บทความ-สารคดี  
คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (๒)
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2687 ปีที่  52 ประจำวัน  อังคาร ที่  18 เมษายน  2549

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา

 

คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (๒)

"ภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญของบ้านเมือง ขอให้ร่วมมือช่วยกันรักษามาตรฐานของภาษาไทยอย่าให้ทรุดโทรม..." พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ชุมนุมภาษาไทยและผู้ได้รับพระราชทานรางวัลการออกเสียงภาษาไทย พ.ศ.๒๕๐๔


           ได้กล่าวถึงคำทับศัพท์ภาษาไทยบางคำที่มาจากภาษาอังกฤษ ซึ่งเราใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ความที่เป็นห่วงการเขียนบางคำ จึงอธิบายเสียยาว จึงเก็บคำที่ควรกล่าวถึงได้ไม่มาก ขอนำมากล่าวในที่นี้อีกสักครั้ง แต่คงไม่ครบถ้วน เพราะมีมากมายเหลือเกิน
           เปิดดูหมวด ก-ไก่ พบคำว่า แก๊ป ซึ่งคนไทยคุ้นในฐานะเครื่องที่ทำให้ ดินปืนระเบิด เช่น เอาดินปืนมาหุ้มด้วยกระดาษ แล้วเอาของมากระทบหรือทุบโดยแรงจะเกิดเสียงระเบิดดังออกมา ปืนที่ระเบิดด้วยวิธีนี้ก็เรียกปีนแก๊ป รวมทั้งหมวกที่มีกระบังหน้าอย่างหมวกตำรวจ ก็เรียกหมวกแก๊ป มาจากคำที่เราคุ้นคือ cap จนเกิดคำสแลงเก่าที่เวลาใครทำอะไรเข้าทีเหมาะเจาะก็เรียกว่า "เข้าแก๊บ" (คำนี้น่าเขียนอย่างนี้ด้วยซ้ำ)
           เอาคำที่ได้ยินคุ้นหูมากในยามนี้ คือ บอยคอต (มาจาก boycott) มีความหมายว่า "รวมหัวกันต่อต้าน พร้อมใจกันตัดสัมพันธไมตรี ไม่ซื้อสินค้า ไม่ส่งสินค้าหรืออื่นๆ" เทียบได้กับคำที่ไทยยืมมาจากภาษาวัดว่า "คว่ำบาตร" ซึ่งหมายความว่า "ไม่คบค้าสมาคมด้วย" (เป็นศัพท์ที่มาจากการที่พระสงฆ์ไม่รับบิณฑบาตจากฆราวาสที่ทำไม่ดีต่อพุทธศาสนา เวลาไปรับบิณฑบาต แทนที่ท่านจะเปิดฝาบาตรรับของถวาย ท่านก็คว่ำฝาบาตรเสีย ปิดโอกาสไม่ให้ได้ทำบุญนั่นเอง)
           ถ้าเป็นสมัยก่อนคงต้องเขียนว่า บอยคอตต์ มาสมัยหลังถ้าตัวสะกดเป็นพยัญชนะซ้ำซ้อน (คือเป็นตัวเดียวกันและไม่มีสระมาผสมพยัญชนะตัวหลัง ท่านอนุโลมให้ใช้เฉพาะตัวสะกดตัวเดียว เช่น ฟุตบอลล์-football เป็น ฟุตบอล โพลล์-poll เป็น โพล โทลล์-toll เป็น โทล ฯลฯ) คำนี้ถูกนำมาใช้เมื่อพรรคฝ่ายค้านร่วมใจกันไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นการ "บอยคอต" หรือ "คว่ำบาตร" พรรครัฐบาล สื่อมวลชนสมัยนี้ไม่ใคร่จะใช้ "คว่ำบาตร" เพราะบางคนไม่ค้นคว้า เห็นนักการเมืองเขาใช้ "บอยคอต" ก็ตามเขาไป สะดวกดี แถมยังรู้สึกว่าโก้เก๋ดีกว่า แถมรู้สึก "อินเทรนด์-in trend" ทันยุคสมัยกับเขาด้วย
           ในยุคที่การเลือกตั้งกำลังเป็นหัวข้อที่สนทนากันทุกวัน (ซึ่งมักจะใช้ว่า "ฮิต-hit หรือเป็นเรื่องประเภท "ทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์"-talk of the town วลีนี้ หนังสือพิมพ์รายเดือนยอดนิยมหรือ "ฮิต" ในช่วง พ.ศ.๒๔๙๐-๒๕๐๐ ชื่อชาวกรุง บัญญัติเป็นชื่อคอลัมน์ประจำว่า "นาครสนทนา" ตรงตัว เพราะ "นาคร" ก็แปลว่า "ชาวเมือง") คำว่า "ลิสต์-list" และ "ปาร์ตีลิสต์-party list" ย่อมฮิตเป็นธรรมดา คำนี้คนทั่วไปย่อมเข้าใจดีว่า การเลือกตั้งทุกวันนี้ ประชาชนต้องลงคะแนนให้แก่พรรค (ปาร์ตีลิสต์) ควบคู่กับเลือกบุคคลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งตามเขต เขตละคนด้วย ที่เราเรียกว่า "ส.ส.ตามบัญชีรายชื่อ" และ "ส.ส.เขต"
           เมื่อกล่าวถึงคำว่า "ลิสต์" แล้ว ก็ควรพูดถึงคำที่เกี่ยวข้องเสียด้วย เช่น "แบล็กลิสต์-blacklist" ที่เราใช้ทั้งทับศัพท์และที่แปลตรงว่า "บัญชีดำ" อันหมายถึง "บัญชีรายชื่อ (คน ประเทศ หน่วยงาน องค์กร ฯลฯ) ที่ถูกตั้งข้อรังเกียจไม่น่าคบค้าสมาคมหรือให้ร่วมกิจกรรมต่างๆด้วย คนทำผิด คนที่ทำผิดและต้องได้รับโทษ" เช่น คนที่มีอิทธิพลหรือมีพฤติกรรมไม่โปร่งใส คนที่สังคมตั้งข้อรังเกียจต่างๆ
           นอกจากนี้ยังมีอีกคำที่เรานำมาใช้มากคือคำว่า "แบล็กเมล์-blackmail" ซึ่งหมายถึง "พฤติกรรมการข่มขู่หรือเรียกร้องเอาเงิน สิ่งของ หรือให้ทำตามที่เขาเรียกร้อง" ถ้าไม่ยอมให้เงิน-สิ่งของหรือทำตามที่เขาเรียกร้อง เขาก็ขู่ว่าจะทำสิ่งที่น่ากลัว เช่นจะเปิดเผยความลับ หรือนำภาพโป๊ลงเผยแพร่ในอินเทอร์เนต ฯลฯ คำนี้เราชอบทับศัพท์มากกว่า เพราะดูเหมือนจะยังหาคำไทยที่เหมาะมาบัญญัติไม่ได้ ที่ใช้ๆกันจึงเป็นลักษณะคำอธิบายพฤติกรรม
           อีกคำที่คนถกเถียงกันมากยามนี้ ได้แก่ "ดีเบต-debate" ซึ่งภาษาไทยเราใช้ในความหมายต่างๆ เช่น "การโต้วาที การโต้คารม การอภิปราย การโต้แย้ง การถกเถียง การใช้ดุลพินิจ การชิงชัย การต่อต้าน" เพราะเหตุนี้กระมัง ทำให้ฝ่ายพวกประท้วงรัฐบาลกับฝ่ายรัฐบาลตกลงไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างตีความดึงดันจะทำอย่างที่ฝ่ายตนต้องการ แทนที่จะใช้คำไทยคำใดคำหนึ่งที่เป็นกลางๆมาตกลงกัน
           อีกคำหนึ่งที่ชาวบ้านทั่วไปได้ยินบ่อย แต่อาจตีความต่างกัน คือคำว่า "ม็อบ" ที่มาจากคำว่า mob ที่แปลเป็นไทยว่า "ฝูงชนที่อลหม่านหรือกำลังก่อการจลาจล กลุ่มคนที่กำลังยุยุงให้บุคคลอื่นทำการอลหม่าน สัตว์ ฝูงชน มวลชน (ถ้าเป็นสแลงก็จะหมายถึง) แก๊งอาชญากร" เพราะความหมายนี้ ท่านผู้ทรงเกียรติจากสภาไม่อยากให้เรียก ฝูงชนที่มาประท้วงรัฐบาลขณะนี้ว่า "ม็อบ" หรืออาจเป็นเพราะความหมายต่อไปที่มีอีกความหมายหนึ่งซึ่งแม่บ้าน (และ "ผู้ช่วยแม่บ้าน"-ศัพท์ที่บัญญัติใหม่แทนคนที่มาช่วยทำงานบ้าน) รู้จักดี นั่นคือ "เครื่องมือทำความสะอาดพื้นที่มีด้ามยาว ปลายมีเศษผ้าติดอยู่" นั่นก็เรียก "ม็อบ" เช่นกัน
           ต่อไปนี้ขอยกมาอธิบายสั้นๆเท่าที่พบในชีวิตประจำวัน จากที่พูดติดปาก (โดยเฉพาะท่านผู้ทรงอำนาจในรัฐบาลนี้ที่ชอบพูดไทยปนฝรั่ง ที่เรียกกันอย่างเสียดสี-แช็ตไทร-satire-ว่า "ฟุต-ฟิต-ฟอร์-ไฟว์") และที่สื่อมวลชนใช้บ่อยๆ เช่น
           โอเคย์ (O.K. หรือ OK) เป็นคำที่บอกว่ารับรอง ถูกต้อง ตกลง ยอมรับ ฯลฯ
           บ๊าย-บาย (bye-bye) เป็นคำล่ำลาที่ใช้สอนลูกหลานตั้งแต่ยังไม่เดียงสา ให้ดูว่าน่าเอ็นดู อาจจะเพราะคำไทยว่า "ไหว้ สวัสดี กราบ" ออกจะเข้าใจยากหรือสอนแล้วเด็กไม่ค่อยชอบทำหรืออย่างไร แถมยังสอนวัฒนธรรมตะวันตกให้ Good-bye kiss หรือ "ส่งจูบ" อีกด้วย
           โจ๊ก (joke) ที่หมายถึง "อาหารที่เป็นข้าวต้มให้เปื่อยจนเละ" และหมายถึง "ตลกขบขัน" รวมทั้งที่ทำล้อเลียน เช่น สภาโจ๊ก
           ล็อค (lock) มักมีคนเขียนผิดๆเป็น ล๊อกบ้าง ล๊อคบ้าง เทียบคำไทยเก่าๆก็ว่า "ลั่นดาล" ปิดกั้นไว้ กักไว้ กำหนดตายตัวไว้ เช่น หวยล็อค ล็อกสเป็ก แล้วบางครั้งที่ไม่ทำตามที่นัดกันไว้ก็เรียกว่า พลิกล็อค ฯลฯ
           กุ๊ก (cook) คำนี้คนไทยคุ้นกันมานาน เป็นได้ทั้ง "คนที่ปรุงอาหาร" และกิริยาที่ปรุง คำนี้ในภาษาไทยก็มีใช้ มีความหมายหลายอย่าง
           ไป๊ป์ (pipe) กล้องยาสูบอย่างที่ฝรั่งใช้ คำนี้ภาษาไทยก็มีใช้ เช่นคำสั่งว่า "นาย ก.ออกไป๊" เป็นต้น คำว่า pipe นี้ เมื่อคนไทยใช้เรียกท่อโลหะหรืออุปกรณ์ที่ใช้กดให้ติดกันแทนกระดุมกลัดเสื้อผ้า เรากลับเรียกว่า แป๊บ นอกจากนี้ ปัจจุบันพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการต่างชอบใช้ว่า "เดี๋ยวพักแป๊บเดียว แล้วกลับมาพบกัน" แต่ก็ยังดีกว่าพวกทาสภาษาต่างด้าวที่ว่า "ขอเบรกสักครู่ แล้วกลับมาคุยต่อ" (blake=เครื่องห้ามล้อ หยุดชั่วครู่ชั่วขณะ หรือช่วงเวลาทำแต้มในการเล่นกีฬาบางชนิด เช่น สนุกเกอร์)
           คำภาษาอังกฤษที่เรารับมาใช้ในชีวิตประจำวันจนบางคำกลายเป็นเสมือนคำไทยแล้วยังมีอีกมาก ถ้าจะสำรวจจริงคงทำพจนานุกรมเล่มใหญ่ๆได้แน่ ที่ยกนี้เพียงบางคำที่เราไม่น่าจะเขียนผิด
แต่ถ้าจะยกว่าคำไหนที่น่าจะฮิตมากที่สุดตอนนี้ น่าจะไม่พ้นคำว่า "เก็ต เอาต์ หรือ get out" (ความจริง ถ้าสะกดให้ตรงเสียงควรเขียน เก๊ต เอ๊าท์-มีแอ๊คเซ่น "ถึ" ต่อท้ายด้วย) ซึ่งเป็นคำอุทานที่แม้แต่หลานๆที่บ้านอายุขวบกว่านิดๆก็ยังพูดได้ทุกคน และเข้าใจความหมายได้ด้วย แต่คนที่เป้าหมายซึ่งประชาชนต้องการให้ได้ยินและสำนึก รู้สึกจะไม่ได้ยิน และไม่เข้าใจความหมาย เพราะเห็นแต่กุหลาบแดงและพวงมาลัยบานไม่รู้โรยมาคล้องคอเพราะเสียงสรรเสริญเยินยอของพวก "เชียร์-cheer" ซึ่งมีนักภาษานอกสำนักบัญญัติคำใหม่ว่า "เชลียร์" อันมาจากคำผสมว่า "เชียร์" และ "เลีย" ซึ่งคงไม่ต้องแปลและอธิบายความหมาย เพราะต่างคนต่างเขาใจกันดีอยู่แล้ว และคนส่วนมากก็รู้สึกรังเกียจคนพวกนั้นด้วย ยกเว้นพวกที่หลับหูหลับตา ทำเป็นคนหนวก-บอด-ใบ้ เพื่อผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น ที่ไม่รู้สึกรู้สา

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th