บทความ-สารคดี  
คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน
โดย  สุดสงวน
ฉบับที่ 2685 ปีที่  52 ประจำวัน  อังคาร ที่  4 เมษายน  2549

ภาษาไทยวันนี้ - มองภาษา

 

คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

เป็นที่ยอมรับกันว่า ภาษาเป็นสิ่งมีชีวิต มีทั้งเจริญงอกงามและเสื่อมไป ความเจริญทางภาษาอย่างหนึ่งที่เราพบในภาษาไทยก็คือ เรามีภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนมากนับแต่โบราณกาลมาแล้ว ที่มีมากที่สุดคงเป็นภาษาบาลี (ที่มาทางพุทธศาสนา) ภาษาสันสกฤต (ที่มาทางวรรณคดี) ส่วนภาษามอญ เขมร จีน อาหรับ และฝรั่งชาติต่างๆเราได้มาโดยการติดต่อเกี่ยวข้องในหลายลักษณะ
           ในยุคปัจจุบัน ความที่เราต้องรับเอาเทคโนโลยีและข่าวสารต่างๆเข้ามามาก ก็มีความจำเป็นที่เราต้องรับเอาถ้อยคำภาษาที่ใช้มาด้วย ความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราไม่สามารถใช้คำเรียกชื่อต่างๆได้ครบตามที่จำเป็นหรือเราไม่สามารถบัญญัติศัพท์ได้ตรงความหมาย ครบถ้วน หรือบัญญัติแล้วแต่คนทั่วไปไม่รับ หรือใช้แล้วไม่ติดปากติดใจ เราก็ต้องเรียก "ทับศัพท์" เป็นภาษานั้นๆลงไป
           ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆคือคำว่า คอมพิวเตอร์ ที่นักปราชญ์ทางภาษา-แม้นักบัญญัติศัพท์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ราชบัณฑิตยสถาน" ได้พยายามกันมาหลากหลายคำ แต่ในที่สุดก็ยังหาคำที่จะเหมาะที่สุดเท่ากับคำว่า "คอมพิวเตอร์" ไม่ได้ จึงต้องเรียกทับศัพท์ไปเช่นนั้น ก็เป็นที่ยอมรับกัน คำประเภทนี้ โดยเฉพาะที่เป็นศัพท์คอมพิวเตอร์และศัพท์เทคโนโลยีสารสนเทศ ยิ่งเราต้องอาศัยสื่อสารทางเทคโนโลยี สมัยใหม่ นับวันก็มีมากขึ้นในภาษาไทย
           จึงเป็นที่รู้กันว่า คำต่างประเทศคำใดที่หาศัพท์หรือบัญญัติศัพท์เรียกเฉพาะไม่ได้ดีเท่าของเดิม เราก็ทับศัพท์ลงไป เราจึงมีใช้ทั้งคำที่สามารถใช้ศัพท์แทนได้และที่ยังหาคำแทนไม่ได้ มาใช้ปะปนในชีวิตประจำวันเรามาก
           ในโอกาสนี้ ลองพยายามหาคำที่เราใช้มากในชีวิตประจำวัน ทั้งที่ยอมรับเป็นทางการ (คือราชบัณฑิตยสถานเก็บไว้ในพจนานุกรม แล้ว) กับคำที่ประชาชนทั่วไปใช้ทั้งโดยจำเป็นและไม่จำเป็น แต่ขอเลือกดูภาษาอังกฤษก่อนภาษาอื่น
           ลองไล่ไปตั้งแต่ ก-ไก่ ไปเรื่อยๆ ซึ่งคงจะมีมาก จึงจำเป็นต้องยกมากล่าวเฉพาะที่จำเป็น เพื่อให้เขียนและอ่านได้ถูกต้อง ตามเจตนารมณ์ของ "สกุลไทย" และคอลัมน์ "มองภาษา" (แต่อาจไม่เรียงลำดับ เพียงอาศัยนึกได้ เป็นเกณฑ์)
           คำแรกที่นึกได้คือคำว่า "เกม" คำนี้มาจากคำ Game อย่างที่รู้กัน แต่คนไทยไปติดจากรูปที่เป็นพหุพจน์หรือพหูพจน์ (Games) จึงมักเขียน "เกมส์" กันมาก ทั้งๆที่เมื่อมาเป็นคำที่ไทยยอมรับแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเติม "ส์" อีก
           คำว่า "เกม" พจนานุกรมให้ความหมายว่า "การแข่งขันที่มีกติกากำหนด เช่น เกมกีฬา การเล่นเพื่อความสนุก เช่น เกมคอมพิวเตอร์ การแสดงเพื่อสาธิตกิจกรรม เช่น เกมการบริหาร โดยปริยายหมายถึง การใช้กลวิธีหรือเล่ห์เหลี่ยมเพื่อหักล้างกัน เช่น เกมการเมือง ลักษณนามการแข่งขัน หรือการเล่นที่จบลงด้วยการแพ้ชนะกันครั้งหนึ่งๆ เช่น เล่นแบดมินตัน ๓ เกม"
           ส่วนที่เป็นภาษาพูดหรือภาษาสแลงอธิบายว่า "สิ้นสุด จบ เช่น เรื่องนี้เกมไปนานแล้ว"
           คำที่สอง "แก๊ง" คำทับศัพท์ของคำว่า Gang (ซึ่งหมายถึง "กลุ่มคนที่รวมกันกระทำในสิ่งไม่ดี เช่น แก๊งอันธพาล แก๊งโจรกรรม แก๊งปล้น" แม้เป็นสแลงหรือภาษาพูด เช่น "เรามากันทั้งแก๊ง" ก็อาจไม่ได้ทำสิ่งไม่ดี แต่หมายถึงมาทั้งกลุ่มเพื่อนสนิทกัน แต่ถ้าพูดถึง กลุ่มที่ทำไม่ดีว่า "มันมากันทั้งแก๊ง" ก็อาจหมายความในทางไม่ดีได้)
           คำทับศัพท์ของภาษาอังกฤษ Gang นี้ คนไทยชอบเขียนว่า "แก๊งค์" โดยไม่รู้ว่า "ค" ที่เอามาการันต์นั้นมาจากพยัญชนะตัวไหน เพราะ ng นั้นก็คือ "ง" อยู่แล้ว เข้าใจว่าคนไทยจำแนวเทียบผิดๆอยู่เสมอ เมื่อมี "ง" สะกดแล้วมักตามด้วย "ค์" เช่น "สำอาง" ซึ่งไม่จำเป็น ต้องมี "ค" การันต์ ก็เขียนผิดกันบ่อย เข้าใจว่าคงไปเทียบกับ ประสงค์ อนงค์ อุโมงค์ พยางค์ ฯลฯ แม้แต่ "องก์" (ตอนหนึ่งๆของละคร) ก็ยังมักเขียนผิดเป็น "องค์" อยู่เสมอ แม้ "บัญญัติไตรยางค์" (ศ-การันต์) คนทั่วไปก็มักนึกเขียนเป็น "ไตรยางค์" เสมอ
           ขออนุญาตข้ามไปกล่าวถึงอีกคำที่ไทยเราพูดกันติดปาก คือคำว่า "แบงก์" ที่มาจาก Bank ซึ่งคนไทยเราจำติดหูติดตามาจาก สมัยเก่าว่า คำภาษาอังกฤษที่ลงท้ายด้วยตัวสะกดที่เป็น c k g และ ck มักจะถอดมาเป็น "ค" อยู่บ่อยๆ แต่ปัจจุบัน เมื่อสำนักงาน ราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้ใช้ "ก" เขียนแทน ก็จึงเป็นสาเหตุให้เรามักนึกถึง "ค" อยู่เสมออย่างน่าเห็นใจ คำว่า Bank จึงมักเป็น "แบงค์" แทนที่จะเป็น "แบงก์" (ไม่ว่าจะหมายถึง "ธนาคาร" หรือ "แผ่นกระดาษที่พิมพ์ออกมาใช้แทนเงินที่เรียกเป็นศัพท์ในภาษาไทยว่า ธนบัตร"
           ความแตกต่างระหว่าง "แก๊ง" กับ "แบงก์" ที่ออกเสียงวรรณยุกต์ตรีเหมือนกัน แต่คำว่า "แก๊ง" ต้องลงรูปวรรณยุกต์ตรีกำกับ เพราะถ้าไม่มีวรรณยุกต์ตรีกำกับ ก็คงออกเสียงเป็น "แกง" (เสียงสามัญ) จะทำให้สับสนกับคำที่มีใช้ในภาษาไทยที่หมายถึงอาหาร หรือกับข้าวที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ ส่วนคำว่า "แบงก์" นั้น ในภาษาไทยไม่มีใช้ จึงไม่ต้องลงรูปวรรณยุกต์ตามหลักการทับศัพท์
           กฎข้อนี้จึงนำไปใช้กับคำหลายคำที่อาจทำให้สับสน เช่น โคม่า (Coma) เชิ้ต โน้ต โค้ก แฟ้บ ฯลฯ เพราะถ้ามีวรรณยุกต์กำกับ จะเข้าใจความหมายผิดเพี้ยนได้ทันที
           ในทำนองเดียวกัน สมัยนี้คำว่า "กอล์ฟ" (Golf) ไกด์ (Guide) ค็อกเทล (Cocktail) เต็นท์ (Tent) เทคนิค (Technique) เทคโนโลยี (Technology) คอปเตอร์ (Helicopter) ค็อฟฟีช็อป (Coffee Shop) เคเบิล (Cable) ฯลฯ จึงไม่มีวรรณยุกต์กำกับ (ไม้ไต่คู้-ที่คนรุ่นใหม่ เรียกว่าเลขแปดไทย-นั้น แสดงความเป็นคำที่ผสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่มีตัวสะกด)
           แต่คำว่า "แก๊ส" และ "ก๊าซ" ก็เป็นอีกสองคำที่ทำให้คนยุคใหม่สับสนอีกแหละว่า ทำไมคำสองคำนี้จึงมีวรรณยุกต์ตรีกำกับ ทั้งๆที่ไม่มีคำในภาษาไทยให้อ่านสับสน ก็ต้องตอบในทำนองว่าเป็นหลักที่ "ยกเว้น" ว่า "คำนั้นๆไทยเราเขียนมาจนชินแล้ว" และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
           แต่ที่มีคนถามว่า ทำไมคำที่มาจากภาษาอังกฤษว่า เช่น Cord ("เชือก ด้าย สายเคเบิล ริ้วบนผิวหน้าผ้า หน่วยปริมาตรที่เท่ากับ ๑๒๘ ลูกบาศก์ฟุต หรือขนาดยาว ๘ ฟุต กว้าง ๔ ฟุต และสูง ๔ ฟุต" หรือ "ผูกด้วยเชือก มัดด้วยเชือก") ก็ดี คำว่า Court (คำนามหมายถึง "ลาน สนาม ศาล ราชสำนัก สภา คณะกรรมการบริหาร การประจบ การแส่หาเรื่อง การจีบ การเกี้ยวพา" หรือคำกริยา หมายถึง "จีบ เกี้ยว ประจบ แส่หาเรื่อง") ก็ดี ล้วนเขียนคำอ่านเป็นภาษาไทย (ก็คือการทับศัพท์นั่นแหละ) ว่า "คอร์ด" และ "คอร์ท" (หรือ คอร์ต) แต่เวลาอ่านกลับ อ่านว่า "ขอด" นั่นเป็นเพราะอะไร?
           กับอีกพวกหนึ่งซึ่งค่อนข้างสมัยใหม่ คือพวกสินค้าที่มาจากญี่ปุ่น เช่น น้ำดื่ม "เพียวริคุ" หรือเครื่องสำอาง เช่น โคโดโมะ หรือผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า โดโซะ ซึ่งพยางค์ท้ายล้วนมีพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำ เมื่อผสมสระเสียงสั้นในแม่ ก-กา พื้นเสียงควรเป็นเสียงตรี ตามรูปที่เขียน แต่ทุกวันนี้กลับออกเสียงเป็นเสียงเอกว่า "เพียว-ริ-ุ" "โค-โด-โหมะ" และ "โด-โสะ" มันเรื่องอะไรถึงไม่เขียนให้ตรงกับ เสียงอ่านจริง?
           เรื่องนี้ "สุดสงวน" ขอสั่นหน้าไม่ออกความเห็นไว้ ณ ที่นี้ก่อน แต่จะไปฟังความเห็นท่านผู้รู้ แล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟัง เว้นท่านที่รู้แล้ว หากจะกรุณาบอกมาที่สกุลไทยเพื่อเผยแพร่เป็นวิทยาทานก็จะขอบคุณอย่างยิ่ง เพราะอย่าลืมพุทธภาษิตที่ว่า (ขออนุญาตสะกดแบบไทยๆ) "สรรพทานัง ธรรมะทานัง ชินาติ" ซึ่งหมายความว่า "การให้ธรรมะ (ความรู้ก็เป็นธรรมะอย่างหนึ่ง และอย่างสำคัญยิ่งด้วย) ย่อมชนะ การให้ ทั้งปวง" ดังนี้แล

 หน้าแรก / ฉบับปัจจุบัน/ เกี่ยวกับสกุลไทย/  พระราชประวัต/ กระดานข่าว/ สมุดเยี่ยม / ค้นหา

บริษัท อักษรโสภณ จำกัด 58 สุขุมวิท 36 (นภาศัพท์) คลองตัน คลองเตย กรุงเทพฯ10110 โทร 0-2258-5861 Fax0-2258-9130

มีปัญหาในการใช้งานติดต่อ  Webmaster@aksornsobhon.co.th