บทความ-สารคดี  
คำผิดซ้ำซาก
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2727 ปีที่  53 ประจำวัน  อังคาร ที่  23 มกราคม  2550

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
คำผิดซ้ำซาก

ผู้สร้างสรรค์วรรณคดีอักษร มีแนวคิดสุนทรซ่อนในสาร หากมี แว่นวรรณกรรม นำพิจารณ์ ช่วยให้อ่านเพลิดเพลินเจริญใจ ผู้อ่านเห็นเป็นแนวทางอย่างท่านแนะ ย่อมรู้จักแยกแยะทุกส่วนได้ บังเกิด ความวิจักษณ์ ตระหนักใน สารเด่นด้อยวินิจฉัยได้แน่ชัด วรรณกรรมศึกษา พาสว่าง ยกตัวอย่างวิจารณ์ดีชี้ถนัด ผู้เขียนมองกว้างไกลวิสัยทัศน์ ด้วยเจนจัดเชิงวิจารณ์ชาญวิธี บ้านเมืองใดแม้ขาดปราชญ์อักษร มีจุดอ่อนพึงพิทักษ์ซึ่งศักดิ์ศรี อนุรักษ์สิ่งมิ่งขวัญวรรณคดี ดุจ แว่นวรรณกรรม ชี้วิถีเทอญ-บทแนะนำ แว่นวรรณกรรม (รวมบทความเกี่ยวกับวรรณกรรมของ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ โดย ฐะปะนีย์ นาครทรรพ)

หลายครั้งที่ได้ยินคนที่รักษาภาษาไทยบ่นว่า ทำไมผู้เขียนไม่เขียนถึง (บางคนใช้ว่า ด่า) เรื่องนั้นเรื่องนี้ คนนั้นคนโน้นที่ใช้ภาษาผิดๆหรือไม่สมควร ถ้าบังเอิญมีคนอ่านคอลัมน์หรือนิตยสารนี้เป็นประจำอยู่ใกล้ๆ เขาจะรีบตอบแทนผู้เขียนว่าทำไมจะไม่เขียน แต่พวกที่ใช้ภาษาผิดๆพลาดๆ หรือบกพร่องนั้นมักจะไม่ได้อ่านหรือไม่อ่าน ส่วนคนที่อ่านและแก้ไขตาม ก็คือคนที่รักภาษาและอ่านคอลัมน์ หรือฟังและเขียนตามได้ถูกต้องเสมอ
         ดังนั้น ต่อให้เราพูดหรือเขียนแทบตาย เขาก็ยังใช้ผิดๆพลาดๆอยู่นั่นแหละ จะทำอย่างไรดี บางทีอย่าว่าแต่คนที่ทำงานจะทำผิดเองเลย แม้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานยังไม่รู้ว่าผิดและไม่สนใจว่าที่ลูกน้องทำไปถูกหรือผิดด้วยซ้ำ ร้ายยิ่งกว่านั้น ผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าหน่วยงานก็ทำผิดทั้งๆที่ไม่รู้ ดังเช่น ครู หรือผู้นำทางมาก่อนทำผิดโดยไม่รู้ตัวก็มี
         ในโอกาสต้อนรับปีใหม่นี้ สุดสงวน จึงขอนำเรื่องเบาๆ โดยเฉพาะการใช้คำหรือข้อความผิดซ้ำๆซากๆ ในภาษาไทยมาคุยกันอีกครั้ง
         โดยผู้เขียนมิได้เรียงลำดับความสำคัญใดๆ เพียงแต่จดเอาไว้และนึกขึ้นได้ ก็นำมา
         คำแรก ราชันย์ ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นคำเดียวกับ ราชัน หรือ ราชา จึงเขียนตามๆกันไปนั้น ที่ถูกต้อง คำว่า ราชันย์ หมายถึง เชื้อกษัตริย์
         ในทำนองเดียวกัน มีการใช้คำใกล้เคียง (แต่ความหมายไม่ตรงทีเดียว) อีกบางคำเช่นใช้ ราชัย โดยเข้าใจว่าเป็นความหมายเดียวกับ ราชา ทั้งๆที่ ราชัย หมายถึง ความเป็นกษัตริย์ ซึ่งเป็นความหมายเดียวกันกับคำ ราชย์ (ความเป็นกษัตริย์ หรือราชสมบัติ) ซึ่งไม่ใช่ความหมายตรงกับ ราช ซึ่งหมายถึง บุคคลที่เป็นกษัตริย์ (บางคนจึงเข้าใจผิดเพราะสับสนระหว่างคำว่า ครองราชย์ กับ ครองราช ซึ่งคำหลังนี้ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ ที่ถูกต้องใช้ว่า ครองราชสมบัติŽ การใช้คำผิดเช่นนี้ บางคนคิดว่าผิดเล็กๆน้อยๆ แท้จริงแล้วเป็นการใช้คำผิดความหมายโดยแท้
         กล่าวมาถึงตรงนี้ทำให้คิดถึงอีกหลายๆคำที่คนไทยคุ้นกับคำที่เป็นลักษณะวิเศษณ์ในภาษาเดิม แต่ไทยเอามาใช้ทั้งในลักษณะคำกริยา-มาใช้เป็นคำนามก็มี และใช้เป็นวิเศษณ์ (โดยคงรูปที่มี "ย์" หรือ "น์" ติดมาด้วยก็มี) เช่น
         ทิพ ไทยคุ้นกับรูป ทิพย์ แท้จริงใช้ได้ทั้งสองคำ โดยความหมายต่างกันเล็กน้อย ทิพ (นาม) = สวรรค์ ชั้นฟ้า เทวโลก (วิเศษณ์) = วิเศษณ์ (เช่น ทิพสมบัติ = สมบัติอันวิเศษ ทิพจักขุ = ตาทิพย์ ทิพรูป = กายทิพย์ ทิพโสต = หูทิพย์) โบราณชอบใช้รูปนี้ ส่วน ทิพย ทิพย์ (วิเศษณ์) = วิเศษ อย่างเลิศ เช่น ทิพยจักขุ ทิพยจักษุ ทิพยญาณ (ความรู้อันวิเศษ) ทิพยเนตร ทิพยรส (รสเลิศ รสอันวิเศษ) ทิพยรูป (กายทิพย์) ทิพยมานุษ (มนุษย์ครึ่งเทวดา)
         กรณี ไทยคุ้นกับ กรณีย์ (ไทยแยกใช้ว่า กรณี = เรื่องราว กรณีย์ = อันพึงทำ)
         เสพ ไทยคุ้นกับ เสพย์ (ปัจจุบันราชบัณฑิตเห็นควรใช้ เสพ ทั้งคำนาม และคำวิเศษณ์ เช่น สิ่งเสพติด เป็นสิ่งที่ใครเสพแล้วติดได้ง่าย)
         พิพัฒ (ว = เจริญแล้ว) ไทยคุ้นกับ พิพัฒน์ (น = ความเจริญ)
         วิวัฒ ไทยคุ้นกับ วิวัฒน วิวัฒน์ (น = ความเจริญรุ่งเรือง ความคลี่คลายไปในทางเจริญ เช่น วิวัฒนาการ = กระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือคลี่คลายไปสู่ภาวะที่ดีขึ้น หรือเจริญขึ้น) ไทยใช้ทั้งรูปสันสกฤต คือ วิวรรธน์ ด้วย
         คำที่สอง ห้าธันวามหาราช ที่ผู้รู้ทางภาษาปรารภกับผู้เขียนเสมอว่า มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช เป็นผู้เผยแพร่และทำให้คนใช้คำผิดๆมานานมาก โดยคนที่ใช้คำนี้เปรอะไปมาก โดยเฉพาะพวกที่เผยแพร่โดยไม่ใช้ความคิดพินิจพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าเป็นคำที่ใช้ถูกต้องความหมายหรือไม่ เพราะส่วนมากใช้ด้วยความเคยชินหูชินตา เมื่อเอ่ยถึงวันที่ ๕ ธันวาคม แทนที่จะใช้ว่าอย่างนี้ กลับไปใช้ว่า วันที่ ๕ ธันวามหาราช ตามๆกันไป
         ความจริงแล้ว วันที่ ๕ ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพหรือครบรอบวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่คนไทยเคารพจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างสุดที่จะเปรียบได้นั้นถูกต้องแล้ว
         แต่ วันที่ ๕ ธันวา ไม่ใช่บุคคลที่เป็นพระบรมกษัตริย์ที่ใครๆเคารพยกย่องให้เป็น มหาราช ได้ เหมือนพระบรมมหากษัตริย์ของชาติที่มีประวัติศาสตร์ยกย่องในความเป็นในด้านต่างๆ ซึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยก็มี เฉกเช่น พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิยมหาราช) ฯลฯ
         การที่ใครๆสักแต่พูดๆโดยไม่ใช้สามัญสำนึก เช่น เมื่อถึงวันที่ห้าธันวามหาราช จึงฟังแล้วแปร่งๆหู ถ้าจะใช้ว่า เมื่อถึงวันที่ห้าธันวาคมอันตรงกับ (หรือครบรอบ) วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหาราชที่คนไทยเคารพยกย่อง ฟังเช่นนี้ย่อมเป็นการสื่อข้อมูลที่ถูกต้องที่ชัดเจน ไม่ใช่สักแต่ว่า ได้ยินคนเขาใช้ว่าอย่างไร เป็นคำที่คล้องจองจำง่าย ก็เลยใช้ตามเขาไปไม่คำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมหรือตรงตามความหมายที่แท้จริง
         เคยมีอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง (สมัยที่ยังเป็นวิทยาลัยครู) เล่าให้ฟังว่า นักศึกษาวิชาภาษาไทยยังเคยแต่งกลอนประกวดว่า  สี่บวกหนึ่งธันวามหาราช แสดงว่า นักศึกษาคนนั้นก็ตระหนักว่า วันที่ห้าธันวานั้นคือวันๆหนึ่งในปฏิทิน หากแต่เป็นวันสำคัญยิ่งวันหนึ่งของชาวไทย เพราะเป็นคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหาราชแห่งชาติที่มีคนเอาคำจากชื่อมูลนิธิมาใช้ ก็เลยนำเอามาใช้บ้าง ที่สำคัญที่คนชอบพูดกันมาก เพราะเป็นถ้อยคำที่คล้องจองดี ใช้ในการแต่งกาพย์กลอนก็ได้สัมผัสที่ดี เลยใช้ตามๆกันไปโดยไม่ได้พินิจพิจารณาว่าถูกต้องอย่างไรหรือไม่
         เหมือนคำ รดน้ำดำหัว ที่ใช้ตามๆกันเพราะเป็นคำคล้องจอง ทั้งๆที่มีแต่การ รดน้ำ มิได้มีการ ดำหัว อย่างที่ชาวเหนือทำอย่างแท้จริง
         หรือคำว่า ตัดไม้ทำลายป่า ที่พูดด้วยความคล้องจอง โดยบางครั้งมิได้มีการ ทำลายป่า ไปด้วย
         ผู้เขียนเคยถามผู้ใหญ่ที่เคารพและท่านเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดียิ่งว่าทำไม ท่านไม่พูดเรื่องคำ ห้าธันวามหาราช ท่านบอกว่าการพูดอาจทำให้ถ้อยคำไม่สมบูรณ์ คนฟังไม่ได้ศัพท์อาจจับไปกระเดียดว่าเป็นการหมิ่นเหม่ กลายเป็นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถ้าเขียนให้แจ่มแจ้งชัดเจนได้อย่างในการเขียนในบทความอย่างที่ สุดสงวน ทำนี้น่าจะทำได้ เพราะใครๆก็รู้ว่าความจงรักภักดีนั้น ทั้งผู้เขียนและนิตยสารนี้ ไม่เป็นที่เคลือบแคลงแต่ประการใด
         เช่นเดียวกับที่เรารู้ว่าคนไทยทุกหมู่เหล่าล้วนเคารพเทิดทูนจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ แต่การที่บางคนใช้คำไม่เหมาะสม เช่น ร้องเพลงของพ่อ พ่อได้ปลูกต้นไม้ไว้ให้เรา ทำดีมอบให้พ่อ การใช้คำเช่นนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อน ย่อมเห็นว่าเป็นการละลาบละล้วง หรือดึงฟ้าต่ำ (หรือยกตนเทียบเทียม) ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูด-คิด-ทำ) และไม่มีใครกล้าคิดว่าคนไทยจะกล้าปฏิบัติเช่นนั้นเป็นแน่
         หากแต่ว่าในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เป็นสิ่งที่ไม่สมควร เรามีคำว่า ถวายŽ ซึ่งเป็นราชาศัพท์สำหรับผู้น้อยเช่นประชาชน มอบ หรือ ให้ ผู้ที่ทรงมีฐานันดรศักดิ์สูงกว่าและมีคำ พระราชทาน หรือ ประทาน สำหรับผู้อาวุโสสูงกว่าจะ มอบ หรือ ให้ แก่ผู้ด้อยอาวุโส และผู้ที่จะใช้คำว่า พ่อ กับพระเจ้าอยู่หัว มีแต่ทูลกระหม่อม ๔ พระองค์เท่านั้น แต่เราไม่จำเป็นต้องไปละลาบละล้วงว่าทั้งสี่พระองค์ทรงใช้อย่างไรหรือไม่ เราในฐานะข้าแผ่นดิน อย่างมากที่อาจจะใช้ได้ น่าจะเป็นเพียงว่า พระองค์ทรงเป็น (เสมือน) พ่อแห่งชาติ หรือ พ่อแห่งแผ่นดิน น่าจะเหมาะสมกว่า
         แต่มิบังควรที่ประชาชนทั่วไปอย่างเราๆจะพึงใช้ว่า สมเด็จพ่อ หรือ ทูลกระหม่อมพ่อ โดยเด็ดขาด เพราะเราไม่ใช่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอในพระองค์ อย่างทูลกระหม่อมทั้ง ๔ พระองค์
         ในทำนองเดียวกันนี้ ก็มิควรที่ใช้ถ้อยคำที่ไม่บังควรต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เช่นกัน
         ยังมีเรื่องที่เป็นความผิดซ้ำซากอีกหลายคำที่ควรนำมาทบทวน

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th