บทความ-สารคดี  
คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2691 ปีที่  52 ประจำวัน  อังคาร ที่  16 พฤษภาคม  2549

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา

 

คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (๓)

                                                 
          เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา กองทุนกฤษณา อโศกสิน จัดอภิปรายเรื่อง "อนาคตของภาษาไทย : คำพยากรณ์ของผู้รักภาษาไทย" โดยราชบัณฑิต ๒ คน (ความจริงผู้เขียนใช้ว่า "๒ ท่าน" ถูกผู้ดำเนินรายการ (เจ้าเก่า) ทักว่า "ไหนว่าไม่ชอบให้ใช้ 'ท่าน' ไง" ผู้เขียนเถียงว่า ที่ใช้นั้นด้วยความเคารพในคุณวุฒิและวัยวุฒิของท่านทั้งสองเป็นภาษาพูด ถ้าเป็นทางการก็ควรใช้ 'คน' ดันไปจนได้ และความจริงก็เป็นเช่นนั้น) ได้ให้คำพยากรณ์ไว้แล้ว เข้าใจว่าคงมีคนทำรายงานไว้แล้ว)

           แต่ครูภาษาไทยนอกทำเนียบของครูภาษาไทยอย่าง "สุดสงวน" (ที่ไม่ใช้ว่า "อดีตครูภาษาไทย" เพราะแม้จะลาออกจากอาชีพครูมา ๔๗ ปีแล้ว แต่ตลอดเวลาก็ทำหน้าที่ครูนอกโรงเรียนตลอดมา) ไม่กล้าจะทำนาย ได้แต่ "จับตามอง" และ "ออกความเห็น" อย่าง "ยามภาษา" เท่านั้น ว่าทั้ง "เป็นห่วง" และจะต้อง "ช่วยกันอนุรักษ์ภาษาและระเบียบที่ดี" ไว้ ในขณะเดียวกันก็ต้อง "ส่งเสริมความเจริญทางภาษาที่เจริญงอกงาม" เท่าที่จะพึงทำได้
           การเขียนคำทับศัพท์ (รวมทั้งการอ่าน) ก็เป็นความเจริญและงอกงามทางภาษาอีกทางหนึ่ง ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้น ยุ่งยากในการอ่าน-การเขียนซับซ้อนมากขึ้น ฉะนั้น จึงควรเอาใจใส่ในการอ่านการเขียนมากขึ้น ดีกว่าจะปล่อยไปตามยถากรรม ว่าส่วนมากหรือเห็นใครเขาใช้ผ่านหูผ่านตาก็ว่าตามเขาไป แต่ควรจะมีหลักที่แน่วแน่พอควร (อย่างเช่นที่นิตยสาร "ฟอร์มูลา" เขามีแบบฉบับของเขา แม้ผู้เขียนจะเขียนตามแบบของราชบัณฑิตยสถาน เขาก็ยังยันสะกด-การันต์ตามแบบของเขา จนกว่าเราจะเอาหลักไป "ยัน" ให้เขายอมรับได้)
           ที่ผู้เขียนจำได้วันที่ไปอภิปราย ศ.ดร.กาญจนา นาคสกุล ท่านออกความเห็นอย่างที่ผู้เขียนทิ้งท้ายไว้ว่า คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ (เช่น เพียวริคุ-โดโซะ-โคโดโมะ-เซ็นซะ ฯลฯ หรือที่ผู้เขียนฝากไว้ เช่น คลับ-ฟอร์ด-คอร์ต ฯลฯ) ที่เราออกเสียงอย่างอักษรสูงว่า "ขลับ-ฝอด-ขอด" นั้น น่าจะเขียนให้ตรงการออกเสียงในภาษาเดิมของเขาได้ เพราะไม่มีความสับสนกับภาษาไทยอยู่แล้ว (เช่น ควรเขียนเป็น เพียวริขุ-โดโสะ-โคโดโหมะ-เซ็นสะ ฯลฯ และ ขลับ-ฝอร์ด-ขอร์ด ฯลฯ อย่างที่นักนฤมิตภาษาที่มีสายตาและความคิดคมคายอย่าง 'รงค์ วงษ์สวรรค์-ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ๓๘) เขียนเป็นตัวอย่างมานาน รวมทั้งการลงรูปวรรณยุกต์ที่ รัตนะ ยาวะประภาษ-กวีร้อยแก้ว-บรรณาธิการ "สุภาพบุรุษ-ประชามิตร" และบรรณาธิการ "หลักไท"-ผู้ล่วงลับ-พยายามจะรณรงค์ แต่เมื่อ บ.ก. (ผู้เคยได้รับเชิญทำหน้าที่เช่นนี้ มาตั้งแต่ยังเป็นนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แห่งจุฬาฯ) ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร งานนั้นก็หยุดชะงักอย่างน่าเสียดาย
           มาสำรวจคำทับศัพท์ที่เราคุ้นๆต่อไปอีกสักตอน
           แฟน-เป็นคำที่ได้รับความนิยมทั้งในการพูดและการเขียนมานานมาก ตอนแรกก็เข้าใจกันดีว่ามาจาก (fan ซึ่งเป็นคำนาม หมายถึงบุคคลที่มีลักษณะอาการขั้นคลั่งไคล้-fanatic-fanatical-fanatism) ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่าง "คลั่งไคล้ใหลหลง" บางทีก็ว่าอย่าง "ไม่ลืมหูลืมตา" ด้วยซ้ำ อย่างเช่นแฟนดารานักแสดงหรือแฟนเพลงของนักร้อง ตอนหลังในภาษาไทยเรา ความหมายเบาลง เช่นหมายความถึงคนที่ชอบพอกันอย่างคนรัก แล้วต่อมาเอาคำนี้ไปเรียกสามีหรือภรรยาว่า "แฟน" (เพื่อจะเลี่ยงคำว่า สามี-ภรรยาหรือ ผัว-เมีย) แม้จะไม่ถึงขั้นรักใคร่ใหลหลง (อย่างคำสแลงอีกคำว่า "สวีท" หรือ "สวีต" ซึ่งบ่งบอกถึงคนที่รักกันมากอย่าง sweetheart)
            ความนิยมที่ว่ามีมากในภาษาไทยนั้น บางครั้งยังมีคนเอามาสร้างเป็นคำผสมเล่นๆแบบคำสนธิของบาลีสันสกฤตว่า "แฟนานุแฟน" (แฟน-อนุแฟน) โดยหมายเอาความเล่นๆว่า "แฟนน้อยใหญ่ทั้งหลายทั้งปวง" ซึ่งหนังสือประเภทหรรษาอย่าง "ต่วยตูน" ชอบใช้มาก และผู้อ่านทั่วไปก็รู้ว่าเรียกกันเล่นๆไม่ได้หมายถึงการใช้ภาษาอย่างเอาจริงเอาจังหรือถือว่าเป็นการทำลายภาษาแต่ประการใด
           จาก "แฟน" ก็ทำให้คิดถึงอีกคำที่ใกล้เคียงกัน คือ "แฟนซี" ซึ่งทับศัพท์มาจาก Fancy อันหมายถึงการแต่งกายให้แปลกกว่าปกติ อาจจะนัดแต่งกันในบางงานหรือบางเทศกาล ตอนหลังยังมีคนนำไปใช้ในความหมายเชิงเยาะเย้ยเสียดสีสำหรับคนที่แต่งตัว (เอ้อเร้อเอ้อเต่อ) พิลึกแปลกกว่าใคร หรือแต่งกายเกินความจำเป็นผิดกาลเทศะ
           ในหมวดอักษร "ฟ" นี้ มีคำหนึ่งที่คนไทยเราใช้มานาน คือคำที่เรียกกระดาษเขียนหนังสือขนาดพิเศษ คือ กว้างพอๆกับขนาดมาตรฐาน (ที่ทุกวันนี้เราเรียกว่ากระดาษ "เอ-๔" ประมาณ ๓๔ เซนติเมตร) แต่ความยาวทางสูงมีมากกว่าอีกเล็กน้อย (ประมาณ ๔๓ เซนติเมตร) มีเส้นบรรทัดขีดขวางตามความกว้าง เพื่อกำกับให้เขียนได้ระดับเดียวกันไป ไม่โย้ขึ้นโย้ลง เราเรียกกันมานานมากๆว่า "ฟุลสแก๊ป" (foolscap) ด้วยเหตุที่เราคุ้นเคยมานานนั่นเอง การเขียนคำนี้จึงมีรูปวรรณยุกต์ตรีกำกับ (นี่ก็คือข้อยกเว้น อย่างเช่น แก๊ส-ก๊าซ ฯลฯ) กระดาษฟุลสแก๊ปนี้ เทียบกว้าง-ยาวประมาณกระดาษพิมพ์ที่เราเรียกว่า legal size (สงสัยจะใช้ในการพิมพ์เกี่ยวกับงานทางกฎหมายว่าหน้ากระดาษ มาตรฐานต้องกว้าง-ยาวเท่านี้)
            เมื่อเปิดดูหมวดอักษร "ฟ" ต่อไปก็พบว่า มีคำที่ไทยเราใช้ทับศัพท์จากเสียงนี้อยู่หลายคำ ขอยกเฉพาะที่เราพบและใช้มาก (เว้นคำที่ใช้น้อยหรือคำที่เขียนยากเกินไป หรือเขียนง่าย เราเขียนถูกกันอยู่แล้ว) เช่น
ฟรี (free ปลดปล่อย เป็นอิสรเสรี เป็นอิสระ ไม่มีอะไรบังคับ เป็นไท ไม่มีข้อจำกัด ไม่ปิดบัง ไม่มีกฎหมาย ไม่มีกรอบบังคับ เปิดเผย ได้รับการยกเว้น ได้หรือให้เปล่า ฯลฯ)
             ฟลอร์ (floor พื้น) ฟลายเวท (รุ่นน้ำหนักนักกีฬา เช่น มวย-flyweight ไม่เกิน ๑๑๒ ปอนด์) ฟลุค (บังเอิญ-fluke สื่อมวลชนที่ไม่สนใจเรื่องวรรณยุกต์ ชอบเติมไม้ตรีบนอักษร "ล" นัก) ฟอร์ม (form-เครื่องแบบ ท่าที แบบฉบับ บางทีก็ใช้คำซ้อนว่า "แบบฟอร์ม")
           ฟอร์มาลิน (formalin-สารผสมใช้ล้างเชื้อโรคและดองศพ) ฟอสเฟต (phosphate) เกลือของกรด ฟอสฟอริก ใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย มาจากธาตุ ฟอสฟอรัส (phosphorus)
           ฟุต (foot เท้า ฐาน เชิง หน่วยความยาว ฝีเท้า ส่วนที่อยู่ล่างสุด ส่วนที่คล้ายเท้าจังหวะในโคลง ส่วนที่เหยียบด้วยเท้าของจักรเย็บผ้า ตะกอน ส่วนที่นอนก้น ส่วนที่อยู่ตรงข้ามกับบนหรือส่วนยอด ฯลฯ)
           ฟุตโน้ต (footnote-ภาษาทางราชการว่า "เชิงอรรถ" ซึ่งต้องแปลไทยเป็นไทยอีกว่า "คำอธิบายหรือหมายเหตุตอนท้าย" (แต่เพื่อนบางคนของ "สุดสงวน" ที่ถูกเซ้าซี้คะยั้นคะยอถามมากนัก ก็จะตอบกวนๆว่า "ก็แปลว่า บาทาธิบายไง" คืออธิบายด้วยเท้า คนช่างถามก็เลยหยุดเซ้าซี้ไปได้)
คำที่เราคุ้นเคยอีกคำคือ "ฟุตปาธ" (footpath) ซึ่งแปลว่า "ทางเท้า" ตรงตัว แต่มักจะมีคนเอาคำอังกฤษ (foot) ลากไปผสมกับคำบาลีสันสกฤต ("บาท = เท้า") เป็น "ฟุตบาท" ไปก็มี
           เฟเธอร์เวท (featherweight รุ่นน้ำหนักไม่เกิน ๑๒๖ ปอนด์)
           เฟรชชี่ ("ชี่" ลงวรรณยุกต์เอกด้วย) คำนี้ผู้รู้อธิบายว่าตัดมาจาก freshman อันหมายถึง พวกนิสิตหรือนักศึกษาที่เข้าเป็นน้องใหม่ในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเป็นปีแรก ต่อมาเรียกกันสั้นๆกลายเป็น freshie หรือ freshy (พวกชั้นปีที่สองเรียก sophomore ชั้นปีที่สามเรียกว่า junior และปีสุดท้ายเรียกว่า senior)
           ฟังก์ชัน (คำนี้ไม่ลงรูปวรรณยุกต์เอก แต่ออกเสียง "ชั่น" function) ใช้มากในวิชาคณิตศาสตร์ แต่ในภาษางานบุคคลหมายถึง "ตำแหน่ง หน้าที่ งาน การปฏิบัติงาน พิธี บทบาท ภารกิจ กระทำ ฯลฯ")
           ฟาร์ม (farm อาณาบริเวณที่ใช้ทำเกษตรกรรม มีเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์)
           ฟิล์ม (film แผ่นพลาสติกบางฉาบน้ำยาเคมีที่ไวต่อแสง ใช้ถ่ายรูปและภาพยนตร์)
           ฟิวส(fuse อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นโลหะเจือที่มีจุดหลอมตัวต่ำ ใช้ต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าเพื่อป้องกันมิให้กระแสไฟฟ้าที่มีขนาดเกินกำหนดเคลื่อนที่เข้าวงจรไฟฟ้าได้)
           ฟิต (fit-คับรัดรูป พอเหมาะพอดี ร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า)
           ฟาสซิสต์-ฟาสซิสม์ (fascist ผู้คนที่นิยมใน fascism-ลัทธิที่ผู้นำรวบอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมไว้หมด ใช้นโยบายชาตินิยมรุนแรง)
           ฟิสิกส์ (physics วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพแขนงหนึ่ง ว่าด้วยสมบัติทางกายภาพและพลังงาน)
           แฟชั่น (fashion มีรูปวรรณยุกต์เอกด้วย) สมัยนิยม แบบหรือความนิยมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
           แฟลกซ์ (อ่านออกเสียงสั้น วรรณยุกต์เอกว่า แฝล็กซ์ = โทรสาร) แฟลต (อ่านออกเสียงสั้น วรรณยุกต์เอกว่า แฝล็ต)
           เฟิน หรือ เฟิร์น (คำนี้มีคนเขียนเฟิร์นมานาน-fem ไม้ใบจำพวกผักกูด)
           โฟกัส ("กัส" ออกเสียงตรีว่า "กั๊ส" ตามแบบคำเดิม แต่ไม่ต้องลงวรรณยุกต์ตามหลัก ด้วยว่าไม่มีคำเช่นนี้ในภาษาไทยให้สับสนได้) จุดที่แนวแสงลู่เข้าไปตัดกัน หรือแนวแสงที่ลู่ออกทั้งหมดต่อย้อนหลังไปตัดกัน
           นี่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อการเขียนคำทับศัพท์ในภาษาไทย ที่ต้องนำคำอธิบายความหมายมาลงคู่กันไป ทั้งๆที่หลายๆคำท่านผู้อ่านก็เข้าใจความหมายดีอยู่แล้ว แต่ที่ยกมาเพื่อเป็นตัวอย่างของการอธิบายความหมาย
           เสียงของคำที่มาจากภาษาอังกฤษ F และ Ph ที่เทียบ "ฟ" นี้ มีจำนวนหนึ่ง ที่คำของภาษาเดิมเขาออกเสียง "ฝ" แต่เรามาเขียนทับศัพท์ในรูป "ฟ" นี่ก็เป็นปัญหาน่าถามอีกเรื่องหนึ่ง เช่นเดียวกับที่เขียนทับศัพท์ด้วย "ค" แต่ออกเสียง "ข" (เช่น "คอร์ด" อ่าน "ขอด" "คลับ" อ่าน "ขลับ" ฯลฯ และหลายๆคำที่ออกเสียงเป็นอักษรสูง แต่เขียนทับศัพท์ด้วยพยัญชนะอักษรต่ำ ("ยุโรป" อ่าน "ยุโหรบ" ฯลฯ) เป็นต้น



          

 

 

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th