บทความ-สารคดี  
ขอต้อนรับและฝากถึง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2723 ปีที่  53 ประจำวัน  อังคาร ที่  26 ธันวาคม  2549

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา

 

ขอต้อนรับและฝากถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

ในฉบับ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ผู้เขียนได้ฝากถึงท่านรัฐมนตรีศึกษาธิการและรัฐมนตรีวัฒนธรรมผู้เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไปได้เพียง ๒ เรื่อง คือ ภาพพจน์-ภาพลักษณ์ กับ หม่อม-หม่อมราชวงศ์
         แต่พอ มองภาษา ตอนนั้นที่พิมพ์ออกไป เพื่อน ยามภาษา ทั้งหลายก็โทรศัพท์มาบอกว่ารัฐมนตรีศึกษาธิการและรัฐมนตรีวัฒนธรรมน่าจะมีงานต้องสะสางมาก เราน่าจะฝากไปที่คนดูแลเรื่องภาษาในวงแคบลงมาหน่อยดีกว่าไหม เน้นไปที่คนดูแลโดยตรงอย่างอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์น่าจะดีกว่า เพราะรัฐมนตรีแต่ละคนมีงานที่ต้องสะสางมาก
         ผู้เขียนก็รับว่าเห็นด้วย เผอิญว่ามีคนที่เคยอยู่ในใจมานานและเคยใจหายว่าเขาคงถูกภาวะทางการเมืองหรือกระแสอะไรสักอย่างพัดพาไปอยู่ในกรุ จนแทบไม่ได้ชื่อเสียง แต่แล้ววันนี้ สายลมก็พัดพาหมู่เมฆหมอกที่ปกคลุมชีวิตเขาผ่านไปแล้ว จึงขอต้อนรับคุณ ปราโมช รัฐวินิจ ลูกหม้อกรม กลับคืนสู่กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะอธิบดีเสียที?? และกับความดีใจ ก็ขอฝากการบ้านช่วยในการรณรงค์การใช้ภาษาไทย ให้กรมนี้กลับสู่ความเป็น ไทย และเป็น ไท เสียที...
         อย่ามัวพูดพล่ามทำเพลงอยู่เลยนะ เดี๋ยวก็ได้น้อยเรื่องอีก
เรื่องที่สาม-การใช้บุพบท กับ-แก่-แต่-ต่อ-แห่ง-ของ-เมื่อ-ใน ฯลฯ
         โดยเฉพาะ ให้กับ ขอความกรุณาให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นนักวิชาการผู้ชำนาญด้านภาษาไทยช่วยประกาศเสียทีว่า คำนี้ใช้ผิดความหมายกันทั้งแผ่นดินไปมากเหลือเกินแล้ว แทนที่จะเป็น ให้แก่ ตามที่ถูกต้องตำราอย่างที่ ศ.พระวรเวทย์พิสิฐ ตำรับภาษาไทยของเราท่านกำชับมาตลอดชีวิตว่า เวลาใครให้อะไรแก่ใครที่ถูกคือ ให้แก่ เท่านั้น
         จะใช้ ให้กับ เมื่อ กับ นั้นมีความหมายว่า กับ หรือ ด้วย (หรือ โดย) หรือเท่ากับ with ในภาษาอังกฤษ เช่น ข้าพเจ้ายื่นหนังสือนั้นให้กับมือตนเองเชียวแหละ
         หรือ ผมเห็นกับตาตนเองนะว่าเขามาจริงๆ นี่คือการใช้บุพบท กับ ที่ถูกต้อง
         ทุกวันนี้ประโยคภาษาไทยวิบัติเพราะเวลาที่นึกบุพบทใดไม่ออก คนจำนวนไม่น้อยจะใช้ กับŽ เป็นบุพบทแทนไปหมด เช่น ฟ้องกับ (ซึ่งควรจะเป็นต่อ) แจ้งความกับ (แทนที่จะเป็นต่อ) ยื่นกับ (แทนที่จะเป็นต่อ) เป็นประโยชน์กับ (แทนที่จะเป็นแก่หรือต่อ) กระทบ (กระเทือน) กับ (แทนที่จะเป็นแก่หรือต่อ) ฯลฯ สมกับที่อาจารย์ภาษาไทยค่อนว่า เดี๋ยวนี้คนไทยติดกับเสียแล้ว
         เรื่องที่สี่ - การใช้ลักษณนามแบบเป็นทาสภาษาฝรั่ง โดยเฉพาะในวงการกีฬาของผู้สื่อข่าว - ผู้เสนอข่าวกีฬา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งของกรมประชาสัมพันธ์ที่แพร่ไปทั่วแล้ว เช่น ๓๕ ประเภทกีฬา ๓๕ ชนิดกีฬา ๑๔๐ นักกีฬา ฯลฯ แทนที่จะเป็นกีฬา ๓๕ ประเภท (หรือชนิด) นักกีฬา ๑๔๐ คน
         เรื่องนี้ที่ลุกลามไปสู่ ๑๓๑ คนไทย (ที่อพยพไปพำนักในมาเลเซีย) แทนที่จะเป็น คนไทย ๑๓๑ คน ตามหลักภาษาไทยที่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าจะในการพูดหรือเขียน ก็ใช้เวลาในการพูดหรือเนื้อที่ในการพิมพ์การเขียนมากกว่ากันสักเท่าไร (ยกเว้นในการพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ที่ต้องการเนื้อที่น้อย บางครั้งก็ยอมอะลุ่มอล่วยให้ได้ด้วยความจำเป็น เพราะต้องการจำนวนตัวอักษรอันจำกัดให้พอเหมาะพอดีกับเนื้อที่
         ขอต้อนรับและฝากไปเท่านี้ก่อน เพราะยังมี  ยามภาษา ชื่อ เมี้ยว (เป็นใครก็ไม่ทราบ แต่เป็นมิตรที่ดียิ่งของคอลัมน์ มองภาษา แน่นอน) ขออภิปรายมาไกลมาถามว่า อ่าน มองภาษา ในสกุลไทยฉบับที่ ๒๗๐๗ แล้วไม่เข้าใจอยู่สองประโยคที่คล้ายกันคือ
         (ก) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ได้แก่ เจ้านายที่ทรงเป็นพระโอรสและพระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (เสด็จ) ที่มีพระมารดาเป็นเจ้า (ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป)...
         (ข) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า... ซึ่งได้แก่พระโอรสหรือพระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (เสด็จ) ที่มีพระมารดาเป็นเจ้า...
         อย่าว่าแต่คุณ เมี้ยว เลยที่ไม่เห็นแตกต่างกัน สุดสงวน ก็งงเหมือนกันว่า ถ้าเช่นนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ จะแตกต่างกับ พระวรวงศ์เธอ อย่างไร
         แท้จริงแล้ว ข้อความที่ผิดอยู่ที่ข้อ (ก) นั่น ซึ่งที่ถูกคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า... ได้แก่ เจ้านายที่ทรงเป็นพระโอรสหรือพระธิดา ซึ่งประสูติแด่สมเด็จเจ้าฟ้า และมีพระมารดาเป็นสามัญชน
         และควรจะเพิ่มเติมด้วยว่า
         นอกจากนั้น ยังมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า...ที่ทรงบำเพ็ญคุณงามความดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง จึงทรงได้รับสถาปนาขึ้นมาจากฐานันดรศักดิ์เดิมก็มี อย่างเช่น หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร (และต่อมาได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯทรงกรมเป็น) กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (พระบิดาของพระองค์ท่านคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ผู้ทรงแปลบทกวีเรื่องรุไบยาต ของ โอมาร์ คัยยัม มหากวีเปอร์เซีย ได้อย่างไพเราะลึกซึ้งยิ่ง และทรงพระนิพนธ์บทละครโด่งดังเรื่องสาวเครือฟ้า กับอีกหลายเรื่อง)
         หรือ หม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญสิริ จักรพันธุ์ ซึ่งหลังจากสิ้นชีพิตักษัย ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญสิริ
         หรือหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต พระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ผู้ทรงแต่งเรื่อง ปริศนา เมื่อวัย ๑๘ ต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีในนามปากกา ว.ณ ประมวลมารค เมื่อสิ้นชีพิตักษัยแล้ว ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เป็นอาทิ
         ส่วนในข้อ (ข) นั้น ควรเพิ่มเติมด้วยว่า ส่วนพระโอรสและธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (หรือเสด็จ) ที่มีมารดาเป็นสามัญชน (หรือที่เรียกว่าหม่อม ไม่เรียกว่าชายาหรือพระชายา) ก็มีฐานันดรศักดิ์เป็น หม่อมเจ้า
         เรื่องความผิดพลาดทั้งหมดนี้ สุดสงวน ยอมรับว่าผิดพลาดเอง แม้ว่าจะเกิดจากความง่วงและรีบเร่งในการทำต้นฉบับดึกๆดื่นๆก็ตาม
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่ สุดสงวน พยายามจะถามผู้รู้มาตอบให้ได้ แต่ยังไม่ถูกใจคือ คำว่า บุญธรรม ที่ใช้กับบิดา-มารดา และพี่-น้องของคนที่ได้รับสภาพตามกฎหมายเป็น ลูกบุญธรรม หรือ บุตรบุญธรรม
         ขออนุญาตยกตัวอย่างบุคคลในข่าวที่โด่งดัง เพื่อความเข้าใจง่ายๆ โดยเราจะขอเรียนด้วยความจริงใจว่าไม่ปรารถนาให้เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมือง (ที่เราไม่ทราบข้อเท็จจริง) แต่อย่างใด ที่ยกตัวอย่างครอบครัวนี้ เพราะเป็นบุคคลในข่าว เป็นคนระดับชาติที่รู้จักทั่วไปในสังคม และคงจะเข้าใจได้ง่ายกว่าครอบครัวที่ไม่มีใครรู้จัก
         ผู้ที่เราขอนุญาตกล่าวถึงนี้คือ คุณบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็น บุตรบุญธรรม ของบิดา มารดา ของคุณหญิงพจมาน (ดามาพงศ์) ชินวัตร ตามกฎหมาย
ในพจนานุกรม เราทราบแต่คำว่า ลูกบุญธรรมŽ หรือ บุตรบุญธรรมŽ เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้จดทะเบียนมีสภาพเป็น บุตรŽ ของผู้อื่นที่มิใช่บิดาหรือมารดาผู้ให้กำเนิดแก่ตนโดยตรง โดยบุคคลที่ขอรับเป็นบิดา มารดาต้องมีหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้หลายประการ โดยเฉพาะผู้ชายที่ขออนุญาตจดทะเบียนเด็กหญิงมาเป็นบุตรบุญธรรม เช่น ต้องมีอายุมากกว่าคนที่จะเป็นบุตรเท่าไร เป็นต้น
         คุณบรรณพจน์ เรียกว่าเป็น บุตร(ลูก)บุญธรรมของบิดา มารดาของคุณหญิงพจมาน แต่ที่ผู้คนทั่วไปจะเรียกผู้ที่เกี่ยวดองกับเรื่องนี้อย่างไร เป็นเรื่องที่เพื่อน ยามภาษาŽ ของผู้เขียนยกมาถามกัน
         นั่นคือ บิดา-มารดา ของคุณหญิงฯ นั้น สื่อมวลชนบางคนบางสำนัก เรียกว่า พ่อบุญธรรม-แม่บุญธรรมŽ ของ คุณบรรณพจน์ ถูกต้องหรือไม่
คุณหญิงพจมานจะเรียกสถานะพี่ชายคนนี้ว่า พี่บุญธรรม ถูกต้องหรือไม่
       พล.ต.อ.เพรียวพรรณ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆของคุณหญิงพจมาน จะมีสถานะเป็น พี่บุญธรรม ถ้าคุณเพรียวพรรณมีอายุน้อยกว่าคุณบรรณพจน์ หรือถ้า พล.ต.อ.เพรียวพรรณ มีอายุมากกว่า จะเรียกคุณบรรณพจน์ว่า น้องบุญธรรม ถูกต้องหรือไม่
         รวมถึงเครือญาติอื่นๆที่เกี่ยวดองกับคุณหญิงพจมาน จะเรียกตามกฎหมายว่าอย่างไร (เพราะเรียกธรรมดานั้น ไม่มีปัญหาคำว่า บุญธรรม เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
         ผู้เขียนเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้ง เช่น สื่อมวลชนบางสำนัก เคยเรียกคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช (ที่โด่งดังเรื่องโครงการ ตาวิเศษ) ส.ว.เลือกตั้งชุดที่เพิ่งหมดวาระไป ว่า เป็น พี่สะใภ้Ž คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ซึ่งเป็นภรรยาของ คุณโชติ โสภณพนิช ที่เป็นพี่ชายของคุณหญิงชดช้อย ทั้งๆที่ถูกต้อง คุณหญิงกัลยาต่างหากที่ควรจะถูกเรียกว่าพี่สะใภ้ของคุณหญิงชดช้อย
         (ยกเว้นแต่ สมมุติว่า ถ้าคุณหญิงชดช้อยแต่งงานกับพี่ชายของคุณหญิงกัลยา นั่นต่างหาก จึงจะเรียกว่าคุณหญิงชดช้อยเป็นพี่สะใภ้คุณหญิงกัลยา)
         ขออภัยทุกท่านที่ถูกเอ่ยนามและถูกผู้เขียนยกมาเป็นตัวอย่าง ณ ที่นี้ เพราะเป็นชื่อที่สื่อเรียกให้สับสนไปเองจริงๆ สุดสงวน จึงขออนุญาตยกมากล่าวให้เห็นตามจริงที่ถูกต้อง
         นี่เป็นเพียงตัวอย่างเพศชายตัวอย่างเดียว ถ้าเป็นเพศอื่น สถานภาพอื่น จะเรียกกันอย่างไร ดูยุ่งยากมาก โดยเฉพาะเยาวชนยุคใหม่ที่พ่อแม่มีญาติๆมาเกี่ยวดองกัน โบราณท่านจึงใช้เป็นสำนวนที่มีความหมายยิ่งว่า เกี่ยวดองหนองยุ่ง ช่างเป็นสำนวนที่เหมาะสมแท้ๆ

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th