บทความ-สารคดี  
คำลงท้ายในคำกราบบังคมทูลหรือถวายชัยมงคล
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2743 ปีที่  53 ประจำวัน  อังคาร ที่  22 พฤษภาคม  2550

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
คำลงท้ายในคำกราบบังคมทูลหรือถวายชัยมงคล

"เห่ถึงหนังสือ" พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
(กาพย์ยานี ๑๑)
          "อ่านอ่านรำคาญฮือ แบบหนังสือสมัยใหม่
อย่างเราไม่เข้าใจ ภาษาไทยเขาไม่เขียน
           ภาษาสมัยใหม่ ของถูกใจพวกนักเรียน
อ่านนักชักวิงเวียน เขาช่างเพียรเสียจริงจัง
           แบบเก๋เขวภาษา สมมติว่าแบบฝรั่ง
อ่านเบื่อเหลือกำลัง ฟังไม่ได้คลื่นไส้เหลือ
           อ่านไปไม่ได้เรื่อง ชักชวนคือเรื่องน่าเบื่อ
แต่งกันแสนฟั่นเฝือ อย่างภาษาบ้าน้ำลาย
            โอ้ว่าภาษาไทย ช่างกระไรจวนฉิบหาย
คนไทยไพล่กลับกลาย เป็นโซ้ดบ้าน่าบัดสี..."

ถึงวาระสำคัญที่เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ หรือคล้ายวันประสูติ วันที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ในอดีต ฯลฯ ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือจะบ่นให้ "สุดสงวน" ฟังด้วยความหงุดหงิดเสมอว่า ทำไมบุคคลจากหน่วยงานต่างๆหรือองค์กรต่างๆที่มาแสดงความจงรักภักดีก็ดี หรือสื่อมวลชนไม่ว่าวิทยุหรือโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ก็ดี มักมีการใช้ถ้อยคำที่ไม่ค่อยเหมาะหรือไม่สมควรให้พบเห็นได้ยินได้ฟังอยู่เสมอๆ ใครจะเป็นผู้ควบคุม แนะนำ กำกับ หรือดูแลเรื่องเหล่านี้ให้ถูกต้องได้
         ผู้เขียนก็ไม่อาจตอบได้ว่าใครจะเป็นผู้มีหน้าที่โดยตรง นอกจากผู้ทำสื่อเอง ผู้ดูแลการผลิตสื่อ บรรณาธิการหรือหัวหน้างานของสื่อนั้นๆ สำนักงานเอกลักษณ์ของชาติ ราชบัณฑิตยสถาน กระทรวงศึกษาธิการที่มีหน้าที่สอนให้รู้ กระทรวงวัฒนธรรมที่มีหน้าที่ดูแลงานวัฒนธรรมของชาติให้เหมาะสม ถูกต้อง ดีงาม สำนักนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ดูแลการบริโภคและการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ผู้มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่ดูแลสื่อและการพิมพ์การโฆษณา ให้เหมาะสม-ถูกต้อง ฯลฯ
         หรือเพราะว่าหน่วยงานหรือองค์กรที่กล่าวมา ต่างก็ถือว่าไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของหน่วยงานตน เลยไม่มีใครเอาใจใส่ดูแล พูดอย่างชาวบ้านก็ว่า ธุระไม่ใช่ ภาษาไทยไม่ใช่ของเราคนเดียว...มีคนอื่นดูแลอยู่แล้ว? (หรืออย่างที่ยุครัฐบาลที่ผ่านมามักใช้ว่า ไม่มี "เจ้าภาพ")
แม้แต่หน่วยงานที่โฆษณาปาวๆว่า "ปีนี้เป็นปีภาษาไทยเฉลิมพระเกียรติ" ก็ยังแสดงการใช้ภาษาไทยผิดๆและปล่อยข้อความไม่สมควรเป็นประจำเหมือนไม่มีคนกำกับดูแลฉะนั้น
         ที่เห็นประจำคือกรมประชาสัมพันธ์และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นของรัฐที่มักประกาศโฆษณารณรงค์เรื่องการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องอยู่เป็นประจำ และเป็นหน่วยงานโดยตรงที่ควรเป็นผู้แนะนำคนอื่นและเป็นตัวอย่างการใช้ภาษาไทยที่ดี
          มี ๒ หน่วยงาน ที่ต้องขออภัยที่ขอออกชื่อ (ถ้าจะไม่พอใจก็ขอให้ไม่พอใจผู้เขียน อย่าโกรธสกุลไทยเป็นอันขาด) เพื่อใครจะได้บอกให้แก้ไขให้ถูกต้อง นั่นคือการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งมักจะมีบทกลอนที่ผิดฉันทลักษณ์ให้เห็นเสมอๆ (เช่น สัมผัสไม่ถูกต้อง คำที่ผสมสระเสียงสั้นสัมผัสคำที่ผสมสระเสียงยาว หรือไม่มีสัมผัสระหว่างบท ฯลฯ) โดยเฉพาะชอบเขียนโคลงสี่ (ไม่) สุภาพ ที่นอกจากไม่ระมัดระวังเรื่องเอกเจ็ดโทสี่แล้ว ยังวางรูปแบบไม่ถูกต้องให้เห็นเป็นประจำ แสดงว่าไม่เข้าใจการแต่งคำประพันธ์นั้นๆจริงจัง
         ขออภัยซ้ำอีกครั้งที่ไม่ได้ยกตัวอย่างที่ผิดๆ (ที่ "สุดสงวน" เคยตัดเก็บไว้ แต่แล้วก็ยังไม่ได้เขียนถึงและชี้แจงที่ผิด จนกระทั่งพ้นเทศกาลไปแล้ว ข้อความที่ตัดเก็บนั้นก็หายไป)
         แต่ฉบับนี้จะยกตัวอย่างการไม่ระมัดระวัง การใช้ถ้อยคำราชาศัพท์ของการเขียนคำถวายชัยมงคลเกี่ยวกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และต้องขออภัยที่ต้องเอ่ยชื่อนิตยสาร "คนมีสี" รายปักษ์วิจารณ์ (คำว่า "คน" ใช้ ค-คน ซึ่งเป็นอักษรภาษาไทยไม่ใช้แล้ว ในคอมพิวเตอร์ก็เลยไม่มี โดยที่อักษร "ค-คน" ผู้เขียนเข้าใจว่า โบราณไม่ได้ใช้อักษรตัวนี้ในคำว่า "คน" หากใช้ในคำว่า "คอ" ที่เป็นความหมายว่า เป็นส่วนเชื่อมระหว่างอวัยวะ เช่น ศีรษะกับอก หรือระหว่างของสองสิ่ง คอสะพาน ฯลฯ) ทั้งๆที่นิตยสารนั้นมีคนที่รักใคร่ชอบพอกันเป็นผู้ดำเนินการอยู่หลายคน หวังว่าความหวังดีนี้จะไม่ทำให้โกรธเคืองกัน
         ก่อนอื่นขอเรียนว่า ผู้เขียนชอบข้อเขียนหลากหลายชิ้นในนิตยสารฉบับนั้น (ฉบับ "ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๔๔ ปักษ์แรกเมษายน ๒๕๕๐) ส่วนที่ทักท้วงนี้ เป็นความปรารถนาดีของผู้ที่เคยได้พบเห็นการใช้ราชาศัพท์มาบ้าง ก็แล้วกัน
         ข้อที่ผู้เขียน "คิดว่า" น่าจะไม่เป็นไปตามนั้นคือ คำลงท้ายในการถวายชัยมงคลทุกแห่งที่ใช้ในนิตยสารฉบับนั้นคือ "ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ" (พิมพ์ติดกันเป็นประโยคเดียวกันไป) ซึ่งเท่าที่ "สุดสงวน" ได้รับการสั่งสอนและเคยได้ศึกษาเล่าเรียนมา ท่านให้ใช้เป็นคำลงท้ายในคำกราบบังคมทูล หรือคำถวายชัยมงคล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
         ตามโบราณราชประเพณีนั้น สมเด็จพระบรมราชินีหรือพระราชินีโดยทั่วไป ก็ไม่ได้ใช้ "ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ" คงใช้ "ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม" แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีนั้น ทั้งสองพระองค์เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทรงเป็นผู้รักษาราชการแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแล้ว คือสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี" ทรงรักษาราชการเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงพระผนวชที่วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำพู ในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๙ หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงสถาปนาเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ส่วนสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีทรงรักษาราชการเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสต่างประเทศตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๓ เพื่อกระชับสัมพันธไมตรี ทั้งสองพระองค์จึงทรงใช้คำลงท้ายได้เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
         และคำว่า "ขอเดชะ" นั้น ต้องเขียนหรือกล่าว (ในเวลากราบบังคมทูล) เว้นวรรคจากคำว่า "ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม" เล็กน้อย ไม่ได้เขียนติดกันเป็นพืดไปหรือพูดติดต่อกันไปเป็นประโยคเดียวกัน
         ส่วนคำลงท้ายในคำกราบทูลหรือลงท้ายคำถวายชัยมงคล แด่สมเด็จพระยุพราช (คือสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) นั้น ตามระเบียบกำหนดให้ใช้ว่า "ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม"
         นอกจากนั้นที่เห็นแปลกกว่าแห่งอื่นในนิตยสารฉบับดังกล่าวอีกแห่งหนึ่ง คือบท "อาศิรวาทราชสดุดี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยท่านที่ปรึกษาคณะผู้จัดทำนิตยสารดังกล่าว ท่านกลับลงท้ายว่า "ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม" ซึ่งตามระเบียบให้ใช้กับพระบรมราชวงศ์ที่เป็นเจ้าฟ้า
        "ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด" ใช้กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
        "แล้วแต่จะโปรด" ใช้สำหรับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า และหม่อมเจ้า
         "สุดสงวน" ขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า ที่ทักท้วงนี้มิใช่ว่าที่กล่าวมานี้ถูกต้องเสมอไป ผู้เขียนอาจเข้าใจผิดก็ได้ หากผู้เขียนเข้าใจผิดหรือจดจำมาผิด ท่านผู้รู้จะกรุณาบอกกล่าว ทักท้วงมาก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้รับการทักท้วงและแก้ไข เป็นการช่วยกันรักษาและจรรโลงภาษาไทยให้ถูกต้องดีงามคงอยู่คู่ชาติสืบไป และการที่ออกชื่อนิตยสารนั้นหรือคลื่นหรือรายการวิทยุและโทรทัศน์ก็เช่นกัน ก็เพื่อยืนยันที่มาของข้อมูล
         ถ้าความเห็นของผู้เขียนถูกต้อง ท่านที่อ่านมาพบเข้าจะได้นำไปบอกกล่าวต่อๆกันไป เพื่อให้แหล่งข้อมูลที่ผู้เขียนเห็นว่าผิดนั้น จะได้แก้ไขให้ถูกต้องในโอกาสต่อไป เพราะหลายครั้งที่เขียนทักท้วงไปโดยไม่เอ่ยถึงที่มาของข้อมูลที่เห็นว่าผิด แต่เอ่ยลอยๆไม่บอกที่มา เพื่อน "ยามภาษา" ก็ย้ำว่า ผู้ที่ใช้ผิดๆนั้น เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ทักไปนั้นเป็นการทักเขา
         แม้แต่ที่เราเอ่ยนามแหล่งที่มาชัดเจน บางทีเขายังไม่ได้อ่านด้วยซ้ำ คนอ่านอื่นๆที่พบเข้า อาจช่วย "บอกต่อ" ให้ นี่คือความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ไม่มีอะไรแอบแฝงจริงแท้แน่นอน

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th