ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
ไกลปืนเที่ยง ไก่นา เชย คนหลังเขา ตกข่าว ไม่อินเทรน |
ไกลปืนเที่ยง เป็นสำนวน หมายความว่า อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงจึงไม่รู้เรื่องราวข่าวสารใดๆที่เกิดในเมืองหลวง เช่น เธออยู่ไกลปืนเที่ยงหรือจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับบ้านเมืองเราบ้าง ในสมัยที่ยังไม่มีนาฬิกาบอกเวลาใช้กันแพร่หลาย มีการบอกเวลาด้วยการตีกลอง เช่น ในเวลาเช้าเวลาเย็น ในช่วงต้นสมัยรัตนโกสินทร์มีการยิงปืนในเวลาเที่ยงวัน ศูนย์กลางการปกครอง ศูนย์กลางความเจริญย่อมอยู่ที่เมืองหลวง การยิงปืนบอกเวลาก็กระทำกันในเมืองหลวง เสียงปืนบอกเวลาก็จะดังอยู่แต่ในเมืองหลวง คนที่อยู่ในเมืองหลวงจึงมีโอกาสดีกว่าคนที่อยู่ไกลเมืองหลวงหรือไกลเสียงปืนเที่ยง จึงเกิดเป็นสำนวนเปรียบเทียบคนที่อยู่ไกลปืนเที่ยงว่า ห่างไกลความเจริญ ไม่รู้เรื่องราวอะไร ไม่รู้ข่าวสารหรือกิจการใดๆ การยิงปืนเที่ยงเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ ๔ มาเป็นการเปิดหวูดสัญญาณที่กรมอู่ทหารเรือ ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ต้องการเสียงหวูดเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้ราษฎรทราบว่ามีเครื่องบินข้าศึกเข้ามาเพื่อทิ้งระเบิด ราษฎรต้องหนีเข้าหลบภัยในหลุมหลบภัย การใช้หวูดบอกเวลาจึงเลิกไป หลังสงครามกรมอู่ทหารเรือใช้หวูดเป็นสัญญาณบอกเวลาให้คนงานเข้าทำงานเวลา ๐๘.๐๐ น. และเลิกงานเวลา ๑๗.๐๐ น.
ไก่นา หมายความว่า คนเปิ่น คนโง่เซ่อ ไม่รู้เรื่องที่ใครๆก็รู้กันแล้ว เช่น นายนี่ไก่นาแท้ๆเลย วันนี้เขางดเรียนไปฟังเทศน์หลวงตากัน นายขนหนังสือมาทำไม คำว่า ไก่ มักใช้เป็นคำเปรียบคนที่มีลักษณะด้อยในเรื่องต่างๆ ถ้าใช้ว่า ไก่อ่อน จะหมายถึง คนที่ยังเยาว์วัย ไม่มีความสามารถ ไม่มีฝีมือ อ่อนหัด ยังไม่ชำนาญ เช่น โธ่เอ๊ย โดนหมัดแค่ ๒ ที ก็วิ่งหนีเสียแล้ว ไก่อ่อนเหลือเกิน เรายังไก่อ่อนนัก อย่าไปหาญแข่งกับคนเจนเวทีอย่างเขาเลย ถ้าใช้ว่า ไก่แจ้ จะหมายถึง คนเจ้าชู้ มักใช้เป็นคำซ้อนว่า เจ้าชู้ไก่แจ้ ส่วน ไก่หลง ไก่ตาฟาง หมายถึง หญิงที่พลัดบ้านหรือเดินทางไปคนเดียวในที่ที่ไม่คุ้น หญิงที่หลงทางไปจึงมักจะถูกหลอกไปทำมิดีมิร้าย ไก่รองบ่อน หมายถึง ตัวสำรอง หรือคนที่เป็นลูกน้องหรืออยู่ในสังกัด ที่พร้อมจะทำตามคำสั่งลูกพี่ เช่น ฉันไม่ใช่ไก่รองบ่อนนะ เธอจีบลูกสาวนายไม่ได้แล้วจะมาจีบฉันแทนน่ะไม่สำเร็จหรอก
เชย เป็นคำกริยา หมายความว่า เร่อร่า เด๋อด๋า เปิ่น เช่น เขามาจากบ้านนอกที่ไหนจึงแต่งตัวสุดเชย ไม่รู้หรือว่างานอย่างนี้ควรจะแต่งตัวอย่างไร นอกจากการแต่งตัว เชย ใช้กับการปฏิบัติตนที่ไม่ถูกกาลเทศะ ก็ได้ เช่น เธอนี่เชยจริงๆ เอาของที่พระใช้ไม่ได้มาทำบุญ ยายคนนี้นอกจากจะแต่งตัวเชยอย่างกับมาจากยุคพระเจ้าเหาแล้ว ยังพูดอะไรเชยไม่ทันสมัยเสียเลย คำว่า เชย เดิม หมายความว่า ช้อนขึ้นอย่างทะนุถนอม เช่น เขาเชยคางเธอขึ้นด้วยความรัก เชยชม หมายความว่า เล้าโลมกอดจูบด้วยความรัก คำว่า เชย กลายความหมายมาเป็น เปิ่น เด๋อด๋า เนื่องจากนักประพันธ์คนหนึ่งที่ใช้นามปากกาว่า ป.อินทรปาลิต ได้แต่งนวนิยายชุดสามเกลอ และให้ตัวละครตัวหนึ่งในเรื่อง ชื่อ นายเชย พัชราภรณ์ เป็นคนมาจากต่างจังหวัด และมีบทบาทเป็นตัวตลก พูดเปิ่นๆทำเปิ่นๆอยู่เสมอ คำว่า เชย หรือลุงเชย จึงมีความหมายว่า เปิ่น เพิ่มขึ้นมา
คนหลังเขา หมายความว่า คนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร คนโง่เซ่อ เพราะอยู่ไกลถึงหลังเขาแต่โบราณ คนที่อยู่ป่าอยู่เขามักจะไม่ได้รับข่าวสาร ไม่รู้เรื่องความเป็นไปของบ้านเมือง ไม่ได้รับความรู้ทางวิทยาการหรือเทคโนโลยีใดๆ ไม่ทราบความก้าวหน้าของโลก ก็เป็นคนที่ล้าหลังไม่ทันคนอยู่แล้ว ถ้าอยู่หลังเขาก็ยิ่งไกลออกไปอีก ความไม่รู้ ไม่ทันคน ไม่ทันความก้าวหน้าของโลกก็ยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ
ตกข่าว หมายถึง ไม่ทันข่าว ไม่รู้เรื่องที่เป็นข่าว เช่น อ้าว! ดาราคนโปรดของฉันแต่งงานกับหนุ่มไฮโซฯเสียแล้วหรือ เขาเลิกกับแฟนเก่าเมื่อไรฉันตกข่าว ไม่รู้เรื่องเลย ในสมัยที่คนชอบติดตามข้อมูลข่าวสาร ติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศและในต่างประเทศ คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวจะกลายเป็นคนไม่ทันสมัย เพราะอาจจะฟังคำพูดของคนอื่นไม่เข้าใจ หากคนเหล่านั้นพูดถึงเรื่องที่เป็นข่าวกัน แต่ตนตกข่าว ก็อาจจะร่วมสนทนาด้วยไม่ได้ เพราะต่อเรื่องไม่ติดหรือตามส่วนสำคัญของเรื่องไม่ได้ เช่น มีข่าวคนจับแมวไปเรียกค่าไถ่ คนที่ตกข่าวอาจจะไม่รู้สึกขำ หากมีคนมาพูดว่า แมวคุณสวยดี ผมจะจับไปเรียกค่าไถ่ละนะ ส่วนคนที่ไม่ตกข่าว คนที่จับแมวไปเรียกค่าไถ ก็จะเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องล้อกัน และอาจรู้สึกขำได้
ไม่อินด์เทรน หมายความว่า ไม่อยู่ในสมัยนิยม คำนี้มาจากคำภาษาอังกฤษ trend แปลว่า แนวโน้ม การเปลี่ยนแปลงหรือสถานการณ์ที่คนส่วนมากนิยม มักเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการที่เกิดแก่การแต่งกาย แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เป็นต้น คนที่มีลักษณะ อินด์เทรน คือคนที่ทำตนตามสมัย ตามแฟชั่นอย่างใกล้ชิด หรืออยู่ในแนวของแฟชั่น คนที่ไม่อินด์เทรนจึงหมายถึงคนที่ไม่ตามแฟชั่น เช่น เธอนี่ไม่อินด์เทรนเสียเลยไปทำสีผมเสียบ้างซิ