บทความ-สารคดี  
เก็บตกภาษาจากสื่อรายวัน
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2709 ปีที่  52 ประจำวัน  อังคาร ที่  18 กันยายน  2549

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา

 

เก็บตกภาษาจากสื่อรายวัน

        ..เห็นด้วยกับวิทยากรว่าการใช้ภาษาที่ดี ต้องถูกต้องทุกอย่าง ไม่ใช่เพียงแต่ออกเสียงอย่างเดียวหรือเลือกใช้คำอย่างเดียว ในการเรียบเรียง บริบท และกาลเทศะที่จะใช้ แต่อยากจะเพิ่มเติมคือมีมารยาทอีกเรื่องหรือเป็นเรื่องของสมบัติผู้ดี...อะไรบ้างเป็นสิ่งที่ควรพูด ไม่ควรพูด โยงใยไปถึงเรื่องศีลธรรม คุณธรรมด้วย เพราะศีลของเขาข้อหนึ่งคือมุสา ซึ่งไม่ได้แปลว่าพูดเท็จอย่างเดียวพูดคำหยาบ พูดเสียดสี พูดเพ้อเจ้อสารพัด ก็เป็นสิ่งไม่ควรอยู่แล้ว... (ศ.ดร.วิจินต์ ภาณุพงศ์ จากการอภิปรายเรื่อง ภาษาไทยที่ดีเป็นอย่างไร ใครกำหนดŽ ในการสัมมนาเรื่อง ๑๑๐ ปีวรรณไวทยากร : อนาคตของสยามพากย์Ž จัดโดยสถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๔)

นอกจากเป็นคนที่บ้าอ่านหนังสือ (เพราะในวัยเยาว์ไม่ค่อยมีหนังสืออ่านพอแก่ความต้องการ) แล้ว หลังจากลาออกจากการเป็นครู (สอนภาษาไทย ๙ ปี) ผู้เขียนยังไปทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชนมาเกือบ ๔๐ ปีอยู่แล้ว จึงติดนิสัยว่าวันๆต้องอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังข่าววิทยุและดูข่าวโทรทัศน์ ถ้าไม่เริ่มด้วยสิ่งเหล่านี้ก็แทบจะเริ่มทำงานไม่ได้ และก่อนจะนอนก็เป็นห่วงกลัวตกข่าว ต้องดูข่าวภาคดึก ข่าวเที่ยงคืน และข่าววันใหม่ก่อนถึงจะนอนหลับได้
         จึงเป็น โรคเสพติดข่าว อย่างช่วยไม่ได้ และในฐานะครู (เก่า) ภาษาไทย (หรือครูภาษาไทยเก่า?...) ก็อดไม่ได้ที่จะบ้าจดจำคำใหม่ๆมาชวนท่านผู้อ่านช่วยกันคิด (แม้คำเหล่านั้น อาจเป็นคำเก่านานมาแล้ว แต่พอถูกงัดออกมาใหม่ ก็ต้องนำมาตั้งข้อสังเกตไว้บ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้มาอ่านพบในอนาคต
         ในบรรดาผู้ที่นำคำใหม่ๆที่นักวิชาการบ้าง นักการเมืองบ้าง นักบริหารบ้าง ฯลฯ กล่าวไว้ แล้วนำมาเผยแพร่ คงไม่มีใครที่น่าจะต้องรับผิดชอบเท่าผู้ทำงานสื่อ ถ้าสื่อนำเสนอถ้อยคำภาษาที่ถูกต้อง การเผยแพร่นั้นก็เป็นคุณ แต่ถ้าเผยแพร่ผิดๆก็อาจเป็นโทษต่อผู้ไม่รู้ เช่น เยาวชนหรืออนุชน
         ต่อไปนี้เป็นคำที่เก็บตกและจดๆไว้ในสมุด
         เรื่องที่หนึ่ง คำว่า เพลา เป็นคำอ่านได้ทั้งเพลา (พล-ควบกล้ำ) และ เพ-ลา อ่านเรียงพยางค์ เมื่ออ่านต่างกัน ความหมายก็แตกต่างกันด้วย
         ที่จดคำนี้ไว้เพราะวันก่อนนี้มีผู้อ่านข่าว (ชาย) ของโทรทัศน์ที่อ้างว่า โมเดิร์นๆŽ อ่านว่า พระเพ-ลา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยามภาษา ของเราก็รีบโทรศัพท์มาบอก สุดสงวน เพราะ เพ-ลา นั้นก็คือ เวลา พ-ว แทนที่กันได้ในคำบาลีสันสกฤต
แต่ถ้าอ่านว่า เพลา (พล-ควบกล้ำ) ก็แปลว่า ตัก หรือ น้าขา หรือ แกนสำหรับให้สิ่งที่หมุนรอบได้Ž (เช่นเพลาที่เป็นแกนให้ล้อรถหรือเกวียนหมุม) หรือแปลว่า เบาลง ลดลง แผ่วลง เช่น เบาเสียงหรือความเร็วลง
         ในข่าวนั้นจึงหมายถึง หน้าตัก จึงต้องอ่านว่า พระเพลา (คำที่เราคุ้นๆ คือ สนับเพลา อ่านว่า สะ-หนับ-เพลาที่หมายถึงกางเกงแบบที่ละครจักรๆวงศ์ๆ ใช้
ในตำราหลักภาษาไทยเรียกคำที่เขียนอย่างเดียวกัน แต่อ่านต่างกันได้นี้ว่า คำพ้องรูปŽ ดังท่านได้เขียนเป็นคำกลอนให้สังเกตการอ่านว่า ...โกฐเขมาเพลาก็มีจากที่นี่ไปถึงป่าเพลาเย็น
คำว่า เขมา นั้น ก็อ่านได้สองอย่าง ถ้าอ่าน เขมา ออกเสียงเป็นอักษรนำว่า ขะ-เหมา เป็นคำที่มาจากภาษาเขมร ก็หมายถึง ดำ (อย่างที่ไทยเราใช้ว่า เขม่าŽ (อ่านขะ-เหม่า) เช่น ปลาเขมาโกรย (ขมงโกรยหรือมงโกรย) เป็นชื่อปลาทะเลที่มีสันหลังเป็นสีเขียวคล้ำหรือสีดำ
ในตำรายาสมุนไพร คำว่า โกฐเขมา (อ่านว่า โกด-ขะ-เหมาŽ หมายถึงรากแห้ง ของพืชบางชนิดที่เป็นเครื่องยา (คำว่า โ-ก-ฐ นี้ยังมีอีกหลายชื่อ เวลาพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ระวังเจ้าคอมพิวเตอร์หน้าโง่มันจะแปลงเป็น โกศ ไว้ให้ดี มันชอบอวดรู้แอบแก้ให้เราบ่อยๆโดยไม่รู้ตัว เราพิมพ์ เ-อ-น-ก มันก็แก้เป็น อเนก เป็นประจำ)
         แต่ถ้าอ่าน เขมา เป็น เข-มา ก็มีความหมายว่า ความสุขสบายดี เป็นสุขใจ เป็นคำภาษาบาลี เทียบกับคำว่า เกษม ในภาษาสันสกฤต (เช่น ชื่อโรงเรียนเขมะสิริ อนุสสรณ์ หรือชื่อวัดเขมาภิรตาราม ที่นนทบุรี ต้องเขียนดังนี้ เพราะเป็นภาษาบาลี)
ท่านผู้แต่งตำราท่านฉลาด ในประโยคแรกท่านจึงเอาคำว่า เขมา มาเรียงหน้า คำว่า เพลา เพื่อให้อ่านให้สัมผัสกันเป็นเสียงสระเอาด้วยกัน ส่วนประโยคหลังท่านต้องการให้อ่านเรียงพยางค์ ท่านจึงเอาคำว่า ป่า มานำหน้า เพลา เพื่อคนอ่านจะได้ ฉลาด อ่านว่า เพ-ลาŽ ให้สัมผัสกัน (ตามหลักการอ่านคำประพันธ์)
         คำพ้องรูปนี้ เมื่ออ่านต่างกัน ความหมายก็ต่างกัน ไปอ่านว่า พระเพ-ลา จะแปลว่า พระเวลา ก็พิลึก เพราะเวลาไม่ใช่ เจ้านาย แต่เมื่ออ่าน พระเพลา ก็หมายถึงตักหรือหน้าขาของผู้ที่เป็นพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นคำ นามราชาศัพท์
เรื่องที่สอง คำที่ออกเสียง ค้อน ที่หมายถึง เครื่องมือที่มีหัวและด้ามใช้สำหรับทุบ ตี ตอกเคาะ ขว้าง หรือ เครื่องมือชนิดหนึ่งสำหรับจับปลา นั้นเขียนอย่างไร
         เปิดดูในพจนานุกรม (หลายฉบับ เพื่อยืนยันความเข้าใจของเราว่ามิได้เข้าใจผิด) แล้ว หาคำว่า ฆ้-อ-น แล้ว ไม่มี (ที่ต้องพิมพ์แยกๆ ฆ้-อ-น- อย่างนี้ เพราะคอมพิวเตอร์มันบอกว่า ฆ้-อ-นŽ นั้นอิฉันไม่เอาด้วยเพราะในหน่วยความจำของอิฉันเขาไม่ใส่ไว้ให้มันเตือนว่า ฆ้-อ-น ไม่มีใช้ในภาษา)
         มีแต่คำ ค้อน ซึ่งหมายรวมถึง กิริยาอาการที่แสดงความพอใจหรือไม่พอใจ ที่ใช้สายตาชำเลืองแล้วตวัดสายตาเบนไปทางอื่น นั้นด้วย
คำ ฆ้-อ-น นี้ ยามภาษา เจ้าเก่าที่เป็นผู้อ่านประจำของหนังสือพิมพ์ที่มีจำนวนพิมพ์และจำนวนจำหน่ายสูงสุดของประเทศเขาขอร้องให้เขียนถึงให้ด้วย เพราะเขาชอบหนังสือพิมพ์ฉบับนี้มานาน เขายังพูดถึงว่า สมัยก่อนมีคนปรู๊ฟ (ที่หลวงบุณยมานพพาณิชย์ หรือ แสงทอง ท่านใช้ว่า ผู้พิสูจน์อักษร แต่ไม่เป็นที่นิยมนัก) ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยและแต่งคำประพันธ์โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ได้ดีชื่อ รพินทร์ พันธุโรทัย เป็นคนหนึ่งที่เอาใจใส่เคยตรวจทานได้เนี้ยบมาก มาสมัยนี้ โดยเฉพาะคนที่เขียนคอลัมน์ย่อยเกี่ยวกับการเมืองในหน้า ๓ มักสะกดการันต์ผิดๆ หรือยกสำนวนไทยเก่าๆมาผิดๆให้เห็นเสมอ ที่เขาเป็นห่วงเพราะหนังสือพิมพ์ฉบับนี้แพร่หลายมากไปทั่วประเทศและทั่วโลก (ที่มีคนไทยต้องการอ่าน) ฉะนั้น เมื่อสื่อภาษาผิดๆออกไป จะถือว่าเผยแพร่คำ (ความที่) ที่ผิดไปมากกว่าหนังสือพิมพ์อื่นๆ
         อย่างเช่นคำว่า ฆ้-อ-น นี้ ถ้าเปิดพจนานุกรม (ไม่รู้ว่าคนดูแลหน้านี้มีพจนานุกรมหรือ อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไรŽ ราคา ๒๐ บาทเท่านั้น ก็จะพบแต่คำว่า ฆ้อง ที่หมายถึง เครื่องตีชนิดหนึ่ง มักทำด้วยทองเหลือง มีลักษณะเป็นแผ่นแบนกลม ขอบงุ้ม มีปุ่มกลางสำหรับตีŽ (พจนานุกรมฉบับมติชน หน้า ๒๐๒)
         พูดถึงคำนี้ ยามภาษา บอกว่าที่ทางไปสุพรรณบุรี จะมีคลองๆหนึ่งชื่อ คลองลาก ฆ้-อ-น มีคนฟ้องว่าเขียนผิดหลักภาษาอย่างนี้ ไม่ทราบว่าท่านที่ผ่านเห็นจะช่วยไปถามเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้พิจารณาดูทีหรือว่า มีความเป็นมาอย่างไร จึงเขียนเช่นนั้น ถ้าเป็นความเข้าใจผิด ท่านเขียนถูกต้องแล้วก็ขออภัยด้วย
         เรื่องที่สาม ลักหลั่น นี่เป็นคำที่เห็นเป็นอักษรวิ่งทางโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ในวันหนึ่ง เพื่อไม่ให้ตัวเองหน้าแตก ไปเปิดพจนานุกรมแล้วพบแต่คำว่า ลักลั่นŽ และมีคำอธิบายว่า ขาดความเป็นระเบียบ ทำให้เกิดเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นไปตามกฎ ตามแบบ ตามลำดับเป็นต้น ดูคำอธิบายแล้วคิดถึงความเป็นไปในหน่วยราชการบางหน่วย ที่น่าสงสารเจ้าหน้าที่ที่ถูกผู้มีอำนาจใช้งานอย่างทาส ไม่ยอมให้เขาทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพอันสุจริตตรงไปตรงมา ตาม ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน ที่ควรจะเป็น
         เรื่องที่สี่ เขียนถึงคำว่า มาตรฐาน แล้วนึกได้ว่า วันก่อนโน้นเห็นโทรทัศน์อันเป็นสื่อของรัฐ แม้จะพยายามจะทำให้โมเดิร์นเพียงใด แต่ถูกผู้มีอำนาจมานำไปใช้สร้างภาพลักษณ์ส่วนตัว (และพรรค) เสียอย่างน่าเสียดาย วันหนึ่งเห็นเขียนว่า มาตราฐานŽ แล้วก็ใจหาย น่าจะทำอะไรให้มี มาตรฐานŽ ได้ Standard สมหน่วยงานของรัฐเสียหน่อย ประชาชนที่เป็นเจ้าของเขาขอร้อง

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th