ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา
"...บทท่องจำทั้งร้อยแก้วร้อยกรองนั้น จะเป็นตัวอย่างให้เด็กนำไปใช้เพื่อการแต่งหนังสือต่อไป เด็กที่ท่องบทร้อยกรองได้แล้ว ต่อไปจะสามารถแต่งบทร้อยกรองด้วยตนเองได้ เพราะคุ้นเคยและชินกับคำคล้องจอง นอกจากนี้เด็กจะได้สำนวนที่ดีจากบทท่องจำต่างๆด้วย..." (พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานในการประชุมคณะกรรมการการศึกษา โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ วันอังคารที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๘)
มีความผิดที่บางคนเห็นว่าเป็นความผิดเล็กๆน้อยๆ แต่ความหมายอาจผิดไปไกลได้ โดยเฉพาะความหมายที่ตั้งใจไว้อย่างหนึ่ง พอใช้คำผิด กลับไปหมายความอีกอย่างหนึ่ง
เช่น คนเขียนข่าวเขียนว่า "แล้วคุณ...ก็คลอดลูกคนหัวปลี" และคนอ่านข่าวก็อ่านตามนั้น โดยที่ลืมดูให้ถ่องแท้ว่าข่าวนั้นกล่าวถึงลูกคนแรกของคนในข่าว เลยเป็นกรรมของเด็กเกิดใหม่ที่กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ คือมีศีรษะเป็นเหมือนปลีกล้วย (ดอกของต้นกล้วยซึ่งต่อไปจะกลายเป็นกล้วย มีสัณฐานยาวรี ปลายแหลม) แทนที่จะเป็นคนธรรมดาที่เป็น "ลูกคนหัวปี" คือ "ลูกคนแรก" เฉยๆ
ความผิดเล็กๆน้อยๆนี้ บางทีก็น่าสนใจ น่าย้ำเตือนคนทำสื่อให้ระมัดระวังเช่นกัน จะขอยกมาเป็นตัวอย่างเท่าที่จดไว้ได้
อย่างคำว่า "กวี" ซึ่งพจนานุกรมฉบับไหนๆก็ให้ความหมายว่า "ผู้เชี่ยวชาญในการประพันธ์บทกลอน" ซึ่งหมายถึงตัวคน ส่วนที่กล่าวถึงงานนั้น จะมีคำอื่นๆใช้หลายคำ เช่น บทกวี กวีนิพนธ์ กวีวัจนะ กวีวัจน์ กวีพจน์ บทกลอน หรือคำเก่าๆว่า กวีกานท์ หรือ กานท์ หรือมิฉะนั้น ก็ใช้ชื่อประเภทของคำประพันธ์แต่ละชนิด มาใช้แทนความหมาย (ที่หมายถึงบทกวีทั่วๆไป) ว่า "กาพย์" หรือ "กลอน" หรือ "โคลง" หรือ "ฉันท์" หรือบางทีก็พูดรวมกันไปหมดว่า "โคลงฉันท์กาพย์กลอน"
ที่สื่อยุคใหม่ใช้คำ "กวี" แทน "บทกวี" เช่น "เป็นกวีก็ต้องเขียนกวี" ฟังแล้วพิลึกๆเหมือนคนใช้ภาษาไม่เป็น
จริงอยู่ คำที่มาจากภาษาอื่น เช่นบาลีกับสันสกฤต แม้คำคู่นั้นจะมีความหมายคล้ายกัน แต่เวลาที่ไทยเรานำมาใช้ในภาษาไทย เราอาจใช้ในความหมายที่ต่างกันไปบ้าง เช่น
คำว่า "อิจฉา" เดิมบาลีใช้ว่า "อิสสา" ซึ่งหมายว่า "ต้องการ" เมื่อไทยเรานำมาใช้ในความหมายว่า "รู้สึกไม่เป็นสุขเมื่อเห็นเขาได้ดี รู้สึกไม่เป็นสุขเมื่อไม่ได้อย่างที่เขาได้" ส่วนคำสันสกฤต "ริษยา" ที่เรานำมาจากศัพท์ "อีรษยา" (ใต้ ร และ ษ มีจุดด้วย แสดงว่ามีเสียงควบกล้ำ)ไทยเรานำมาใช้ในความหมายว่า "ความรู้สึกไม่อยากเห็นคนอื่นได้ดี เห็นคนอื่นได้ดีแล้วทนไม่ได้" จะเห็นว่าเราเอามาปรับใช้ในความหมายต่างกันออกไป บางครั้งเอามาใช้รวมกันว่า "อิจฉาริษยา" ด้วย ความหมายก็แรงขึ้นเป็นสองเท่า
หรือคำว่า "อิทธิ" ที่มาจากบาลี เราเอามาใช้ในความหมายว่า "อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ความเจริญ ความงอกงาม ความสำเร็จ" และแถมความหมายว่า "ฤทธิ์" ไว้ด้วย ส่วนคำว่า "ฤทธิ" (ฤทธิ์) ที่มาจากสันสกฤตนั้น เราใช้ในความหมายว่า "เดช อำนาจ" (ค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์ด้วยก็ได้) แล้วยังเอามาใช้รวมกันว่า "อิทธิฤทธิ์" ด้วยก็มี ซึ่งหมายความรุนแรงขึ้นไปอีกว่า "การแสดงอำนาจปาฏิหาริย์"
แต่ที่จะนำมากล่าวในคราวนี้ จะเน้นไปที่ความหมายว่า "คน" กับ "(ผล)งาน"
เคยได้ยิน สมาชิกรัฐสภาบางคน (ซึ่งนิยมเรียกกันว่า "ท่าน") อภิปรายว่า "ที่บ้านผม เกษตรกรรม ส่วนมากล้วนยากจน" หรือ "ผลงานการเกษตรกรปีนี้ไม่ได้ผล" ก็มีให้ได้ยิน ทั้งๆที่ "เกษตรกรรม" คือการทำงานและผลงาน ส่วนตัวคนนั้นคือ
"เกษตรกร" หรือผู้ทำงานเกษตรกรรม ( เกษตรกรรม คือ การใช้ที่ดินเพาะปลูกพืชต่างๆ รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ การประมงและการป่าไม้)
กรณีเช่นนี้มีคนหลงทางอยู่บ่อยๆ ซึ่งควรสำเหนียกง่ายๆ คือ ถ้าเอ่ยถึง "คน" ก็มักจะลงท้ายด้วย "กร" (ผู้ทำ) ถ้าเป็น "งาน" ก็มักจะลงท้ายด้วย "กรรม" อยู่เสมอเช่น
กสิกร คือผู้ทำงาน กสิกรรม ( การทำไร่ไถนา หรือ การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ การประมง การป่าไม้)
คีตกร คีตกวี กวีผู้แต่งเพลง หรือผู้ทำให้เกิดงาน คีตกรรม
โฆษก ผู้ประกาศ ผู้แถลงข่าว ทำให้เกิดเป็น โฆษณา (ข้อความที่ประกาศหรือแถลงให้รู้ ข้อความที่เผยแพร่ให้รู้)
จักรพรรดิ พระเจ้าแผ่นดิน ประมุขของจักรวรรดิ
จิตรกร คือ ผู้ผลิตงานออกมาเป็น จิตรกรรม
ปาฐก ผู้ที่ทำหน้าที่พูด ทำให้เกิด ปาฐกถา (ถ้อยคำที่ปาฐกพูด)
ศิลปกรหรือศิลปากร คือผู้ทำงาน ศิลปกรรม
พาณิชยกร คือผู้ประกอบงาน พาณิชยกรรม
วรรณกร คนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับงาน วรรณกรรม
วิศวกร คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม
อุษณกร ผู้ทำความร้อน (พระอาทิตย์) อุษณาการ (ความเร่าร้อน) อุษณกาล (ฤดูร้อน)
ศิลปิน คือ ผู้ประกอบงาน ศิลปะ
แต่ที่ ทาทา ยัง บอกผู้สื่อข่าวว่า เธอ "ขายแต่ศิลปินนะ" นี่ทำให้สงสัย แทนที่จะขายแต่ "ศิลปะ" (หรือ "ศิลป" หรือ งาน "ศิลป์")
หรือ อีกประโยคหนึ่งเธอใช้ว่า "จริงแล้วทาทาเอนเทอร์เทนเมนต์" ประโยคนี้ไม่ค่อยชัดเจน ไม่ทราบว่าเป็นคำที่นักข่าวเขียนเองหรือเธอพูดเช่นนั้นจริง ต้องยกประโยชน์ให้เธอเพราะเธอถนัดภาษาต่างประเทศ อาจใช้ภาษาไทยผิดไปบ้าง แต่นักข่าวบันเทิงไทยสิควรจะใช้คำให้ถูกว่า "ขายแต่ศิลปะ" และ "พยายามที่จะเอ็นเทอร์เทน (คำกริยา entertain) เพื่อให้ได้รับความบันเทิง (เอนเทอร์เทนเมนต์-คำนาม entertainment) เต็มที่" เพราะฐานะของเธอนั้นคือเธอเป็น ศิลปินผู้ให้ความบันเทิง (entertainer)
โหร โหราจารย์ ผู้พยากรณ์ดวงชะตาราศี โหราศาสตร์ ตำราที่ว่าด้วยการพยากรณ์
ยังมีการใช้คำผิดประเภทอีกมาก แม้คำนั้นจะมาจากรากศัพท์เดียวกัน แต่ถ้าคนทำสื่อหรือผู้ใช้ภาษา ใช้คำผิดประเภท (คำนาม สรรพนาม กริยา วิเศษณ์ บุพบท สันธาน อุทาน) ก็อาจทำให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจความหมายคลาดเคลื่อนไปได้เหมือนกัน
"สุดสงวน" ขอถ่ายโทษ - มีอยู่หลายครั้งที่ "มองภาษา" ลงพิมพ์คำผิด ซึ่งส่วนมากเพราะมือจิ้มคอมพิวเตอร์ผิดบ้าง คอมพิวเตอร์แอบแก้ให้บ้าง โดยที่เราตั้งใจจะให้เขียนอย่างหนึ่ง แต่คอมพิวเตอร์มันซื่อสัตย์ต่อข้อมูลที่ผู้ผลิตเขาใส่ข้อมูลไว้ อย่างนี้ก็มี
เช่นเราตั้งใจเขียนคำว่า "เอนก" (เอ-นก) เผลอไปนิดเดียว คอมพิวเตอร์หวังดีแก้ให้ถูกต้องเป็น "อเนก" ให้เสร็จเลยก็มี
แต่ที่เป็นภาษาอังกฤษ อย่างคราวก่อน ที่ว่าด้วยการเขียนคำทับศัพท์ ที่น่าจะเขียนคำว่า "brake" กลับไปเป็น "blake" นั่น ต้องยอมรับผิดว่า มือหลงผิดไปได้อย่างไรไม่ทราบ เพราะครูบาอาจารย์ที่สอนมาท่านก็สอนว่า "เบรก" (brake) ตลอดมา แม้ในวิทยุโทรทัศน์ เขาก็ใช้คำนี้เสมอ (แม้บางคนลิ้นแข็ง ออกเสียง "ร" ไม่ได้ก็ตาม) จึงขอขอบคุณ พลอากาศตรี ปรีชา มุ่งทางธรรม ที่ได้กรุณาทักท้วงมา (ใน "ปากกาพาที" ฉบับที่ ๒๖๙๒) ขอขอบคุณด้วยความจริงใจยิ่ง