ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
ตอนเล็กๆผู้เขียนมีสุขภาพร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนแอและขี้อาย แม้จะลงไปเตะลูกส้มโอกับเพื่อนบ้าง แต่ก็ค่อนข้างเหนื่อยง่าย จึงชอบเป็นกองเชียร์ ทั้งในการเล่นกีฬาและการแสดง ครั้นเห็นลูกๆสนใจฟุตบอล และเป็นแฟนหงส์แดงลิเวอร์พูล ก็เลยมาสนใจเชียร์กับลูกๆเข้าค่อนข้างมาก แม้ไม่ถึงกับเรียกว่า ติด เพราะอยู่ดึกไม่ได้มาก แต่ก็พอรู้งูๆปลาๆ
การดูฟุตบอลโลกคราวก่อน ผู้เขียนได้ภาษามาเขียนอยู่หลายตอน ยิ่งคราวนี้ ค่อนข้างจะสนใจดูมากหน่อย (อย่างที่เขาเรียกว่า ฟุตบอลโลกฟีเวอร์) เลยได้เรื่องเกี่ยวกับภาษามาเล่าสู่กันฟัง (อ่าน) ไม่น้อย จะลองแยกเป็นเรื่องๆไปเท่าที่จะทำได้ แต่นิสัย สุดสงวน เป็นอย่างไร บ.ก. และ กอง บ.ก. รู้ดี ตั้งใจจะทำเป็นกิจจะลักษณะ แต่เอาไปเอามาก็โลภ อยากเอาเรื่องโน้นปนเรื่องนี้เสมอ คราวนี้ก็สงสัยจะไปไม่รอด แต่จะลองทำดู
เรื่องที่หนึ่ง ชื่อและฉายา นักข่าวกีฬาเขาชอบทำข่าวให้มีสีสัน ฉะนั้น ทีมฟุตบอลแต่ละทีมจะถูกนักข่าวกีฬาให้ฉายาหรือชื่อเรียกแปลกๆ ทั้งเรียกตามฝรั่งและไทยคิดเอง เท่าที่พอรวบรวมได้มีดังนี้
เยอรมนี เจ้าภาพมีฉายาว่า อินทรีเหล็ก-เมืองเบียร์ อังกฤษ ที่มีแฟนคนไทยมากที่สุด เรียกเมืองผู้ดีและสิงโต (คำราม) รวมทั้งเรียกทับศัพท์ตามที่ฝรั่งเรียก ทรีไลออนส์ (ตราของทีม) ฝรั่งเศส ถูกเรียกว่า ตราไก่ (ตราของทีม) และทีมน้ำหอม อเมริกา เรียกว่า อินทรีขาว และลุงแซม สเปน คือ กระทิงดุ (และก็ดุสมชื่อ เพราะนัดแรกยิงคู่ต่อสู้คือยูเครนถึง ๔ ประตู ต่อ ๐) ซาอุดิอาราเบีย มีฉายาว่าเศรษฐีน้ำมัน บราซิล (ซึ่งเป็นทีมที่ใครๆถือเป็นเต็งหนึ่งมาก่อน เพราะมีผู้เล่นฝีเท้าเยี่ยมและเคยเป็นทีมที่ชนะเลิศมามากครั้ง) ถูกเรียกว่า แซมบ้า (ตามลีลาการเต้นรำ) และทีมกาแฟ (เพราะเป็นสินค้าออกลือชื่อ) สวีเดน เรียกว่า ไวกิ้งส์ พอเข้าท่าหน่อย แต่ที่นักข่าวบางคนบางฉบับเรียกว่า ฟรีเซ็กซ์ ออกจะไม่น่าถูกใจเจ้าของประเทศ (เหมือนคราวก่อนที่โรมาเนีย เข้ามาด้วยเขาเรียกทีมผีดิบ หรือบางฉบับเรียกตรงๆว่า แฟรงเก็นสไตน์ ซึ่งดูเหมือนสถานทูตประเทศนั้นออกมาขอร้องว่าอย่าใช้เลย)
เดนมาร์ก ถูกเรียกว่า โคนม (เพราะส่งผลิตภัณฑ์นมมาตีตลาดเมืองไทยมาก) ออสเตรเลีย นั้นแน่นอนว่าต้องเรียก จิงโจ้ และออสซี (ตามชื่อเรียกชาวประเทศนั้นสั้นๆ) เม็กซิโก แน่นอน ก็ต้องจังโก้ อาร์เจนตินา ถูกเรียกตามธงชาติและสีเสื้อประจำทีมว่า ฟ้าขาว เนเธอร์แลนด์หรือฮอล์แลนด์ หรือฮอลันดา ก็เรียกตามสีประจำทีมว่า อัศวินสีส้ม กังหันสีส้ม และกังหันลม (ตามสัญลักษณ์ของประเทศ)
แถวกลางๆยุโรปยังมีทีมที่คนไทยชอบทั้งฝีเท้า และความหล่อเหลาของนักฟุตบอลคือ อิตาลี ที่นอกจากจะเรียกชื่อตามที่ฝรั่งเขาเรียกกันเองว่า อัสซูรี แล้ว ยังเรียกว่า มะกะโรนี ตามชื่ออาหารโปรดของเขา (และชาวเรา) สวิตเซอร์แลนด์ ดีหน่อยที่เรียก แดนนาฬิกา (เพราะในความทรงจำแต่โบราณนานมา คนไทยถือว่าประเทศนี้คือเจ้าแห่งการผลิตนาฬิกาที่มีคุณภาพเยี่ยม)
มาเพื่อนบ้านเราซึ่งฝีเท้าไปไกลกว่าไทยหลายช่วงตัว อย่างญี่ปุ่น นอกจากจะเรียกว่าคุณยุ่น (มาจากคำผวนด้วยความรักว่ายุ่นปี่ = ญี่ปุ่น) แต่หลายฉบับเรียกตามอาหารที่ติดใจว่า ปลาดิบ บางทีเรียก สาเก (น้ำเมาคนเขียนข่าวชอบและที่ขึ้นชื่อลือชาของเขา) ในขณะที่เรียกเกาหลีที่ฝีเท้าจัดจ้านน่าเชียร์ตามประสาคนเอเชียด้วยกันว่าโสม หรือพลังโสม (ถ้าเป็นเกาหลีใต้มักเรียกว่า โสมขาวและเกาหลีเหนือก็ได้นามว่า โสมแดง) แต่บางคนที่ต้องใจรสนิยมอาหารก็จะเรียก กิมจิ (ตามผักดองที่เป็นเครื่องเคียงลือชื่อของเกาหลี แหม พอเอ่ยชื่อยังน้ำลายสอเลยละ)
ไปดูแถวอื่นบ้าง เช่น โครเอเชีย ซึ่งเป็นประเทศแยกมาใหม่ เมื่อเรียกคนประเทศนั้นก็เรียกเขาว่าชาวโครแอต แต่เนื่องจากเสื้อทีมประจำชาติเป็นสีแดงสดสะดุดตา และเป็นรูปตาหมากรุก นักข่าวไทยก็เลยให้ฉายาว่าทีมตราหมากรุกเสียเลย ส่วนเอควาดอร์แถบอันไกลโพ้น เขาเรียกว่าทีมกล้วยหอม (อันนี้จนด้วยเกล้า ถ้าถามลูกชายได้ ก็จะเรียนให้ท่านทราบว่ามีความเป็นมาอย่างไร)
นั่นเป็นฉายาของทีมที่นักข่าวไทยเรียก ที่ไม่ได้กล่าวถึงยังมีอีกหลายทีมที่คนไม่ค่อยรู้จัก
ยังมีฉายาเกี่ยวกับนักฟุตบอล (ที่ภาษาเราเรียกกันว่า นักเตะ) โดยเฉพาะดาราเด่นๆดังๆ แต่คงเก็บมาเฉพาะบางคน เพราะให้ฉายากันมากมายเหลือเกิน
ที่คุ้นหูก็มี ไมเคิล โอเว่น มีว่า โกลเด้นบอย เพราะตอนฟุตบอลโลกครั้งก่อน โอเว่นเป็นเด็กอายุ ๑๘
ที่ฝีเท้ายิงประตูจัดจ้าน คราวนี้น่าเสียดายเด็กแก่แดดคนใหม่ เวย์น รูนีย์ ที่เรียกกันว่า หมูพลิ้ว เพราะแม้จะอ้วนปึ๊กปั๊ก แต่ก็วิ่งเร็วจัดและเลี้ยงลูกได้ไกล หลบใครๆฝ่ายตรงข้ามได้ดี แถมยิงเฉียบขาดอีกต่างหาก ตรงกันข้ามกับ ปีเตอร์ เคราซ์ ซึ่งผอมสูงชะลูด บางฉบับจึงเรียกว่า เปรต ซึ่งผู้เขียนออกจะไม่เหมาะ แต่ที่เรียก โบโรเคราซ์หรือหุ่นยนต์เคราซ์ออกจะน่ารักพอใช้ แถมเวลาทำท่าหุ่นยนต์ถวายเจ้าชายอังกฤษ (จะเป็นเจ้าชายเฮนรีหรือเจ้าชายแอนดรูว์ ต้องขออภัยด้วย) ดูน่ารักออก
ส่วนโรนัลโดแห่งบราซิล และเรอัลมาดริด นั้นเดิมก็ได้ชื่อว่า โล้นทองคำ อยู่ดีๆ พอยิงประตูไม่ค่อยได้ เพื่อนเลยถูกเรียกตามความงามแห่งใบหน้าว่า เหยิน (ใหญ่) เพราะความงามของฟันหน้าเป็นเหตุ ได้ฉายาคู่กันกับ โรนัลดินโญ นักเตะ (รอง) เท้าทองคำแห่งทีมบราซิลและบาเซโลนา ที่มีฉายาว่า เหยินน้อย ส่วนที่ฝรั่งเขาเรียก สตีเว่น เจอร์ราด ว่า สตีวี่จี นั้น นอกจากนักข่าวไทยหลายคนเรียกตามนั้นแล้ว ยังเรียกลับหลังว่า เจิด หรือไอ้เจิด (ด้วยความรัก)
ในขณะที่เรียก มิเชล บัลลัค กัปตันทีมเยอรมันที่เพิ่งเซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับทีมเชลซีในอังกฤษ ได้รับฉายาน่าภูมิใจว่า ไกเซอร์น้อย คู่กับโค้ชทีมเยอรมัน-เจอร์เก้น คลิ้นสมัน ว่าไกเซอร์ (ใหญ่)
เรื่องที่สอง ถ้อยคำ สำนวนหรือสแลง ขอข้ามไปกล่าวถึงชื่อต่างๆที่นักข่าวกีฬาไทยเรียกแปลกไปจากชื่อตรงๆ เพื่อหนีความซ้ำซาก (ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความเบื่อหน่าย) และให้เกิดสีสันก็ว่าได้
คำว่า โค้ช และ/หรือ ผู้จัดการทีม เขาใช้ว่า กุนซือ (ซึ่งมาจากภาษาจีนที่หมายถึง ครู ที่ปรึกษา ผู้วางแผนซึ่งให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง กรรมการตัดสินก็เรียกว่า ท่านเปา (มาจากเปาบุ้นจิ้น ผู้พิพากษาคนดังแห่งศาลไคฟงจากภาพยนตร์และละครจีน) หรือ สิงห์เชิ้ตดำ ตามเครื่องแบบที่ใช้ส่วนมากในอดีต ผู้รักษาประตูก็เรียก นายทวาร ผู้รักษาประตูที่ป้องกันประตูได้ดี (ที่เรียกว่า เซฟ และซูเปอร์เซฟ) มักจะได้ฉายาว่า มือกาว (คำเก่า) หรือจอมหนึบ
พวกศูนย์หน้า จะถูกเรียกว่า หัวหอก หรือ หอก นักเตะที่มีร่างกายสมบูรณ์และเล่นได้ดี ก็เรียกว่า ฟิต แต่ถ้าได้รับอุบัติเหตุ เจ็บ (อาจจะถึงกับลงเล่นไม่ได้ด้วยก็มี) ก็จะใช้สแลงว่า เดี้ยง ถ้าเล่นผิดฟอร์ม ก็จะถูกเรียกว่า ฟอร์มฝืด ถ้าทีมชนะหรือแพ้ได้เล็กน้อย เช่น ชนะลูกเดียวอย่าง ๑ : ๐ ก็เรียกว่า ชนะ (แพ้) หวิว หรือ ฉิวเฉียด ถ้ายิงประตูได้มากก็เรียกว่า ซัลโว (บางทียิงได้ลูกเดียวก็เรียกซัลโว เหมือนกัน ซึ่งความจริงน่าจะยิงได้มากๆ จึงควรจะเรียก ซัลโว (salvo) จำนวนประตูที่ยิงได้ นอกจากที่เรียกบ่อยๆว่า สกอร์ (score) แล้ว บางทีก็ใช้ว่า เม็ด หรือตุง ถ้าผลงานของทีมเห็นชัดว่าจะได้เข้าแข่งในรอบต่อไป ก็จะใช้สำนวนว่า ลอยลำ ทีมที่แพ้ตกรอบ ก็จะกลายเป็นพวก เก็บของกลับบ้านตรงๆเลยละ
ถ้าทีมใดมีเทคนิค (technic หรือ technique = ความรู้พื้นฐานและศิลปะในการเล่น) ดี และมี แทคติกส์ (tactics = กลวิธี หรือ กลยุทธ์) ดี ใช้วิธีการหลากหลายวิธี ก็เรียกว่า มีอาวุธหลากหลาย แต่ถ้าใช้วิธีการอย่างไรก็โจมตีคู่ต่อสู้ไม่สำเร็จสักที ก็จะถูกเรียก ฟอร์มบู่ ถ้ายิงไปแล้วนายทวารรับได้สบายในอ้อมกอด ก็เรียกว่า เข้าซอง นักฟุตบอลตัวสำรอง ที่ไม่มีโอกาสสลงนามอยู่บ่อยๆก็ถูกเรียกว่า ถูกแจกสนับก้น นักเตะคนใดวิ่งและแย่งลูกได้รวดเร็ว ไปทำความเดือดร้อนให้ฝ่ายตรงข้ามจนหัวปั่น ก็จะได้ฉายาว่า ตัวจี๊ด หรือ ตัวป่วน
เมื่อแข่งขันจบลง ไม่สามารถเอาชนะกันได้ ก็ใช้คำเก่าๆในภาษาว่า เจ๊า บางทีมวิ่งเข้าประชิดคู่ต่อสู้อย่างเอาจริงเอาจัง สู้เต็มที่ อย่างเอาเป็นเอาตาย (อย่างญี่ปุ่นและเกาหลี เป็นต้น) ก็ใช้สำนวนว่า วิ่งสู้ฟัด (ตามชื่อหนังจีนเรื่องดัง) ทีมใดที่เวลาแข่งกระชับมิตรหรือทดสอบความแข็งแกร่งสามารถทำผลงานได้ดี แต่เวลาแข่งจริงๆกลับฟอร์มไม่เอาไหน นักข่าวกีฬาไทยมักให้ฉายาเจ็บปวดว่า หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม แล้วทีมเช่นนั้น ถ้าเป็นการแข่งในลีก (league) ผลงานออกมาได้ไม่ดี เพื่อนก็ใช้ว่า พวกท้ายตาราง (คะแนน) และพวกนี้ที่เป็นหมูสนามจริง หรือทีมไม้ประดับก็มักจะได้ เก็บของกลับบ้านเร็วกว่ากำหนด หรือ มีเวลาช็อปปิ้งก่อนเพื่อน ดังนี้แล