บทความ-สารคดี  
เก็บตก-ควันหลง
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2703 ปีที่  52 ประจำวัน  อังคาร ที่  8 สิงหาคม  2549

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา

 

    เก็บตก-ควันหลง

    
           เมื่องานหรือเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว อาจมีบางเรื่องบางราว บางสิ่งบางอย่างที่ยังตกค้างหรือกล่าวถึงไม่ครบถ้วน ควรเก็บมาไว้ในเรื่องเดียวกัน เรื่องที่นำมากล่าวถึงภายหลังนี้ ท่านเรียกว่า เก็บตกŽ ก็มี หรือ "ควันหลง" ก็เรียก
         เมื่อพระราชพิธีฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ผ่านไปแล้ว โดยความประทับใจยังตราตรึงความทรงจำของประชาชนทั่วไปอยู่นั้น สิ่งที่ตามมายังมีอีกมากมาย
         ประการแรกที่เห็นได้ชัดคือ ประชาชนเก็บความทรงจำผ่านวิธีการต่างๆ ทั้งการติดตามถ่ายภาพพระราชพิธี งานบุคคล (โดยเฉพาะภาพพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งของไทยและพระราชอาคันตุกะต่างประเทศ ซึ่งเป็นทั้งสมเด็จพระจักรพรรดิ พระราชาธิบดี พระราชินี มกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศ์ซึ่งทรงได้รับมอบหมายให้เสด็จแทนพระประมุขที่เสด็จด้วยพระองค์เองไม่ได้) น่าปลื้มใจที่ชาวไทยช่วยกัน เฝ้ารับเสด็จ (ไม่ใช่ ถวายการรับเสด็จ หรือ ถวายการต้อนรับ อย่างที่มีผู้ใช้กันผิดๆ และก็มีผู้รับสืบทอดต่อๆมา การต้อนรับ และ การรับเสด็จ เป็น นามธรรม ไม่น่าเอาไปถวายได้เหมือนสิ่งของ ส่วน เฝ้า และ รับเสด็จ เป็นคำกริยา ที่ทำกันได้เลย คือยืนหรือนั่งคอย เมื่อเจ้านายเสด็จผ่านมาถึงก็ ถวายคำนับ คือโค้งคำนับหรือถอนสายบัว-สำหรับสุภาพสตรี)
         ประการที่สอง ผู้เขียนดีใจ ที่มีคนออกมาเตือนคนที่นำพระบรมรูปและพระรูปเจ้านายทั้งไทยและต่างประเทศออกมาจำหน่าย-จ่าย-แจก อย่าได้วางพระบรมรูปและพระรูปเหล่านั้นไว้ในที่ไม่สมควร
         ประการที่สาม ใครก็ตามที่อัญเชิญพระบรมรูปและเชิญพระรูปมาพิมพ์เผยแพร่หรือออกจำหน่าย-จ่าย-แจกนั้นโปรดทราบว่า ในเวลาธรรมดาทั่วไป ต้องได้รับพระบรมราชานุญาต พระอนุญาต หรือได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจหน้าที่เสียก่อน แต่ในโอกาสมหามงคลนี้คงต้องยอมให้เป็นกรณีพิเศษเพื่อความปลาบปลื้ม ความประทับใจ ความจงรักภักดีซึ่งไม่มีขีดจำกัด จึงมีการกระทำและเผยแพร่ได้โดยง่าย และพ่อค้า แม่ค้าพูดกับผู้เขียนว่า เขาต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและคงเป็นเพราะพระบรมโพธิสมภารอย่างมากที่มาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยแท้ ที่ทำให้เขาได้มีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะทำมาก่อน นี่คือพระบุญญาบารมีปกแผ่มาถึงพวกเขาอีกมิติหนึ่ง
         ประการที่สี่ ใครก็ตามที่ได้เชิญพระรูปและนำเรื่องการเสด็จทรงปฏิบัติพระภารกิจของเจ้านายต่างประเทศไปพิมพ์เผยแพร่ออกจำหน่าย-จ่าย-แจกนั้นโปรดคำนึงถึงความสมควรในการใช้ถ้อยคำ ราชาศัพท์ที่พอดีพองาม อันแสดงถึงความมีวัฒนธรรมของชาติด้วยการเทิดพระเกียรติยศ (ไม่ใช่ ถวายพระเกียรติ (ยศ))
         เพราะสามัญชนอย่างเราจะเอา พระเกียรติ (ยศ)Ž มาจากไหนไปถวายเจ้านาย เว้นแต่เจ้านายเหล่านั้นทรงมีพระเกียรติยศยิ่งอยู่แล้ว เราช่วยกับ เทิด หรือ เฉลิม ให้สมพระฐานันดรศักดิ์ของท่านเท่านั้น
         แต่มีคนมาบ่นให้ฟังว่า มีบางคนในบางสื่อใช้ถ้อยคำที่ไม่สมควรไปบ้างก็มี น่าเสียดายความรู้สึก เพราะเจ้านายพระองค์นั้นเคยเสด็จเมืองไทยหลายครั้ง และทรงตั้งพระทัยว่าจะเสด็จมาอีก เพราะนอกจากจะโปรดประเทศไทยและทรงซาบซึ้งในกิริยามารยาทคนไทยที่รับเสด็จเจ้านายต่างประเทศเป็นอันดีแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด ยังทรงซาบซึ้งในพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก พระองค์จะต้องทรงศึกษาและนำไปเป็นแนวทางในการทะนุบำรุงประเทศชาติและประชาชนของพระองค์ให้จงได้
         นี่คือคุณงามความดีที่เนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวัฒนธรรมอันงามของไทยโดยแท้
         ประการที่ห้า มีเพื่อนเก่า (และแก่) ของ สุดสงวนŽ หลายคน (ขอย้ำว่ามากกว่าสาม) ปรารภว่า เขาต่างเป็นห่วงราชาศัพท์ที่คนทำสื่อในปัจจุบันใช้อย่างสบายใจ โดยไม่คำนึงถึงความ ควร และ ไม่ควร เช่นคำว่า พ่อ แม่ (บางคนยังเติมคำ เสด็จ เข้าข้างหน้าอย่างที่ลิเกใช้ด้วย) (ทั้งๆที่คำเหล่านี้ เจ้านายที่ทรงมีสิทธิที่จะใช้ได้ มีแต่ทูลกระหม่อม ๔ พระองค์เท่านั้น)
         หรืออย่างคำกริยาว่า ให้ ที่คำกริยาราชาศัพท์ง่ายๆที่ควรจะใช้ว่า ถวาย สื่อมวลชน (บางคนบางสำนัก) ก็ไม่ศึกษาให้รู้ว่า เมื่อไรจะใช้ว่า ถวาย เมื่อไรควรจะใช้ว่า พระราชทาน และ ประทาน แม้กระทั่งจะทำความดีเพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวก็ยังใช้คำกริยาแทนพวกเราเองว่า ให้Ž นี่คือคำปรารภของผู้รักภาษาไทย (ไม่ใช่ สุดสงวนคิดเองเออเองคนเดียวจริงๆ)
         แต่เราก็คิดว่า ต่อไปนี้ น่าที่กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุ-โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ต่างๆ น่าจะมีการอบรมสั่งสอน-สัมมนาเกี่ยวกับ การใช้ภาษาที่ดีŽ ให้บ่อยขึ้น ถี่ขึ้น และมีการเผยแพร่การใช้ภาษาที่ดีให้แพร่หลายทั่วถึง โดยที่บุคลากรในองค์กรนี้น่าจะต้องได้รับเชิญมาให้ความรู้สม่ำเสมอได้แก่ ราชบัญฑิตยสถาน (ไม่ใช่ไปตัดงบประมาณจนแทบไม่มีใช้ หรือเอาไปใช้หาเสียงในทางที่ไม่สร้างสรรค์) กระทรวงศึกษาธิการและบุคลากร (ที่รู้จริง) จากวงการภาษาและวัฒนธรรม ฯลฯ เป็นต้น
         ต่อไปนี้เป็นคำฝากจากเพื่อน ยามภาษาŽ ของ สุดสงวน ที่เห็นว่าควรแก้ไขให้ถูกต้อง
         หนึ่ง รายการ เกมเศรษฐี ของ ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ที่เฉลยว่า สุนทรภู่Ž ผู้แต่งนิทานคำกลอนชิ้นเอกเรื่องพระอภัยมณีคือ พระยาศรีสุนทรโวหาร นั้น อาจารย์หรือใครที่รู้จักต่างยืนยันให้ช่วยแก้ไขว่า บรรดาศักดิ์ท่านผู้นั้นคือ พระสุนทรโวหาร (ภู่) (ยังไม่ถึงชั้น พระยา) และไม่มีคำว่า ศรี
         ส่วนบุรพาจารย์และบุรพกวีที่ทรงคุณค่าทางการศึกษา-ภาษาและวรรณคดีไทยนั้นที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาศรีสุนทรโวหาร มีหลายคน เช่น
         พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นักปราชญ์ทางภาษาของไทยที่มีบรรดาศักดิ์เป็นถึง พระยาท่านมีนามเดิมว่า น้อย อาจารยางกูร ซึ่งเป็นผู้แต่งตำราการเรียนภาษาไทยที่เป็นแม่แบบต่อๆมา โดยตำราเรียนนั้นมีนามที่คุ้นหูคุ้นตาคนที่สนใจภาษาไทยคือ มูลบทบรรพกิจ วาหนิติ์นิกร อักษรประโยค สังโยคพิธาน ไวพจน์พิจารณ์ และพิศาลการันต์ (ดูเหมือนต่อมามีผู้มาแต่งเพิ่มเติมอีก ๒ เล่ม ชื่อ อนันตวิภาค และอักษรกมาลา ถ้าผู้เขียนจำชื่อมาผิด ท่านผู้รู้กรุณาบอกแก้ไขให้ด้วย ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้า)
         และพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) นี้แหละที่เป็นผู้แต่งคำประพันธ์บทสวดมนต์ที่เราสวดกันมาจนบัดนี้ (องค์ใดพระสัมพุทธฯ ธรรมะคือคุณากรฯ สงฆ์ใดสาวกศาสดาฯ ส่วนบทสวด คาถาพาหุงŽ ตอนแรก ที่ขึ้นต้นว่า ปางเมื่อพระองค์ปรมพุทธฯ นั้น เป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ไว้บทเดียว และดีมาก
         (ขอเรียนแทรกเพิ่มเติมว่า บัดนี้ ผศ.มะเนาะ ยูเด็น อดีตคณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตรูสมิแร ปัตตานี ได้ใช้ความรู้ความพยายามและขอความรู้ที่ถูกต้องจากผู้รู้ภาษาบาลี และความรู้ทางพระพุทธศาสนาดี แปลและแต่งบทสวด คาถาพาหุงŽ เป็นวสันตดิลกฉันท์ ๑๔ ตามรอยพระบาท พระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าไว้จนจบ มีผู้มีจิตศรัทธาได้กรุณาช่วยจัดพิมพ์เป็นวิทยาทาน ท่านผู้ใดที่สนใจ กรุณาแจ้งไปที่อาจารย์มะเนาะ บ้านพักอาจารย์ นวมน ในบริเวณมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตรูสมิแร ปัตตานีŽ หรือที่อาจารย์อำพล สุวรรณธาดา ๒๙/๔๑๒ ซอย ๑๑ หมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ นนทบุรี ๑๑๑๒๐Ž หรือแจ้งผ่านมาที่ สุดสงวนŽ นี้ ก็ยินดีจะติดต่อให้ได้)
         ในสมัยใกล้เคียงกันนี้ยังมี พระยาศรีสุนทรโวหาร (ฝัน สาลักษณ์) ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยด้วยเช่นกัน ผลงานของท่านที่ขึ้นชื่อ คือ อนิรุทธคำฉันท์ เป็นต้น
         แต่กวีเอกแห่งกรุงผู้เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มามีชีวิตรุ่งเรืองเป็นกวีที่ปรึกษา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ยุคทองของวรรณคดีไทยอีกยุคหนึ่ง) ต้องตุหรัดตุเหร่ออกจากราชการด้วยเกรงราชภัยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แล้วได้กลับเข้ารับราชการเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหารนั้น คือกวีเอกผู้มีนามเดิมว่า ภู่ คนทั่วไปจึงเรียกท่านทั้งบรรดาศักดิ์และราชทินนามย้ำนามจริงให้รู้ว่าคนผู้นี้คือคนที่ชื่อภู่ว่า สุนทรภู่Ž (เพราะบรรดาศักดิ์ ขุน หลวง พระ พระยา เจ้าพระยา สมเด็จเจ้าพระยานั้น จะมีคนได้รับหลายคน และราชทินนามที่ตามบรรดาศักดิ์นั้น ก็จะมีซ้ำกันหลายคน เช่น พระยาศรีสุนทรโวหาร (ดังกล่าวถึงเพียง ๒ ท่าน)
         สอง มีคนที่รักภาษาไทยและรักวงการวรรณคดีไทยท่านหนึ่งปรารภว่า ได้ไปอ่านตำราที่อาจารย์ยุคใหม่คนหนึ่งแต่งไว้ และในหนังสือมีข้อผิดพลาดที่น่าจะได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง (เสียดายที่ท่านผู้นั้นไม่ได้บอกว่าหนังสือชื่ออะไรและใครเป็นคนแต่ง) ท่านจำได้แต่เพียงว่า หนังสือนั้นอ้างว่าผู้แต่งกลอนที่ใครๆจำกันได้ดีที่ว่า
         เมื่อล้มกลิ้งใครหนอวิ่งเข้ามาช่วย แล้วปลอบด้วยนิทานกล่อมขวัญให้ และจูบที่เจ็บชะมัดเป่าปัดไป คนนั้นไซร้ที่แท้แม่ฉันเองŽ
         ซึ่งเท่าที่เคยรู้กันมา พระราชธรรมนิเทศ ผู้แต่งบทกวีอันซาบซึ้งนี้โดยแปลมาจากบทกวีภาษาอังกฤษ แล้วมาแต่งเป็นกลอนไทยอันไพเราะนี้เป็นกวีที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในอดีตของไทย ท่านสิ้นชีวิตไปนานเป็นสิบๆปีแล้ว เป็นฆราวาสไม่ใช่บรรพชิตที่มีชีวิตในปัจจุบันแน่นอน
         ที่ท่านผู้บอกมาเป็นห่วงเพราะผู้แต่งตำราเล่มนั้นบอกว่า พระราชธรรมนิเทศที่แต่งบทกวีนี้เป็น พระนักเทศน์ชื่อดังคนหนึ่งซึ่งเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดโดยสิ้นเชิง และจะเป็นบาปถ้าเยาวชนของชาติเข้าใจว่าเป็น พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว นนทบุรีในปัจจุบัน ท่านจึงขอร้องผ่านมาทางคอลัมน์นี้ ถ้าใครรู้จักหรือพบเจ้าของสำนักพิมพ์ที่พิมพ์ตำราเล่มนี้ โปรดแจ้งให้แก้ไขให้ถูกต้องด้วย เพื่อเยาวชนของชาติและวงวรรณกรรมไทย ท่านทักท้วงด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th