ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา สักวาออกตัวเรื่องอิเหนา ตอนบวงสรวง เวลาแดดร่มลมตกเย็นวันเสาร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๐ สโมสรสยามวรรณศิลป์ได้รับเกียรติจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากรให้ไปแสดงสักวาออกตัวร่วมกับกรมศิลปากรในการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนเฉกเช่นหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีนี้เป็นปีที่ ๕๔ ครั้งที่ ๓๔ พร้อมด้วยวงดนตรีไทย-นักร้องและนาฏศิลปินของกรมศิลปากรซึ่งเชี่ยวชาญด้านเหล่านี้อยู่แล้ว นักสักวาจากสโมสรวรรณศิลป์มี คุณประยอม ซองทอง (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี๒๕๔๘) ทำหน้าที่นายกสโมสรฯเหมือนเดิม ร่วมด้วยสมาชิกสโมสรฯหน้าตาคุ้นๆคือ คุณประสพโชค เย็นแข(นักกลอนและอดีตนักจัดรายการกลอนทางวิทยุผู้อาวุโส) ผศ.มะเนาะ ยูเด็น (อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ๔ สมัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) อาจารย์อำพล สุวรรณธาดา (อดีตอาจารย์ภาษาไทย มหาวิทยาลัยฮันคุก เกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยรังสิต) และคุณอดุล จันทรศักดิ์(อดีตผอ.กองวินัยของสำนักงานข้าราชการพลเรือน-ก.พ. และหัวหน้าคณะในตุลาการศาลปกครองในปัจจุบัน) ฝ่ายหญิงก็มี รศ.วันเนาว์ ยูเด็น (อดีตอาจารย์ภาษาไทย (ดีเด่น) ซึ่งสอนวิชาภาษาไทยมาจนเกษียณ และเดินทางมาไกลจากปัตตานี สำนักเดียวกันกับอาจารย์มะเนาะ) คุณนิภา ทองถาวร(หนึ่งในสี่มือทองของวรรณศิลป์ธรรมศาสตร์ยุคเฟื่องฟู ผู้ที่ "อิงอร"ให้ฉายาว่า "บุษบาท่าพระจันทร์" ) ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง(จากสำนักเทวาลัย อดีตผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์) รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา(อดีตอาจารย์ภาษาไทยและผู้ช่วยอธิการบดีมหาสุโขทัยธรรมาธิราช) และ ผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร (อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้จบปริญญาตรี-โท-เอกจากสำนักเทวาลัย ซึ่งถือว่าเป็นน้องเล็กของพี่ๆนักสักวาในสโมสรฯ) ปีนี้รู้สึกว่ามีผู้ชมผู้ฟังน้อยกว่าทุกๆปีที่มักจะมีแม่ยกนั่งเต็มสนามหญ้าข้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาจเป็นเพราะคนเกรงขบวนการต่างๆที่ประกาศว่าจะรวมตัวที่ท้องสนามหลวงก็ไม่ทราบ แต่การแสดงทุกอย่างคงสนุกไม่แพ้ปีก่อนๆ สังเกตได้จากการตอบรับด้วยเสียงหัวเราะและปรบมือของผู้ชมผู้ฟัง ไม่ขาดระยะ การแสดงที่เรียกว่า "สักวาออกตัว" นั้น ท่านผู้อ่านสกุลไทยพึงนึกภาพตามไปด้วยว่า หลังจากนักสักวาว่ากลอนสักวาจบบทลงแล้ว นักร้องเริ่มร้องตามบทที่นักสักวาเพิ่งส่งให้ แล้วฝ่ายนาฏศิลปินก็ออกมารำทำท่าตามบทที่แล้วแต่นักสักวาจะออกไปแนวไหน ยกเว้นบทไหว้ครู เกริ่นชวน เกริ่นรับ และแจกตัวที่ไม่ต้องรำ หลังจากโต้โผคนหน้าเดิมแนะนำนักสักวาและแนะนำนักร้องนักดนตรีจนครบ และคุณหญิงอรฉัตรช่วยแนะนำนาฏศิลปินที่จะแสดงบทบาทต่างๆให้ทราบแล้ว จากนั้นก็เริ่มการบอกสักวาด้วยบทไหว้ครู ตามขนบธรรมเนียมการบอกสักวา ไหว้ครู -.มะเนาะ ยูเด็น (เพลงครอบจักรวาล ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวาบังคมบรมบาท / บวรราชพระผู้ครองเจ้าของสถาน / ทุติยะสยามินทร์ศิลปาจารย์ / พระราชทานอิเหนาเกลานิพนธ์ / พระอาญาครานี้มิพ้นเกล้า / หากอิเหนาวันนี้จะปี้ป่น / เพราะนักกลอนสุกดิบทั้งสิบคน(ฮา) / ร่วมกันด้นสักวาเฮฮาเอย (ปรบมือ) ตามมาด้วยเกริ่นชายตามขนบสักวาเช่นกัน เกริ่นชวน -ประสพโชค เย็นแข (เพลงตะลุ่มโปงชั้นเดียว กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาพบสาวดรุณรุ่นแรกแย้ม(ฮา) / ล้วนโฉมแฉล้มแถมชราห้าสมร(ฮา) / ขอเชิญชวนคุณยายคุณย่ามาร่ายสุนทร / ช่วยบอกกลอนส่งดนตรีอย่ารีรอ / เราเคยร่วมสักวามาหลายครั้ง / เดี๋ยวนี้ยังมีไฟอยู่ไหมหนอ / แม่ดอกไม้ใกล้ฝั่งทั้งห้ากอ (ฮา) / เชิญมาต่อเพลงกวีให้ทีเอย (ปรบมือ) เมื่อเอาไม้ไปแหย่แม่เสือ (ไม่สาวคือ ๒ คุณย่า ๑ คุณยาย และ ๑ คุณน้า) แม่เสือก็เลยข่วนเบาๆเข้าให้ว่า เกริ่นรับ - วันเนาว์ ยูเด็น (เพลงแขกต่อยหม้อ สุกัญญา กุลวราภรณ์ ขับร้อง) สักวามาปะวีรบุรุษ(ฮา) / เก่งที่สุดเป็นนายหลายสาขา / ทั้งนักรบนักรักนักสักวา/วีรชนเรียงหน้ามาท้าทาย / เราทั้งห้าย่ายายก็ยายเที่ยง(ฮา) / ขิงแก่เยี่ยงนี้เด็ดเผ็ดใจหาย / เชิญซิคะจะไม่ห้ามตามสบาย / วาดลวดลายออกมาอย่าช้าเอย(ปรบมือ) สำเนียงกลอนออกจะมีนัยน่าคิดอยู่ไม่น้อยเลยละ ตามมาด้วยการแจกตัว ๒ บท ว่าใครจะบอกสักวาในบทของตัวละครตัวใด แจกตัว - อำพล สุวรรณธาดา (ขับเสภา โดย กำจรเดช สดแสงจันทร์) สักวาขอให้ว่าเรื่องอิเหนา / ตอนขึ้นเขาวิลิศมาหรา / มะเนาะมาไกลให้เล่นเป็นจรกา / อดุลว่าบทอิเหนาเข้าท่าดี / ประยอมจับบทดาหาราชาเฒ่า / มีวันเนาว์เคียงใกล้เป็นประไหมสุหรี / บุษบาย่อมญาดาอารัมภีร/ มะเดหวีวานนิภาช่วยว่าเอย สักวาแจกต่อไปรวยไม่เสร็จ / มอบบทเด็ดยุบลค่อมแก่คุณหญิง/ ประสพโชคประสันตาว่าสมจริง / สี่แม่มิ่งพี่เลี้ยงซ่านภาลัย/ เหลือสุหรานากงอำพลว่า / รำใช้บทด้วยดาราหน้าเก่าใหม่ / วงดนตรีศิลปากรรับกลอนไป / ขับกล่อมให้ท่านผู้ชมสุขสมเอย (ปรบมือ) อาจารย์อำพลต้องแจกตัวสองบทเหมือนเดิม เพราะนักสักวามีถึง ๑๐ คน และ คุณกำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับเสภาด้วยสำเนียงไพเราะเพราะพริ้ง ขับได้ชัดถ้อยชัดคำ ลีลาละม้ายแม้น ครูแจ้ง คล้ายสีทอง (ศิลปินแห่งชาติที่คนดูคนฟังคุ้นเคยมานานปี แม้เกษียณอายุราชการไปหลายปีแล้ว เว้นแต่ได้รับเชิญมาพิเศษเป็นบางคราว) จากนั้นจึงเริ่มเรื่องอิเหนา ตอนบวงสรวง ดังนี้ ดาหา - ประยอม ซองทอง (เพลงกาเรียนทอง กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาท้าวดาหาธิดาสวย / ที่ร่ำรวยไม่เล่นหวยไม่ซุกหุ้น / ในชีวิตคิดแต่สร้างทิศทางบุญ / เพราะนำหนุนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง / เหตุลูกสาวขาวสวย-หมวย-เซ็ (ฮา ) / จึงเกิดมีศึกใหญ่ไม่อาจเลี่ยง / หลานอิเหนาเขาช่วยสู้กู้วังเวียง / เชิญรับเลี้ยงไปใช้บนบนเขาเอย(ปรบมือ) ตอนนี้ คุณคมสัณฐ์ หัวเมืองลาดผู้รับบทท้าวดาหาก็รำออกมาพร้อมด้วย ประไหมสุหรี(คุณตวงฤดี ถาพรภาสี) มะเดหวี(คุณ.................................) บุษบา(คุณมณีรัตน์ บุญชู) พร้อมข้าราชบริพารขบวนใหญ่ (นักศึกษาฝึกงาน) รำออกมานั่งบนแท่นที่ประทับ ในท้องพระโรงว่าราชการเมืองดาหา จากนั้นจึงตามมาด้วยบทของประไหมสุหรีซึ่งน้อยใจหลานรักอิเหนาอยู่มาก จึงประชดประชันว่า ประไหมสุหรี - วันเนาว์ ยูเด็น (เพลงสะมารัง นิษา ถนอมรูป ขับร้อง) สักวาประไหมสุหรีเบอร์ที่หนึ่ง (ฮา) / ไม่หวงหึงมะเดหวีเบอร์ที่สอง(ฮาดังขึ้น)/ทะเบียนซ้อนซ่อนมีสี่ห้ากอง (ฮาดัง)/เป็นสิทธิ์ของเขาเห็นเป็นธรรมดา / เสร็จรักษาความมั่นคงทรงหน้าที่ / ในวันนี้หลานคงพลันกลับหมันหยา / เราเห็นใจไม่ขัดหรอกนัดดา /บุษบาลาพี่อีกทีเอย (ปรบมือ) บทนี้คุณนิษาขับร้องเพลงออกสำเนียงแขก ทำให้บรรยากาศเหมาะสมมาก อิเหนาที่ทำท่าใจร้อนอยากรีบกลับไปหาจินตะหราที่หมันหยา พอเห็นความงามสุดสวยของบุษบา คู่หมั้นเก่าที่ออกมาไหว้ ก็ให้ตะลึง รีบกลับคำแก้เกี้ยวเสียใหม่ว่า อิเหนา - อดุล จันทรศักดิ์ (เพลงขอมกล่อมลูกชั้นเดียว กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวากราบทูลองค์ประไหมสุหรี / หลานไม่มีกำหนดการกลับหมันหยา / แต่ไม่ทูลที่ร่ำไรไม่ยอมลา / ด้วยหลงรักบุษบาซึ่งแย้มบาน / เพลารักก็อยากได้อยู่ใกล้ชิด/ เหมือนเติมเต็มชีวิตให้ชื่นหวาน / ลอบสบตาสาวน้อยอยู่นิ่งนาน / ขอไปงานใช้บนด้วยคนเอย (ปรบมือ) วันนี้คุณอดุลออกกลอนหวาน คุณฤทธิเทพ เถาว์หิรัญพระเอก (ยอดนิยมอีกคนหนึ่ง) ของกรมศิลป์ออกมารำตามบท เรียกความสนใจจากแม่ยกและผู้ชมอย่างมาก เลยเข้าทางมะเดหวีที่พร้อมให้ความสนับสนุนหลานชายอยู่แล้ว มะเดหวี - นิภา ทองถาวร (เพลงกะดีรี ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวาดีใจไม่มีม็อบ(ฮา) / เข้าห้างช็อปยังหวาดระเบิดเกิดโรคหลอน / สันติสุขยากจะหวังแม้นั่งนอน / โลกยิ่งร้อนคนยิ่งรุดรุมจุดไฟ / พระจะไปใช้บนบนภูเขา / แสนสงสารอิเหนาเจ้าหม่นไหม้ / ทั้งตรากตรำกรำศึกระทึกใจ / ทูลขอให้ตามเสด็จเมตตาเอย(ปรบมือ) คุณ.......................................ผู้รับบทมะเดหวีออกจะเข้าข้างอิเหนาอยู่มาก ไม่ออกหมั่นไส้อย่างประไหมสุหรีซึ่งเป็นพระมารดาของบุษบา เลยเข้าทางสุหรานากงน้องเลี้ยงของอิเหนา ซึ่งรีบสรุปเข้าข้างฝ่ายตนว่า สุหรานากง - อำพล สุวรรณธาดา (เพลงแขกไทร ๒ ชั้น กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาแบบว่าสุหรานากง (ฮา) / เชื้อพระวงศ์ท้าวสิงหัดส่าหรี / เคลื่อนรถถังเข้าดาหาร่วมราวี / เพื่อเสรีรังสรรค์มั่นกมล(ฮา) / ชนะศึกชวนบรรดาผู้มาทัพ / โดยเสด็จเป็นไม้ประดับตามเหตุผล / อ้างราชการบังหน้าหลบตาคน / ไปใช้บน ณ "เทวารัญ" ด้วยกันเอย (ปรบมือ) บทสุหรานากงรับบทโดย คุณหัสดินทร์ ปานประสิทธิ์ ส่วนจรกา (ซึ่งรับบทรำโดยคุณธนะพัชร์ ขาวรุ่งเรืองเป็นผู้มีร่างกายใหญ่โตสมกับบทนี้มาก) ยกทัพมาหวังช่วยสู้ศึก แม้มาช้าไปเมื่ออิเหนาเผด็จศึกเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อไม่ไห้ตกขบวน จึงขอโดยสารตามเสด็จไปใช้บนด้วย จรกา - มะเนาะ ยูเด็น (เพลงเทพทอง กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาจรกาโหราช่วย / *"นัดตะลี"นี่พอสวยสู้แฟนฉัน(ฮา) / ร่วมว่านเครือเหลือเท่วงศ์เทวัญ / เหมือนส้ม "ซันคิส"ใหญ่หล่นใส่มือ(ฮา) / เมื่อศึกติดดาหาให้มาปราบ /อิเหนากราบศึกหายสบายบรื๋อ / เลี้ยงนักรบวีรชนไว้ปรนปรือ /ใครไม่หือเขยป๋าดาหาเอย (ปรบมือ) (* นาตาลี เกลโบว่า นางงามจักรวาล ซึ่งกำลังโด่งดังในตอนนั้น เพราะข่าวกำลังจะแถลงข่าวหมั้นกับนักเทนนิสขวัญใจชาวไทย ภราดร ศรีชาพันธุ์) ฝ่ายประสันตา(ผู้รำคือ คุณสมรักษ์ นาคปลื้ม) พี่เลี้ยงของอิเหนา รีบเอ่ยตีกันท่าจรกาไปทันทีว่า ประสันตา- ประสพโชค เย็นแข (เพลงสาลิกาแก้ว กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาประสันตารู้กลเม็ด / จรกาตามเสด็จท้าวดาหา / ด้วยเหลิงใจใฝ่สูงมุ่งดอกฟ้า / หวังบุษบาจะร่วมพงศ์วงศ์เทวัญ / ไม่มองตัวต่ำชั้นขั้นระตู / รักบุษบามาเป็นคู่ตุนาหงัน / กาสมสู่คู่หงส์ต่างพงศ์พันธุ์ / สมานฉันท์คงจะยากลำบากเอย (ปรบมือ) ด้านนางบุษบาให้ลำบากใจ ยากจะวางตนจึงปรารภกับพี่เลี้ยงว่า บุษบา- ญาดา อารัมภีร (เพลงแขกอะหวัง สุกัญญา กุลวราภรณ์ ขับร้อง) สักวาสายสมรอ้อนพี่เลี้ยง / น้องคิดจะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบ / คู่หมายเก่าใหม่ไปกันครบ / ไม่อยากพบชิงชังทั้งสองชาย / ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มรุ่มร้อน / นั่งนอนระทมทุกข์สุขสลาย / ขบวนไปใช้บนคนมากมาย / เหนื่อยหน่ายญาติล้นหลามตามไปเอย (ปรบมือ) ตอนนี้ คุณมณีรัตน์ บุญชู ผู้รับบทบุษบาออกมาร่ายรำตามบทไปด้วยลีลาอ่อนช้อยงดงาม ทำเอาคนชมจ้องแทบไม่หายใจ พอรำจบ เสียงปรบมืออื้ออึง ยิ่งพิธีกรประกาศว่า ตอนนี้ขอให้ผู้ชมหายใจหายคอเต็มที่ได้แล้ว เพราะเมื่อสักครู่ อย่าว่าแต่อิเหนาจะจ้องไม่วางตาตามเรื่องเท่านั้น แม้คนชมก็จ้องดูบุษบาจนตาค้างลืมหายใจกันทั้งนั้น เรียกเสียงฮาได้อีกครั้ง คราวนี้เป็นหน้าที่สี่พี่เลี้ยง(ซึ่งรับบทรำโดยนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัย)ต้องปลอบ เพราะเกรงพระทัยท้าวดาหา สี่พี่เลี้ยง - นภาลัย สุวรรณธาดา (เพลงเขมรกำปอ ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวามารศรีสี่พี่เลี้ยง / ค่อยกล่อมเกลี้ยงบุษบาอย่าหมองศรี / เราจะไปใช้บนกุศลดี / คงไม่มีใครกล้ามาลวนลาม / เราเคลื่อนทัพปรับย้ายนายตำรวจ / ทั้งเข้มงวดพวกเกียร์ว่างต่างเกรงขาม(ฮา) / ถึงมีม็อบเหล่าอมิตรมาติดตาม / จตุคามห้อยคอไว้ปลอดภัยเอย (ฮา-ปรบมือ) อุตส่าห์ทำหน้าที่ปลอบบุษบา แต่พี่เลี้ยงทั้งสี่ (ผู้ซ่าตามบทแจกตัว) ก็อดแวะเวียนไปถึงเหตุการณ์บ้านเมืองด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ บทนี้คุณดวงเนตรออกตัวว่านึกเพลงสำเนียงแขกไม่ทัน ขอใช้เขมรกำปอเพราะเข้าบรรยากาศของกลอนดี นอกจากนั้นนางยุบลค่อมก็พลอยดีใจที่จะได้ตามเสด็จงานบวงสรวงคราวนี้ด้วย ยุบลค่อม - อรฉัตร ซองทอง (เพลงแขกฮินดู ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวานางยุบลคนหลังค่อม / ทั้งกำนัลแวดล้อมอยู่พร้อมหน้า / แสนดีใจได้ตามเสด็จพระธิดา / เตรียมเสื้อผ้าข้าวของต้องฤทัย / เลือกโสร่งบรรจงรับพับชายพก / เสื้อไร้สายเกาะอกไม่ตกสมัย(ฮา) / ถึงรูปร่างพิการพิกลเป็นพ้นไป / แต่น้ำใจจงรักภักดีเอย (ปรบมือ) คุณพรทิพย์ ทองคำแต่ง เป็นนางยุบลค่อมออกมารำตามบทและทำนองเพลงสำเนียงแขกได้น่าดู ต่อจากนั้นดนตรีทำเพลงให้นาฏศิลปินเข้าโรงไป เป็นอันจบฉากแรกเรื่องเตรียมการไปทำพิธีบวงสรวงเทวดาบนเขาวิลิศมาหรา คงต้องให้ท่านผู้อ่านรออ่านตอนต่อไปคือตอนทำพิธีบวงสรวง (หรือใช้บน) คราวหน้า
เวลาแดดร่มลมตกเย็นวันเสาร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๐ สโมสรสยามวรรณศิลป์ได้รับเกียรติจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากรให้ไปแสดงสักวาออกตัวร่วมกับกรมศิลปากรในการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนเฉกเช่นหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีนี้เป็นปีที่ ๕๔ ครั้งที่ ๓๔ พร้อมด้วยวงดนตรีไทย-นักร้องและนาฏศิลปินของกรมศิลปากรซึ่งเชี่ยวชาญด้านเหล่านี้อยู่แล้ว นักสักวาจากสโมสรวรรณศิลป์มี คุณประยอม ซองทอง (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี๒๕๔๘) ทำหน้าที่นายกสโมสรฯเหมือนเดิม ร่วมด้วยสมาชิกสโมสรฯหน้าตาคุ้นๆคือ คุณประสพโชค เย็นแข(นักกลอนและอดีตนักจัดรายการกลอนทางวิทยุผู้อาวุโส) ผศ.มะเนาะ ยูเด็น (อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ๔ สมัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) อาจารย์อำพล สุวรรณธาดา (อดีตอาจารย์ภาษาไทย มหาวิทยาลัยฮันคุก เกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยรังสิต) และคุณอดุล จันทรศักดิ์(อดีตผอ.กองวินัยของสำนักงานข้าราชการพลเรือน-ก.พ. และหัวหน้าคณะในตุลาการศาลปกครองในปัจจุบัน) ฝ่ายหญิงก็มี รศ.วันเนาว์ ยูเด็น (อดีตอาจารย์ภาษาไทย (ดีเด่น) ซึ่งสอนวิชาภาษาไทยมาจนเกษียณ และเดินทางมาไกลจากปัตตานี สำนักเดียวกันกับอาจารย์มะเนาะ) คุณนิภา ทองถาวร(หนึ่งในสี่มือทองของวรรณศิลป์ธรรมศาสตร์ยุคเฟื่องฟู ผู้ที่ "อิงอร"ให้ฉายาว่า "บุษบาท่าพระจันทร์" ) ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง(จากสำนักเทวาลัย อดีตผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์) รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา(อดีตอาจารย์ภาษาไทยและผู้ช่วยอธิการบดีมหาสุโขทัยธรรมาธิราช) และ ผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร (อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้จบปริญญาตรี-โท-เอกจากสำนักเทวาลัย ซึ่งถือว่าเป็นน้องเล็กของพี่ๆนักสักวาในสโมสรฯ) ปีนี้รู้สึกว่ามีผู้ชมผู้ฟังน้อยกว่าทุกๆปีที่มักจะมีแม่ยกนั่งเต็มสนามหญ้าข้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาจเป็นเพราะคนเกรงขบวนการต่างๆที่ประกาศว่าจะรวมตัวที่ท้องสนามหลวงก็ไม่ทราบ แต่การแสดงทุกอย่างคงสนุกไม่แพ้ปีก่อนๆ สังเกตได้จากการตอบรับด้วยเสียงหัวเราะและปรบมือของผู้ชมผู้ฟัง ไม่ขาดระยะ การแสดงที่เรียกว่า "สักวาออกตัว" นั้น ท่านผู้อ่านสกุลไทยพึงนึกภาพตามไปด้วยว่า หลังจากนักสักวาว่ากลอนสักวาจบบทลงแล้ว นักร้องเริ่มร้องตามบทที่นักสักวาเพิ่งส่งให้ แล้วฝ่ายนาฏศิลปินก็ออกมารำทำท่าตามบทที่แล้วแต่นักสักวาจะออกไปแนวไหน ยกเว้นบทไหว้ครู เกริ่นชวน เกริ่นรับ และแจกตัวที่ไม่ต้องรำ หลังจากโต้โผคนหน้าเดิมแนะนำนักสักวาและแนะนำนักร้องนักดนตรีจนครบ และคุณหญิงอรฉัตรช่วยแนะนำนาฏศิลปินที่จะแสดงบทบาทต่างๆให้ทราบแล้ว จากนั้นก็เริ่มการบอกสักวาด้วยบทไหว้ครู ตามขนบธรรมเนียมการบอกสักวา ไหว้ครู -.มะเนาะ ยูเด็น (เพลงครอบจักรวาล ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวาบังคมบรมบาท / บวรราชพระผู้ครองเจ้าของสถาน / ทุติยะสยามินทร์ศิลปาจารย์ / พระราชทานอิเหนาเกลานิพนธ์ / พระอาญาครานี้มิพ้นเกล้า / หากอิเหนาวันนี้จะปี้ป่น / เพราะนักกลอนสุกดิบทั้งสิบคน(ฮา) / ร่วมกันด้นสักวาเฮฮาเอย (ปรบมือ) ตามมาด้วยเกริ่นชายตามขนบสักวาเช่นกัน เกริ่นชวน -ประสพโชค เย็นแข (เพลงตะลุ่มโปงชั้นเดียว กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาพบสาวดรุณรุ่นแรกแย้ม(ฮา) / ล้วนโฉมแฉล้มแถมชราห้าสมร(ฮา) / ขอเชิญชวนคุณยายคุณย่ามาร่ายสุนทร / ช่วยบอกกลอนส่งดนตรีอย่ารีรอ / เราเคยร่วมสักวามาหลายครั้ง / เดี๋ยวนี้ยังมีไฟอยู่ไหมหนอ / แม่ดอกไม้ใกล้ฝั่งทั้งห้ากอ (ฮา) / เชิญมาต่อเพลงกวีให้ทีเอย (ปรบมือ) เมื่อเอาไม้ไปแหย่แม่เสือ (ไม่สาวคือ ๒ คุณย่า ๑ คุณยาย และ ๑ คุณน้า) แม่เสือก็เลยข่วนเบาๆเข้าให้ว่า เกริ่นรับ - วันเนาว์ ยูเด็น (เพลงแขกต่อยหม้อ สุกัญญา กุลวราภรณ์ ขับร้อง) สักวามาปะวีรบุรุษ(ฮา) / เก่งที่สุดเป็นนายหลายสาขา / ทั้งนักรบนักรักนักสักวา/วีรชนเรียงหน้ามาท้าทาย / เราทั้งห้าย่ายายก็ยายเที่ยง(ฮา) / ขิงแก่เยี่ยงนี้เด็ดเผ็ดใจหาย / เชิญซิคะจะไม่ห้ามตามสบาย / วาดลวดลายออกมาอย่าช้าเอย(ปรบมือ) สำเนียงกลอนออกจะมีนัยน่าคิดอยู่ไม่น้อยเลยละ ตามมาด้วยการแจกตัว ๒ บท ว่าใครจะบอกสักวาในบทของตัวละครตัวใด แจกตัว - อำพล สุวรรณธาดา (ขับเสภา โดย กำจรเดช สดแสงจันทร์) สักวาขอให้ว่าเรื่องอิเหนา / ตอนขึ้นเขาวิลิศมาหรา / มะเนาะมาไกลให้เล่นเป็นจรกา / อดุลว่าบทอิเหนาเข้าท่าดี / ประยอมจับบทดาหาราชาเฒ่า / มีวันเนาว์เคียงใกล้เป็นประไหมสุหรี / บุษบาย่อมญาดาอารัมภีร/ มะเดหวีวานนิภาช่วยว่าเอย สักวาแจกต่อไปรวยไม่เสร็จ / มอบบทเด็ดยุบลค่อมแก่คุณหญิง/ ประสพโชคประสันตาว่าสมจริง / สี่แม่มิ่งพี่เลี้ยงซ่านภาลัย/ เหลือสุหรานากงอำพลว่า / รำใช้บทด้วยดาราหน้าเก่าใหม่ / วงดนตรีศิลปากรรับกลอนไป / ขับกล่อมให้ท่านผู้ชมสุขสมเอย (ปรบมือ) อาจารย์อำพลต้องแจกตัวสองบทเหมือนเดิม เพราะนักสักวามีถึง ๑๐ คน และ คุณกำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับเสภาด้วยสำเนียงไพเราะเพราะพริ้ง ขับได้ชัดถ้อยชัดคำ ลีลาละม้ายแม้น ครูแจ้ง คล้ายสีทอง (ศิลปินแห่งชาติที่คนดูคนฟังคุ้นเคยมานานปี แม้เกษียณอายุราชการไปหลายปีแล้ว เว้นแต่ได้รับเชิญมาพิเศษเป็นบางคราว) จากนั้นจึงเริ่มเรื่องอิเหนา ตอนบวงสรวง ดังนี้ ดาหา - ประยอม ซองทอง (เพลงกาเรียนทอง กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาท้าวดาหาธิดาสวย / ที่ร่ำรวยไม่เล่นหวยไม่ซุกหุ้น / ในชีวิตคิดแต่สร้างทิศทางบุญ / เพราะนำหนุนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง / เหตุลูกสาวขาวสวย-หมวย-เซ็ (ฮา ) / จึงเกิดมีศึกใหญ่ไม่อาจเลี่ยง / หลานอิเหนาเขาช่วยสู้กู้วังเวียง / เชิญรับเลี้ยงไปใช้บนบนเขาเอย(ปรบมือ) ตอนนี้ คุณคมสัณฐ์ หัวเมืองลาดผู้รับบทท้าวดาหาก็รำออกมาพร้อมด้วย ประไหมสุหรี(คุณตวงฤดี ถาพรภาสี) มะเดหวี(คุณ.................................) บุษบา(คุณมณีรัตน์ บุญชู) พร้อมข้าราชบริพารขบวนใหญ่ (นักศึกษาฝึกงาน) รำออกมานั่งบนแท่นที่ประทับ ในท้องพระโรงว่าราชการเมืองดาหา จากนั้นจึงตามมาด้วยบทของประไหมสุหรีซึ่งน้อยใจหลานรักอิเหนาอยู่มาก จึงประชดประชันว่า ประไหมสุหรี - วันเนาว์ ยูเด็น (เพลงสะมารัง นิษา ถนอมรูป ขับร้อง) สักวาประไหมสุหรีเบอร์ที่หนึ่ง (ฮา) / ไม่หวงหึงมะเดหวีเบอร์ที่สอง(ฮาดังขึ้น)/ทะเบียนซ้อนซ่อนมีสี่ห้ากอง (ฮาดัง)/เป็นสิทธิ์ของเขาเห็นเป็นธรรมดา / เสร็จรักษาความมั่นคงทรงหน้าที่ / ในวันนี้หลานคงพลันกลับหมันหยา / เราเห็นใจไม่ขัดหรอกนัดดา /บุษบาลาพี่อีกทีเอย (ปรบมือ) บทนี้คุณนิษาขับร้องเพลงออกสำเนียงแขก ทำให้บรรยากาศเหมาะสมมาก อิเหนาที่ทำท่าใจร้อนอยากรีบกลับไปหาจินตะหราที่หมันหยา พอเห็นความงามสุดสวยของบุษบา คู่หมั้นเก่าที่ออกมาไหว้ ก็ให้ตะลึง รีบกลับคำแก้เกี้ยวเสียใหม่ว่า อิเหนา - อดุล จันทรศักดิ์ (เพลงขอมกล่อมลูกชั้นเดียว กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวากราบทูลองค์ประไหมสุหรี / หลานไม่มีกำหนดการกลับหมันหยา / แต่ไม่ทูลที่ร่ำไรไม่ยอมลา / ด้วยหลงรักบุษบาซึ่งแย้มบาน / เพลารักก็อยากได้อยู่ใกล้ชิด/ เหมือนเติมเต็มชีวิตให้ชื่นหวาน / ลอบสบตาสาวน้อยอยู่นิ่งนาน / ขอไปงานใช้บนด้วยคนเอย (ปรบมือ) วันนี้คุณอดุลออกกลอนหวาน คุณฤทธิเทพ เถาว์หิรัญพระเอก (ยอดนิยมอีกคนหนึ่ง) ของกรมศิลป์ออกมารำตามบท เรียกความสนใจจากแม่ยกและผู้ชมอย่างมาก เลยเข้าทางมะเดหวีที่พร้อมให้ความสนับสนุนหลานชายอยู่แล้ว มะเดหวี - นิภา ทองถาวร (เพลงกะดีรี ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวาดีใจไม่มีม็อบ(ฮา) / เข้าห้างช็อปยังหวาดระเบิดเกิดโรคหลอน / สันติสุขยากจะหวังแม้นั่งนอน / โลกยิ่งร้อนคนยิ่งรุดรุมจุดไฟ / พระจะไปใช้บนบนภูเขา / แสนสงสารอิเหนาเจ้าหม่นไหม้ / ทั้งตรากตรำกรำศึกระทึกใจ / ทูลขอให้ตามเสด็จเมตตาเอย(ปรบมือ) คุณ.......................................ผู้รับบทมะเดหวีออกจะเข้าข้างอิเหนาอยู่มาก ไม่ออกหมั่นไส้อย่างประไหมสุหรีซึ่งเป็นพระมารดาของบุษบา เลยเข้าทางสุหรานากงน้องเลี้ยงของอิเหนา ซึ่งรีบสรุปเข้าข้างฝ่ายตนว่า สุหรานากง - อำพล สุวรรณธาดา (เพลงแขกไทร ๒ ชั้น กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาแบบว่าสุหรานากง (ฮา) / เชื้อพระวงศ์ท้าวสิงหัดส่าหรี / เคลื่อนรถถังเข้าดาหาร่วมราวี / เพื่อเสรีรังสรรค์มั่นกมล(ฮา) / ชนะศึกชวนบรรดาผู้มาทัพ / โดยเสด็จเป็นไม้ประดับตามเหตุผล / อ้างราชการบังหน้าหลบตาคน / ไปใช้บน ณ "เทวารัญ" ด้วยกันเอย (ปรบมือ) บทสุหรานากงรับบทโดย คุณหัสดินทร์ ปานประสิทธิ์ ส่วนจรกา (ซึ่งรับบทรำโดยคุณธนะพัชร์ ขาวรุ่งเรืองเป็นผู้มีร่างกายใหญ่โตสมกับบทนี้มาก) ยกทัพมาหวังช่วยสู้ศึก แม้มาช้าไปเมื่ออิเหนาเผด็จศึกเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อไม่ไห้ตกขบวน จึงขอโดยสารตามเสด็จไปใช้บนด้วย จรกา - มะเนาะ ยูเด็น (เพลงเทพทอง กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาจรกาโหราช่วย / *"นัดตะลี"นี่พอสวยสู้แฟนฉัน(ฮา) / ร่วมว่านเครือเหลือเท่วงศ์เทวัญ / เหมือนส้ม "ซันคิส"ใหญ่หล่นใส่มือ(ฮา) / เมื่อศึกติดดาหาให้มาปราบ /อิเหนากราบศึกหายสบายบรื๋อ / เลี้ยงนักรบวีรชนไว้ปรนปรือ /ใครไม่หือเขยป๋าดาหาเอย (ปรบมือ) (* นาตาลี เกลโบว่า นางงามจักรวาล ซึ่งกำลังโด่งดังในตอนนั้น เพราะข่าวกำลังจะแถลงข่าวหมั้นกับนักเทนนิสขวัญใจชาวไทย ภราดร ศรีชาพันธุ์) ฝ่ายประสันตา(ผู้รำคือ คุณสมรักษ์ นาคปลื้ม) พี่เลี้ยงของอิเหนา รีบเอ่ยตีกันท่าจรกาไปทันทีว่า ประสันตา- ประสพโชค เย็นแข (เพลงสาลิกาแก้ว กำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับร้อง) สักวาประสันตารู้กลเม็ด / จรกาตามเสด็จท้าวดาหา / ด้วยเหลิงใจใฝ่สูงมุ่งดอกฟ้า / หวังบุษบาจะร่วมพงศ์วงศ์เทวัญ / ไม่มองตัวต่ำชั้นขั้นระตู / รักบุษบามาเป็นคู่ตุนาหงัน / กาสมสู่คู่หงส์ต่างพงศ์พันธุ์ / สมานฉันท์คงจะยากลำบากเอย (ปรบมือ) ด้านนางบุษบาให้ลำบากใจ ยากจะวางตนจึงปรารภกับพี่เลี้ยงว่า บุษบา- ญาดา อารัมภีร (เพลงแขกอะหวัง สุกัญญา กุลวราภรณ์ ขับร้อง) สักวาสายสมรอ้อนพี่เลี้ยง / น้องคิดจะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบ / คู่หมายเก่าใหม่ไปกันครบ / ไม่อยากพบชิงชังทั้งสองชาย / ยิ่งคิดยิ่งกลุ้มรุ่มร้อน / นั่งนอนระทมทุกข์สุขสลาย / ขบวนไปใช้บนคนมากมาย / เหนื่อยหน่ายญาติล้นหลามตามไปเอย (ปรบมือ) ตอนนี้ คุณมณีรัตน์ บุญชู ผู้รับบทบุษบาออกมาร่ายรำตามบทไปด้วยลีลาอ่อนช้อยงดงาม ทำเอาคนชมจ้องแทบไม่หายใจ พอรำจบ เสียงปรบมืออื้ออึง ยิ่งพิธีกรประกาศว่า ตอนนี้ขอให้ผู้ชมหายใจหายคอเต็มที่ได้แล้ว เพราะเมื่อสักครู่ อย่าว่าแต่อิเหนาจะจ้องไม่วางตาตามเรื่องเท่านั้น แม้คนชมก็จ้องดูบุษบาจนตาค้างลืมหายใจกันทั้งนั้น เรียกเสียงฮาได้อีกครั้ง คราวนี้เป็นหน้าที่สี่พี่เลี้ยง(ซึ่งรับบทรำโดยนักศึกษาฝึกงานจากวิทยาลัย)ต้องปลอบ เพราะเกรงพระทัยท้าวดาหา สี่พี่เลี้ยง - นภาลัย สุวรรณธาดา (เพลงเขมรกำปอ ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวามารศรีสี่พี่เลี้ยง / ค่อยกล่อมเกลี้ยงบุษบาอย่าหมองศรี / เราจะไปใช้บนกุศลดี / คงไม่มีใครกล้ามาลวนลาม / เราเคลื่อนทัพปรับย้ายนายตำรวจ / ทั้งเข้มงวดพวกเกียร์ว่างต่างเกรงขาม(ฮา) / ถึงมีม็อบเหล่าอมิตรมาติดตาม / จตุคามห้อยคอไว้ปลอดภัยเอย (ฮา-ปรบมือ) อุตส่าห์ทำหน้าที่ปลอบบุษบา แต่พี่เลี้ยงทั้งสี่ (ผู้ซ่าตามบทแจกตัว) ก็อดแวะเวียนไปถึงเหตุการณ์บ้านเมืองด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ บทนี้คุณดวงเนตรออกตัวว่านึกเพลงสำเนียงแขกไม่ทัน ขอใช้เขมรกำปอเพราะเข้าบรรยากาศของกลอนดี นอกจากนั้นนางยุบลค่อมก็พลอยดีใจที่จะได้ตามเสด็จงานบวงสรวงคราวนี้ด้วย ยุบลค่อม - อรฉัตร ซองทอง (เพลงแขกฮินดู ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้อง) สักวานางยุบลคนหลังค่อม / ทั้งกำนัลแวดล้อมอยู่พร้อมหน้า / แสนดีใจได้ตามเสด็จพระธิดา / เตรียมเสื้อผ้าข้าวของต้องฤทัย / เลือกโสร่งบรรจงรับพับชายพก / เสื้อไร้สายเกาะอกไม่ตกสมัย(ฮา) / ถึงรูปร่างพิการพิกลเป็นพ้นไป / แต่น้ำใจจงรักภักดีเอย (ปรบมือ) คุณพรทิพย์ ทองคำแต่ง เป็นนางยุบลค่อมออกมารำตามบทและทำนองเพลงสำเนียงแขกได้น่าดู ต่อจากนั้นดนตรีทำเพลงให้นาฏศิลปินเข้าโรงไป เป็นอันจบฉากแรกเรื่องเตรียมการไปทำพิธีบวงสรวงเทวดาบนเขาวิลิศมาหรา คงต้องให้ท่านผู้อ่านรออ่านตอนต่อไปคือตอนทำพิธีบวงสรวง (หรือใช้บน) คราวหน้า
บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ Webmaster@aksornsobhon.co.th