ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
เคล็ด
หมายถึง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่เชื่อกันว่า เป็นวิธีปัดหรือขจัดเหตุร้ายหรือสิ่งที่ไม่ต้องการที่จะเกิดขึ้นหรือจะมีมา ใช้ว่า ถือเคล็ด เป็นเคล็ด เอาเคล็ด อาจถือว่าเป็นการป้องกันภัยอย่างหนึ่งด้วย เช่น บางคนถือเคล็ดว่าจะออกจากบ้านต้องก้าวขาขวาก่อนเอาเคล็ดว่าจะประสบแต่สิ่งที่ดีและแคล้วคลาดจากภัยพิบัติทั้งปวง บางคนถือเคล็ดว่าต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันออกก่อนแล้วจึงไปตามทางที่ต้องการไปได้ หากต้นไม้ใหญ่ เช่น ขนุน ชมพู่ มะม่วงไม่ออกลูก ให้เอามีดไปสับให้รอบต้น เป็นเคล็ดให้ต้นไม้ออกลูก หากเกิดจันทรุปราคา หรือสุริยุปราคา หญิงที่มีครรภ์ต้องเอาเข็มกลัดกลัดชายผ้านุ่งไว้ เป็นเคล็ดมิฉะนั้นลูกที่เกิดมาจะปากแหว่ง เมื่อผู้หญิงมีประจำเดือนครั้งแรก ให้ถัดลงบันได ๓ ขั้น เป็นเคล็ดว่าต่อไปก็จะมีประจำเดือนครั้งละ ๓ วัน ไม่นานกว่านั้น
ลาง
หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เชื่อกันว่าจะบอกเหตุดีหรือเหตุร้าย เช่น ผึ้งมาทำรังทางทิศตะวันออกของอาคาร ก็เชื่อกันว่าเป็นลางดีจะทำให้มีลาภ หรือได้รับสิ่งที่ดีๆ แต่โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงคำว่า ลาง มักจะมุ่งสู่ลางร้ายลางไม่ดีมากกว่าลางดี เช่น เมื่อผู้ใดผู้หนึ่งจะไปในที่มีอันตราย หากมีใครพูดว่าไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับมา อาจมีอันเป็นไปอย่างไร หรือพบกันเป็นครั้งสุดท้าย ก็จะกล่าวว่าคำพูดนั้นเป็นการพูดเป็นลาง
ลางที่ถือกันว่าเป็นลางร้ายมีหลายอย่าง เช่น แมงมุมตีอกเป็นลางว่าจะเกิดเหตุร้าย มีอุบัติเหตุ หรือเกิดการสูญเสีย เป็นต้น จิ้งจกทักขึ้นตอนที่จะออกจากบ้านก็เป็นลางว่าจะเกิดเหตุไม่ดี จึงไม่ควรออกจากบ้านไป ยิ่งถ้าจิ้งจกตกมาตายต่อหน้าก็ยิ่งเชื่อว่าเป็นลางสังหรณ์จะทำให้เกิดเหตุร้ายมากๆ
คำว่า ลาง มักใช้ควบกับคำอื่น เป็นคำซ้อน เช่น โชคลาง หมายถึง สิ่งที่นำผลมาให้โดยมิได้คาดหมาย ซึ่งอาจเป็นสิ่งดีที่เป็นโชค หรือสิ่งไม่ดีที่เป็นลางก็ได้ เช่น คนที่เชื่อโชคลางมักจะเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตนเอง เราควรเป็นคนที่มีเหตุผลไม่ควรเชื่อโชคเชื่อลาง ลางสังหรณ์ หมายถึง ลางที่ดลใจทำให้เชื่อว่าอาจจะเกิดเหตุดีหรือเหตุร้าย สิ่งที่เกิดนั้นมักจะเป็นสังหรณ์ให้รู้สึกว่าจะเกิดเหตุร้าย
ถือ
หมายความว่า เชื่อมั่นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นมงคล หรือเป็นอัปมงคล ในวิถีชีวิตของคนไทยมีความเชื่อกันโดยทั่วไปในเรื่องของมงคลและอัปมงคล เช่น ถือว่าศีรษะเป็นของสูง เท้าเป็นของต่ำ เราจึงไม่ให้ใครจับศีรษะ ไม่ลอดใต้ถุนบ้าน ไม่ลอดใต้ราวผ้านุ่ง เวลานอนต้องหันศีรษะไปทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออก เป็นต้น ส่วนเท้าซึ่งถือเป็นของต่ำ ก็จะไม่ใช้เท้าทำสิ่งที่ควรใช้มือ เช่น ไม่ใช้เท้าเปิดประตู ไม่ใช้เท้าชี้หรือเตะสิ่งที่ขวางทางให้พ้นทาง เป็นต้น
การปลูกบ้านสร้างเรือน ก็ถือว่าบันไดต้องมีจำนวนเป็นเลขคี่ เพราะบันไดคู่เป็นบันไดผี
ภาษาเป็นสิ่งที่ถือกันมากที่สุด เช่น การปลูกต้นไม้ การตั้งชื่อ การจัดงานพิธีต่างๆมักจะมีภาษาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เช่น การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านจะปลูกต้นไม้ที่มีชื่อดี เช่น ปลูกมะยม เพราะคำว่า ยม ทำให้นึกถึงคำว่า นิยม หน้าบ้านจึงปลูกมะยม หลังบ้านปลูกขนุนเพราะเสียง หนุน ทำให้นึกถึงคำว่า หนุน สนับสนุน ในบริเวณบ้านไม่ปลูกต้น รักเร่ เต่าร้าง ระกำ หรือลั่นทม เพราะชื่อเหล่านี้มีเสียงพ้องกับคำที่มีความหมายไม่ดี เป็นต้น
ในการแต่งงาน มักจะใช้สิ่งที่มีชื่อดี คือ ชื่อที่ใช้คำพ้องกับคำที่มีความหมายดี เช่น ดอกไม้จะใช้ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย อาหารมีห่อหมก ขนมถ้วยฟู ทองหยิบ ทองหยอด เวลาที่มีครรภ์ก็จะห้ามนั่งคาประตู เพราะคำว่า คา อาจเป็นลางทำให้ลูกคลอดไม่สะดวก หญิงมีครรภ์จะไม่อยู่ในอุโบสถเมื่อพระภิกษุสวดญัตติในพิธีอุปสมบท เพราะเสียงของคำว่า ญัตติ ทำให้หญิงมีครรภ์นึกถึงคำที่จะเป็นอันตรายต่อการคลอดบุตร เห็นได้ชัดว่า การถือในสังคมไทยส่วนหนึ่งเกิดจากการเชื่อพลังของภาษา ด้วยมีเชื่อว่า ใช้คำที่มีความหมายอย่างไรก็จะเกิดสิ่งที่เป็นตามความหมายของคำนั้น เช่น เมื่อเดินทางจะไม่พูดถึงอันตรายที่เกิดกับการเดินทาง เหมือนอย่างที่พูดว่า ไปป่าห้ามพูดถึงเสือ ไปทางเรือห้ามพูดถึงจระเข้ การตั้งชื่อบุคคลในสังคมไทยก็ถือกันโดยทั่วไปว่า ต้องใช้คำที่มีความหมายดี มีเสียงดี ไม่พ้องหรือใกล้เคียงกับคำที่มีความหมายไม่ดี ยิ่งกว่านั้นการเลือกตัวอักษรที่ประกอบเป็นชื่อยังต้องเป็นอักษรที่เป็นมงคลกับเจ้าของชื่อ อักษรใดเป็นกาลกิณีจะไม่ใช้