ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
คำใกล้เคียง แต่ความหมายอาจไกลกัน
|
"คำพูดดูไม่น่าจะทำให้เจ็บได้ แต่ก็เจ็บได้เหมือนกัน ฉะนั้น ถ้าเราอยากที่จะทำให้คนอื่นเจ็บ เราก็พูดด่าเขาบ้าง หรือพูดอะไรที่ทำให้เขากระทบกระเทือน มันก็เจ็บเหมือนกัน หมายความว่า คำพูดนี้มีพลัง พลังนี้ถ้าใช้เปะปะก็เป็นสิ่งเสียหายแก่ผู้อื่นได้..."
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๑๕
มีถ้อยคำบางคำที่สะกดหรือออกเสียงใกล้กัน ซึ่งผู้ใช้ภาษาบางคนเข้าใจว่าเป็นคำเดียวกันหรือมีความหมายใกล้เคียงกันหรือหมายความอย่างเดียวกัน
จริงอยู่ อาจมีใช้แทนกันได้ แต่ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่ามีความหมายต่างกันมาก อย่างเช่น
คู่ที่ ๑ "เสด็จ" กับ "สมเด็จ"
ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับการถวายการผ่าตัดพระปิฐิกัณฐกัฐิของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหนังสือพิมพ์บางฉบับรายงานว่า พระบรมวงศ์พระองค์หนึ่งรับสั่งว่า "พระอาการของเสด็จพ่อดีขึ้นมาก" ผู้เขียนเห็นแต่ในหนังสือพิมพ์ เผอิญไม่ได้ยินพระดำรัสในวันนั้น
ตามที่เคยได้เล่าเรียนมาและได้ยินได้เห็นมา ผู้เขียนเชื่อว่า คำว่า "เสด็จ" กับคำ "สมเด็จ" นั้นต่างกันมาก ยิ่งคำว่า พระบาทสมเด็จ ยิ่งเป็นคำที่แสดงศักดิ์ของบุคคลสูงกว่า เสด็จ มากขึ้นไปอีก
เสด็จ (นาม) คำเรียกเจ้านายชั้นพระองค์เจ้า ที่เป็นลูกเธอและหลานเธอซึ่งพระอัยกาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)
ส่วนพจนานุกรมฉบับมติชนอธิบายฟังง่ายกว่าว่า คำเรียกลำลองใช้เฉพาะพระราชโอรสและพระราชธิดาชั้นพระองค์เจ้าเท่านั้น
คำเรียกลำลอง คือภาษาพูดกันวงใน ไม่ใช่ภาษาที่เรียกเป็นทางราชการเหมือนที่เรียก หม่อมเจ้าว่า ท่าน (ชาย) หรือ ท่าน (หญิง) เรียกหม่อมราชวงศ์ว่า คุณ (ชาย) หรือ คุณ (หญิง)
แต่ทั้งสองฉบับไม่ได้แยกให้เห็นชัดเจนว่า ประเพณีทางภาษาของเราไม่ได้เรียกว่า พระองค์เจ้า ว่า เสด็จ ทุกระดับชั้น แท้จริงแล้วมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้า... เท่านั้นที่ท่านใช้คำลำลองหรือภาษาพูดกันเองเรียกว่า เสด็จ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า... เป็นบุคคลที่เป็นพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ที่มีพระมารดาเป็นสามัญชน (คือตั้งแต่หม่อมราชวงศ์ลงมา) ที่เรียกว่า เจ้าจอม ถ้าเจ้าจอมนั้นมีบุตรธิดา ก็เรียกว่า เจ้าจอมมารดา) เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการรถไฟ การวิทยุกระจายเสียง การออมสิน ฯลฯ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ทรงเป็นบิดาแห่งการทัพเรือไทย (ซึ่งทรงเป็นเจ้านายที่คนจีนเคารพมากถึงกับเรียกว่า เสด็จเตี่ย แล้วคนไทยก็ไปเรียกเอาอย่างตาม แค่นั้นยังไม่พอ ยังบังอาจเรียกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นพระบิดาของ เสด็จเตี่ย ว่า เสด็จพ่อ ร.๕ ซึ่งดูจะยิ่งต่ำศักดิ์ลงไปอีก เพราะเสมือนเป็นแค่ เจ้าพ่อ ในศาลเพียงตา อาศัยว่าทรงเป็นเจ้า พวกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็เลยเรียก เสด็จพ่อ ไปด้วย)
ส่วนลำดับรองลงมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า... ได้แก่เจ้านายที่ทรงเป็นพระโอรสและพระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (เสด็จ) ที่มีพระมารดาเป็นเจ้า (ตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป) คือในลำดับที่ทรงเป็นพระราชนัดดา (หลาน) ของพระมหากษัตริย์
หรืออีกประเภทหนึ่งคือเจ้านายที่ทรงประกอบคุณงามความดีต่อแผ่นดิน ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า... เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ซึ่งทรงได้รับสถาปนาจากหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ หรือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านราธิปพงศ์ประพันธ์ (พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านราธิปประพันธ์พงศ์) ซึ่งทรงได้รับสถาปนาจากหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ
ลำดับถัดลงมาจึงเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ซึ่งได้แก่พระโอรส หรือพระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (เสด็จ) ที่มีพระมารดาเป็นเจ้า คำเรียกลำลองใช้ว่า พระองค์ชาย หรือ พระองค์หญิง (ในบ้านเมืองเรานี้ เคยมีคนเข้าใจผิด เรียก พระเจ้าวรวงศ์เธอ ว่า เสด็จ อยู่บ้างเหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นการเรียกที่ผิด อาจเป็นเพราะไม่กล้าและไม่รู้จริง)
พระองค์เจ้าชั้นพระวรวงศ์เธอที่เราพอจะได้รู้จักพระนามและพระเกียรติคุณในช่วงที่ไม่นานมานี้ เช่น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร และพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิมลฉัตร ซึ่งทรงเป็นพระโอรสและพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (ซึ่งทั้งสององค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการจัดการประกวดรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีไรต์) หากพระโอรส-พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ (เสด็จ) ที่มีมารดาเป็นสามัญชน (ที่เรียกว่า หม่อม) ท่านเหล่านั้นก็จะมีบรรดาศักดิ์โดยกำเนิดเป็นหม่อมเจ้า
ส่วนคำว่า สมเด็จ นั้น เป็นคำนำหน้าพระนามพระบรมวงศ์ที่สูงกว่า เสด็จ ขึ้นไปอีก เช่น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า...และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า... ซึ่งเป็นพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์ที่ประสูติแต่พระมเหสีหรือพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินี หรือเป็นคำนำหน้าพระนามพระบรมวงศ์ เช่น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ฯลฯ
ยิ่งเมื่อพระมหากษัตริย์ที่ได้ทรงผ่านพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกแล้ว เป็น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" แล้ว นับว่าทรงดำรงฐานะสูงสุด (ดังในรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่บัญญัติไว้)
ดังนั้น ผู้เขียนจึงย้ำอยู่เสมอว่า คนที่เรียก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ สมเด็จพระปิยมหาราช ว่า เสด็จพ่อ ร.๕ นั้น แม้จะเรียกด้วยความรู้สึกเคารพ หรือจงรักภักดีเพียงใด ก็เป็นการเรียกที่ไม่สมควร เพราะเป็นการลดระดับพระราชฐานันดรศักดิ์ลงมาตั้งหลายระดับอย่างที่ไม่บังควรยิ่ง เพราะแม้เมื่อเริ่มพระราชสมภพนั้น พระองค์ก็ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์ เป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์แล้ว
จึงขอเน้นย้ำว่า เสด็จ ไม่ใช่ สมเด็จ และ สมเด็จ ก็ไม่ใช่คำที่กร่อนเสียงมาเป็น เสด็จ และใช้เรียกแทนกันมิได้
คู่ที่ ๒ หมายเลข กับ เลขหมาย
คำคู่นี้ หมายเลข และ เลขหมาย มักสร้างความสับสนให้แก่คนทั่วไปเสมอ แม้บุคคลที่อยู่ในวงการโทรคมนาคม นอกจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลงานโดยตรงแล้ว เมื่อถูกถามจากคนภายนอก ก็อาจอธิบายไม่ชัดเจนได้
ขอยกคำอธิบายที่เป็นหลักเกณฑ์มาให้ทราบก่อนดังนี้
จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า
หมายเลข (หมายถึง)-เลขลำดับ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ ลำดับที่ เช่น ผู้เข้าประกวดหมายเลข ๑
เลขหมาย (หมายถึง)-จำนวนตัวเลขที่กำหนดไว้
ส่วน พจนานุกรมฉบับมติชนอธิบายว่า
หมายเลข (นาม)-เลข ตัวเลขที่กำหนดตามเกณฑ์ เช่น หมายเลขทะเบียนรถ หมายเลขเครื่องยนต์ และ เลขหมาย (นาม)-หมายเลขที่กำหนดไว้ประจำสำหรับบุคคลและสิ่งของ (คำอธิบายนี้ค่อนข้างทำให้รู้สึกสับสนพอประมาณ)
เพื่อความชัดเจน ผู้เขียนขอยกตัวอย่าง เช่น ตามสัญญาครั้งแรก บริษัทเทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับสัมปทานการติดตั้งโทรศัพท์พื้นฐานในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นจำนวน ๒ ล้านเลขหมาย และบริษัททีทีแอนด์ที ได้รับสัมปทานให้ติดตั้งในต่างจังหวัด จำนวน ๑ ล้านเลขหมาย และเมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๓๕ บริษัทเทเลคอมเอเซียฯ ได้ทำการติดตั้งและส่งมอบเลขหมายที่พร้อมให้บริการได้ ให้แก่องค์การโทรศัพท์ฯ เป็นจำนวน ๑,๐๐๐ เลขหมาย แม้ว่าตามสัญญาจะต้องมอบเพียง ๖๖๐ เลขหมายเท่านั้นก็ตาม
คำว่าเลขหมายจึงเป็น ลักษณะนาม ที่บอกจำนวน ฉะนั้นเราจึงใช้คำนี้ ตามหลังจำนวนนับ เหมือนอย่างที่บ้านของคนใหญ่คนโตผู้มีอำนาจอาจมีโทรศัพท์อยู่ถึง ๑๐ เลขหมาย เป็นต้น
วิธีจำง่ายๆเมื่อนึกถึงคำว่า หมายเลข ให้เรานึกถึง คำว่า หมาย หรือ เครื่องหมาย ที่ทำให้เราจำอะไรๆได้ เช่น หมายเลขทะเบียนรถ หมายเลขเครื่องยนต์ (เครื่องยนต์ในรถแต่ละคันจะได้หมายเลขเครื่องยนต์ที่ไม่ซ้ำกัน ต่อให้เปลี่ยนสีหรือดัดแปลงรูปร่างอย่างไร เครื่องยนต์ของรถคันนั้น ต้องคงเป็นตัวเลขเดิมเสมอ ดังนั้น เวลาไปแจ้งความว่ารถหาย ตำรวจจึงต้องเอาทะเบียนรถไปเทียบดูตัวเลขที่จารึกไว้ในเครื่องยนต์ของรถที่จับจากผู้ร้ายมาได้ ว่าเป็นหมายเลขเดียวกันหรือไม่)
ดังนั้น เมื่อพูดถึงคำว่า หมายเลข ให้นึกถึง ตัวเลขประจำสิ่งของนั้น เช่น หมายเลขประจำโทรศัพท์เครื่องนั้นๆ เช่น ต่อไปนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายนนี้เป็นต้นไป หมายเลขโทรศัพท์มือถือของชาวทรู จะมีหมายเลขสิบตัว เช่น ๐๘-๙xxx-xxxx ถ้าเป็นที่สำนักงาน ก็จะเป็น ๐๘-๒๖๙๙- xxxx (โดยทางกระทรวงโทรคมนาคม ให้เปลี่ยนหมายเลขนำหน้าจาก ๐๙ เป็น ๐๘-๙) ส่วนโทรศัพท์ตามบ้านทั่วๆไป คงจะเป็น ๐๘-๒ xxx- xxxx
ส่วนคำว่า เลขหมาย ให้เรานึกถึงจำนวนว่ามีเท่าไร (กี่เครื่อง ซึ่งแต่ละเครื่องก็มีหมายเลขประจำเครื่องนั้นๆ)
ของฝาก เมื่อสกุลไทยฉบับที่ ๒๗๐๓ สำหรับวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ ในหัวข้อ เก็บตก-ควันหลง วางตลาดไม่กี่ชั่วโมง เพื่อนรัก ๒ คนได้โทรศัพท์ถึง สุดสงวน ยืนยันว่า พระราชธรรมนิเทศ ผู้แปลโคลงกลอนฝรั่งมาเป็นกลอนไทยที่แสนจับใจว่า
เมื่อล้มกลิ้งใครหนอวิ่งเข้ามาช่วย
ละปลอบด้วยนิทานกล่อมขวัญให้
หรือจูบที่เจ็บชะมัดเป่าปัดไป
ผู้นั้นไซร้ที่แท้แม่ฉันเอง
นั้นไม่ใช่ พระนักเทศน์ชื่อดังวัดย่านนนทบุรี อย่างที่นักวิชาการปัจจุบันบางคนกล่าวอ้างผิดๆ เพื่อนยืนยันว่าพระราชธรรมนิเทศ (ที่สิ้นชีวิตไปนานพอสมควรแล้ว) คนนั้นเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ทำงานทำนองเดียวกับ หลวงวิจิตรวาทการ คือ เป็นคนมีความรู้ทางภาษาคนหนึ่ง และผลงานทำให้ท่านกลายเป็นมือเป็นไม้ให้ผู้มีอำนาจในวงการเมือง เป็นข้าราชการที่ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น พระ (ขุน-หลวง-พระ-พระยา-เจ้าพระยา-สมเด็จเจ้าพระยา) ที่มีราชทินนาม (นามที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานหรือตั้งให้ สำหรับต่อท้ายบรรดาศักดิ์) ว่า ราชธรรมนิเทศ ไม่ใช่พระที่เป็นบรรพชิต
พระราชธรรมนิเทศแปลกลอนชิ้นนี้มาจากโคลงกลอนของ (ดูเหมือนจะเป็นพี่น้อง) ฝรั่งคู่หนึ่งที่ชื่อ Jane and Ann Taylor เขียนไว้น่าฟังว่า
Who ran to help me
When I fell
And would some pretty story tell
Or kiss the place to make it well
My Mother
ช่างเหมาะเหลือเกินสำหรับบรรยากาศ วันแม่ แม้จะช้าไปหน่อย แต่การแสดงความรักแม่ไม่มีวันสาย