สัมภาษณ์  
ชนัญชิตา เจริญศิริ
โดย  สารภี
ฉบับที่ 2779 ปีที่  54 ประจำวัน  อังคาร ที่  22 มกราคม  2551

ดาวพราวแสง


ชนัญชิตา เจริญศิริ

หากให้ทายว่าสาวสวยคนนี้ทำงานอะไร? เชื่อว่าคงไม่มีใครคิดไปถึงว่าเธอจะเป็นผู้พิพากษา แต่ว่านั่นแหละคือคำตอบของ "ดาวพราวแสง" ประจำฉบับนี้
         ชนัญชิตา เจริญศิริ หรือกุ้ง แม้จะเป็นบุตรีคนเดียวของ วัลลภ เจริญศิริ และ พนอ เจริญศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (บริหาร) การประปานครหลวง หากแต่ชีวิตวัยเด็กของกุ้งกลับไม่เงียบเหงา เพราะทั้งคุณพ่อ คุณแม่ต่างช่วยกันดูแลลูกสาวคนนี้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังไปทำกิจกรรมต่างๆแบบไปไหนไปกันทั้งครอบครัวอยู่ตลอด ตั้งแต่เรียนเปียโน ซอสามสาย รำไทย เต้นลีลาศ ขี่ม้า และเทนนิส นอกจากนั้นสมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนจิตรลดา กุ้งยังได้เป็นนักร้องประสานเสียงและเชียร์ลีดเดอร์เพิ่มเข้ามาอีก แต่ด้วยความที่คุณพ่อมาจากครอบครัวทหาร ทั้งคุณปู่ (พลตรีประยูร เจริญศิริ) และคุณลุง คุณอา (พลเอก เกรียงไกร เจริญศิริ พลเอก ชัยนันท์ เจริญศิริ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม) ก็เป็นทหารกันหมด คุณพ่อจึงเน้นที่จะปลูกฝังให้กุ้งมีระเบียบวินัย เข้มแข็ง อดทน และมีความรับผิดชอบ ทำให้ผลการเรียนของกุ้งอยู่ในระดับดีมาโดยตลอด
         หลังจากสอบเทียบได้ กุ้งเลือกสอบเอ็นทร้านซ์เข้าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเธอให้เหตุผลว่า เป็นเพราะตอนเด็กๆรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนรักความยุติธรรม ไม่ชอบความไม่ถูกต้อง ประกอบกับมีญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายคุณแม่เป็นอดีตประธานศาลฎีกา ซึ่งกุ้งรู้สึกชื่นชมในความสามารถและยกให้ท่านเป็นต้นแบบที่อยากจะดำเนินรอยตาม ดังนั้น เธอจึงไม่ลังเลเลยที่จะก้าวเข้ามาในเส้นทางสายนี้
         หลังเรียนจบโดยคว้าเกียรตินิยมอันดับ ๒ มาด้วย กุ้งได้ใช้เวลาทุ่มเทให้กับการสอบเนติบัณฑิตไทยและสามารถสอบผ่านได้ภายใน ๑ ปี เนื่องจากขณะนั้นเธอตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะต้องเป็นผู้พิพากษาให้ได้ แต่เพราะยังพอมีเวลา กุ้งจึงไปทำงานหาประสบการณ์ด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่ออีกปี จากนั้นถึงจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนต่อปริญญาโท ๒ ปริญญา คือ ปริญญาโทด้านกฎหมายทั่วไป ที่ Indiana University,Bloomington และด้านกฎหมายหลักทรัพย์ ที่ University of Illinois at Urbana-Champaign
          ตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนจบภายใน ๒ ปี กุ้งก็เดินทางกลับมาเพื่อที่จะสอบผู้พิพากษา แต่ในระหว่างที่รอเธอยังสู้อุตส่าห์ไปทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมายอีกรอบ ครั้นเปิดสอบแล้ว กุ้งไม่รอช้าไปสอบแข่งขันและสอบได้ในการสอบครั้งแรก ในขณะที่มีอายุเพียง ๒๖ ปีเท่านั้น ปัจจุบันนี้กุ้งเป็นผู้พิพากษาประจำศาล ช่วยราชการที่ศาลจังหวัดพระโขนง และในไม่ช้าก็จะได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเป็นลำดับถัดไป
ถามถึงวันที่ขึ้นนั่งบัลลังก์ครั้งแรกเมื่อครั้งที่ยังเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา กุ้งบอกว่า คนอื่นอาจจะคิดว่าต้องตื่นเต้น ซึ่งนั่นก็ใช่ส่วนหนึ่ง แต่ความรู้สึกจริงๆคงเป็นความภาคภูมิใจที่ในที่สุดเธอก็สามารถเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางตามที่ตั้งใจไว้แล้วมากกว่า และในฐานะผู้พิพากษา กุ้งย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องวางตัวเป็นกลางอยู่เสมอ และต้องระลึกอยู่ทุกขณะว่าเป็นการทำงานในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น ในการพิจารณาสำนวนคดีจึงยิ่งต้องใช้ความละเอียดรอบคอบอย่างมาก และต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อที่จะอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างแท้จริง
          อย่างไรก็ดี ด้วยภาระความรับผิดชอบที่หนักเช่นนี้ บางครั้งก็มีผลทำให้กุ้งเกิดอาการเครียดได้ไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะในคดีอาญา ทั้งนี้ก็เพราะต้องการให้แน่ใจว่าคำตัดสินของเธอเป็นไปอย่างถูกต้องและบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด แต่หลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว กุ้งก็เลือกที่จะใช้เวลาว่างไปกับการพักผ่อนให้เต็มที่ โดยอาจจะไปดูหนังฟังเพลงที่ชอบเพื่อคลายความเครียดและเตรียมตัวให้พร้อมกับการทำงานในวันต่อๆไป...
          ลงว่าใจรักแล้ว เหนื่อยและหนักแค่ไหน เธอคนนี้ก็สู้อยู่แล้ว
"สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้พิพากษาคือ ต้องวางตัวเป็นกลางอยู่เสมอค่ะ ยิ่งเราทำงานในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นงานที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยแล้ว การพิจารณาสำนวนยิ่งต้องตั้งใจและใช้ความละเอียดรอบคอบอย่างมาก"

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th