นเริงของความสุข...จากทุกมุมโลก โดย เทียนสิน
สำหรับผู้ชนะการประกวดหนังสือดีเด่นในทุกกลุ่ม จะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งตรงกับวันที่เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๒ ณ ห้องบอลลูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์