บทความ-สารคดี  
รู้ไว้ให้ทันโลก
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2731 ปีที่  53 ประจำวัน  อังคาร ที่  20 กุมภาพันธ์  2550

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
รู้ไว้ให้ทันโลก


      ...ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้...การบัญญัติศัพท์ใหม่ก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่อันตราย...บางสิ่งบางอย่างเราต้องยอม บางสิ่งบางอย่างเราต้องคัดค้านอย่างเด็ดขาดŽ -กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอภิปรายในการประชุมวิชาการของชุมนุมภาษาไทยคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ (ตรงที่เป็นจุดไข่ปลา เป็นพลความที่ทรงยกตัวอย่างและคำอธิบายประกอบ)

ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์
          ได้อ่านคอลัมน์ ฅ-คนข่าว ของหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๐ ด้วยความชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง จึงขอนำมาขยายเพิ่มเติมให้ได้ยินดีโดยทั่วกัน ข่าวมีว่า สำนักนายกรัฐมนตรีมีประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ฉบับวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๐ ระบุว่า ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์จำนวน ๓ ราย ได้แก่ พระพรหมคุณาภรณ์ ประเภทวิชาปรัชญา สาขาวิชาศาสนศาสตร์ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประเภทวิชาสังคมศาสตร์ วิชานิติศาสตร์ ศาสตราจารย์ คุณหญิงกุหลาบ มัลลิกะมาศ ประเภทวิชาวรรณศิลป์ สาขาวิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ
         ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ถือเป็นตำแหน่งที่มอบให้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณดีเด่น เป็นที่ประจักษ์ในวิชาสาขาใดสาขาหนึ่ง
         น.ส.พ.โพสต์ทูเดย์ ยังบันทึกต่อไปอีกว่า กล่าวเฉพาะ ศ.คุณหญิงกุหลาบ ปัจจุบันอายุ ๘๘ ปี จบปริญญาตรีและปริญญาโทจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อที่ ดิยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ วิสคอนซิน มาสเตอร์ออฟ อาร์ต เอดดูเคชัน M.A. (Wisconsin) ประเทศสหรัฐอเมริกา)
         เริ่มเข้ารับราชการเป็นครูชั้นตรีที่โรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช อาจารย์โทวิทยาลัยครูจันทรเกษม อาจารย์ชั้นเอกวิทยาลัยการศึกษา ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นรองคณบดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นอาจารย์พิเศษโรงเรียนจิตรลดา
         ในส่วนของงานประพันธ์ ต้องยอมรับว่าแต่ละผลงานล้วนสร้างคุณูปการประดับไว้ในวงการศึกษาของไทยอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คติชาวบ้าน วรรณคดีไทย วรรณคดีวิจารณ์ หนังสือเรียนภาษาไทยประวัติวรรณคดี ๒
         อาจารย์เป็นสมาชิกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปภัมภ์ เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๑๖-๒๕๑๘ เคยได้รับยกย่องเป็นครูภาษาไทยดีเด่นระดับอุดมศึกษาในปี พ.ศ.๒๕๒๘ จากกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับพระราชทานพระเกี้ยวทองคำในฐานะบุคคลผู้มีผลงานส่งเสริมภาษาไทยดีเด่น เป็นแบบฉบับของครูที่ดี จึงเป็นปูชนียบุคคลของศิษย์ทุกรุ่น
         สุดสงวน ไม่มีโชคได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ แต่เคยรวมเป็นกรรมการในคณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ซึ่งเราทุกคนขอร้องให้อาจารย์รับและเป็นประธานอยู่หลายปี เพราะอาจารย์เป็นคนที่อ่านหนังสือละเอียดและใช้วิจารณญาณยอดเยี่ยม ตรงไปตรงมา เป็นกรรมการที่จิตใจกว้างขวางรับฟังความเห็นของผู้น้อยด้วยจิตใจที่เป็นธรรมอย่างยิ่ง จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ อาจารย์อายุมากไม่ขอเป็นกรรมการอีกโดยอ้างว่าสุขภาพร่างกายไม่ดีและตาเจ็บ อ่านหนังสือไม่ได้สะดวกแล้ว แต่กิริยามารยาทที่งดงามของอาจารย์ยังเป็นที่เคารพติดตรึงใจไม่รู้ลืม
         ส่วนอีกสองท่าน คือพระพรหมคุณาภรณ์นั้น แม้ผู้เขียนได้สัมผัสมาห่างๆแต่ก็ได้รับทราบกิตติมศักดิ์ทั้งในฐานะพระดีที่มีความรู้ความสามารถและวัตรปฏิบัติที่น่าเคารพยิ่ง และในฐานะอธิการบดี มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ส่วน ศ.มีชัย ฤชุพันธุ์ นั้น ช่วงที่ผู้เขียนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯเป็นสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๔๓ ที่อาจารย์เป็นประธานนั้น ได้เห็นวิธีปฏิบัติและความสามารถทั้งในฐานะนักกฎหมายมือหนึ่งของเมืองไทย และการบริหารสภาแล้ว ยอมรับว่า เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองไม่น้อย แม้ว่าสายตาคนทั่วไปอาจมองต่างมุมไปบ้างก็ตาม
คำเก่าที่เราไม่คุ้น
         ในช่วง ๕-๖ ปีมานี้ ท่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองคงจะได้เห็นได้ยินคำศัพท์ภาษาไทยๆที่ฟังแล้วชื่นใจที่เป็นคำไทยพื้นๆ แต่มีความหมายที่ออกจะไม่คุ้นเคยนักอยู่บางคำ เช่น เป็ดไล่ทุ่ง กล้าตาใส กินตามน้ำ ท่อน้ำเลี้ยง ฝนตกห่าใหญ่ คืนหมาหอน ฯลฯ และที่ใหม่ๆนี้คือ ขิงแก่ มือใหม่หัดขับ หรือเอาคำและสำนวนเก่ามีใช้ในความหมายใหม่ เช่น ตัวเป็นๆ เอกซเรย์ ถอยหลังลงคลอง คนละเรื่องเดียวกัน เกียร์ว่าง ขอรับฉัน ฯลฯ
         เพื่อให้กระชับและบางคำท่านผู้อ่านก็ทราบความหมายดีอยู่แล้ว ผู้เขียนเพียงขอนำมาทบทวนและบันทึกถึงความเป็นไปในภาษาของเราเท่านั้น
         เป็ดไล่ทุ่ง เกิดมาดังขึ้นเพราะโรคไข้หวัดนกระบาดในระหว่าง ๓-๔ ปีที่ผ่านมา เมื่อกล่าวถึงพาหะนำโรค เป็ดที่ประชาชนเลี้ยงแบบชาวบ้านคือไล่ลงเลี้ยงตามหนองน้ำ สระ ที่อยู่ตามท้องทุ่ง ไม่ใช่เป็ดที่เลี้ยงตามฟาร์มที่มีรั้วรอบขอบชิด มีการเลี้ยงและบำรุงรักษาอย่างเป็นกิจจะลักษณะและถูกสุขลักษณะ ถือว่าเสี่ยงต่อการเป็นพาหะนำโรคเหมือนกัน
         กล้าตาใส แรกได้ยินผู้เขียนก็งง ถามผู้เชี่ยวชาญทางพืชก็อธิบายว่าหมายถึงกล้าไม้ที่เกิดจากการทาบกิ่ง คือตัดกิ่งเก่ามาทาบกับต้นที่เจริญเติบโตมากแล้ว เพื่อจะรีบผลิตให้ได้จำนวนมากๆเร็วๆ ทันต่อการขาย ไม่ใช่กล้าไม้ที่เพาะจากเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ (ซึ่งไม่สามารถเร่งให้มันโตทันเอาไปขาย ทันตามสัญญา เป็นวิธีการทุจริตของลูกมือนักการเมืองพันธุ์ทุจริตเชิงนโยบาย...)
         ส่วนกินตามน้ำ หมายถึงพวกที่ไม่ได้เป็นต้นคิดทุจริต แต่หากมีผลพลอยได้โดยไม่ตั้งใจก็พลอยรับผลจากการทุจริตของคนอื่นไปด้วย เป็นคำเก่ามากๆ แต่ก็มีเจริญอยู่เสมอมา ไม่ว่าวงการใดๆ
         ท่อน้ำเลี้ยง เป็นคำเก่าที่มามีความหมายใหม่เมื่อไม่นานมานี้ หมายถึงการที่นักการเมืองเก่าที่เคยมีอิทธิพลทางการเงิน ส่งเสียเงินบำรุงลูกน้องในอำนาจหรือพรรคพวกที่เคยเอื้อเฟื้อเงินทองรายได้มาก่อน ให้คงมีรายได้ มีเงินทองดำเนินงานกิจกรรมต่อไป บางทีก็ใช้ว่า ส่งกำลังบำรุง ก็มี
         ฝนตกห่าใหญ่ สำนวนนี้มีมาประมาณ ๔-๕ ปีที่แล้ว หมายถึงการที่พรรคการเมืองและนักการเมืองทุ่มเงินจำนวนมาก เพื่อซื้อเสียงเป็นการทุ่มครั้งสำคัญ เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ต่างพรรค
         คืนหมาหอน สำนวนนี้มีมานานแล้ว หมายถึง คืนสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะมีในวันรุ่งขึ้น ซึ่งนักการเมืองหรือหัวคะแนนจะทุ่มเงินซื้อเสียงอย่างสุดตัว คืนนั้นมักมีการพบกันอย่างแยบยล คน (ที่เป็นเจ้าหน้าที่ทางการ) ไม่สามารถจับได้ แต่หมามันรู้ว่าเป็นคนแปลกหน้า จึงส่งเสียงเห่าหอน เป็นสำนวนที่มีนัยด้านทุจริตการเลือกตั้ง
         ขิงแก่ เป็นฉายาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเป็นการพระราชทานกำลังใจ หมายถึง คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันซึ่งส่วนใหญ่มาจากข้าราชการที่มีอายุมาก และมีประสบการณ์ที่ดี
มือใหม่หัดขับ แท้จริงแสดงถึงคนหัดขับรถใหม่ๆ ย่อมไม่มีประสบการณ์มาก ในปัจจุบันสื่อมวลชนนำมาใช้เปรียบเปรยคณะรัฐมนตรีและบุคคลที่คณะปฏิรูปการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและ/หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ส่งเข้าไปบริหารงานใหม่ๆ ยังไม่มีประสบการณ์และตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของข้าราชการและพนักงานที่ (ส่วนหนึ่ง) ยังจงรักภักดีต่อกลุ่มอำนาจเก่า
         เกียร์ว่าง เป็นศัพท์เก่าทางการขับรถยนต์ นำมาใช้เปรียบเทียบข้าราชการและพนักงานที่ (ส่วนหนึ่ง) ยังจงรักภักดีต่อกลุ่มอำนาจเก่า ไม่ยอมบริหารงานให้เกิดผลงานรวดเร็วทันใจรัฐมนตรีหรือผู้บริหารใหม่ที่คณะปฏิรูปการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและ/หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ส่งเข้าไปบริหารใหม่เพราะยังจงรักภักดีต่อกลุ่มอำนาจเก่าหรือยังไม่แน่ใจว่ากลุ่มอำนาจเก่าจะกลับมาคิดบัญชีภายหลัง เลยทำงานอย่างไม่เร่งประสิทธิภาพเท่าที่ควร เปรียบเหมือนคนขับรถใส่เกียร์ว่างไว้ไปพลางๆก่อน
         ยังมีถ้อยคำและสำนวนที่น่าบันทึกไว้อีกหลายคำหลายสำนวนควรแก่การบันทึก

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th