บทความ-สารคดี  
ศาสนสถาน โบราณสถาน สังเวชนียสถาน ปูชนียสถาน
โดย  "พจนพร"
ฉบับที่ 2726 ปีที่  53 ประจำวัน  อังคาร ที่  16 มกราคม  2550

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
ศาสนสถาน โบราณสถาน สังเวชนียสถาน ปูชนียสถาน

ศาสนสถาน ออกเสียงว่า สาด-สะ-นะ สะ-ถาน พยางค์ที่พิมพ์ตัวเอนต้องออกเสียงอย่างพยางค์เบา หรือที่เรียกกันว่าออกเสียงครึ่งเสียง คำว่า ศาสนสถาน เป็นคำที่เรียกตามลักษณะคำภาษาบาลีสันสกฤตว่า คำสมาส คือคำที่ประกอบขึ้นด้วยคำ ๒ คำ ได้แก่ ศาสน กับ สถาน นำมาประกอบกันเข้าเป็นคำเดียวกัน เช่นเดียวกับที่ในภาษาไทยเรียกว่า คำประสม หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า compound word. ศาสนสถาน หมายถึง สถานที่ทางศาสนา เช่น วัด โบสถ์ วิหาร พระธาตุเจดีย์ มัสยิด ศาลเจ้า โบสถ์คริสต์ ฯลฯ ในทุกศาสนาจะมีสถานที่สำคัญสำหรับให้ศาสนิกชนได้มาประกอบศาสนกิจ สถานที่นั้นๆจึงเป็นสถานที่ที่ต้องให้ความเคารพ ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาใด เมื่อเข้าไปสู่ศาสนสถานก็ต้องให้ความเคารพต่อสถานที่ ต้องไม่กระทำสิ่งใดที่เป็นการแสดงกิริยาหยาบคาย หรือแสดงอาการไม่เคารพสิ่งที่คนในศาสนานั้นเคารพ คนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีจะรู้จักให้เกียรติและเคารพสิ่งเคารพของผู้อื่น วัดเป็นศาสนสถานที่สำคัญของพุทธศาสนิกชน ศาสนสถานของไทยแต่โบราณมักจะถูกทิ้งให้รกร้าง วัดหลายแห่งอยู่ในสภาพสกปรก แออัด และขาดการดูแลรักษาที่เหมาะสม เราควรช่วยกันบูรณะซ่อมแซม และดูแลศาสนสถานทั้งหลายให้คงคืนสู่สภาพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพบูชา ในศาสนสถานอาจมีรูปเคารพหรือมีสิ่งสำคัญอื่นๆ เป็น ศาสนวัตถุ คือ สิ่งต่างๆที่มีความสัมพันธ์กับศาสนา เกี่ยวข้องกับศาสนา หรือเป็นตัวแทนของศาสนา เช่น ในวัดจะมีพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป พระอรหันตธาตุ พระสถูป บริขารของพระภิกษุผู้บำเพ็ญศาสนกิจอย่างเคร่งครัด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นศาสนวัตถุที่สำคัญซึ่งพุทธศาสนิกชนต้องดูแลรักษาอย่างดีที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ควรเคารพบูชา เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน พระพุทธรูปที่ไร้พระเศียร และปรักหักพังทั้งหลายในวัดหลายแห่งล้วนเคยเป็นที่พุทธศาสนิกชนเคารพกราบไหว้มาก่อน เมื่อหักพังทำลายไปก็ควรจะได้ช่วยกันซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพเดิม หรืออย่างน้อยก็ให้พ้นจากสภาพที่น่าสังเวช ให้สมกับที่เป็นศาสนวัตถุที่ควรเคารพบูชาของศาสนิกชน
         โบราณสถาน หมายถึง สถานที่ที่เป็นของโบราณ เช่น อาคารสถานที่ที่มีมาแต่โบราณ แหล่งโบราณคดี เช่น เมืองโบราณ วังโบราณ คุ้มเก่า เจดีย์ ฯลฯ แทบทุกจังหวัดในเมืองไทยมีแหล่งโบราณสถานที่น่าศึกษาน่าเรียนรู้เพื่อสืบทอดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและความสามารถของบรรพบุรุษ เช่น เวียงกุมกามที่เชียงใหม่ แหล่งโบราณสถานที่บ้านเชียง พระนครคีรีที่จังหวัดเพชรบุรี พระเจดีย์ยุทธหัตถี พระเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งกิจกรรมที่สำคัญต่างๆ พระราชวังและพระตำหนักโบราณ ฯลฯ
         ในโบราณสถานแต่ละแห่งอาจมีโบราณวัตถุที่มีคุณค่า เช่น เครื่องใช้ต่างๆ เครื่องถ้วยชาม อาวุธ เครื่องสักการบูชา ฯลฯ ในท้องที่ต่างๆ อาจมีสิ่งที่เป็นโบราณวัตถุ เช่น เรือโบราณ บ้านโบราณ รูปสลักหรืองานศิลปกรรมที่มีมาแต่โบราณ หรืองานที่ศิลปินแต่โบราณได้สร้างสรรค์ไว้ เครื่องใช้ที่เคยใช้มาแต่โบราณบางอย่างกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยในปัจจุบันก็อาจจัดเป็นโบราณวัตถุที่มีค่า เช่น หินบดยา เครื่องใช้ในการอยู่ไฟของแม่ลูกอ่อน เครื่องสีข้าวแบบโบราณ จับปิ้ง กำไล ปิ่นปักจุก อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพแต่โบราณ ฯลฯ
         ทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นสมบัติวัฒนธรรมที่มีค่าของชาติ คนไทยทุกคนจึงมีหน้าที่ดูแล รักษา ทะนุบำรุงให้คืนสภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นหลักฐานแสดงความเจริญของชนชาติไทยแต่โบราณมา
         สังเวชนียสถาน หมายถึง สถานที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้ามี ๔ แห่ง คือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน คำว่า สังเวชนีย แปลว่า ที่ควรสลดใจ สถานที่ทั้ง ๔ แห่งดังกล่าวข้างต้นเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนปรารถนาจะได้ไปสักการะแม้สักครั้งหนึ่งในชีวิต สถานที่ประสูติ คือ ลุมพินีวัน ซึ่งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโรหิณี ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวะทหะ ปัจจุบันอยู่ในเขตมณฑลอูธ ประเทศเนปาล พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้ปักเสาหินแสดงตำแหน่งที่ประสูติไว้เพื่อเป็นเครื่องกำหนดหมายอันสำคัญ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือพุทธคยา ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา ปัจจุบันคือเมืองคยา รัฐพิหาร ก่อนตรัสรู้เจ้าชายสิทธัตถะประทับอยู่ ณ ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเนรัญชรา นางสุชาดานำข้าวมาธุปายาสมาถวาย เมื่อเสวยข้าวมธุปายาสแล้ว พระพุทธองค์ได้ทรงนำถาดใส่ข้าวนั้นไปลอยในแม่น้ำแล้วเสด็จข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งตะวันตก พระพุทธเจ้าประทับที่ใต้ต้นโพธิ์แล้วทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อความหลุดพ้นจนบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วประมาณ ๓๐๐ ปี พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างพระเจดีย์พุทธคยาเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ คือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้และเสวยวิมุติสุข ๗ สัปดาห์แล้ว ได้เสด็จไปหาปัญจวัคคีย์แสดงพระองค์เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้แสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ณ วันเพ็ญเดือน ๘ วันที่พระจันทร์เสวยฤกษ์อาสาฬหะ ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างสถูปและเสาหินที่มียอดเป็นรูปจตุรสิงห์เป็นอนุสรณ์ ปัจจุบันป่าอิสิปตนมฤคทายวันเรียกกันว่า สารนาถ อยู่ในเขตเมืองพาราณสี รัฐพิหาร ส่วนสถานที่ปรินิพพาน คือ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ปัจจุบันอยู่ในอำเภอกาเซีย จังหวัดโครักขปูร์ รัฐอุตตรประเทศ มีพระปรินิพพานสถูปองค์หนึ่ง และมีพระวิหารหลังหนึ่ง ภายในวิหารมีพระพุทธรูปหินปางปรินิพพานประดิษฐานอยู่บนแท่นพระพักตร์สงบนิ่ง อ่อนโยน งดงาม พระเศียรแนบอยู่บนหมอนแบนๆ เหมือนกับคนที่มีชีวิตจริงกำลังนอนหลับ
         ปูชนียสถาน หมายถึง สถานที่ที่ควรเคารพบูชา ได้แก่ ศาสนสถาน และสังเวชนียสถาน

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th